Thursday, 4 June 2026
อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ

‘นิด้าโพล’ ชี้!! ‘อภิสิทธิ์’ เหมาะนั่งหัวหน้าพรรค ปชป. ผลโหวตประชาชน เผย ค้าน ปชป.ร่วมรัฐบาลเพื่อไทย

(13 ส.ค. 66) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “เรื่องวุ่น ๆ ของพรรคประชาธิปัตย์” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับเรื่องวุ่น ๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ ‘นิด้าโพล’ สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจ เมื่อถามประชาชนถึงการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่มีสิทธิเลือกตั้ง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 58.63 ระบุว่า ไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์, รองลงมา ร้อยละ 31.91 ระบุว่า เคยเลือก แต่ไม่ได้เลือกในการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค. 2566, ร้อยละ 9.31 ระบุว่า เคยเลือก รวมถึงในการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค. 2566 และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ยังไม่เคยไปเลือกตั้งเลย

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 37.48 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อันดับ 2 ร้อยละ 24.43 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย, อันดับ 3 ร้อยละ 9.85 ระบุว่าเป็น ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้), อันดับ 4 ร้อยละ 4.27 ระบุว่าเป็น น.ส.วทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์), อันดับ 5 ร้อยละ 3.05 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, อันดับ 6 ร้อยละ 2.90 ระบุว่าเป็น ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, อันดับ 7 ร้อยละ 2.67 ระบุว่าเป็น นายอลงกรณ์ พลบุตร, อันดับ 8 ร้อยละ 1.76 ระบุว่าเป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, อันดับ 9 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น นายนราพัฒน์ แก้วทอง ขณะที่ร้อยละ 1.46 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, นายเดชอิศม์ ขาวทอง, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข และนายสาธิต ปิตุเตชะ และร้อยละ 10.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุด เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชน หากพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.96 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, รองลงมา ร้อยละ 19.54 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 18.70 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 16.18 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.62 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

‘เทพไท’ เผยจุดยืน!! ‘อภิสิทธิ์’ หลังกินข้าว สวัสดีปีใหม่ ค้าน!! ‘กาสิโน’ เสียดาย ไร้พรรคหลัก สู้กับระบอบทักษิณ

(18 ม.ค. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเผยจุดยืนทางการเมืองของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีเนื้อหาดังนี้  

ได้มีโอกาสนัดเพื่อนๆ รับประทานอาหารเที่ยงกับคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในโอกาสช่วงปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ ได้นำกาแฟเทพไท ไปมอบให้ท่านเป็นของขวัญปีใหม่ด้วย

ในระหว่างรับประทานอาหาร ได้มีโอกาสพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งพอจะสรุปจุดยืนของท่านอภิสิทธิ์ได้ดังนี้

1.ไม่สนับสนุนนโยบายสร้างสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment complex)ของรัฐบาล

2.ไม่มีแนวความคิดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ และไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด แม้ว่ามีเสียงสนับสนุน และเรียกร้องให้จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาต่อสู้ทางการเมืองจำนวนมาก

3.ไม่ขอให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะการแถลงข่าว หรือยืนให้สัมภาษณ์ในทุกกรณี

4.ยังรับเชิญเป็นวิทยากรให้กับรายการต่างๆ เพื่อแสดงความเห็นทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

5.ยังรับเชิญเป็นผู้บรรยายพิเศษ ให้กับ สถาบันการศึกษา หน่วยงาน องค์กร และโครงการหลักสูตรพิเศษ ฯลฯ

6.ยังรับเชิญเป็นองค์ปาฐกถา วิทยากร ในการสัมมนา เสวนาทางวิชาการ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา

7.เสียดายโอกาสของฝ่ายต่อต้านระบอบทักษิณ ที่ยังไม่มีพรรคการเมืองหลัก ในการต่อสู้ทางการเมืองอย่างเข้มแข็ง และเป็นรูปธรรม

8.ยังให้ความสนใจ และติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด

จึงขออนุญาตนำมาเล่าให้กับแฟนคลับของคุณอภิสิทธิ์ และคอการเมืองได้รับทราบถึงความเคลื่อนไหวของคุณอภิสิทธิ์บ้างไม่มากก็น้อย

'นิพิฏฐ์' สะกิด 'อภิสิทธิ์' อย่าเพิ่มกำลังให้ศัตรู หลังเตรียมไปพัทลุงหาเสียง นายกอบจ. ให้คู่แข่งพรรค ปชป.

(28 ม.ค.68) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กข้อความว่า ศึกนี้ผมไม่รบ ทราบว่า พรุ่งนี้ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะมาปราศรัยให้ผู้สมัครนายกฯอบจ.ท่านหนึ่ง ที่จ.พัทลุง

ท่านอภิสิทธิ์ ก็ทราบแล้วว่าผมทราบเรื่องนี้แล้ว และท่านก็ท่านทราบแล้วว่าผมคงจะเสียใจ เพราะผมอยากให้ท่านเป็นกลาง ทุกคนสมัครอิสระ ให้คนพัทลุงเขาแข่งขันกันเองดีกว่า มีคนโทรไปห้ามท่านแล้วแต่ท่านก็จะมา ผมไม่โกรธท่านหรอก ใจผมเลยจุดนั้นไปนานแล้ว ผมเคารพการตัดสินใจของท่าน แต่ท่านคงลืมอะไรไป 3-4 เรื่อง

1.ผู้สมัครนายกอบจ. ที่ท่านจะมาช่วยปราศรัยนั้น เขาลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว และ ไปขอสมัครลงในนามพรรคประชาชน แต่พรรคประชาชนไม่รับ เขาจึงลาออกจากพรรคประชาชน แล้วมาสมัครอิสระ แต่ความจริงไม่อิสระหรอก มีพรรคการเมืองหนึ่งเป็น 'อีแอบ' หนุนหลังอยู่ และประกาศว่าจะทำการเมืองสีขาว ถ้าพรรคนี้ทำการเมืองสีขาว แล้วคนพัทลุงยังเชื่ออีกก็น่าหัวเราะล่ะ

2.ท่านอภิสิทธิ์ ไม่ควรมาหรอก แม้ท่านประกาศว่า บัดนี้ ท่านไม่สังกัดพรรคใด ๆ แล้ว และท่านประกาศจะสังกัดพรรคเดียวเท่านั้น คือ ประชาธิปัตย์ แต่อย่าลืมว่า พัทลุงมีสส.ประชาธิปัตย์ 2 คน ถ้าท่านมาปราศรัยก็เท่ากับท่านเพิ่มกำลังให้กับพรรคหนึ่ง ซึ่งเคยต่อสู้กันมาอย่างหนักหน่วง แล้วน้อง ๆ ที่เขาเป็นสส.ประชาธิปัตย์ เขาจะรู้สึกอย่างไร

