Thursday, 4 June 2026
อัครเดชวงษ์พิทักษ์โรจน์

‘โฆษก รทสช.’ เผย เตรียมขุนพลถกงบฯ ปี 69 เน้นข้อมูลแน่น เสนอทางออก-ไม่ปะทะเดือด

(25 พ.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า พรรคเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28–31 พฤษภาคมนี้ โดยสมาชิกพรรคจะประชุมหารือร่วมกันในวันที่ 27 พฤษภาคม เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการอภิปรายและคัดเลือกผู้อภิปรายที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น พรรคพบว่ามีบางหน่วยงานที่จัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่ง ส.ส.ของพรรคได้เตรียมข้อมูลและข้อเสนอแนะไว้พร้อมสำหรับอภิปราย ทั้งในวาระแรกและชั้นกรรมาธิการ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด

พรรครวมไทยสร้างชาติได้รับจัดสรรเวลาอภิปรายรวม 1 ชั่วโมง 25 นาที โดยจะเน้นการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ กระชับ และมีเนื้อหาชัดเจน พร้อมเสนอแนวทางเชิงบวกต่อรัฐบาล นายอัครเดชยังเน้นย้ำว่า การอภิปรายควรเป็นไปอย่างมีสาระ ไม่ควรมีการประท้วงหรือออกนอกประเด็นซึ่งจะทำให้เสียเวลาและไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนผู้ติดตาม

โฆษก รทสช. ฝากถึงฝ่ายค้านให้ยึดกรอบการอภิปรายงบประมาณ ไม่ใช้เวทีนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พร้อมหวังให้ทุกฝ่ายอภิปรายอย่างมีวุฒิภาวะ และเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ภายใต้การถ่ายทอดสดที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังเฝ้าจับตา 

โฆษก รทสช. ขอบคุณคนไทยโหวต ‘พีระพันธุ์’ นักการเมืองบทบาทโดดเด่น ย้ำ!! มุ่งเดินหน้าทำงาน สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติและคนไทย

(3 มิ.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณีผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2568” ของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ระบุว่า ประชาชนกว่า 24.06% มองว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่นมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเดือนพฤษภาคม 2568

โดยนายอัครเดช กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนนายพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ มาโดยตลอดต่อเนื่อง จนคะแนนความนิยมของนายพีระพันธุ์ พุ่งขึ้นสู่ท็อป 3 ในรัฐบาลและมีแนวโน้มดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์ปัจจุบันจะมีแรงกดดันจากภายนอกและภายในให้กับนายพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ 

ทั้งนี้ คะแนนนิยมดังกล่าวจากพ่อแม่พี่น้องถือเป็นขวัญกำลังใจและสิ่งที่มีคุณค่าในการทำงานของนายพีระพันธุ์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติทุกคน ที่จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานต่อเนื่องให้สมกับความไว้วางใจของพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่ให้การสนับสนุนพรรค โดยเฉพาะในประเด็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างทางพลังงาน ทั้งค่าไฟและราคาน้ำมัน ที่เป็นนโยบายและเป้าหมายหลักของนายพีระพันธุ์

“สิ่งสำคัญในตอนนี้ คือ การเดินหน้าทำงานเพื่อบ้านเมืองและประเทศชาติ โดยพรรคจะยังคงยึดมั่นหลักในการทำงานที่ยึดถือประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับพรรค ขอให้เป็นเรื่องภายในพรรคที่มั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าประสานความเข้าใจ สร้างความร่วมมือและบรรยากาศที่ดีร่วมกันได้ต่อไป เพื่อเดินหน้าทำงานให้ผลประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับพ่อแม่พี่น้องคนไทยทุกคน” นายอัครเดช กล่าวทิ้งท้าย

‘โฆษก รทสช.’ ยัน!! ไม่มีขู่ถอนตัว ไม่มีเคลื่อนไหว ย้ำ!! ยังสนับสนุน ‘รัฐบาลแพทองธาร’ ให้สานงานต่อ

(28 มิ.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าพรรค รทสช. ขู่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. ไม่พอใจที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช. ได้โควตา รมช.มหาดไทย

