“จงพากันมีสติ คอยระวังตัว อย่าให้เป็นคนประเภทใบลานเหล่าๆ เรียนเปล่าและตายทิ้งเปล่า ไม่มีธรรมอันเป็นสมบัติของตัวอย่างแท้จริงติดตัวบ้างเลย”
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
บุคคลสำคัญของโลก
จากการประกาศยกย่องขององค์การยูเนสโก (UNESCO)
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
บุคคลสำคัญของโลก
จากการประกาศยกย่องขององค์การยูเนสโก (UNESCO)
เมื่อวันที่ (13 ก.ค. 68) องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศรับรอง “อุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อ” ของ สปป.ลาว เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติอย่างเป็นทางการ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 4 ของประเทศ และเป็นมรดกโลกข้ามพรมแดนแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พื้นที่ดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนในฐานะส่วนขยายของ “อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-แก๋บ่าง” ในเวียดนาม ซึ่งอยู่ติดกัน โดยทั้งสองอุทยานถือเป็นพื้นที่คุ้มครองระบบนิเวศแบบหินปูนเขตร้อนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค และร่วมกันแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพและความสำคัญด้านธรณีวิทยาอย่างโดดเด่น
อุทยานหินหนามหน่อมีลักษณะเด่นคือ “ภูเขาหินปูนยอดแหลมคมเหมือนหน่อไม้" ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยายาวนานกว่า 300 ล้านปี ภายในพบถ้ำธรรมชาติกว่า 170 แห่ง บางแห่งมีหน้าผาสูงถึง 300 เมตร เป็นแหล่งอยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก สัตว์เฉพาะถิ่น และสัตว์ที่วิวัฒนาการเฉพาะในระบบนิเวศแบบป่าหินปูน
ทั้งนี้ การได้รับสถานะมรดกโลกครั้งนี้มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศเฉพาะถิ่นของลาว ซึ่งก่อนหน้านี้มีแหล่งมรดกโลกแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ เมืองหลวงพระบาง ปราสาทวัดพู และทุ่งไหหิน
(7 ต.ค. 68) องค์การยูเนสโก (UNESCO) และรัฐบาลจีนเปิด “สถาบันนานาชาติด้านการศึกษา STEM” อย่างเป็นทางการที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นศูนย์หมวด 1 (Category 1 Center) แห่งแรกของยูเนสโกในจีน และเป็นแห่งแรกนอกยุโรปและอเมริกาเหนือ หลังได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ยูเนสโกเมื่อปี 2566
สถาบันแห่งนี้จะมุ่งส่งเสริมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงผู้ใหญ่ เน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศต่างๆ ทั่วโลก
นายห้วย จินเผิง (Huai Jinpeng) รัฐมนตรีศึกษาธิการจีน ระบุว่านี่คือก้าวสำคัญในความร่วมมือระหว่างจีนกับยูเนสโก และเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาที่เปิดกว้างของจีน พร้อมยืนยันว่าจีนจะสนับสนุนสถาบันนี้ให้เป็นศูนย์กลางนานาชาติด้านนวัตกรรมการศึกษาและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ด้านนายกง เจิ้ง (Gong zheng) นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า เมืองจะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับการเปิดกว้างทางการศึกษา และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ส่วนออเดรย์ อาซูเลย์ (Audrey Azoulay) ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ย้ำว่าศูนย์ใหม่นี้สะท้อนความร่วมมืออันยาวนานระหว่างจีนกับยูเนสโก และจะช่วยผลักดันความเท่าเทียมทางการศึกษาในระดับโลก