3.เชื่อผมเถอะ วันที่ท่านอภิสิทธิ์ มาปรากฏกายที่พัทลุง ท่านจะถูกห้อมล้อมด้วยคนจากพรรคอื่น ซึ่งเคยต่อสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่มีคนประชาธิปัตย์ห้อมล้อมให้กำลังใจท่าน ดอกกุหลาบ หรือดอกไม้ที่ยื่นให้ท่านมาจากมือของคนที่ไม่เคยหยิบยื่นให้ท่านเลย เสียงตะโกนเชียร์มาจากปากของคนที่เคยก่นด่าท่าน คนที่รักท่านต่างหลั่งน้ำตา ด้วยความเสียใจ

4.ผมเข้มแข็งพอที่จะไม่น้อยใจ ผมกรำศึกแบบนี้มายาวนาน ผมเคยเป็นขุนพลข้างกายท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ ณ เวลานี้ สิ่งที่ผมต่างจากอดีตแม่ทัพของผม คือ “ผมไม่เพิ่มกำลังให้ศัตรู” ผมไม่ทรยศอดีตแม่ทัพ แต่ศึกครั้งนี้ ผมไม่ชักกระบี่สู้ตามแม่ทัพ

ชัดเจน… ‘เฉลิมชัย’ ทิ้งประชาธิปัตย์แล้ว แต่พร้อมหนุนช่วย ‘อภิสิทธิ์’ นั่งหัวหน้าพรรค

(24 ก.ย. 68) สมชาย โล่สถาพรพิพิธ (โกหน่อ) อดีต สส.ตรัง บ้านใหญ่อีกหลัง เปิดเผยถึงการพบกับเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ โดยระบุว่า ได้คุยกับเฉลิมชัย 3 เรื่อง 1.จะยังอยู่ประชาธิปัตย์ต่อไปหรือไม่ 2.อนาคตทางการเมือง ยังจะเดินหน้าต่อ หรือพอแค่นี้ และ 3 ถ้าเดินหน้าต่อจะอยู่พรรคไหน

โกหน่อ บอกว่า คำตอบข้อที่ 1 คือ ไม่อยู่ประชาธิปัตย์แล้ว แต่จะช่วยให้จัดการเลือกหัวหน้าพรรคให้เรียบร้อยในวันที่ 18 ตุลาคม

“ดูท่าทีของคุณเฉลิมชัย หนุนช่วยคุณอภิสิทธิ์อยู่นะ”

คำตอบข้อที่ 2 ยังจะเล่นการเมืองต่อไหม คำตอบคือ ขอเวลาอีก 1 อาทิตย์ เพื่อพบกับ สส.ของพรรคทุกคน เพื่อสอบถามว่า ทุกคนมีที่อยู่ที่ไปหรือไม่อย่างไร ถ้าทุกคนมีที่อยู่ที่ไปเรียบร้อย ก็จะเลิกเล่นการเมือง

ข้อที่ 3 ถ้าเล่นการเมืองต่อ ก็มีทางเลือกอยู่สองพรรค ไม่ภูมิใจไทย ก็พรรคกล้าธรรม แต่แนวโน้มมาทางภูมิใจไทยมากกว่า

โกหน่อ กล่าวถึงตัวเองว่า ส่วนตัวสนับสนุนอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค เพราะเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ นำพาพรรคต่อไปได้

เมื่อถามว่า โกหน่อยังจะอยู่ประชาธิปัตย์ต่อไปไหม ถ้าอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค โกหน่อ กล่าวว่า ถ้าผมอยู่ผมมีเงื่อนไขว่า ต้องไม่มีสาทิตย์ วงค์หนองเตย อยู่ ถ้าสาทิตย์อยู่ ผมก็ไม่อยู่ เวลาเราทะเลาะกันไม่มีใครรู้ ไม่มีใครมาช่วยเจรจา จึงอยู่ร่วมกันไม่ได้

โกหน่อย้ำชัดว่า ถ้าพรรคเลือกสาทิตย์ พวกผมก็ไปอยู่ภูมิใจไทย “ไม่ใช่ว่า เฉลิมชัยไปไหน ผมไปนั้นนะ เช่น ถ้าเฉลิมชัยไปกล้าธรรม และมีนายกฯ ชายอยู่ด้วย ผมคงจะเข้าไปยาก เพราะหน่อให้กว่าต้น

รายการข่าวแจ้งว่า พรุ่งนี้เฉลิมชัยนัดพบกับอภิสิทธิ์ เพื่อแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการถึงการสนับสนุนให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ข้อเสนอปฏิรูปพรรค!! เพื่อการฟื้นฟู เรียก!! ‘ศรัทธา’ คืนมา นโยบาย ภาพลักษณ์ และโครงสร้างพรรค ต้องปรับด่วน

(27 ก.ย. 68) ข้อเสนอเชิงวิชาการเพื่อการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ให้ฟื้นฟูกลับมา เรียกศรัทธาคืนจากประชาชนในยุคผู้บริหารชุดใหม่ บนสมมุติฐานว่า ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค

โจทย์ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ต้องเผชิญ เพราะพรรคเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยกำลังสูญเสียทั้งฐานเสียง ประวัติศาสตร์ และความศรัทธาของประชาชนไปทีละน้อย รุนแรง และรวดเร็วอย่างไม่คาดคิด จน 'เฉลิมชัย ศรีอ่อน' ต้องตัดสินใจสละตำแหน่งหัวหน้าพรรคออกไป

แนวทางการ ‘ปฏิรูป/ปรับปรุง’ พรรคประชาธิปัตย์

1. ด้านภาพลักษณ์ (Branding & Image)
สร้างเอกลักษณ์ใหม่: จากภาพ 'พรรคเก่าแก่-อนุรักษ์นิยม' ไปสู่ “พรรคสมัยใหม่-โปร่งใส-ทันโลก” หรืออาจจะเรียกว่า พรรคประชาธิปัตย์ใหม่