นายอัครเดช ยืนยันว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวจากบุคลากรและส.ส.ของพรรคในเรื่องดังกล่าวแน่นอน ทราบจากข่าวว่าโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว ซึ่งตามหลักการ ทุกฝ่ายต้องนิ่งและไม่มีการเคลื่อนไหว ดังนั้นไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาจากที่ไหน แต่ในส่วนพรรค รทสช. ไม่มีการเคลื่อนไหวแน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนของพรรค รทสช. ยังคงสนับสนุนรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต่อไปใช่หรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า เป็นไปตามที่นายพีระพันธุ์สื่อสารไปก่อนหน้านี้ และ ยังคงเป็นจุดยืนเดิมของพรรค ในการสนับสนุนรัฐบาลต่อไป

‘โฆษก รทสช.’ ไม่เชื่อรัฐบาลดีลซื้อโหวต 10 ล้าน มั่นใจรัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายได้แม้เสียงปริ่มน้ำ

โฆษก รทสช. ไม่เชื่อปลายสายคลิปเสียงซื้อโหวต 10 ล้านมาจากซีกรัฐบาล ย้ำวิปกำชับเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อโหวต บี้ สส. ผู้กล่าวอ้างเปิดหลักฐาน หวั่นผู้ไม่หวังดีดิสเครดิตรัฐบาล

วันที่ (18 ส.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณีมีการกล่าวหาว่ามีการซื้อเสียงโหวตจาก สส.ฝ่ายค้านในการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ว่า 

กรณีมีการกล่าวหานั้น ตนทั้งในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติและหนึ่งในวิปรัฐบาล ในลำดับแรกขอเรียนว่ากรณีดังกล่าว เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นความจริง 

เนื่องจากเสียงของ สส. ฝ่ายรัฐบาลนั้นเพียงพอในการผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ถึงแม้ว่าเสียงจะปริ่มน้ำก็ตาม แต่พวกเราในฐานะวิปรัฐบาลมีความมั่นใจว่าจะสามารถผ่านกฎหมายดังกล่าวได้โดยราบรื่น 

ดังนั้นเสียงในคลิปไม่น่าจะเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาล น่าจะเป็นแก๊งต้มตุ๋น

สำหรับที่มีการสะท้อนมาว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ด้วยตนเองหรือไม่ นั่นก็เป็นสิ่งที่ สส. คนดังกล่าวต้องออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวด้วยตนเองผ่านการแสดงพยานหลักฐาน รวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อลบล้างข้อกล่าวหาว่า สส. คนดังกล่าวสร้างสถานการณ์เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล มิเช่นนั้นจะเกิดความเสียหายต่อสภาผู้แทนราษฎร และที่สำคัญคนอาจมองว่าเป็นการสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคการเมืองที่ สส.ที่เปิดประเด็นนี้สังกัดอีกด้วย

กมธ.อุตฯ ลุยภูเก็ต โชว์รถต้นแบบสี่ล้อเล็ก EV คันแรก เล็งเพิ่มสัดส่วนรถโดยสาร EV ทั่วประเทศ ลดมลพิษ - PM2.5

กมธ.อุตสาหกรรม ลุยภูเก็ต โชว์รถต้นแบบสี่ล้อเล็ก EV คันแรก ตั้งเป้าขยายผลทั่วประเทศ เพิ่มสัดส่วนรถโดยสาร EV ลดมลพิษ-PM2.5

(2 ก.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ได้เปิดเผยว่า จากการที่ตนและคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามโครงการการเปลี่ยนแปลงรถยนต์โดยสารขนาดเล็กจากระบบสันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า

ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้พิจารณาให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องในการเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะจากระบบสันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าก่อนที่จะมีการขยายผลสู่จังหวัดขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น 

โดยการเลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องเนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงมาก และปัญหาการจราจรติดขัด ประกอบกับปัจจุบันมีรถโดยสารขนาดเล็กให้บริการอยู่ประมาณ 2,000 คัน รวมทั้งการได้รับทราบข้อมูลว่าทางผู้ประกอบการในสหกรณ์สี่ล้อเล็กจังหวัดภูเก็ตได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราคาพลังงาน ซึ่งหากโครงการนี้สามารถประสบความสำเร็จย่อมเป็นที่แน่นอนว่าจะสามารถขยายผลสู่พื้นที่เมืองใหญ่อื่น ๆ ในประเทศได้อย่างแน่นอน 

