Thursday, 4 June 2026
หมอสุภัทร

‘ลุงหนู’ โต้!! ปมย้าย ‘หมอสุภัทร’ ไม่เกี่ยวการเมือง ถาม!! ‘แพทย์ชนบท’ ต้องช่วยพัฒนาพื้นที่ มิใช่หรือ?

(27 ม.ค. 66) จากกรณีที่ นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปฏิบัติราชการแทนปลัด สธ.ลงนามในคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 125/2566 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 โยกย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) จะนะ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สงขลา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป ต่อมา นพ.สุภัทร ได้ออกมาให้ความเห็นว่าเป็นการโยกย้ายที่มีประเด็นการเมืองแอบแฝง 

ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้เป็นการบริหารจัดการของฝ่ายข้าราชการประจำ และตนก็ไม่ขอก้าวก่ายการทำงานกัน เพราะเป็นอำนาจของท่านปลัดฯ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรัฐมนตรี ซึ่งตามหลักการ การผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนภารกิจหน้าที่ เป็นเรื่องปกติในระบบราชการ โดยหาก นพ.สุภัทร บอกว่าตัวเองมีผลงาน มีความเก่ง ก็ยิ่งดีใหญ่ จะได้ไปพัฒนา รพ.ที่ต้องการพัฒนา ยิ่งได้คนเก่งไป ยิ่งเป็นผลดีกับชาวบ้าน กับกระทรวงสาธารณสุข

เมื่อถามถึงกรณี พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งย้าย โดยตั้งข้อสังเกต เป็นการโยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าหากคนที่ไม่เข้าใจ ก็อาจคิดว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่คนที่เข้าใจจะรู้ว่าเป็นเรื่องของการทำงาน เป็นอำนาจของปลัด สธ.ในการบริหารจัดการ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ทำไมไม่มองว่าการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนภารกิจ หน้าที่ เป็นเรื่องปกติในระบบราชการ

“หากนพ.สุภัทร บอกว่าตัวเองมีผลงาน มีความเก่ง ก็ยิ่งดีใหญ่ จะได้ไปพัฒนา รพ.ที่ต้องการพัฒนา ยิ่งได้คนเก่งไป ยิ่งเป็นผลดีกับชาวบ้าน กับ สธ. อย่าง 2 ปีที่แล้ว ที่ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ย้ายจาก ผอ.รพ.ขอนแก่น ไป รพ.ร้อยเอ็ด มีประเด็นเกิดขึ้น มีการบอกว่าแย่แน่นอน แต่ทุกวันนี้ รพ.ร้อยเอ็ด กลายเป็น รพ.ที่มีประสิทธิภาพ เรื่องนี้อยู่กับบุคคล คนเก่งไปอยู่ไหนก็ได้ เหมือนรัฐมนตรีฯ อยู่ไหนก็ทำความเจริญได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกย้ายไปไหน ถ้าเรามีความมั่นใจว่า ตอนที่เราอยู่ เราทำความเจริญ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เราไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาทำอะไร หลังจากที่เราย้ายไปแล้ว เวลาที่ใครถูกย้ายแล้วโวยวาย ส่วนใหญ่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ทำอะไรไว้หรือไม่ แล้วกลัวคนมาตรวจสอบ” นายอนุทิน กล่าว

'หมอเอก' เตือน 'หมอสุภัทร' อย่าตีโพยตีพายปมโยกย้าย แนะ!! ให้ความร่วมมือแจงเรื่องจัดซื้อ ATK ที่ค้างคาดีกว่า

เมื่อวานนี้ (28 ม.ค.66) นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุถึงการย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) จะนะ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่เห็นต้องออกมาตีโพยตีพาย ‘เล่นใหญ่’ เพราะมีข้อกล่าวหา หลายเรื่องมีพรรคการเมืองมาออกแถลงการณ์เรื่องย้าย ผอ.โรงพยาบาล ยิ่งน่าสงสัยไปกันใหญ่ว่าใครกันที่โยงการเมือง

"ไม่เห็นว่าการที่ ผอ. โรงพยาบาลซักคนจะย้ายแปลกตรงไหน การที่ย้ายแล้วตีโพยตีพายเล่นใหญ่นี่น่าสงสัยมากกว่า เวลากรรมาธิการสาธารณสุขเชิญมาให้ข้อมูล เชิญมาชี้แจง เห็นบ่ายเบี่ยงไม่ยอมมาโดยตลอด แต่ชอบเหลือเกินเวลาโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ชอบเวลาออกข่าวโจมตีกระทรวงสาธารณสุข"

นพ.เอกภพ กล่าวว่า เรื่องที่ค้างสอบสวนอยู่เพราะไม่เคยได้รับความร่วมมือในการชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเช่น การจัดซื้อ ATK ด้วยวิธีพิเศษ แล้วนำมาใช้ตรวจให้คนที่กรุงเทพ, การเบิกจ่าย ค่ารักษาผู้ป่วย home isolation ด้วยการตั้งเบิกที่มีข้อสงสัยหลายประเด็น, เรื่องที่วิจารณ์การโยกย้ายผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุข ที่น่าสงสัยว่าพวกพ้องตัวเองไม่ได้ประโยชน์เลยตีโพยตีพาย

"ไหนๆ ก็ชอบโพสต์ชอบพูดเรื่องการเมืองอยู่แล้วก็มาลงสมัครรับเลือกตั้งไปเลยก็ได้" นพ.เอกภพ กล่าว

