Thursday, 4 June 2026
อาชญากรรมไซเบอร์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ เครือซีพี รวมพลังแฉกลโกงมิจฉาชีพออนไลน์ หวังต้านอาชญากรรมไซเบอร์

วันที่ 10 ก.พ. 66 เวลา 15.00 น. ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารฝึกอบรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ว่าด้วยการประชาสัมพันธ์สื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้แทนลงนาม ทั้งนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เข้าร่วมพิธีฯ 

สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ สืบเนื่องจากสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรืออาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบันมีสถิติที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีประชาชนเป็นจำนวนมากที่หลงกลตกเป็นเหยื่อจนได้รับความเดือดร้อน สูญเสียทรัพย์สิน ซึ่งในบางรายถึงกับต้องสูญเสียชีวิต ซึ่งจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2565 – 6 ก.พ. 2566  มีการรับแจ้งความอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวนทั้งสิ้น 192,031 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย 29,546,732,805 บาท สามารถติดตามอายัดบัญชี  65,872 บัญชี อายัดได้ทัน 445,265,908 บาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญ และห่วงใยประชาชน จึงบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน (Public Private Partnership (PPP) เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายในการยับยั้ง ป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกัน (Cyber Vaccine) แก่ประชาชนเพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบต่างๆ ของมิจฉาชีพ ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังประชาชน 

ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่อาชญากรรมไซเบอร์ได้พัฒนารูปแบบกลลวงอย่างหลากหลายและรุนแรงมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาความมั่นคงระดับชาติ เพราะส่งผลกระทบทั้งต่อการดำเนินชีวิตของคนไทย และความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ในการประชุม World Economic Forum 2023 ได้จัดให้ 'ภัยคุกคามไซเบอร์' เป็น 1 ใน 5 ความเสี่ยงที่สำคัญระดับโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ จะสูงถึง 10.5 ล้านล้านเหรียญภายในปี 2025 นั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มบริษัทในเครือฯ ในฐานะของผู้นำธุรกิจภาคเอกชน จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำร่องด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับกลโกงต่างๆ ของอาชญากรรมไซเบอร์เป็นองค์กรแรก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์วัคซีนให้ประชาชนชาวไทยมีความรู้เท่าทันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ ซึ่งการร่วมสร้างความตื่นรู้ให้สังคมไทยในครั้งนี้ สอดคล้องกับค่านิยม 3 ประโยชน์ที่เครือฯ ยึดมั่นในการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน สร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ

โดยเครือฯ ได้ระดมสรรพกำลังของกลุ่มธุรกิจในเครือ เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์กลโกงของอาชญกรรมไซเบอร์ในทุกช่องทางการสื่อสารอย่างเต็มศักยภาพรวมระยะเวลา 2 ปี ทั้งจากกลุ่มโทรคมนาคมและร้านค้าปลีกค้าส่ง คือการส่ง SMS เตือนภัยผ่านเครือข่ายทรูมูฟ เอช ซึ่งมีผู้ใช้บริการรวม 37 ล้านเลขหมาย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา การเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อภายในลักษณะต่างๆ ในร้านเซเว่น – อีเลฟเว่นกว่า 13,000 สาขาประเทศ ซึ่งมีจำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการ 11,404,314 คนต่อวัน ในแม็คโคร 152 สาขา และโลตัสมากกว่า 2,000 สาขา การประชาสัมพันธ์รายการในสถานีข่าว TNN16 และช่อง True4U การจัดกิจกรรมแฮกกาธอนในกลุ่มเยาวชน คิดค้นไอเดียรับมือกลโกง รวมถึงการกระจายข่าวสารผ่านพนักงานกว่า 361,570 คนทั่วประเทศ ซึ่งความหลากหลายทางธุรกิจฯ ของเครือ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ข่าวสารเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง และทำให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบต่างๆ ของมิจฉาชีพได้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดความสูญเสียทั้งต่อประชาชนและประเทศชาติที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการจัดการเสวนา “จุดกระแส On Stage” ดำเนินรายการโดย คุณกรรชัย  กำเนิดพลอย ในหัวข้อ “แฉสารพัดกลโกงมิจฉาชีพหลอกเหยื่อบนโลกออนไลน์” ซึ่งมีผู้ร่วมแชร์ประสบการณ์ ได้แก่ คุณมยุรา เศวตศิลา นักแสดงชื่อดัง, คุณภาณุพงศ์  หอมวันทา ยูทูปเบอร์เจ้าของช่อง Epic Time,  ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมกระบวนการกลโกง Call Center  และผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อกลโกงแอพออนไลน์ดูดเงินโดยแอบอ้างสรรพากร โดยมีความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่าโครงการความร่วมมือครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนไทย เพราะความรู้ผ่านสื่อต่างๆ จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกมิจฉาชีพออนไลน์หลอกลวง และจากที่เคยตกอยู่ในสถานะของเหยื่อมาแล้วนั้น ทำให้มั่นใจมากว่า ถ้ารู้ทันกลโกงก่อนจะไม่ตกเป็นเหยื่ออย่างที่ผ่านมา และหวังว่าการสื่อสารประชาสัมพันธ์ถึงกลโกงผ่านช่องทางที่หลากหลาย จะเข้าถึงคนไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศได้ รวมถึง “ความร่วมมือของภาคเอกชน ต้านภัยออนไลน์ด้วยวัคซีนไซเบอร์” โดย พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และคุณศิริพร  เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) 