การดัดแปลงรถยนต์โดยสารขนาดเล็กจากระบบสันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้านั้นจะช่วยลดมลภาวะจากภาคจราจรของรถโดยสารขนาดเล็กในจังหวัดภูเก็ต และยังช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานของผู้ประกอบการรถโดยสารขนาดเล็กในจังหวัดภูเก็ตได้อีกด้วย โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการส่งมอบรถโดยสารสี่ล้อไฟฟ้าต้นแบบคันแรกแก่ทางสหกรณ์สี่ล้อเล็กจังหวัดภูเก็ต

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้นอกจากตนและคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีผู้แทนจากกรมการขนส่งทางบก ผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ร่วมลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการดำเนินการโครงการดังกล่าว 

"การดำเนินการโครงการในครั้งนี้เกิดจากการศึกษาของคณะทำงานในกรณีดังกล่าว ที่คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้ตั้งขึ้น โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการส่งมอบรถโดยสารสี่ล้อไฟฟ้าต้นแบบคันแรกแก่ทางสหกรณ์สี่ล้อเล็กจังหวัดภูเก็ต ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จจะมีการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ อุดรธานี สงขลา เพื่อเพิ่มสัดส่วนของการใช้รถโดยสารสาธารณะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น และลดการปล่อยมลพิษลง" นายอัครเดชกล่าวในตอนท้าย

‘อัครเดช’ ดัน พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ เข้าสภาฯ หวังช่วยแก้ปัญหาต่างชาติดัมพ์ราคา – สินค้าไร้มาตรฐาน

‘อัครเดช’ ดัน ร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า เข้าสภาฯ ปกป้องผู้บริโภคไทย ส่งเสริม SME ไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

(4 ก.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ และประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตนในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ที่ตนเสนอจะเป็นการแก้ไขแทนร่างพระราชบัญญัติเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อให้กฎหมายตอบโจทย์กับความเปลี่ยนแปลงไปของสังคมในยุคปัจจุบัน โดยย้ำว่า การแข่งขันทางการค้าในปัจจุบันมีความสำคัญและส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ความเป็นอยู่ของพ่อแม่พี่น้องคนไทย โดยเฉพาะเมื่อเกิดการผูกขาดสินค้า

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ฉบับที่ตนเสนอนั้น มีเหตุผลสำคัญ 3 ประการที่เห็นว่าต้องมีการปรับปรุง ประกอบด้วย
1.การป้องกันและขจัดปัญหาความคลุมเครือของขอบเขตการบังคับใช้ของกฎหมาย กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจกระทำผิดกฎหมายนอกราชอาณาจักร แต่ผลการกระทำมีอิทธิพลต่อตลาดไทย ส่งผลต่อปัญหาในการลงโทษผู้กระทำผิด และปัญหาด้านการแข่งขันทางธุรกิจในประเทศไทยที่ส่งผลต่อการแข่งขันทางการค้า
2.การกำหนดอายุการฟ้องคดีที่ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน
3.ประเด็นคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าที่ไม่มีรายละเอียดเพียงพอ

นายอัครเดช ยกตัวอย่างปัญหาให้เห็นภาพชัดเจน เช่น การที่ผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาดัมพ์ราคาตลาดสินค้าหลากประเภทในประเทศไทย ซึ่งเป็นการทำลายผู้ประกอบการรายอื่นและผู้บริโภค นอกจากนี้เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ตนได้ไปตรวจเยี่ยมการตรวจตราสินค้าที่ด่านศุลกากรเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งได้เห็นความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ แต่ก็ยังมีสินค้าไร้ มอก. หลุดมาเสมอ แต่ก็มีทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม คอยตามจับกุม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ คือ ปัญหาหลักที่สะท้อนถึงการแข่งขันทางการค้าที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องการจะแก้ไขให้สามารถเอาผิดผู้ประกอบการต่างชาติได้ จะได้ไม่เกิดปัญหาเช่นนี้อีก

