Thursday, 4 June 2026
อาวุธปืน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงผลปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เป้าหมายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ ในห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568

เมื่อวานนี้ (11 เม.ย.68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานแถลงผลปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เป้าหมายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ ในห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตามนโยบายของรัฐบาลโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยมีความห่วงใยประชาชนในห้วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ซึ่งจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และการก่อความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้นได้ ประกอบกับนโยบายด้านการท่องเที่ยวให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีคนร้ายที่เป็นชาวต่างชาติแฝงตัวเข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศ จึงกำชับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย การดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงวันหยุดยาวดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. จึงสั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่จะมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยมีเป้าหมาย ได้แก่ การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด การติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดพร้อมของกลาง ดังนี้

ฝ่ายสืบสวนสอบสวน มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นผู้ควบคุมสั่งการ การระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้แผนยุทธการ “พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี” โดยระดมกวาดล้างอาชญากรรมระหว่างวันที่ 21 - 30 มีนาคม 2568 (รวม 10 วัน) สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด พร้อมของกลาง จำนวน 4,950 คดี ผู้ต้องหา จำนวน 4,339 คน ดังนี้

1. จับกุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน แบ่งเป็น 
- ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทั่วไป (On Ground) : ตรวจยึดอาวุธปืน จำนวน 4,934  กระบอก , เครื่องกระสุนปืน จำนวน 30,000  นัด และวัตถุระเบิด จำนวน 725  ลูก แบ่งเป็น วัตถุระเบิดแบบมาตรฐาน ที่ใช้ในราชการทหาร จำนวน  30 ลูก และวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง/ประกอบเอง ได้แก่ ระเบิดปิงปอง ระเบิดไปท์บอม จำนวน 695 ลูก

- ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทางออนไลน์ (Online) : ตรวจยึดอาวุธปืน จำนวน 464 กระบอก , เครื่องกระสุนปืน จำนวน 9,069 นัด และวัตถุระเบิดแบบมาตรฐาน ที่ใช้ในราชการทหาร จำนวน  22  ลูก

2. จับกุมบุคคลตามหมายจับ : โดยจับกุมบุคคลกระทำความผิดตามหมายจับค้างเก่า (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 ถึง 30 กันยายน 2567) และหมายใหม่ (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบัน) และหมายจับศาล (คดีอาญา) รวมทั้งสิ้น 18,746 หมาย ผู้ต้องหา จำนวน 15,721 คน

ฝ่ายป้องกันปราบปราม ได้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ดังนี้
1. วันที่ 21 มีนาคม 2568 ระดมกวาดล้างปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ภายใต้แผนยุทธการ “ธรณีนี้ มีขื่อมีแป” เป้าหมาย จำนวน 653 เป้าหมาย ผลการระดมมีผลการปฏิบัติ ตรวจค้นจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน  218 คน ตรวจยึดอาวุธปืน จำนวน 266 กระบอก , เครื่องกระสุนปืน จำนวน  5,743  นัด , วัตถุระเบิด จำนวน 9 ลูก , ยาบ้า จำนวน 17,397.5 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 113.15 กรัม 

2. ห้วงวันที่ 24 - 30 มีนาคม 2568 ระดมกวาดล้างอาชญากรรมจับกุมความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ผลการระดมมีผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 593 คดี ผู้ต้องหา จำนวน 595 คน มูลหนี้รวม จำนวน 12,330,300 บาท ของกลางประเมินมูลค่ารวม จำนวน 22,677,335 บาท

จากนั้น พล.ต.อ.ธนาฯ ร่วมตรวจสอบอาวุธปืนของกลาง หน่วยงานต่างๆ รายงานการจับกุมคดีรายสำคัญ ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1 – 9 , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว 