‘ดีอี’ ผนึกกำลัง ‘ตำรวจไซเบอร์’ เดินหน้าปราบอาชญากรรมไซเบอร์เด็ดขาด จับ 4 คดีรวด รวบ ‘มิจฉาชีพหลอกคนพิการสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า - ราชาแอบถ่าย - เว็บพนันออนไลน์ - ยูทูปเบอร์อาวุธปืน’ พบของกลางเพียบ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2566 นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ซึ่งนำมาขับเคลื่อนโดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ เฝ้าระวังการเกิดอาชญากรรมกับกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่มีโอกาสตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการหลอกให้ลงทุน หลอกเปิดบัญชีม้า หรือ แม้กระทั่งการพนันออนไลน์ และนำมาสู่ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมมิจฉาชีพออนไลน์ 4 คดี ทั้งกรณี 2 ผัวเมียหลอกคนพิการสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า การทลาย 2 เว็บพนันออนไลน์ ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สินกว่า 150 ล้านบาท แล้วยังพบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 13,000 ล้านบาทต่อปี  รวมไปถึง การจับกุมตัว KINGSPY ราชาแอบถ่าย” พบภาพและคลิปแอบถ่ายกว่า 60,000 ไฟล์ รวมกว่า 1.41 TB และ จับยูทูปเบอร์ Tacticool BoB พร้อมยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนหลายรายการ 

1. ‘ปฏิบัติการ FAKE PROFILE จับ 2 สามีภรรยา หลอกคนพิการสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า’ ซึ่งผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้พิการถูกหลอกจากบัญชีเฟซบุ๊กอวตารอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากฝ่ายบุคคลของบริษัทต่างๆ ขอนัดสัมภาษณ์งานกับผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน และจับกุมนางสาวบุสราภรณ์ อายุ 28 ปี ชาวอุดรธานี และ นายประมวล อายุ 36 ปี ชาวบึงกาฬ ซึ่งเป็นสามี ทำหน้าที่คอยขับรถพาผู้ต้องหาไปหลอกลวงเหยื่อตามสถานที่ต่างๆ  พร้อมกับดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันเอาไปเสีย ซึ่งเอกสารของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ อันเป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง, นำบัตรของผู้อื่นไปใช้แสดงว่าตนเป็นเจ้าของบัตร

2. จับกุม 2 เว็บไซต์พนันออนไลน์ พร้อมยึดทรัพย์กว่า 150 ล้านบาท ได้แก่ ufabet-jc.com และ play.beer777.com ซึ่งพบว่ามียอดเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 13,000 ล้านบาทต่อปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลออกหมายค้นและหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 เว็บไซต์ รวมทั้งสิ้น 20 รายทั้งกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ เจ้าของเว็บไซต์ โปรแกรมเมอร์ พนักงาน ผู้ดูแลเรื่องการเงินและบัญชีม้า 