ใช้สื่อดิจิทัลจริงจัง: ทีมโซเชียลมีเดียต้องมืออาชีพ ไม่ใช่แค่ประชาสัมพันธ์ แต่ต้อง Engage กับคนรุ่นใหม่ และสมาชิกพรรค ให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ อุดมการณ์ นโยบายของพรรค ความคืบหน้า ก้าวหน้าใหม่ๆ ต้องสื่อสารให้สังคมเข้าใจอย่างไม่ชักช้า

รีแบรนด์สีและสัญลักษณ์: ทำให้ภาพลักษณ์แตกต่างจากเดิม เช่น พรรคแรงงานอังกฤษเคยปรับจาก “อนุรักษ์-แรงงานแบบดั้งเดิม” สู่ภาพที่สดใหม่

2. ด้านนโยบาย (Policy Platform) วางจุดขายชัดเจน ไม่แข่งประชานิยมอย่างเดียว แต่ต้องเป็น “พรรคที่มีความรู้-นโยบายปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพ้อฝัน แต่อธิบายได้

นโยบายจับต้องได้: เช่น เศรษฐกิจฐานรากทันสมัย (Smart Farmer, Digital SME), สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด (Clean Energy), การศึกษาเชื่อมตลาดแรงงาน เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่: สร้าง “Think Tank” ภายในพรรค ให้คนรุ่นใหม่คิดนโยบายโดยตรง ไม่ผ่านกรอบเก่าๆ ง่ายๆ คืออย่าไปวางกรอบครอบงำคนรุ่นใหม่ ปล่อยให้เขาคิดอย่างเสรี ผู้ใหญ่ก็รับฟังอย่างตั้งใจ เพื่อนำไปปรับเปลี่ยน

3. ด้านบุคคล/ทีมบริหาร (Leadership & Team)
ต้องลดภาพ “การเมืองตระกูล-การเมืองรุ่นเก่า” เปิดทางให้ Gen X / Gen Y ก้าวขึ้นมาเป็นแกนกลาง อันจะเป็นแนวทางสร้างคนรุ่นใหม่ สร้างรอยต่อสานต่ออุดมการณ์ของพรรค ไม่ให้ขาดช่วงบุคลากร

รักษาฐานเก่า-เสริมคนใหม่: คนอย่าง ชวน หลีกภัย / บัญญัติ บรรทัดฐาน ควรอยู่ในฐานะ “ผู้อาวุโสที่ให้คำปรึกษา” ไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทาง บงการ หรือสั่งการ

แสวงหาคนรุ่นเข้ามา กล้าเดินเข้าไปดันค้นหาชักชวน ดันดาวรุ่งให้ชัดเจน ทายาทการเมืองท้องถิ่นที่มีศักยภาพ, คนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ-ใต้ ให้มีบทบาทนำ

ผสมผสานทีมมืออาชีพดึงนักเศรษฐศาสตร์ นักสิ่งแวดล้อม นักธุรกิจเทคโนโลยีเข้ามา ไม่ใช่แค่นักการเมืองสายอาชีพ เทคโนแครตเฉพาะด้านต้องเข้ามา อย่างการกระจายอำนาจที่เคยเป็นจุดเด่นของพรรค ทุกวันนี้ใครรู้จริง และอธิบายได้ มองไม่เห็น

4. โครงสร้างภายในพรรค (Party Reform)
ประชาธิปไตยในพรรคต้องเกิดขึ้นจริงๆ เปิดให้สมาชิกโหวตเลือกหัวหน้า/กรรมการบริหารอย่างโปร่งใส ไม่ใช่เกิดจากการล็อบบี้จนเกินงาม

สร้างระบบ Talent Pool: คัดสรรและฝึกอบรมคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมืองในนามพรรค (เหมือนที่พรรคการเมืองยุโรปทำ) อาจจะการรื้อฟื้นโรงเรียนการเมืองขึ้นมาทำใหม่ ฝึกผู้นำคนรุ่นใหม่อย่างเอาจริงเอาจัง มีหลักสูตรใหม่ๆ ขึ้นมาจัดอบรม

เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ประชาธิปัตย์ ต้องไม่ใช่พรรคคนใต้ ไม่ใช่พรรค กทม. หรือพรรคภาคใต้เท่านั้น ต้องกระจายคนทำงานไปทุกภูมิภาค ภาคอีสานคือฐานใหญ่ด้วยจำนวนประชากร

สรุปสั้น ๆ:
 -สร้างภาพลักษณ์ใหม่ → ทันสมัย โปร่งใส
 -นโยบายใหม่ → Practical + ตอบโจทย์อนาคต
 -คนใหม่ → ดาวรุ่ง + มืออาชีพเข้ามามีบทบาทจริง
 -โครงสร้างใหม่ → พรรคเปิดกว้าง มีส่วนร่วมจริง

มีคำถามว่า….จุดอ่อนที่คนมักมองว่า ‘ประชาธิปัตย์’ ดีแต่พูด แต่ทำจริงน้อย หรือไม่ทำ’ + ‘ส่งใครก็ได้ลงเลือกตั้ง’ จนเสียศรัทธาไปมาก ‘กรณีเสาไฟฟ้า’

ถ้าจะ ‘ฟื้นภาพลักษณ์’ ต้องแก้เพิ่มจากที่ผมสรุปไปก่อนหน้า โดยเฉพาะจุดเจ็บพรรคเอง 

สิ่งที่ ปชป. ต้องปรับเพิ่ม

1. วัฒนธรรมการเมืองภายในพรรค
-เลิกระบบ “เสาไฟฟ้า” ต้องยุติการส่งผู้สมัครแบบใช้แบรนด์พรรคค้ำอย่างเดียว ต้องคัดคนที่มีโปรไฟล์-ผลงาน-เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่นจริง ๆ
-ปรับโครงสร้างคัดเลือกผู้สมัคร ตั้ง “คณะกรรมการสรรหา” ที่เปิดรับสมัคร + ประชุมรับฟังความเห็นคนพื้นที่ ไม่ใช่ล็อกไว้แค่คนของผู้ใหญ่ สืบทอดทายาททางการเมือง แต่ขาดคุณภาพ

-ความรับผิดชอบ ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้ ต้องมี mechanism ที่ชัดเจน เช่น ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร หรือลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองอย่างมีสปิริต ทำให้เห็น

2. สื่อสารตรงไปตรงมา (Communication)เลิกแนว “พูดสวย แต่เลื่อนลอย” ต้องพูดสั้น กระชับ แล้วทำให้เห็นผล