เปลวสีเงิน แนะ ‘หมอฮา’ ลงพรรค ‘ก้าวไกล’ ได้นั่ง ‘รมว.สธ.’ เมื่อไร ย้ายได้ทุกตำแหน่ง

(30 ม.ค. 66) เปลวสีเงินในนำเสนอบทความ ในหัวข้อ ในคราบ 'แพทย์ชนบท' ความว่า…

‘นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ’ คุณอยู่แก๊ง ‘แพทย์ชนบท’ ตอนนี้เป็น ‘ประธานแก๊ง’ ก็ต้องบอกว่า…

‘ดี-เด่น-ดัง’ ใน ‘คราบหมอ’ อย่างที่คุณเป็น มันก็สุด ๆ ตามประสาที่คุณเป็นอยู่แล้ว อย่าทระนงตนถึงขั้น ‘หมอเทวดา’ อยู่เหนืออำนาจบริหารกระทรวงสาธารณสุข จนใคร ‘แตะต้อง-สั่งย้าย’ ไม่ได้แบบนั้้นเลย เห็นบอก อยู่โรงพยาบาลจะนะ พัฒนาจนโรงพยาบาลจะนะก้าวหน้า มีความพร้อมทุกอย่าง ก็ดีนี่ อนุโมทนาด้วย

ในเมื่อสถิตอยู่จะนะจนรากงอกใกล้จะหุ้มโรงพยาบาลมิดเหมือน ‘ปราสาทตาพรหม’ ที่เขมรอยู่แล้ว เขาอยากให้หมอสุภัทรหรือที่เรียกกันในขบวนการเอ็นจีโอ, ในขบวนการสามนิ้วล่มชาติด้วยกัน ว่า ‘หมอฮา’ นั่นไม่ใช่ย้ายด้วยกลั่นแกล้ง หรือย้ายด้วยการเมือง

เป็นการย้ายด้วยยกย่อง ให้เกียรติหมอฮา ตรงตามปรัชญา ‘แพทย์ชนบท’ โดยตรง ที่มุ่งอุทิศตนเพื่อชาวบ้านตามชนบทที่ห่างไกล อยู่สร้างความเจริญ ความก้าวหน้า ให้โรงพยาบาลจะนะและนำชุมนุมต่อต้านโครงการต่าง ๆ จนเป็นเอ็นจีโอแถวหน้าระดับ ๕ ดาวแล้ว เขาให้ไปใช้ศักยภาพ ๕ ดาว พัฒนา ‘โรงพยาบาลสะบ้าย้อย’ ให้เจริญ ด้วยพัฒนาให้เหมือน ‘โรงพยาบาลจะนะ’ บ้าง

แล้วมันไม่ดี ผิดหลักการ ‘แพทย์ชนบท’ ตรงไหน?
เป็นการย้ายผิดปกติ เป็นเรื่องการเมือง ตรงไหน?
หรือหมอฮามีอะไร ‘นั่งทับ’ ไว้ที่จะนะ จึงไม่อยากลุก?

อย่าทำตัวเป็น ‘หมอเทวดา’ เลย หมอฮา! เห็นมาหลายต่อหลายหมอแล้วในแก๊งชนบทที่เป็นแบบนี้ สุดท้าย ‘ลายหมอลอก’ ก็ไปไหนไม่รอด ต้องเป็น ‘เหลือบอีแอบ’ อยู่ในคราบ ‘หมอคนดี’ เกาะสังคมกินแบบทุเรศไปจนแก่ตาย!

ถามจริงๆ เถอะ หมอฮา...
คุณคิดว่า ทุกวันนี้ คนไทยทั้งประเทศโง่เป็นควาย จนไม่รู้ว่า ฉากหลัง ‘นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ’ ทำอะไรอยู่กับแก๊งเอ็นจีโอ แก๊งสามนิ้ว และพรรค ‘ก้าวไกล’ เลย อย่างนั้นใช่มั้ย?

ขอถามอีกคำ...
ระหว่างที่จะนะกับที่กรุงเทพฯ เดือน ๆ ตัวคุณอยู่ที่ไหนมากกว่ากัน? ยิ่งตอนแก๊งสามนิ้ว ‘จลาจลกรุง’ ในปฏิบัติการ ‘ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์’ เชี่ยวจัด ตอนปักหมุดคณะราษฎรที่ท้องสนามหลวง เมื่อกรกฎา.๖๓ ธนาธรฮึกเหิม ถึงขั้นประกาศ ‘ประตูบานแรกเปิดแล้ว’! นั่นน่ะ ช่วงบู๊ล้างผลาญ-ละเลงเมือง ที่เรียกว่า ‘จุดติด’

ผมเห็นหน้าหมอฮาผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่กับแก๊งแดงส้ม ‘สามนิ้ว’ ล่มชาติ-ล้มสถาบัน แทบไม่เว้นแต่ละสัปดาห์
นั่นคือการ ‘ลา-มาราชการ’ หรือบังหน้ามาร่วมขบวนการ หรือกลั้นปัสสาวะจากจะนะ...นั่งเรือบินมาปัสสาวะที่กรุงเทพฯ แล้วบังเอิญเดินผ่านหน้ากล้องของพวกช่างภาพหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จึงมีเงาหมอฮาติดประจำ?