3. จับกุมผู้ใช้แอปพลิเคชัน X (twitter) ที่ชื่อ ‘Kingspy’ หรือ ‘ราชาแอบถ่าย’ ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพลามกอนาจารกว่า 60,000 ไฟล์ ซึ่งได้รับแจ้งเบาะแสการกระทำผิดจาก The Scientia Program (โปรแกรมซายเอนเทีย) ซึ่งขับเคลื่อนโดยกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ที่ดำเนินการในประเทศไทย ให้ตรวจสอบบัญชีบนแอปพลิเคชัน X  ที่มักโพสต์เชิญชวนให้เข้ากลุ่มชื่อ ‘KING SPYCAM’ ใน LINE Official Account มีผู้ติดตามจำนวน 596 คน มีระบบตอบรับอัตโนมัติเพื่อยืนยันการเข้ากลุ่มและต้องเสียบริการจำนวน 150 บาทต่อคน ซึ่งได้มีการสอบสวนจนพบว่า นายณัฐพร คือผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน X ชื่อบัญชี ‘ราชาแอบถ่าย’ ซึ่งต่อมาได้ถูกระงับบัญชีจึงสร้างบัญชี X (twitter) ขึ้นมาอีกบัญชีหนึ่งชื่อบัญชี CODE มี ID:@CODE1380077 สำหรับโพสต์เชิญชวนให้เข้ากลุ่มลับโดยแนบลิงก์ไลน์และเรียกเก็บเงินจากสมาชิก และจากการจับกุมยังตรวจสอบพบภาพสื่อลามกอนาจารทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวในลักษณะแอบถ่าย รวมไฟล์ที่ตรวจพบจำนวน 62,773 ไฟล์ รวมความจุประมาณ 1.4 เทราไบต์ หรือ 1,400 จิกะไบต์

4. จับกุมยูทูปเบอร์Tacticool BoB พร้อมยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนหลายรายการ โดยพบว่าบัญชีเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อ ‘Pun Tacticool Bob’ และ ‘Tacticool Bob แทคติคูลบ็อบ’ เป็นเพจที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการยิงปืน การแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับอาวุธปืน โดยมีนายตฤณสิษฐ์ อายุ 33 ปี เป็นเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กแฟนเพจและ YouTube ช่อง ‘Tacticool BoB แทคติคูลบ็อบ’ ที่มีผู้ติดตามประมาณ 1.95 หมื่นราย และจากการสืบสวนยังพบว่านายตฤณสิษฐ์ มีพฤติการณ์ในการดัดแปลงอาวุธปืนอีกด้วย ซึ่งผลการตรวจค้น พบอาวุธปืน 85 กระบอก และเครื่องกระสุนกว่า 6,000 นัด รวมทั้งหมดกว่า 95 รายการ

กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการเร่งรัดการป้องกันปราบปรามภัยออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยจากอาชญกรออนไลน์ รวมทั้งป้องกันการละเมิดความเป็นส่วนตัวของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชนรวมทั้งกลุ่มเปราะบางต่างๆ ขณะเดียวกันก็ได้มีการเร่งรรัดการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องด้วย 

‘วราวุธ’ นำทีม พม.ผนึก ‘AIS’ เดินหน้าเสริมสร้างพลเมืองดิจิทัล หนุนคนไทยท่องโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย-รู้ทันภัยไซเบอร์

(25 ก.พ.67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ถือเป็นภัยคุกคาม ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนอย่างมาก ทุกฝ่ายจึงจำเป็นต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้กับคนไทย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็น ต่อการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนใช้งานโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย

โดยครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับ AIS ในการนำหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์’ ให้บุคลากรของเรากว่า 11,000 คน ได้เรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะทางดิจิทัล ตลอดจนการขยายผลองค์ความรู้ไปยังประชาชนคนทุกช่วงวัย อาทิ ผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ สตรี และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย และไม่ตกเป็นเหยื่อจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในโลกออนไลน์