พล.ต.อ.ธนาฯ กล่าวว่า ในการปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณทุกภาคส่วน และพี่น้อง ประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมุ่งมั่นทำงาน โดยจะทำการป้องกันปราบปราม สืบสวนจับกุมอาชญากรรมในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธาและมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และขอฝากประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแส เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรมหรือเรื่องอื่นๆ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความน่าจะเป็นของสาเหตุการระเบิดภายในอาวุธปืน จากกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เรื่องนี้มาจากการที่ สำนักงานส่งกำลังบำรุง (สรรพาวุธ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการจัดซื้อกระสุนยี่ห้อ VENOM ขนาด 9 มม. ผลิตโดย บริษัท MEDEF DEFENCE จาก Turkey จำนวน 3,495,660 นัด ตามสัญญา สพ.3/2567 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 มูลค่า  68,689,719 บาท และมีการส่งมอบครบถ้วนในเดือนกรกฎาคม 2568 โดยระบุว่า กระสุนปืน lot นี้เป็นไปตามมาตรฐาน NATO และได้ผ่านการทดสอบคุณภาพเบื้องต้นตาม TOR (Specification) ตามที่ได้กำหนดไว้แล้ว

แต่หลังจากสำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการแจกจ่ายให้เข้าหน้าตำรวจนำไปปฏิบัติหน้าที่และยิงฝึกซ้อม มีเหตุการณ์ “ระเบิดบริเวณจานท้ายปลอกกระสุน” ขณะเจ้าหน้าที่ทดสอบยิง ทำให้อาวุธปืนที่ใช้ยิงเกิดความเสียหาย หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระงับการใช้งานกระสุน VENOM ชั่วคราว และเรียกคืนกระสุนที่มีปัญหาทั้งหมดเพื่อไปตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ากระสุนเหล่านี้เหมาะสมกับอาวุธที่ใช้ของราชการหรือไม่ และว่ามีการผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่

ยังไม่ชัดเจนว่า “ปืนแตก” ในความหมายคืออะไร แต่ภาพที่ปรากฏคือ อาการปืนแตกเกิดจากปลอกกระสุนแตก จนทำให้ตัวปืนเสียหาย จุดที่เสียหายคือ “จานท้านปลอกกระสุน” มีลักษณะคล้ายกับกระสุนที่มีความดันหรือแรงกดภายในปลอกมากเกินไป หรือปลอกมีข้อบกพร่องจากรอยร้าว ซึ่งอาจมาจากวัสดุไม่ว่าจะเป็น ตัวปลอก การผลิต หรือคุณลักษณะที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน พบว่าอาวุธปืนที่เสียหายมีหลายกระบอกและหลายรุ่น อาทิ Glock และ Sig โดยการระเบิดของกระสุน ระเบิดจากทางด้านจานท้ายปลอกกระสุนตรงจอกชนวนเป็นส่วนใหญ่  นอกจากการพิจารณาถึงสภาพอาวุธปืนเหล่านั้นว่าเป็นอย่างไร เช่น ใหม่หรือเก่า มีสิ่งอุดตันในลำกล้องหรือไม่ หรือปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเป็นไปได้

กระสุนปืนแต่ละนัดจะประกอบวัสดุ 4 ชนิด ได้แก่
1. หัวกระสุน (Bullet) ซึ่งเป็นตะกั่วผสมพลวง (Lead) ในกรณีกระสุนสำหรับฝึกซ้อมเพื่อยิงเป้ากระดาษ แต่ก็มีอันตรายถึงชีวิตเช่นเดียวกับกระสุนจริงซึ่งมีหัวกระสุน 2 ประเภทหลัก คือ หัวกระสุนที่มีชิ้นโลหะหุ้มเต็ม ส่วนใหญ่จะเป็นทองแดงหุ้มแกนตะกั่ว (Full Metal Jacket: FMJ) ทำให้มีอำนาจทะลุทะลวงเจาะในการผ่านเป้าหมาย และ กระสุนหัวรู (Hollow point) ซึ่งมีรูเว้าตรงปลายหัวกระสุน ออกแบบมาเพื่อให้เกิดการขยายตัว (Expand) เมื่อกระทบเป้าหมายเพื่อช่วยหยุดเป้าหมายได้เร็ว ลดแรงทะลุทะลวง (Penetration)