ตั้ง KPI รายปีของพรรค เช่น “เราจะผลักดันกฎหมาย A, แก้ปัญหา B” แล้วรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนทุก 6 เดือน ทำไม่ได้อย่างที่พูด มีกติกากำหนดความรับผิดชอบ

ใช้ Fact-checking เชิงบวก ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามที่หาเสียง พรรคต้อง “รายงานต่อสังคม” ว่าใครผิดสัญญา พรรคไหนหาเสียงไว้แล้วทำไม่ได้ แต่เทคนิคการหาเสียง

3. เปลี่ยนจากพรรคของคนรุ่นเก่า (อนุรักษ์)เป็นพรรคอนุรักษ์นิยมใหม่พรรคที่มีชีวิตชีวา

เลิกการเมืองแบบ “คลับเก่า” ที่วนเวียนอยู่กับแกนนำเดิมๆ สร้างคนหน้าใหม่ให้เป็นตัวจริง เช่น เปิดตัว 10–15 คนรุ่นใหม่ในสภา/ท้องถิ่น ให้คนเห็นว่าพรรคนี้ไม่ได้หมดไฟรอเวลาตายซาก สิ้นตำนานพรรคใหญ่ สถาบันทางการเมือง

ทำ Political Incubator เหมือนโรงเรียนการเมืองพรรค ที่เปิดให้คนหนุ่มสาว นักกิจกรรม องค์กรท้องถิ่น เข้ามาเป็น pipeline

4. ความเชื่อมโยงกับประชาชน (Grassroots Connection)
ลงพื้นที่จริงแบบมีเป้าหมาย ไม่ใช่ลงไปแจกใบปลิว แต่ไปทำงานร่วมกับชุมชน เช่น โครงการเล็ก ๆ (น้ำเสีย, เกษตร, การศึกษา) ที่ทำได้จริงในเขต ลงชุมชนจัดอบรม สัมมนาให้ความรู้ใหม่ๆ

เน้นความใกล้ชิด ผู้สมัคร/ส.ส. ต้องเป็น “ตัวแทน” ของประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่ “ตัวแทนพรรค-กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองที่ถูกส่งมา

5. เลิกวาทกรรมเก่าประชาชนเบื่อคำว่า “เราเป็นพรรคประชาธิปไตยที่เก่าแก่ที่สุด” หรือ “เราไม่โกง” หรือสถาบันทางการเมืองที่หลายพรรคเริ่มใช้

ต้องเปลี่ยนเป็น “เราแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เร็วกว่า” หรือ “เราเสนอสิ่งที่รัฐบาลนี้ไม่กล้าทำ”

ถ้าให้สรุปอีกชั้น
-เลิกใช้ “เสาไฟฟ้า” คัดคนจริง คนทำงานจริง มีความรู้ความสามารถจริง ไม่เล่นพรรคเล่นพวก ส่งทายาทมาสืบทอดทางการเมือง โดยคนไม่มีคุณภาพเพียงพอ (ถ้าดี มีคุณภาพ ก็ไม่ว่ากัน ผ่านการกลั่นกรองจากกรรมการสรรหาจริง)

จาก “พรรคพูด” → ไปสู่ “พรรคทำ-รายงานผล”
จาก “ภาพเก่า” → ไปสู่ “พรรคมีชีวิตชีวา มีดาวรุ่ง”
จาก “วาทกรรมเก่า” → ไปสู่ “สารที่ตรงกับปัญหาประชาชน”

ลองวาง “ภาพรีแบรนด์ใหม่” ของพรรคประชาธิปัตย์ (สมมติฐาน) ให้เห็นชัด ๆ กันเลย

ภาพลักษณ์ใหม่ (Brand Identity) สโลแกนใหม่:
เช่นเดิม: “เรามีอุดมการณ์ เราไม่โกง” มันเป็นแค่ defensive
ใหม่: “คิดใหม่ ทำจริง เพื่อคนไทยทุกคน” เป็นต้น ควรมีนักคิดให้สอดคล้องกับทิศทาง/แนวทางของพรรค

• โทนสี/สัญลักษณ์:
• จากสีฟ้าบาง เป็นสีฟ้าเข้มแบบอนุรักษ์ เพิ่ม ฟ้า-ขาว เน้นความโปร่งใส ทันสมัย สดใส

โลโก้ควรมีเส้นโค้ง/เอาวงกลมกลับมา สื่อถึง “ความร่วมมือ-เปิดกว้าง” ไม่ใช่ลอยๆ ตามที่ปรับแก้ใหม่ ไม่มีวงกลม

นโยบายเด่น (Policy Platform)

-เศรษฐกิจ: พรรคของ SME และเกษตรสมัยใหม่ → Digital SME Fund, Smart Farmer Academy

-สิ่งแวดล้อม: ผลักดัน Clean Air Act และ พลังงานสะอาด ให้เป็น agenda หลัก

-เยาวชน/แรงงานรุ่นใหม่: กองทุน reskill คนวัยทำงาน + Start-up support สำหรับคนรุ่นใหม่

ท้องถิ่น: Local First Policy → งบตรงถึงท้องถิ่นให้จัดการเอง ไม่ต้องผ่านระบบราชการส่วนกลาง (กระจายอำนาจจริง ไม่กั๊ก ไม่หวงอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง

ทีมบุคคล (Leadership Mix)
 -อาวุโส: ชวน / บัญญัติ → “ที่ปรึกษาพรรค” (Symbolic elder statesmen)
 -รุ่นกลาง: เช่น สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นิพนธ์ บุญญามณี → เป็น “กุนซือ” ไม่ใช่ตัวนำ
-ดาวรุ่ง เปิดตัวเป็น “หน้าใหม่ทีมปฏิรูปพรรค” อย่างน้อย 10 คน
-คนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ
-นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ/สิ่งแวดล้อม
-ผู้นำท้องถิ่น/NGO ที่มีเครดิต
 -หัวหน้าพรรค: ควรเป็นคนรุ่นกลางที่มีภาพ “สะอาด + ทันสมัย” ไม่ใช่สายเก่าเต็มตัว

วิธีสื่อสาร (Communication Strategy)
-ลงพื้นที่ + ทำจริง → เช่น ประกาศนโยบาย “Clean Canal Bangkok” แล้วลงมือทำ pilot project ทันที
-Digital-first Party → พรรคต้องเล่น TikTok, Reels, X, Podcast ,เพจ,เว็บไซต์ ให้เหมือน start-up มากกว่าพรรคเก่า
-รายงานผลทุก 6 เดือน → ตั้งระบบ “Dems Report Card” ให้ประชาชนเช็กได้ว่า พรรคทำตามที่พูดแค่ไหน (Re-check)