ที่ผมคุยมาทั้งหมด ไม่ต้องไปสน เพราะเป็นเพียง ‘ภาพจำ’ ของผมเกี่ยวกับหมอคนนี้ ‘เท่าที่เห็น’ เท่านั้น แต่นี่...กับ ‘หมอด้วยกัน’ น่าสนใจกว่า…

เมื่อ ๒๘ มกรา ‘นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ’ ที่ปรึกษากมธ.สาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซทีเดียว ๒ โพสต์รวด ผมว่า หมอฮา น่าจะอ่านนะ

หมอเอก Ekkapob Pianpises
คนบาปในคราบนักบุญ !!!
ตอนที่องค์การเภสัชกรรมจัดซื้อ ATK เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน ซึ่งสุดท้ายการจัดซื้อในครั้งนั้น ได้กระจายการเข้าถึงชุดตรวจ ATK สำหรับประชาชน และได้กดดันให้ตลาดลดราคา ATK จาก 200-300 บาทต่อชุด มาเหลือเพียง 30-40 บาทในปัจจุบัน

จากข้อมูลที่องค์การเภสัชกรรมนำเสนอต่อกรรมาธิการการสาธารณสุขน่าสนใจมากๆ...

มีผู้สังเกตการณ์จาก สปสช. (แพทย์ชนบท 2 ท่าน) ได้ให้ข้อมูลที่ดูเหมือนตั้งใจจะเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทบางบริษัท ที่ต้องการขายในราคา 120 บาทต่อชุด มีความพยายามที่จะปรับรายละเอียด TOR เพื่อล็อกสเปกให้กับบริษัทนี้ แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ เพราะองค์การเภสัชฯ และกระทรวงสาธารณสุขไม่เล่นด้วย

จุดที่น่าสงสัยต่อไป ซึ่งกรรมาธิการการสาธารณสุขขอให้ ผอ.โรงพยาบาลจะนะส่งรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจ ATK ของโรงพยาบาลมาให้ตรวจสอบ แต่ทาง ผอ.ปฏิเสธที่จะส่งมาให้ตรวจสอบ เท่ากับว่า ยอมรับข้อกล่าวหา โดยไม่โต้แย้ง ว่ามีการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ด้วยอำนาจของ ผอ.แบบพิเศษ ในราคาและยี่ห้อที่น่าจะเป็นยี่ห้อเดียวกับทางกลุ่มเครือข่ายนั้นได้พยายามผลักดัน และการจัดซื้อนั้น ถูกนำมาใช้ในการคัดกรองในกรุงเทพฯ เพื่อให้ได้มีจำนวนการจัดซื้อที่มาก

‘ชาวจะนะ’ จึงควรตั้งคำถามกับการใช้งบประมาณในตอนนั้นว่า ทั้งการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ที่มาตรวจในกรุงเทพฯ แทนที่จะใช้กับคนในพื้นที่ และการใช้เวลาราชการ ‘ทิ้งพื้นที่’ ซึ่งกำลังประสบปัญหาการระบาดของโควิด นั้น สมควรแล้วหรือไม่?

เครือข่ายกลุ่มผลประโยชน์ที่เกาะกินฝังรากลึก ในกระทรวงสาธารณสุข จะต้องถูกกำจัด เพื่อให้งบประมาณของสาธารณสุขเกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด

‘ลุงหนู’ ยัน ไม่มีการเมืองชี้นำ ปมย้าย ‘หมอสุภัทร’ มีแต่ชี้นำด้านสาธารณสุข เพื่อประโยชน์ประชาชน

(3 ก.พ. 66) ที่ รพ.ระนอง อ.เมือง จ.ระนอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีบางฝ่ายตั้งคำถามว่าการย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ไป รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นผลจากการเมืองชี้นำ ว่า กระทรวงสาธารณสุขไทยมีแต่คนดี คนเก่ง ที่ออกไปแล้ว ก็เหลือไว้แต่ความดีงาม ข้อวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลาย เกิดขึ้นเพราะเขาอาจจะไม่ได้รู้รายละเอียดครบถ้วน แต่ก็ขอให้บุคลากรในการทรวงสาธารณสุข มีความเข้มแข็ง ตั้งใจทำงาน สิ่งที่ท่านทำมานั้นถูกต้องแน่นอน การทำงานของพวกท่านยอดเยี่ยมมาก ซึ่ง WHO ยกให้เราเป็นแชมเปี้ยนโลกแล้ว เขาบอกว่า “PLEASE DO YOUR BEST TO MAINTAIN CHAMPIONSHIP IN HEALTHCARE OF THE WORLD” ส่วนการโยกย้าย มีกฎระเบียบอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับใครรับผิดชอบ ตนไม่ไปก้าวก่าย

‘อนุทิน’ ยัน!! โยก ‘หมอสุภัทร’ เป็นเรื่องฝ่ายประจำ ชี้!! อุทธรณ์เป็นสิทธิ ว่ากันไปตามขั้นตอน