2. ปลอกกระสุน (Brass) ซึ่งส่วนใหญ่ทำจากทองเหลือง จึงไม่เป็นสนิม มีความเหนียว ไม่เปราะ ยืดตัวได้ดี ซึ่งมีผลต่อคัดปลอกหรือการดีดกระสุนออก และสามารถนำกลับมาอัด (Reloading) ใช้ใหม่ได้ ต่อมาคือ เหล็กเคลือบ (Steel lacquered/coated) ทำให้ราคาถูกกว่าทองเหลือง ส่วนใหญ่จะเป็นกระสุนจากรัสเซียหรือจีน เป็นสนิมได้ง่าย ความแข็งของเหล็กอาจทำให้ชิ้นส่วนอาวุธปืนสึกหร่อเร็วขึ้น นำกลับมาอัดกระสุนใช้ใหม่ได้ยาก และปลอกกระสุนที่ผลิตจากอะลูมิเนียม (Aluminum) ทำให้เบามากและราคาถูก แต่เนื้อปลอกบางจึงมีความเสี่ยงที่จะนำกลับมาอัดกระสุนใช้ใหม่

3. ดินปืน (Gun powder) กระสุนสมัยใหม่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ดินปืนแบบไร้ควัน (Smokeless Powder) แบบ Ball powder หรือ Extruded powder ที่ให้แรงดันสม่ำเสมอ โดยมีส่วนผสมหลัก คือ ไนโตรเซลลูโลส (Nitrocellulose) ที่เรียกว่า Single-base หรือ ไนโตรเซลลูโลส + ไนโตรกลีเซอรีน ที่เรียกว่า Double-base จุดเด่นของดินปืนแบบไร้ควัน คือ ให้พลังงานที่แรงกว่า เผาไหม้สะอาด จึงทำให้ควันน้อย กระสุนปืนสั้นจะเป็นดินปืนแบบเผาไหม้เร็ว

4. จอกชนวนหรือแก๊ป (Primer) วัสดุจุดชนวนซึ่งที่อยู่ที่ฐาน/จานท้ายของปลอกกระสุน ชนิดของ Primer ได้แก่ Boxer Primer นิยมใช้ในสหรัฐฯ  มีรูเดียวตรงกลาง อัดกระสุนใหม่ได้ง่าย Berdan Primer นิยมใช้ในยุโรป รัสเซีย มีรู 2 รู อัดกระสุนใหม่ได้ยากหรือแทบจะไม่ได้เลย และ Rimfire Primer ใช้ในกระสุนขนาดเล็ก (.22 LR)    อยู่ริมจานท้ายลอกกระสุนหรือขอบปลอก เช่น .22 ส่วนผสมของ Primer ได้แก่สารเคมีไวไฟ เช่น Lead styphnate (ตะกั่ว) Barium nitrate และ Antimony sulfide เป็นต้น

เนื่องจากบ้านเราการผลิตกระสุนหรืออัดกระสุนเองเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายตาม พรบ.อาวุธปืนฯ ดังนั้นคนไทยจึงไม่ค่อยมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องของกระสุนปืนเท่าไรนัก ขั้นตอนการทำงานของกระสุนปืนเริ่มจาก เข็มแทงชนวนกระทบ Primer เกิดประกายไฟ อันเป็นการจุดระเบิดดินปืนแรงระเบิดในภายในกระสุนปืนที่อยู่ในรังเพลิงทำให้เกิดแรงดันมหาศาลผลักหัวกระสุนวิ่งออกไปโดยหมุนไปตามเกลียวลำกล้องปืนจนพ้นลำกล้อง เช่นเดียวกับการใช้สารเคมีชนิดอื่น ๆ การผลิตกระสุนปืนจึงมีสูตรในการใช้อัตราส่วนดินปืน โดยการใช้ดินปืนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักของหัวกระสุนซึ่งจะเป็นไปตามอัตราส่วนที่โรงงานผลิตดินปืนกำหนด เช่น กระสุนยี่ห้อ VENOM ขนาด 9 มม. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดซื้อมาน้ำหนักมีหัวกระสุนแบบ FMJ หนัก 124 เกรน (ประมาณ 8 กรัม) จะมีอัตราส่วนในการใช้ดินปืนประมาณ 62 – 77 เกรน (ราว 4.0 – 5.0 กรัม) 
*แต่ยิ่งน้ำหนักหัวกระสุนมากขึ้นเท่าไรอัตราส่วนในการใช้ดินปืนก็จะลดลง ในขณะที่น้ำหนักหัวกระสุนลดลงเท่าไรอัตราส่วนในการใช้ดินปืนก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