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า AIS ในฐานะผู้ให้บริการด้านดิจิทัลเราไม่เพียงเดินหน้าเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแกร่งเพื่อคนไทยเพียงเท่านั้น แต่เรายังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการยกระดับทักษะดิจิทัลของคนไทยที่เราเชื่อว่าการเสริมสร้างองค์ความรู้คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาด้านภัยไซเบอร์ได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งทำให้ที่ผ่านมาเราได้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัลอย่าง หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ที่มีเนื้อหาแกนหลักสำคัญที่ถูกแบ่งออกเป็น 4P / 4ป ประกอบไปด้วย Practice ปลูกฝังให้มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้องและเหมาะสม, Personality ปกป้องความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์, Protection เรียนรู้การป้องกันภัยไซเบอร์บนโลกออนไลน์ และ Participation รู้จักการปฏิสัมพันธ์ด้วยทักษะและพฤติกรรมการสื่อสารบนออนไลน์อย่างเหมาะสม ซึ่งหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ถูกขยายผลไปยังบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผ่านความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่วันนี้ได้เรียนรู้หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์นี้แล้วกว่า 320,000 คน”

“โดยครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญกับหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและความมั่นคงในชีวิตของประชาชนอย่าง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการนำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มุ่งเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกทักษะในโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง เข้าไปให้บุคลากรของกระทรวงฯ ได้ศึกษาเรียนรู้ และส่งต่อไปยังประชาชนคนไทยทุกช่วงวัยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงฯ ได้เสริมทักษะดิจิทัล รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ สามารถใช้งานออนไลน์ได้อย่างถูกต้องปลอดภัยและสร้างสรรค์” นายสมชัย กล่าวทิ้งท้าย

โดยการทำงานร่วมกันครั้งนี้ได้ปรับเนื้อหาของหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ให้สอดคล้องกับทักษะที่มีความจำเป็นต่อการเป็นพลเมืองดิจิทัลสำหรับผู้เรียนแต่ละกลุ่มให้มีความเหมาะสม เช่น การเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในหลักสูตรสำหรับผู้ปฏิบัติงานในองค์กร เป็นต้น

โดยสามารถเข้าไปเรียนรู้หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ได้ที่ www.learndiaunjaicyber.ais.co.th, แอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER, www.m-society.go.th, www.dop.go.th และแอปพลิเคชัน Gold by DOP

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นคุ้มครองประชาชนจากภัยอาชญากรรมไซเบอร์ เดินหน้า 'ล้มคน-ล้มเสา-ล้มบัญชี'

วันนี้ (7 มิถุนายน 2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสืบสวนปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นนั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตามข้อสั่งการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการปฏิบัติ 3 ด้านดังต่อไปนี้

- “ล้มคน” สืบสวนจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งหลอกลงทุน เว็บพนันผิดกฎหมาย โดยในห้วง 1 ต.ค.66 ถึง 30 เม.ย.67 ได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดรวมกว่า 14,826 คน

- “ล้มเสา” ร่วมมือกับสำนักงาน กสทช. สืบสวนการลักลอบติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพที่ใช้ในการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง และสามารถยึดอุปกรณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพได้เป็นจำนวนมาก

- “ล้มบัญชี“ สืบสวนขยายผลผ่านเส้นทางการเงิน บัญชีม้า และมีการอายัดเงินอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 1 พ.ย.66 ถึง 30 เม.ย.67 อายัดเงินได้รวม 4,561,641,953 ล้านบาท และได้ร่วมมือกับ ป.ป.ง. เพื่อเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหายต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงมุ่งมั่นตั้งใจในการปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จากภัยอาชญากรรมทุกรูปแบบ และขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยหากประชาชนได้รับความเสียหายจากคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th เว็บไซต์เดียวเท่านั้น และที่หมายเลขโทรศัพท์ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

UN คอนเฟิร์ม ‘กัมพูชา’ คือศูนย์กลาง ‘สแกมเมอร์โลก’ เชื่อมกลุ่มทุน-เครือญาติ ‘ฮุน เซน’ กวาดเงินหมื่นล้าน

(20 มิ.ย. 68) องค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) ชี้ว่ากัมพูชาได้กลายเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ระดับโลก โดยมีการลงทุนจากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองปอยเปตที่ติดชายแดนไทย กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเจาะตลาดไทย

รายงานระบุว่าอาชญากรรมไซเบอร์ไม่ได้จำกัดเฉพาะเขตชายแดนอีกต่อไป แต่ขยายเข้าสู่เมืองหลวงกรุงพนมเปญ และจังหวัดสำคัญอย่างบาเวตและพระสีหนุ แสดงให้เห็นถึงการฝังรากลึกของธุรกิจหลอกลวงในโครงสร้างประเทศ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และอำนาจรัฐ

หนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ถูกจับตามองคือ Huione Group บริษัทการเงินขนาดใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับครอบครัวผู้นำกัมพูชา โดยเฉพาะนายฮุน โต หลานชายของอดีตนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การฉ้อโกงทางไซเบอร์ และธุรกรรมผิดกฎหมายมูลค่ามหาศาลทั่วภูมิภาค

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำ Huione Group และตัดขาดจากระบบการเงินของอเมริกา พร้อมกับเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการของ Huione Pay ในกัมพูชา ขณะที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Elliptic ระบุว่าแพลตฟอร์ม Huione Guarantee ของกลุ่มนี้มีมูลค่าธุรกรรมต้องสงสัยรวมกว่า 27 พันล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 1 ล้านล้านบาท

ด้านตำรวจไซเบอร์ไทยยืนยันพบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างกลุ่มพนันออนไลน์ในไทยกับบริษัทในกัมพูชา โดยเฉพาะ Huione Group ที่มีบทบาทสำคัญในการฟอกเงินจากการหลอกลวงแบบ Call-Centre และการพนัน ผ่านการแปลงเงินเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและนำกลับมาใช้ในระบบเศรษฐกิจจริง

กรณีนี้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่หลายฝ่ายในไทยเสนอให้รัฐบาลไม่ปล่อยให้กัมพูชายื่นข้อพิพาทชายแดนต่อศาลโลกฝ่ายเดียว พร้อมเรียกร้องให้นำประเด็นอาชญากรรมไซเบอร์ที่กัมพูชาถูกกล่าวหาทั่วโลกเข้าสู่การพิจารณาในเวทีสหประชาชาติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม

ผบ.ตร.นำคณะตำรวจไทยเยือนญี่ปุ่น เข้าพบ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น และเอกอัครราชทูต หารือ แลกเปลี่ยนความร่วมมืออาชญากรรมไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์  พร้อมดูงานสถานีตำรวจ หน่วยงานอาชญากรรมเทคโนโลยี เพื่อนำมาปรับใช้ ยกระดับการทำงานตำรวจไทย

(11 ก.ค.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และคณะ ได้เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

ผบ.ตร.และคณะเข้าเยี่ยมคารวะ นายโยชิโนบุ คุสึโนกิ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น โดยได้มีการหารือประเด็นความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การฉ้อโกงออนไลน์ อาชญากรรมทางไซเบอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในโอกาสนี้ ผบ.ตร.ได้กล่าวขอบคุณ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น ที่อนุมัติในหลักการการส่งนายตำรวจประสานงานมาประจำยังประเทศญี่ปุ่น

คณะตำรวจไทยได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานีตำรวจชินจูกุ ซึ่งเป็นสถานีตำรวจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือนปฏิบัติหน้าที่รวม 700 นาย ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง 100 คน โดยคณะฯ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมการฝึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจแผนกต่างๆ ของสถานีตำรวจ ได้แก่ แผนกสืบสวนอาชญากรรมองค์กร และศูนย์รับแจ้งเหตุ

ผบ.ตร.และคณะยังได้เข้าพบ นายฮิเดอากิ โออิตะ ผู้อำนวยการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อประชุม หารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ และศึกษาดูงานหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคโนโลยี โดยเป็นหน่วยงานทำหน้าที่สนับสนุนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในด้านการพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล เช่น การตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ และการรักษาสภาพของวัตถุพยาน เช่น โทรศัพท์ ฮาร์ดดิสก์ รถยนต์ เป็นต้น และศึกษาดูงานศูนย์ต่อต้านการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการกระทำที่เป็นภัยต่อประเทศญี่ปุ่น ที่เน้นการโจมตีทางไซเบอร์
  
นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ ยังได้นำคณะเข้าหารือกับ นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เพื่อหารือปัญหาการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาการเดินทางของคนไทยและนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมายังประเทศไทยด้วย 

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของ ผบ.ตร.และคณะ นำมาซึ่งประโยชน์ของการหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการญี่ปุ่น โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ รวมทั้งการดูงานสถานีตำรวจ ศูนย์สืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ หน่วยงานพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล ซึ่งได้ประโยชน์ แนวคิดหลายประการที่จะนำมาปรับใช้ในการทำงานของตำรวจไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ในการดูแลพี่น้องประชาชนต่อไป