ภาพทีม/แคมเปญ
-โปสเตอร์ทีมใหม่: คนรุ่นใหม่ยืนแถวหน้า อาวุโสยืนแถวหลัง → สื่อว่า “ส่งไม้ต่อแล้ว”
• คีย์เมสเสจ:
1.เราไม่ใช่พรรคเก่า → เราเป็น พรรคเก่าแก่ที่รีสตาร์ทแล้ว
2.ไม่ใช่แค่พูด → ทุกนโยบายต้องมีโครงการนำร่องทันที
3.พรรคที่ใครก็เข้ามาได้ → Talent-based Party ใครมีผลงาน-ได้ขึ้นนำ

ถ้าทำแบบนี้ ภาพที่สื่อออกมาจะเปลี่ยนจาก “พรรคเก่าแก่ที่หมดไฟ” → ไปเป็น “พรรครีสตาร์ท ที่พร้อมเป็นทางเลือกจริง”

ยาวหน่อย แต่เป็นข้อเสนอที่ผ่านการศึกษากึ่งวิจัยมาแล้ว อ่านมามาก ฟังมามาก จนตกผลึกนำมาเขียนสรุปเป็นข้อเสนอสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ในยุค ‘ปฏิรูป’

‘นิพิฏฐ์’ ชี้!! มีสัญญาณที่ดี เดินหน้า!! ‘ประชาธิปัตย์’ สู่พรรคหลักของประเทศ วางใจ!! ‘ชวน – อภิสิทธิ์’ นำทัพเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยึดสุจริต เพื่อฟื้นศรัทธา

(27 ก.ย. 68)  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กว่า …

ทิศทางที่ดี!!

3-4 วันนี้ ผมได้คุยกับผู้ที่ ‘ยังรัก’ และผู้ที่ ‘เคยรัก’ พรรคประชาธิปัตย์

ทั้งสส.และอดีตสส.ทุกคนมีความเห็นไปในทางเดียวกันเพื่อฟื้นพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาให้เป็นพรรคหลักในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

ทุกคนต่างยอมถอย 1 ก้าว เพื่อเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มีผู้ใหญ่ที่เคยสร้างพรรคประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นที่ปรึกษา มีคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง ไม่ก้าวร้าว เป็นโซ่ข้อกลางเข้ามารับภาระของบ้านเมือง

เราเชื่อว่า การเปลี่ยนโลกต้องรู้จักโลกเสียก่อน

เราเชื่อว่า การเดินไปข้างหน้าต้องมีแผนที่ที่ถูกต้อง การมีแผนที่ผิดพลาดจะเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองยิ่งกว่าการไม่มีแผนที่ในมือ

เราเชื่อว่า การสร้างการเมืองที่สุจริตเท่านั้น จึงจะเป็นความหวังของประเทศ ให้คนรุ่นใหม่ได้อาศัยอย่างเป็นสุข

เราจึงหวังว่า ต่อไปนี้ ทุกคนจะใส่เสื้อสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์กันทั่วประเทศ เพื่อประกาศว่า เราคือผู้กล้าหาญ เราคือผู้ที่เข้มแข็ง ที่จะสร้างการเมืองที่ดีให้กับประเทศนี้

ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นการนำของ นายชวน หลีกภัย และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นผู้นำในการฟื้นฟูพรรคในครั้งนี้

กระผมเป็นเพียงคนนอก มิได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยินดีให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

อดีต สส.อรอนงค์ โพสต์เฟซบุ๊กดีใจ ได้คัมแบ็ก ‘พรรคประชาธิปัตย์’ อีกครั้ง

(3 ต.ค. 68) น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อยากตะโกนดังๆ ดีใจโว๊ยยย! ได้กลับบ้านแล้ว” พร้อมภาพยืนถือใบสมัครที่หน้าป้ายพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคไปตั้งแต่ปลายปี 2566

โดย น.ส.อรอนงค์ ลาออกจากพรรคเพียง 2 วันหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากสมาชิกพรรค ขณะที่การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการกลับเข้าสู่พรรคเดิมเพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจและการทำงานของพรรคอีกครั้ง

ด้าน น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ อดีต สส. ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดีต่อการกลับมาของอดีต สส. และอดีตรัฐมนตรี พร้อมเชิญชวนผู้มีคุณสมบัติสมัครเป็นสมาชิกพรรคและโหวตเตอร์ เพื่อร่วมเป็นพลังสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ และร่วมผลักดันพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาเป็นพลังต่อบ้านเมือง

‘พีระพันธุ์’ จัดไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับ ‘อภิสิทธิ์’ ดึง ‘ป้าจุรี’ ดาวติ๊กต๊อก เสริมทัพออนไลน์ สะท้อนทิศทางใหม่ของนักการเมืองไทย ลงมาสื่อสารผ่านโลกโซเชียลมีเดียเอง

(22 ต.ค. 68) ในยุคที่การสื่อสารก้าวข้ามจากยุคสื่อเก่าสู่ยุคสื่อใหม่ ทุกวงการต้องมีการปรับตัวขนานใหญ่เพื่อรับมือกับยุคใหม่แห่งการสื่อสาร รวมถึงวงการการเมืองด้วย ที่เหล่านักการเมืองที่อยู่มานานแค่ไหนก็ต้องปรับตัว 

ล่าสุด ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้ที่อยู่ในวงการการเมืองมาเกือบ 20 ปี ได้มาร่วมไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับผ่านติ๊กต๊อก เพื่อเพิ่มการสื่อสารในโลกยุคสื่อใหม่ ผ่านการพูดคุยแบบชัดเจนตรงไปตรงมาอันเป็นเอกลักษณ์ของหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

หรือประชาธิปัตย์ที่หลังการปรับทัพใหม่โดยแม่ทัพหน้าเก่าคนดีคนเดิมอย่าง ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ก็ได้มีการแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคด้านการสื่อสารอย่าง ‘จุรี นุ่นแก้ว’ หรือป้าจุรี ดาวติ๊กต๊อกคนดังแดนด้ามขวาน สะท้อนภาพรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคสื่อใหม่ได้อย่างชัดเจน

ต่อไปเราจะเห็นภาพนักการเมือง วงการการเมือง ปรับตัวอย่างไรบ้าง ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูต่อไปในอนาคต