วิเคราะห์ความเป็นไปได้ถึงสาเหตุที่ทำให้ "ปืนแตก" จากกระสุนปืน ได้แก่
- กระสุนไม่ได้ผลิตไม่ได้มาตรฐาน หรือมีข้อบกพร่อง 
(มีความเป็นไปได้ เช่น การใช้ดินปืนผิดประเภท แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากระบบตรวจสอบของโรงงานจะต้องมีความเที่ยงและความละเอียดที่มีมาตรฐานในระดับที่สูงมาก)
- ดินปืนมากเกินไป (Double charge) จนทำให้แรงดันในปลอกกระสุนมากเกินจนรังเพลิง/ลำกล้องรับแรงไม่ไหว 
(มีความเป็นไปได้ในกรณีปลอกกระสุนขนาด .45 หรือ 11 ม.ม. แต่ปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. แล้วเป็นไปได้น้อยมาก ด้วยขนาดปลอกที่เล็กจนปริมาณดินปืนที่ใช้บรรจุในแต่ละครั้งน่าจะเกือบเต็มปลอกกระสุน 9 ม.ม.แล้ว)
- กระสุนหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ 
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติหึ่งรับมอบกระสุน Lot นี้ไม่ถึง 3 เดือน)
- อาวุธปืนชำรุดหรือไม่เหมาะกับกระสุนชนิดนั้น
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงนั้นทุกกระบอกยังอยู่ในสภาพใหม่)
- ใช้กระสุนแรงเกินกว่าที่อาวุธปืนรับได้
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงใช้กระสุนปืนขนาด 9 มม. มาตรฐาน)
- ปืนมีรอยร้าว หรือสนิมมาก หรือผ่านใช้งานอย่างหนักมานาน
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงนั้นทุกกระบอกยังอยู่ในสภาพใหม่)
- มีสิ่งอุดตันในลำกล้อง ขณะยิง
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่มีสิ่งอุดตันในลำกล้องขณะยิงนั้น จะทำให้เกิดการบวมภายในลำกล้อง ไม่ใช่ระเบิดของกระสุนปืนในรังเพลิงตรง Primer จานท้ายปลอกกระสุน)
- การดัดแปลงปืน อาทิ เปลี่ยนลำกล้องหรือชิ้นส่วนไม่ได้มาตรฐาน
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงนั้นทุกกระบอกยังอยู่สภาพใหม่ และตามพรบ.อาวุธปืน ลำกล้องหรือชิ้นส่วนต้องขออนุญาตซื้อ/นำเข้าเหมือนกับการซื้ออาวุธปืนทั้งกระบอก)
- ยิงกระสุนที่ไม่ตรงกับคุณลักษณะเดิมของอาวุธปืน
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงทุกกระบอกใช้กระสุนปืนขนาด 9 มม. มาตรฐาน)

ถึงแม้ผลการสอบสวนกรณีกระสุน VENOM ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพึ่งจะเริ่มต้นและยังไม่แล้วเสร็จ แต่มีผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและกระสุนปืนผู้หนึ่งได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า อาจเกิดจากปัญหาภายใน หรือปัญหาความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในการจัดซื้อจัดหากระสุนปืน Lot นี้ โดยอาจจะมีการลักลอบเปลี่ยนดินปืนด้วยการใช้ Kinetic bullet puller เป็นเครื่องมือคล้ายค้อนใช้สำหรับถอดหัวกระสุนออกจากปลอกกระสุน ซึ่งทำงานโดยอาศัย "แรงเฉื่อย (kinetic energy)" ในการถอดหัวกระสุน แล้วแทนที่ด้วยดินปืนประทัด (Flash Powder) ซึ่งมีส่วนผสมได้แก่ อะลูมิเนียมผง (Aluminum powder) และดินประสิว (Potassium Perchlorate) ที่ติดไฟง่ายและทำให้เกิดแรงดันที่สูงมากจนปลอกกระสุนปืนในรังเพลิงไม่สามารถรับแรงดันในรังเพลิงมหาศาลนี้ได้ไหว จนทำให้เกิดอาการลักษณะกระสุนปืนที่ “แรงเกินกว่าอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. จะสามารถรับได้จริง” จึงเป็นอีกประเด็นพิจารณาที่สำคัญที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องตรวจสอบโดยละเอียดและถี่ถ้วน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top