‘อนุทิน’ ยันซ้ำโยก ‘หมอสุภัทร’ เป็นเรื่องฝ่ายประจำ รมต.ไม่เกี่ยว ชี้ อุทธรณ์เป็นสิทธิว่าตามขั้นตอน เมิน ‘ก้าวไกล’ หวังใช้โจมตีช่วงอภิปราย ม.152 ห้ามใครพูดไม่ได้ ลั่นต้องยึดกม. แจงปม ‘ป้ายนโยบายผู้สูงอายุ’ แยกระหว่างงานการเมือง กับงานบริหารราชการแผ่นดิน เปรียบเหมือนเป็น ‘แบรนด์แอมบาสเดอร์’ ให้ฟรี อัดกลับอย่ามาเสียเวลากับเรื่องที่ไร้ผลใด ๆ

(6 ก.พ. 66) ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการโยกย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ ไปเป็น ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา ที่มีผลวันที่ 6 ก.พ. 66 ว่า ถ้าตามเอกสารมีผลวันที่ 6 ก.พ. 66 และเท่าที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรายงานก็เห็นว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามขั้นตอนราชการ ซึ่งตนยังไม่มีเวลาไปติดตาม เพราะว่าไม่ใช่เรื่องของตน เป็นเรื่องของส่วนราชการประจำ

เมื่อถามว่า ได้มีการยื่นคัดค้านมาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าจะมีการยื่นคัดค้านมา ก็มีขั้นตอนอยู่แล้ว ต้องยื่นอุทธรณ์ ซึ่งเป็นสิทธิข้าราชการ ต้องยื่นอุทธรณ์ขึ้นมาเป็นลำดับชั้น ตนคิดว่าเราต้องดูตามระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าอุทธรณ์ขึ้นมาจะมีระยะเวลากำหนดว่าต้องกี่วัน ตรงนี้ไม่เกี่ยวกับระดับการเมือง เพราะมาไม่ถึงจริง ๆ ขึ้นมาก็ขึ้นไม่ถึง ลงมาก็ลงไม่ถึง เพราะว่าระบบของส่วนราชการอยู่ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่าอะไรก็ตามเป็นเรื่องงานบริหารราชการในส่วนข้าราชการประจำ ก็เป็นเรื่องปลัดกระทรวงอยู่แล้ว รัฐมนตรีมอบนโยบายในการทำงานของกระทรวง ไม่ใช่มอบนโยบายในการบริหารบุคคล อันนั้นไม่ใช่หน้าที่รัฐมนตรี ไม่มีสิทธิมอบด้วย

เมื่อถามว่า แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างกรณีพรรคก้าวไกลมองว่าเป็นเรื่องการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้ายิ่งมองเป็นเรื่องการเมือง ยิ่งทำให้ความชอบธรรมไม่เกิด เรื่องนี้เป็นเรื่องของข้าราชการประจำ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีวุฒิภาวะ มีดุลพินิจในการบริหารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเต็มตัวอยู่แล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องมาปรึกษาใด ๆ กับฝ่ายการเมือง

ตนขอเรียนย้ำอีกครั้งการหารือในเรื่องของการบริหารงานบุคคล ในส่วนที่ปลัดกระทรวงจะหารือกับทางรัฐมนตรีได้ก็คือ เมื่อมีการเสนอข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไป ตรงนั้นรัฐมนตรีมีสิทธิหารือปลัดกระทรวงได้ เพราะรัฐมนตรีเป็นคนลงนาม นำเสนอเพื่อรับการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตรงนั้นถึงจะมีช่องทางพูดคุยกันได้ ในส่วนของข้าราชการที่ต่ำกว่าระดับซี 10 ลงไป ตรงนี้ปลัดกระทรวงไม่จำเป็นต้องมาหารือใด ๆ ฝ่ายนโยบาย 

เมื่อถามว่า จะเป็นประเด็นให้พรรคก้าวไกล นำไปใช้ช่วงอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่สามารถห้ามใครพูดอะไรได้ แต่การชี้แจงต้องเป็นไปตามกฎหมาย บางครั้งไม่ชอบใจในบางเรื่องก็บอกว่ารัฐมนตรีก้าวก่าย บางเรื่องรัฐมนตรีไม่เคยยุ่ง ก็บอกทำไมรัฐมนตรีไม่ลงไปล้วงลูก เพราะฉะนั้น การเถียงแบบนี้มันนานาจิตตัง สิ่งที่ดีที่สุดคือ ต้องยึดตามระเบียบว่าอย่างไรก็ตามนั้น กรณีนี้ในการโยกย้าย ผอ.โรงพยาบาล ถือเป็นระดับซี 9 ไม่มีส่วนไหนที่รัฐมนตรีจะเข้าไปเกี่ยวข้องได้

‘ผู้ตรวจฯ สธ. เขต 12’ ยัน!! ย้าย ‘หมอสุภัทร’ ไม่มีการเมือง มีแต่คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม เข้าบริหาร รพ.สะบ้าย้อย

ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันคำสั่งย้าย ‘หมอสุภัทร’ พ้นโรงพยาบาลจะนะ ถูกต้องตามขั้นตอน ไร้ประเด็นทางการเมือง ด้าน ผอ.โรงพยาบาลจะนะ คนใหม่ ขอโอกาสทำงาน

(9 ก.พ. 66) จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณี นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปฏิบัติราชการแทนปลัด สธ. ลงนามในคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ 125/2566 เรื่อง ย้ายข้าราชการ ซึ่งเป็นการโยกย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา ว่า เป็นการโยกย้ายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น

ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา ทาง นายแพทย์สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 พร้อมด้วย นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายเเพทย์สาธารณสุขสงขลา และ นายเเพทย์หมัด หีมเหม ผอ.โรงพยาบาลจะนะ (คนใหม่) ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณีการโยกย้ายดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน และยืนยันไม่มีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

นายแพทย์สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 ยืนยันว่า เนื่องจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ที่ว่างลง และยังไม่มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา จึงต้องดำเนินการให้มีผู้บริหารไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย โดยมีการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม - 18 มกราคม 2566 ปรากฏว่า ไม่มีผู้สมัคร

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคในการบริหารราชการของโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จึงจำเป็นต้องมีการคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสม โดยผ่านคณะกรรมการคัดเลือกของเขตสุขภาพที่ 12 ที่มีผู้ตรวจราชการเป็นประธาน

‘นพ.รุ่งเรือง’ วอนหยุดตีดรามา ปมย้าย ‘หมอสุภัทร’ แนะ!! อยากโต้แย้งให้นำเรื่องเข้าระบบ อย่าใช้สื่อปั่นกระแส

เมื่อวานนี้ (8 ก.พ. 66) มีรายงานว่า ในไลน์กลุ่มผู้บริหารเขตสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข และกลุ่มแพทย์อื่น ๆ มีการแชร์ข้อความที่นพ.เจษฎา ฉายคุณรัฐ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 ส่งถึงเพื่อนผู้ตรวจและผู้บริหารในกระทรวง ชี้แจงกรณีปรากฏภาพนายแพทย์เจษฎาในเพจแพทย์ชนบท เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2565 ขณะมอบดอกไม้ให้นายแพทย์สุภัทร พร้อมข้อความว่า นายแพทย์เจษฎา ได้เดินทางมาให้กำลังใจหมอสุภัทรเพื่อแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยต่อคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้

ซึ่งจากโพสต์ดังกล่าว นพ.เจษฎา เขียนข้อความชี้แจงในไลน์ต่อเพื่อนผู้บริหารไว้ว่า

“เรียนท่านผู้ตรวจ ท่าน สธนและผู้บริหารที่รักและเคารพ จากกรณีที่มีข่าวจาก facebook ชมรมแพทย์ชนบท ว่าผมมาแสดงความเสียใจต่อการย้ายนายแพทย์ สุภัทร ผอ.รพ. จะนะ ขอเรียนว่า ผมไม่เคยพูดเช่นนั้นเลย เพียงแต่ มีการยื่นดอกไม้ให้ผมมอบให้หมอสุภัทร แบบไม่ได้ตั้งตัว แล้วผมก็บอกว่าโชคดีนะเท่านั้นเอง จึงเรียนมาเพื่อทราบครับ (น่าจะมีการจัดฉาก)”

ล่าสุด นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ระดับ 11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ว่า เพจดังกล่าวสร้างความหนักใจให้กระทรวงสาธารณสุข มาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว ด้วยการนำเสนอเนื้อหาที่บิดเบือน ที่สำคัญ แม้จะเป็นเพจที่ชื่อว่าชมรมแพทย์ชนบท แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ทราบว่าใครเป็นแอดมิน เคยเชิญนายแพทย์สุภัทร ประธานชมรม เข้ามาให้ข้อมูล ตัวประธานตอบว่า ก็ไม่รู้ว่าโพสต์โดยใคร ทำโดยใคร ตอบแบบขาดความรับผิดชอบ มีสภาพไม่ต่างจาก ‘เพจเถื่อน’ ที่คอยบั่นทอนกำลังใจคนทำงานในกระทรวงสาธารณสุขอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

‘หมอสุภัทร’ ปธ.ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์แรง!! งดเข้าร้านดังชุมพร เหตุมีป้ายสนับสนุนแลนด์บริดจ์

(30 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึง การขึ้นป้ายสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า..

ปิดบัญชีร้านที่จะแวะทานแถวชุมพรอีกร้าน 
“งดเข้าห้องอาหารคุณสาหร่ายที่เปิดมายาวนาน“ 
จนกว่าป้ายข้างๆ จะเอาออก แล้วค่อยคิดทบทวนใหม่
ชีวิตต้องเลือกข้าง ไม่มีเป็นกลาง เป็นกลางคือ ignorance

‘อ.ปริญญา’ ค้านสอบวินัยจ้องเอาผิด ‘หมอสุภัทร’ ชี้ ทำตามภาระเร่งด่วน จี้ รมว.สธ. ทบทวนคืนความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ (24 ส.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ความเห็นกรณีที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ถูกคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกล่าวหาว่าทุจริตจากการจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 42,854 ชุด ในช่วงวิกฤติโควิดปี 2564 โดยระบุข้อความ หมอสุภัทรจัดซื้อชุดตรวจโควิดผิดระเบียบ มีพฤติการณ์ทุจริต ทำให้ราชการเสียหายร้ายแรงจริง หรือเป็นการหาเรื่องเอาผิด? 

คุณหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยร้ายแรงถึงขนาดจะให้ออกจากราชการ มีเหตุมาจากการจัดซื้อชุดตรวจ ATK เพื่อนำมาตรวจให้กับประชาชนกรุงเทพร่วมกับแพทย์ชนบททั่วประเทศจำนวน 3 ครั้งในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมปี 2564 ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงที่กระทรวงสาธารณสุขจังหวัดตั้งขึ้นมานั้น ได้กล่าวหาว่าการอนุมัติจัดซื้อไม่เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดได้ดังต่อไปนี้

[1. #ข้อกล่าวหาของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง] คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้กล่าวหาคุณหมอสุภัทรสรุปได้ 3 ประเด็นคือ

(1) จำนวนชุดตรวจ ATK ที่คุณหมอสุภัทรอนุมัติจัดซื้อทั้งหมดมีจำนวน 42,854 ชุด แต่จำนวนเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะนะรวมคุณหมอสุภัทรที่มาออกหน่วยตรวจในกรุงเทพทั้ง 3 ครั้ง มีจำนวนเพียงครั้งละ 7-9 คน ตรวจได้อย่างมากวันละ 2,000 คน มาตรวจ 3 ครั้งรวม 10 วัน จึงตรวจได้ประมาณแค่ 20,000 คน การจัดซื้ออนุมัติจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 42,854 ชุด จึงเป็นจำนวนที่เกินกว่าความเป็นจริง 

(2) ชุดตรวจ ATK จำนวน 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท คิดเป็นเงิน 9,857,420 บาท ซึ่งควรจะเสนอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาอนุมัติ แต่คุณหมอสุภัทรแบ่งจัดซื้อเป็น 5 งวดๆ ละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อให้ตนเองมีอำนาจอนุมัติจัดซื้อ ซึ่งเป็นการแบ่งจัดซื้อที่ไม่ปรากฏว่าจะได้ราคาถูกกว่าซื้อรวม และราชการไม่ได้ประโยชน์อันใด จึงทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง

(3) ไม่มีการตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ไม่มีราคากลาง ไม่มีการสืบราคา ไม่มีการประกาศให้ผู้ประกอบการมาแข่งขัน ซึ่งผิดระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2560

คณะกรรมการสอบสวนฯ จึงสรุปว่าคุณหมอสุภัทรมีพฤติการณ์ทุจริต ทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง ดังนั้นจึงผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งจะนำไปสู่การให้ออกจากราชการ

[2. #คุณหมอสุภัทรมีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่] ผมได้อ่านเอกสารและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ผมมีความเห็นต่อประเด็นกล่าวหาของคณะกรรมการสอบสวนฯ ดังนี้

(1) ข้อกล่าวหาที่หนึ่ง อนุมัติจัดซื้อชุดตรวจ ATK เกินจำนวนที่ใช้จริง: 
ขึ้นมาข้อกล่าวหาแรกก็ทำให้ผมแปลกใจแล้ว เพราะโดยข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการสอบสวนฯ ควรต้องทราบคือ การจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 42,854 ชุด มิใช่เป็นการจัดซื้อให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะนะใช้ตรวจเท่านั้น แต่เป็นการจัดซื้อให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จากทั่วประเทศในการตรวจคนกรุงเทพในตอนนั้น ซึ่งนำโดยชมรมแพทย์ชนบทที่คุณหมอสุภัทรเป็นประธาน

การ ‘บุกกรุงเทพ’ ของแพทย์ชนบทรวม 3 ครั้งนั้น มีการตรวจ ATK ให้กับประชาชนทั้งสิ้น 192,905 คน (ข้อมูลรวบรวมโดยไทยพีบีเอส) โดยโรงพยาบาล 6 แห่งช่วยกันจัดซื้อมาให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จากทั่วประเทศใช้ในการตรวจประชาชน ซึ่งจำนวน 42,854 ชุดที่โรงพยาบาลจะนะจัดการเป็นส่วนหนึ่งในนั้น ที่สำคัญชมรมแพทย์ชนบทก็ไม่ได้ขอมาเอง แต่เป็นการขอความร่วมมือมาจาก สปสช. ในครั้งแรก และในครั้งที่สองและสาม เป็นการขอความร่วมมือมาจากกระทรวงสาธารณสุข 

กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงคณะกรรมการสอบสวนฯ ที่กระทรวงตั้งขึ้นมา จึงต้องทราบเรื่องนี้ แล้วทำไมจึงมากล่าวหาคุณหมอสุภัทรเช่นนี้? พอผมอ่านข้อกล่าวหาไปจนครบทุกข้อจึงเข้าใจ เพราะถ้าไม่เริ่มแบบนี้ก็จะนำไปสู่ข้อหาทุจริตไม่ได้

(2) ข้อกล่าวหาที่สอง เจตนาแบ่งจัดซื้อเป็น 5 งวด เพื่อให้ตนเองมีอำนาจอนุมัติ:
ข้อกล่าวหาที่สองนี้จะไม่มีน้ำหนักเลย ถ้าไม่เริ่มตั้งเรื่องตั้งแต่ข้อกล่าวหาแรกว่า เป็นการทุจริตที่ซื้อเกินจำนวนที่ใช้จริง เพราะโดยข้อเท็จจริงเป็นการจัดซื้อไปตามสถานการณ์ความจำเป็นในแต่ละครั้ง โดยที่คาดหมายไม่ได้ว่าต้องเตรียมชุดตรวจ ATK ไว้เป็นจำนวนเท่าใด และในตอนที่มาครั้งแรก ก็ไม่มีใครทราบว่าต้องมาครั้งที่สองและครั้งที่สาม 