‘ประชาธิปัตย์’ ถึงเวลากู้ศรัทธาคืน สลัดภาพ “พรรคเก่าแก่-อนุรักษ์นิยม” สู่ “พรรคสมัยใหม่-โปร่งใส-ทันโลก” หนุนคนรุ่นใหม่ นโยบายจริงจัง สื่อสารตรงไปตรงมา

ข้อเสนอแนวปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อการฟื้นฟู เรียกศรัทธาคืนมา
ผม #นายหัวไทร เคยเขียนข้อเสนอเชิงวิชาการเพื่อการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ให้ฟื้นฟูกลับมา เรียกศรัทธาคืนจากประชาชนในยุคผู้บริหารชุดใหม่ ก่อน“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”จะได้รับเลือกกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค

ขออนุญาตนำมาเสนอซ้ำ เผื่อบางคนในกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ยังไม่เห็น ยังไม่ได้อ่าน
โจทย์ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ต้องเผชิญ เพราะพรรคเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยกำลังสูญเสียทั้งฐานเสียง ประวัติศาสตร์ และความศรัทธาของประชาชนไปทีละน้อย รุนแรง และรวดเร็วอย่างไม่คาดคิด จน “เฉลิมชัย ศรีอ่อน”ต้องตัดสินใจสละตำแหน่งหัวหน้าพรรคออกไป

แนวทางการ “ปฏิรูป/ปรับปรุง” พรรคประชาธิปัตย์
1. ด้านภาพลักษณ์ (Branding & Image)
สร้างเอกลักษณ์ใหม่: จากภาพ “พรรคเก่าแก่-อนุรักษ์นิยม” ไปสู่ “พรรคสมัยใหม่-โปร่งใส-ทันโลก” หรืออาจจะเรียกว่า พรรคประชาธิปัตย์ใหม่ ซึ่งอภิสิทธิ์บอกว่า เป็นพรรคแนวเสรีนิยม
ใช้สื่อดิจิทัลจริงจัง: ทีมโซเชียลมีเดียต้องมืออาชีพ ไม่ใช่แค่ประชาสัมพันธ์ แต่ต้อง Engagement กับคนรุ่นใหม่ และสมาชิกพรรค ให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ อุดมการณ์ นโยบายของพรรค ความคืบหน้า ก้าวหน้าใหม่ ๆ ต้องสื่อสารให้สังคมเข้าใจอย่างไม่ชักช้า
รีแบรนด์สีและสัญลักษณ์: ทำให้ภาพลักษณ์แตกต่างจากเดิม เช่น พรรคแรงงานอังกฤษเคยปรับจาก “อนุรักษ์-แรงงานแบบดั้งเดิม” สู่ภาพที่สดใหม่

2. ด้านนโยบาย (Policy Platform) วางจุดขายชัดเจน ไม่แข่งประชานิยมอย่างเดียว แต่ต้องเป็น “พรรคที่มีความรู้-นโยบายปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพ้อฝัน แต่อธิบายได้
นโยบายจับต้องได้: เช่น เศรษฐกิจฐานรากทันสมัย (Smart Farmer, Digital SME), สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด (Clean Energy), การศึกษาเชื่อมตลาดแรงงาน เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่: สร้าง “Think Tank” ภายในพรรค ให้คนรุ่นใหม่คิดนโยบายโดยตรง ไม่ผ่านกรอบเก่า ๆ ง่าย ๆ คืออย่าไปวางกรอบครอบงำคนรุ่นใหม่ ปล่อยให้เขาคิดอย่างเสรี ผู้ใหญ่ก็รับฟังอย่างตั้งใจ เพื่อนำไปปรับเปลี่ยน

3. ด้านบุคคล/ทีมบริหาร (Leadership & Team)
ต้องลดภาพ “การเมืองตระกูล-การเมืองรุ่นเก่า” เปิดทางให้ Gen X / Gen Y /Gen Z ก้าวขึ้นมาเป็นแกนกลาง อันจะเป็นแนวทางสร้างคนรุ่นใหม่ สร้างรอยต่อสานต่ออุดมการณ์ของพรรค ไม่ให้ขาดช่วงบุคลากร
รักษาฐานเก่า-เสริมคนใหม่: ใช้แนวคิด 3 ข. (ขยี้ ขยับ ขยาย) คนอย่าง ชวน หลีกภัย / บัญญัติ บรรทัดฐาน ควรอยู่ในฐานะ “ผู้อาวุโสที่ให้คำปรึกษา” ไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทาง บงการ หรือสั่งการ
แสวงหาคนรุ่นเข้ามา กล้าเดินเข้าไปค้นหาชักชวน ดันดาวรุ่งให้ชัดเจน ทายาทการเมืองท้องถิ่นที่มีศักยภาพ, คนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ-ใต้ ให้มีบทบาทนำ
ผสมผสานทีมมืออาชีพดึงนักเศรษฐศาสตร์ นักสิ่งแวดล้อม นักธุรกิจเทคโนโลยีเข้ามา ไม่ใช่แค่นักการเมืองสายอาชีพ เทคโนแครตเฉพาะด้านต้องเข้ามา อย่างการกระจายอำนาจที่เคยเป็นจุดเด่นของพรรค ทุกวันนี้ใครรู้จริง และอธิบายได้ มองไม่เห็นตัวบุคคล

4. โครงสร้างภายในพรรค (Party Reform)ประชาธิปไตยในพรรคต้องเกิดขึ้นจริง ๆ เปิดให้สมาชิกโหวตเลือกหัวหน้า/กรรมการบริหารอย่างโปร่งใส ไม่ใช่เกิดจากการล็อบบี้จนเกินงาม
สร้างระบบ Talent Pool: คัดสรรและฝึกอบรมคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมืองในนามพรรค (เหมือนที่พรรคการเมืองยุโรปทำ)
อาจจะการรื้อฟื้นโรงเรียนการเมืองขึ้นมาทำใหม่ ฝึกผู้นำคนรุ่นใหม่อย่างเอาจริงเอาจัง มีหลักสูตรใหม่ ๆ ขึ้นมาจัดอบรม
เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ประชาธิปัตย์ ต้องไม่ใช่พรรคคนใต้ ไม่ใช่พรรค กทม. หรือพรรคภาคใต้เท่านั้น ต้องกระจายคนทำงานไปทุกภูมิภาค ภาคอีสานคือฐานใหญ่ด้วยจำนวนประชากร