ประเด็นต่อมา คือ อายุความการดำเนินคดี โดยจะแก้ไขให้ปรับอายุความฟ้องร้องเป็น 3 ปี จากเดิมที่กำหนด 1 ปี เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงประเด็นการเผยแพร่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องหรือผู้มีส่วนได้เสียได้เข้าถึงคำวินิจฉัยอย่างละเอียด อันจะช่วยสร้างความโปร่งใส ความสุจริตให้มีมากขึ้น

นอกจากนี้จะมีการแก้ไขอำนาจของคณะกรรมการฯ และการเพิ่มผู้เชี่ยวชาญในด้านการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้า อันจะช่วยให้คณะกรรมการฯ มีความสามารถในการพิจารณาคดีมากขึ้น และสุดท้าย คือ รายงานประจำปีที่ต้องส่งให้คณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎร จะกำหนดให้ต้องเผยแพร่ต่อสาธารณชน เพื่อให้มีการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการฯ อันจะช่วยให้คดีต่าง ๆ ที่เข้าสู่คณะกรรมการฯ เป็นไปอย่างโปร่งใสมากขึ้น

“ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ที่ตนเสนอ มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขและมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องและประเทศชาติ รวมทั้งจะสอดคล้องกับสถานการณ์บริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะช่วยให้การแข่งขันทางการค้ามีประสิทธิภาพและเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการในประเทศไทยด้วย” นายอัครเดช กล่าว

‘อนุทิน’ ร่วมสวดศพบิดา ส.ส.อัครเดช พร้อมเผย!! ความผูกพันแน่นแฟ้น เอ่ยปาก!! เปิดดีล!! ขอลูกคุณพ่อ ย้ายมาอยู่ ‘ภูมิใจไทย’ เดี๋ยวดูแลเอง

เมื่อวานนี้ (27 ก.ย. 68)  ที่สำนักงานใหญ่บริษัทในเครือวงษ์พิทักษ์โรจน์ จ.ราชบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมไว้อาลัยและสวดอภิธรรมศพ คุณพ่อวุฒิพงศ์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ บิดาของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยคืนนี้เป็นการสวดอภิธรรมเป็นคืนที่ 4 และจะมีพิธีบรรจุศพในวันที่ 30 กันยายน นี้

นายอนุทิน ได้กล่าวกับผู้ที่ร่วมสวดอภิธรรมศพ ว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับ สส.อัครเดช มาหลายปีแล้ว สส.อัครเดชเป็นคนมีความวิริยะอุสาหะ ตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชน ตนมีความชื่นชมและศรัทธาในความขัยนขันแข็งของท่าน ยิ่งไปกว่านั้นการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ทำหน้าที่ได้ดีเป็นดาวสภา

“เราผูกพันกัน สส.มุ่ง ก็เป็นคู่กับน้องเขยผม ภรรยาของ สส.มุ่ง ก็เป็นเพื่อนกับน้องสาวแท้ๆของผม ก็มีสายใยความผูกพันธ์ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดมา ผมต้องขอบคุณชาวราชบุรีที่เลือก สส.มุ่งไปเป็นผู้แทนของท่าน และต้องขอกราบขอบคุณทุกท่านจริงๆที่ในฐานะที่เขาทำหน้าที่แทนท่าน เขาได้เป็นผู้ที่ไว้วางใจให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องขอบคุณจริงๆ“นายอนุทินระบุ

นายอนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า “เมื่อสักครู่ตนได้กราบคุณพ่อ สส.มุ่งไปแล้ว ก็ได้ส่งจิตไปบอกคุณพ่อว่า คุณพ่อครับ ขอเถอะครับ ขอลูกคุณพ่อมาอยู่ภูมิใจไทยเถอะครับ ถ้าคุณพ่อเห็นด้วย ก็ขอให้ผมลุกขึ้นยืนไหว เพราะผมคุกเข่ากราบขอท่าน แล้วผมก็ลุกขึ้นยืนขึ้นมาได้ทันที ก็แปลว่าคุณพ่ออนุญาตแล้ว เมื่อคุณพ่ออนุญาตแล้ว ผมก็บอกเดี๋ยวผมดูแล สส.มุ่งเอง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top