 

สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่ายไซเบอร์สแกมเมอร์ ‘เมียนมา–กัมพูชา’ หวังสกัดเงินหลายหมื่นล้าน…จากการขโมยเงิน ‘ชาวอเมริกัน’

เมื่อวานนี้ (9 ก.ย. 68) สหรัฐอเมริกา ประกาศคว่ำบาตรเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในเมียนมาและกัมพูชา หลังพบว่าธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ขโมยเงินจากชาวอเมริกันมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ขบวนการดังกล่าวเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ หลอกล่อผู้คนหลายแสนรายเข้าสู่คอมพาวด์หลอกลวงทางออนไลน์ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา

นายจอห์น เค. เฮอร์ลีย์ (John K. Hurley ) รองปลัดกระทรวงการคลังด้านข่าวกรองการก่อการร้ายและการเงิน กล่าวว่า อุตสาหกรรมหลอกลวงไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงคุกคามความมั่นคงทางการเงินของชาวอเมริกัน แต่ยังทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องตกเป็นทาสในยุคสมัยใหม่ ทั้งการกักขัง ใช้ความรุนแรง และขู่บังคับด้วยหนี้สินหรือการบังคับค้าประเวณี

มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ครอบคลุมบริษัทและบุคคล 9 ราย ในเมืองชเวก๊กโก รัฐกะเหรี่ยง ของเมียนมา ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรรมที่ก่อตั้งโดยกลุ่ม Yatai International Holdings จากฮ่องกง ร่วมกับกองทัพกะเหรี่ยงที่หนุนหลังรัฐบาลทหารเมียนมา รวมถึงอีก 10 องค์กรในกัมพูชา ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัลและการฟอกเงิน

นอกจากนี้ รายงานของสถาบันวิจัยนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลียชี้ว่า ตั้งแต่เกิดรัฐประหารในปี 2021 ศูนย์หลอกลวงในเมียนมาขยายตัวรวดเร็ว จากพื้นที่ควบคุมของกองกำลังติดอาวุธเข้าสู่เขตที่กองทัพเมียนมาครอบงำ ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าละเลยการปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ

จีนเสนอจัดตั้ง ‘พันธมิตรระหว่างประเทศ’ ร่วมปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์

(19 ก.ย. 68) จีนเสนอจัดตั้ง “พันธมิตรระหว่างประเทศ” เพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและไซเบอร์ ในการประชุมความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะระดับโลก ปี 2025 ที่เมืองเหลียนอวิ๋นกั่ง มณฑลเจียงซู เมื่อวันที่ 18 ก.ย. โดยย้ำว่าปัญหาดังกล่าวเป็นความท้าทายระดับโลกที่ต้องอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนระบุว่า การรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์จำเป็นต้องเสริมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และสร้างระบบกำกับดูแลที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมย้ำว่าข้อเสนอนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของจีนในการวางแนวทางใหม่เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันในระดับโลก

ที่ผ่านมา จีนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีฉ้อโกงข้ามชาติแล้วกว่า 68,000 คน ผ่านความร่วมมือกับหลายประเทศ เช่น สเปน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมียนมา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว ไทย และกัมพูชา โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจาก 30 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม เพื่อหาแนวทางต้านภัยไซเบอร์ร่วมกัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติรุกปราบพนันออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ทุกรูปแบบ ไม่ถึง 2 เดือน จับพนันออนไลน์กว่า 950 คดี ปิดกั้น URL ผิดกฎหมายกว่า 75,000 URL

ตามนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. และประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อยกระดับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน รูปแบบหลากหลาย และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

(21 พ.ย. 68) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. และประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3, พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3, นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)  และ ดร.ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ร่วมแถลงผลการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของ ศปอส.ตร. และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม - 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา มีผลการปฏิบัติในการปิดกั้น URL ที่ผิดกฎหมายผ่านระบบ AFC ดังนี้ ยอดรวม URL ที่มีการรายงานทั้งหมด 75,250 URL แบ่งเป็น Page Facebook 26,674 URL, URL ผิดกฎหมายอื่น ๆ 19,994 URL, Website 19,334 URL, Line 6,424 URL, Tiktok 2,824 URL โดยหน่วยที่มีผลการรายงานสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 9 ตามลำดับ ส่วนคดีพนันออนไลน์ จับกุมได้ 956 คดี ผู้ต้องหา 1,003 ราย 