สรุปสั้น ๆ:
 -สร้างภาพลักษณ์ใหม่ → ทันสมัย โปร่งใส
 -นโยบายใหม่ → Practical + ตอบโจทย์อนาคต
 -คนใหม่ → ดาวรุ่ง + มืออาชีพเข้ามามีบทบาทจริง
 -โครงสร้างใหม่ → พรรคเปิดกว้าง มีส่วนร่วมจริง
มีคำถามว่า….จุดอ่อนที่คนมักมองว่า“ประชาธิปัตย์ ”ดีแต่พูด แต่ทำจริงน้อย หรือไม่พูดแล้วไม่ทำ” + “ส่งใครก็ได้ลงเลือกตั้ง” จนเสียศรัทธาไปมาก “กรณีเสาไฟฟ้า”
ถ้าจะ “ฟื้นภาพลักษณ์” ต้องแก้เพิ่มจากที่ผมสรุปไปก่อนหน้า โดยเฉพาะจุดเจ็บพรรคเอง 

สิ่งที่ ปชป. ต้องปรับเพิ่ม
1. วัฒนธรรมการเมืองภายในพรรค
 -เลิกระบบ “เสาไฟฟ้า” ต้องยุติการส่งผู้สมัครแบบใช้แบรนด์พรรคค้ำอย่างเดียว ต้องคัดคนที่มีโปรไฟล์-ผลงาน-เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่นจริง ๆ
 -ปรับโครงสร้างคัดเลือกผู้สมัคร ตั้ง “คณะกรรมการสรรหา” ที่เปิดรับสมัคร + ประชุมรับฟังความเห็นคนพื้นที่ ไม่ใช่ล็อกไว้แค่คนของผู้ใหญ่ สืบทอดทายาททางการเมือง แต่ขาดคุณภาพ
 -ความรับผิดชอบ ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้ ต้องมี mechanism ที่ชัดเจน เช่น ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร หรือลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองอย่างมีสปิริต ทำให้เห็น

2. สื่อสารตรงไปตรงมา (Communication) เลิกแนว “พูดสวย แต่เลื่อนลอย” ต้องพูดสั้น กระชับ แล้วทำให้เห็นผล
ตั้ง KPI รายปีของพรรค เช่น “เราจะผลักดันกฎหมาย A, แก้ปัญหา B” แล้วรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนทุก 6 เดือน ทำไม่ได้อย่างที่พูด มีกติกากำหนดความรับผิดชอบ
ใช้ Fact-checking เชิงบวก ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามที่หาเสียง พรรคต้อง “รายงานต่อสังคม” ว่าใครผิดสัญญา พรรคไหนหาเสียงไว้แล้วทำไม่ได้ แต่เทคนิคการหาเสียง

3. เปลี่ยนจากพรรคของคนรุ่นเก่า (อนุรักษ์)เป็นพรรคอนุรักษ์นิยมใหม่พรรคที่มีชีวิตชีวา
เลิกการเมืองแบบ “คลับเก่า” ที่วนเวียนอยู่กับแกนนำเดิม ๆ สร้างคนหน้าใหม่ให้เป็นตัวจริง เช่น เปิดตัว 10–15 คนรุ่นใหม่ในสภา/ท้องถิ่น ให้คนเห็นว่าพรรคนี้ไม่ได้หมดไฟรอเวลาตายซาก สิ้นตำนานพรรคใหญ่ สถาบันทางการเมือง
ทำ Political Incubator เหมือนโรงเรียนการเมืองพรรค ที่เปิดให้คนหนุ่มสาว นักกิจกรรม องค์กรท้องถิ่น เข้ามาเป็น pipeline

4. ความเชื่อมโยงกับประชาชน (Grassroots Connection)
ลงพื้นที่จริงแบบมีเป้าหมาย ไม่ใช่ลงไปแจกใบปลิว แต่ไปทำงานร่วมกับชุมชน เช่น โครงการเล็ก ๆ (น้ำเสีย, เกษตร, การศึกษา) ที่ทำได้จริงในเขต ลงชุมชนจัดอบรม สัมมนาให้ความรู้ใหม่ ๆ
เน้นความใกล้ชิด ผู้สมัคร/ส.ส. ต้องเป็น “ตัวแทน” ของประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่ “ตัวแทนพรรค-กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองที่ถูกส่งมา

5. เลิกวาทกรรมเก่าประชาชนเบื่อคำว่า “เราเป็นพรรคประชาธิปไตยที่เก่าแก่ที่สุด” หรือ “เราไม่โกง” หรือสถาบันทางการเมืองที่หลายพรรคเริ่มใช้
ต้องเปลี่ยนเป็น “เราแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เร็วกว่า” หรือ “เราเสนอสิ่งที่รัฐบาลนี้ไม่กล้าทำ”
ถ้าให้สรุปอีกชั้น
 -เลิกใช้ “เสาไฟฟ้า” คัดคนจริง คนทำงานจริง มีความรู้ความสามารถจริง ไม่เล่นพรรคเล่นพวก ส่งทายาทมาสืบทอดทางการเมือง โดยคนไม่มีคุณภาพเพียงพอ (ถ้าดี มีคุณภาพ ก็ไม่ว่ากัน ผ่านการกลั่นกรองจากกรรมการสรรหาจริง)
จาก “พรรคพูด” → ไปสู่ “พรรคทำ-รายงานผล”
จาก “ภาพเก่า” → ไปสู่ “พรรคมีชีวิตชีวา มีดาวรุ่ง”
จาก “วาทกรรมเก่า” → ไปสู่ “สารที่ตรงกับปัญหาประชาชน”
ลองวาง “ภาพรีแบรนด์ใหม่” ของพรรคประชาธิปัตย์ (สมมติฐาน) ให้เห็นชัด ๆ กันเลย
ภาพลักษณ์ใหม่ (Brand Identity) สโลแกนใหม่:
เช่นเดิม: “เรามีอุดมการณ์ เราไม่โกง” มันเป็นแค่ defensive
ใหม่: “คิดใหม่ ทำจริง เพื่อคนไทยทุกคน” เป็นต้น ควรมีนักคิดให้สอดคล้องกับทิศทาง/แนวทางของพรรค
 • โทนสี/สัญลักษณ์:
 • จากสีฟ้าบาง เป็นสีฟ้าเข้มแบบอนุรักษ์ เพิ่ม ฟ้า-ขาว เน้นความโปร่งใส ทันสมัย สดใส
โลโก้ควรมีเส้นโค้ง/เอาวงกลมกลับมา สื่อถึง “ความร่วมมือ-เปิดกว้าง” ไม่ใช่ลอย ๆ ตามที่ปรับแก้ใหม่ ไม่มีวงกลม
นโยบายเด่น (Policy Platform)
-เศรษฐกิจ: พรรคของ SME และเกษตรสมัยใหม่ → Digital SME Fund, Smart Farmer Academy
-สิ่งแวดล้อม: ผลักดัน Clean Air Act และ พลังงานสะอาด ให้เป็น agenda หลัก
-เยาวชน/แรงงานรุ่นใหม่: กองทุน reskill คนวัยทำงาน + Start-up support สำหรับคนรุ่นใหม่
ท้องถิ่น: Local First Policy → งบตรงถึงท้องถิ่นให้จัดการเอง ไม่ต้องผ่านระบบราชการส่วนกลาง (กระจายอำนาจจริง ไม่กั๊ก ไม่หวงอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง

ทีมบุคคล (Leadership Mix)
 -อาวุโส: ชวน / บัญญัติ → “ที่ปรึกษาพรรค” (Symbolic elder statesmen)
 -รุ่นกลาง: เช่น สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นิพนธ์ บุญญามณี → เป็น “กุนซือ” ไม่ใช่ตัวนำ
 -ดาวรุ่ง เปิดตัวเป็น “หน้าใหม่ทีมปฏิรูปพรรค” อย่างน้อย 10 คน
 -คนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ
 -นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ/สิ่งแวดล้อม
 -ผู้นำท้องถิ่น/NGO ที่มีเครดิต
 -หัวหน้าพรรค: ควรเป็นคนรุ่นกลางที่มีภาพ “สะอาด + ทันสมัย” ไม่ใช่สายเก่าเต็มตัว

🔹 วิธีสื่อสาร (Communication Strategy)
 -ลงพื้นที่ + ทำจริง → เช่น ประกาศนโยบาย “Clean Canal Bangkok” แล้วลงมือทำ pilot project ทันที
 -Digital-first Party → พรรคต้องเล่น TikTok, Reels, X, Podcast ,เพจ,เว็บไซต์ ให้เหมือน start-up มากกว่าพรรคเก่า
 -รายงานผลทุก 6 เดือน → ตั้งระบบ “Dems Report Card” ให้ประชาชนเช็กได้ว่า พรรคทำตามที่พูดแค่ไหน (Re-check)
ภาพทีม/แคมเปญ
 -โปสเตอร์ทีมใหม่: คนรุ่นใหม่ยืนแถวหน้า อาวุโสยืนแถวหลัง → สื่อว่า “ส่งไม้ต่อแล้ว”
.
 • คีย์เมสเสจ:
 1.เราไม่ใช่พรรคเก่า → เราเป็น พรรคเก่าแก่ที่รีสตาร์ทแล้ว
 2.ไม่ใช่แค่พูด → ทุกนโยบายต้องมีโครงการนำร่องทันที
 3.พรรคที่ใครก็เข้ามาได้ → Talent-based Party ใครมีผลงาน-ได้ขึ้นนำ

ถ้าทำแบบนี้ ภาพที่สื่อออกมาจะเปลี่ยนจาก “พรรคเก่าแก่ที่หมดไฟ” → ไปเป็น “พรรครีสตาร์ท ที่พร้อมเป็นทางเลือกจริง”
ยาวหน่อย แต่เป็นข้อเสนอที่ผ่านการศึกษากึ่งวิจัยมาแล้ว อ่านมามาก ฟังมามาก จนตกผลึกนำมาเขียนสรุปเป็นข้อเสนอสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ในยุค “ปฏิรูป”

 #นายหัวไทร 

 

นิสิตรัฐศาสตร์จุฬาฯ ชูป้ายต้อนรับ!! อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เรียกร้อง!! ทวงความยุติธรรม เหตุสลายชุมนุมปี 53 เจ้าตัวยัน!! ไม่เคยแทรกแซงคดี ยกฟ้องแล้วทั้ง 3 ศาล ศ.ไชยันต์ แจง!! อธิบาย เหตุใดถึงเชิญมา ก่อนนิสิตแยกย้าย

(2 พ.ย. 68) ประชาไท Prachatai.com ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ นิสิตรัฐศาสตร์จุฬาฯ ถือป้ายต้อนรับนายอภิสิทธิ์ โดยในป้ายนั้นเขียนว่า "สลายการชุมนุม 53 คนสั่งฆ่าอยู่นี่"

นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือป้ายข้อความ "สลายการชุมนุม 53 คนสั่งฆ่าอยู่นี่" ต้อนรับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกเชิญมาเป็นวิทยากรพิเศษในเสวนาเชิงนโยบาย (Policy Talk) หัวข้อ "นโยบายสาธารณะ: ทฤษฎีและการปฏิบัติ" ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หลักสูตรปริญญาเอก สาขานโยบายสาธารณะ

กลุ่มนิสิตทวงถามความยุติธรรมกรณีสลายการชุมนุมเสื้อแดง 2553 ต่ออภิสิทธิ์ และความเหมาะสมในการเชิญอภิสิทธิ์มาบรรยายต่อคณะรัฐศาสตร์

โดยอภิสิทธิ์ได้นั่งพูดคุยกับนิสิตกลุ่มนี้หน้าตึกเกษม อุทยานิน เป็นเวลากว่า 20 นาที ชี้แจงว่าก่อนหน้านี้ก็มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยที่ตนไม่เคยแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เขายกข้อสรุปของ ปปช. มายืนยันว่าคำสั่งของตนในขณะนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา รวมถึงกรณีที่ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดี DSI เคยส่งฟ้องตนในข้อหาสั่งฆ่าประชาชน แต่ยกฟ้องทั้งสามศาล และธาริตเองถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก เพราะมีเจตนากลั่นแกล้ง

รวมถึงศาสตราจารย์ไชยันต์ ไชยพร ที่อธิบายให้นิสิตฟังว่าเหตุใดจึงเชิญมา โดยไชยันต์ตั้งคำถามกลับว่านับตั้งแต่ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้นมา ใครบ้างเป็นนายกฯ ที่ตัดสินใจโดยอิสระ ไม่อยู่ภายใต้คนอื่น เขามองว่าอดีตนายกฯ คนอื่น ๆ เช่น สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือนายกฯ ที่ไม่เป็นอิสระ

เมื่อนิสิตถามว่าพวกเขาอยู่ใต้ใคร ทักษิณใช่หรือไม่ ไชยันต์ตอบว่า "ใช่ ทักษิณครับ"
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top