ที่สำคัญคือเรื่องนี้เป็น “กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน” และ “ไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน” จึงต้องดำเนินการไปก่อนแล้วจึงไปให้หัวหน้าหน่วยงานให้ความเห็นชอบในภายหลังตามข้อ 79 วรรคสองของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. 2560 ซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกหนังสือ ว.115 (ลงนามโดยอธิบดีกรมบัญชีกลาง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563) ให้ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการป้องกันและรักษาโควิด 19 เป็น “กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน” ตามข้อ 79 วรรคสอง จึงให้ดำเนินการไปก่อนแล้วมาให้ความเห็นชอบในภายหลังได้

การจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในขณะนั้น จึงเป็นการจัดซื้อไปก่อนตามความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้ โดยไม่รู้ล่วงหน้าว่าในอนาคตต้องจัดซื้ออีกหรือไม่ และต้องจัดซื้อทั้งหมดเท่าใด โดยคุณหมอสุภัทรก็ให้จัดซื้อครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาทตามอำนาจอนุมัติของตนเอง การกล่าวหาว่าคุณหมอสุภัทรมีเจตนา ‘แบ่งซื้อ’ นั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ถ้าไม่อคติก็เป็นการจงใจหาเรื่อง เพราะเขาอนุมัติตามสถานการณ์ความจำเป็นและตามอำนาจที่มี 

การกล่าวหาเช่นนี้ก็ไม่ต่างกับการกล่าวหาโรงพยาบาลต่างๆ ว่าทำไมจึงซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์แค่เท่าที่ใช้ ทำไมจึงซื้อแค่ในวงเงินตามอำนาจของผู้อำนวยการโรงพยาบาล แล้วทำไมจึงไม่จัดซื้อคราวเดียวครั้งละมากๆ แล้วให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรือให้กระทรวงอนุมัติ? ซึ่งถ้าเปรียบเทียบแบบนี้ก็จะเห็นได้เลยว่าข้อกล่าวหานี้ดูจะเป็นการหาเรื่องเอามากๆ

แล้วที่ว่าการแบ่งซื้อทำให้ราชการเสียหายร้ายแรงนั้น ไม่ทราบว่าทำไมคณะกรรมการสอบสวนฯ จึงไม่ทราบว่า ชุดตรวจ ATK ยี่ห้อ Standard Q ที่คุณหมอสุภัทรต่อรองมาได้ในราคาอันละ 230 บาทนั้น กรมการค้าภายในกำหนดราคาแนะนำไว้ที่ 350 บาท (ภาพประกอบ 2) คุณหมอสุภัทรอนุมัติจัดซื้อในราคาถูกกว่าราคาที่กรมการค้าภายในแนะนำถึง 120 บาท แล้วไปทำให้ราชการเสียหายร้ายแรงได้อย่างไร?

(3) ข้อกล่าวหาที่สาม ไม่มีการตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ไม่มีการสืบราคา ไม่มีการประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการ:
ข้อกล่าวหาที่สามเป็นข้อกล่าวหาที่เบาที่สุด และทำให้ผมค่อนข้างเชื่อว่า ทั้งหมดนี้เป็นการตั้งเป้าจะเอาผิดคุณหมอสุภัทร หรืออย่างเบาก็เป็นการมีอคติอย่างรุนแรง เพราะกระทรวงการคลังเองก็รู้ว่าในสถานการณ์โควิดที่เป็นความเป็นความตายของประชาชน จะมาดำเนินการยืดยาดตามปกติ ตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ประกาศเชิญชวน ฯลฯ อยู่ได้อย่างไรจึงได้ออกหนังสือ ว.115 ให้การจัดซื้อจัดจ้างกรณีโควิดไม่ต้องดำเนินการตามปกติ แต่ดำเนินการไปก่อนแล้วจึงให้หัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขทราบเรื่องนี้ดีที่สุดเพราะใช้ ว.115 มากที่สุดยิ่งกว่ากระทรวงอื่น

ที่สำคัญคือคุณหมอสุภัทรจัดซื้อได้ราคาถูกกว่าราคาที่กรมการค้าภายในแนะนำถึง 120 บาทดังที่ได้กล่าวไป คณะกรรมการสอบสวนฯ สรุปว่าพฤติการณ์ของคุณหมอสุภัทรทำให้ “ราชการเสียหายร้ายแรง” ได้อย่างไร?

[3. #การดำเนินการสอบสวนไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม] ผมทราบมาว่าคุณหมอสุภัทรขอชี้แจงเป็นหนังสือ นี่จึงน่าจะเป็นเหตุที่ทำให้คณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่เคยเรียกคุณหมอสุภัทรไปชี้แจงหักล้างข้อกล่าวหาเลย เพราะถือว่าได้รับคำชี้แจงเป็นหนังสือมาแล้ว 

ผมขอเรียนว่านี่เป็นความเข้าใจผิด เพราะการขอชี้แจงเป็นหนังสือไม่ใช่การสละสิทธิที่จะชี้แจงด้วยตัวเองอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่รับฟังและจะดำเนินการต่อ ว่าง่ายๆ คณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่ต้องเรียกมาชี้แจงก็ได้ถ้ายอมรับคำชี้แจงด้วยหนังสือ แต่ถ้าคณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่ยอมรับ หรือสงสัย หรือไม่เห็นด้วย ต้องเรียกมาให้ชี้แจงในประเด็นที่คณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่เห็นด้วยหรือสงสัย การไม่รับฟังคำชี้แจงทางเอกสารแล้วก็ไม่เรียกตัวมาชี้แจงเช่นนี้จึงมีปัญหาความชอบด้วยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางานปกครอง พ.ศ.2539 