ในส่วนของการดำเนินการของ ศปอส.ตร. และวอร์รูม IAC ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม - 19 พฤศจิกายน 2568 มีเคสที่รับเข้ามา 1,000 เคส มูลค่าความเสียหายรวม 635.9 ล้านบาท สามารถอายัดเงินได้ทัน 475 เคส มูลค่ากว่า 202.5 ล้านบาท ซึ่งมีคดีที่น่าสนใจที่นำมาแถลงในวันนี้ จำนวน 2 คดี 

คดีที่ 1 ตำรวจภูธรภาค 1 ทลายเครือข่ายพนัน SBOBET.LIVE และ UFACLUB1 ยึดเงินสด 30 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1), รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 นำกำลังเข้าปฏิบัติการสืบสวนและตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อจับกุมกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์จัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินผ่านเว็บไซต์ SBOBET.LIVE และ UFACLUB1 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน ตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ถนนกาญจนาภิเษก และหมู่บ้านในพื้นที่เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร รวม 2 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี จำนวน 3 ราย และจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดซึ่งหน้าเพิ่มเติมอีก 7 ราย รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 10 ราย ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน และร่วมกันฟอกเงิน” ตรวจยึดของกลาง บัตร ATM (บัญชีม้า) กว่า 100 ใบ, โทรศัพท์มือถือ 22 เครื่อง และเงินสดรวม 30,324,600 บาท นอกจากนี้ ได้ทำการอายัดทรัพย์สินตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท 

คดีที่ 2 บช.สอท. เปิดยุทธการ "ปิดดอยทลายรังเว็บพนันภาคเหนือ" 'Heng168' จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 และ กองกำกับการ 2 บก.สอท.3 สนธิกำลังร่วมกับ บก.สอท.4 เปิดปฏิบัติการเข้าปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ Heng168 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 5 จุด ตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 9 ราย ตรวจยึดของกลาง อาทิ รถยนต์หรู,  โทรศัพท์มือถือ 17 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคารรวม 28 เล่ม, บัตร ATM 10 ใบ, เสื้อผ้า/ของใช้แบรนด์เนม และเงินสด 50,000 บาท อายัดทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บ้านและที่ดินในพื้นที่อำเภอสันทราย มูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท และบ้านพัก Pool Villa พร้อมที่ดินในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดได้ทั้งหมดกว่า 40 ล้านบาท

นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษก ปปง. ได้กล่าวถึงผลการปฏิบัติงานของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) ว่า ตามโครงการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของ ศปปง.ตร. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ปปง.นั้น ศปปง.ตร. ส่งเรื่องให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ปีงบประมาณ 2567 ได้มูลค่าทรัพย์สิน 772,887,755 บาท และในปีงบประมาณ 2568 ได้มูลค่าทรัพย์สิน 2,411,217,828 บาท โดยมีสถิติคดีความผิดมูลฐาน และคดีอาญาฟอกเงิน สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ยาเสพติด การพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ และฉ้อโกงประชาชน 

ด้าน ดร.ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ฝากเตือนภัยประชาชนถึงการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะรูปแบบการชักชวนให้เข้าร่วมเล่นการพนันและการถูกหลอกให้ลงทุนผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งมักมีการโฆษณาเกินจริง และขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการใช้สื่อสังคมออนไลน์และไม่หลงเชื่อในการเปิดบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) เพื่อกระทำความผิด โดยแนะนำ “ไม่ลงทุนแปลก ๆ, ไม่คุยกับคนแปลก ๆ, ไม่โอนเงินบัญชีคนแปลก ๆ, ไม่เชื่อเรื่องแปลก ๆ, ไม่รับสายแปลก ๆ, ไม่กดลิงก์แปลก ๆ, ไม่แอดไลน์แปลก ๆ”

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ได้เน้นย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ซึ่งเป็นต้นเหตุของการฟอกเงินและความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายฟอกเงินเพื่อยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดอย่างเด็ดขาด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top