นอกจากนี้ยังกำหนดให้รายงานของคณะกรรมการสอบสวนฯ เป็นรายงาน ‘ลับ’ ซึ่งปกติแล้วจะเป็นรายงานลับก็เพื่อคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาและพยาน ในกรณีนี้ผู้ถูกกล่าวหาต้องการให้เปิดเผยเพื่อความเป็นธรรม แต่คณะกรรมการสอบสวนฯ กลับไม่มีการให้เปิดเผย จึงดูจะเป็นการคุ้มครองตัวกรรมการสอบสวนเองมากกว่าหรือไม่ว่าได้มีการกล่าวหาอย่างไม่สมเหตุสมผลอย่างไรบ้าง

[4. #ข้อเรียกร้องต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข] เมื่อการกล่าวหาไม่สมเหตุสมผล สาธารณชนมีข้อสงสัย การดำเนินการไม่เป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงไม่ควรรับเรื่องที่ชงขึ้นมา แต่ควรต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) ส่งเรื่องกลับไปให้คณะกรรมการสอบสวนฯ ดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องครบถ้วนและเป็นธรรม คือต้องให้คุณหมอสุภัทรได้แก้ข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่

(2) ต้องให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปโดยโปร่งใส โดยเปิดเผยรายงานการสอบสวน และให้สาธารณชนมีส่วนร่วมรับฟังได้ เว้นแต่เพียงในเรื่องที่กระทบต่อพยานเท่านั้นที่ปิดได้

การที่เรื่องนี้สาธารณชนจับตามองอย่างใกล้ชิด เป็นเพราะกระทรวงสาธารณสุขกำลังจะเล่นงานแพทย์ชนบทคนหนึ่งที่ช่วยเหลือคนกรุงเทพให้รอดจากโควิด เพราะการออกหน้าอนุมัติจัดซื้อชุดตรวจโควิด ที่ดำเนินการตามกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิตประชาชนตามที่กระทรวงการคลังอนุญาตให้ดำเนินการไปก่อนได้ ชุดตรวจโควิดที่อนุมัติจัดซื้อก็ถูกกว่าราคาตลาดถึง 120 บาท แล้ววงเงินทั้งหมดก็ไม่ถึง 10 ล้านบาท เมื่อเทียบกับหน่วยราชการอื่นที่จัดซื้อสิ่งของต่างๆ แพงกว่าราคาตลาด หรือทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรงจริงๆ เป็นร้อยล้านพันล้านบาท แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ

การดำเนินการให้ออกจากราชการโดยไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมเช่นนี้ นอกจากจะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังจะเป็นการทำลายกำลังใจข้าราชการผู้ซื่อสัตย์สุจริตที่อุทิศตัวให้ประชาชนที่ยังมีอยู่ทั่วประเทศ และเชื่อได้ว่าไม่มีทางที่สังคม โดยเฉพาะคนกรุงเทพที่ได้รับการช่วยชีวิตจากคุณหมอสุภัทรและแพทย์ชนบท จะยอมรับได้  ผมจึงหวังว่าเมื่อเรื่องนี้มาถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ท่านจะได้แก้ไขเรื่องนี้ให้ถูกต้องครับ

พบอีก 5 สัญญา รพ.จะนะ ยุค ‘หมอสุภัทร’ จัดซื้อวิธีเฉพาะเจาะจง จากเจ้าเดิม 8.1 แสน

เมื่อวันที่ (26 ส.ค.68) สำนักข่าวอิศรา ได้รายงานข่าวเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาลจะนะ ซึ่งทำให้ นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณ ถูกสอบวินัย โดยระบุว่า ประเด็นขัดแย้งระหว่าง นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ประธานชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งถูกย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 กับ ผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข กรณีการจัดซื้อชุดตรวจโควิด (ATK) ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปี 2564 ซึ่งเป็นประเด็นตั้งกรรมการสอบสวนวินัยนายแพทย์สุภัทร ทำให้เจ้าตัวออกมาโพสต์ว่าถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม และอาจถูกไล่ออกจากราชการในเร็วนี้

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 30 พ.ย. - 22 ธ.ค.2564 โรงพยาบาลจะนะ โดยนายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ออกประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test โดยเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง จำนวน 34,159 ชุด เป็นเงินทั้งสิ้น 7,856,570 บาท

โดยสำนักข่าวอิศรา ได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องได้แก่ ใบเสนอราคาที่เอกชนคือ บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด ส่งถึง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จำนวน 4 ฉบับ ( 4 ครั้ง) ซึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นอกจากจัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test โดยวิธีเฉพาะเจาะจง กับบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด 4 ครั้งโดยทำสัญญาในช่วงปลายปี 2564 แล้ว ในช่วงปี 2562-2565 โรงพยาบาลจะนะ ได้จัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจงกับบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง ฯ อีก 5 สัญญา รวมจำนวนเงิน 810,139 บาท แบ่งเป็น จัดซื้อ ชุดตรวจ Standard Q จำนวน 2 สัญญา และ จ้างซ่อมครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 3 สัญญา กรณีการจัดซื้อชุดตรวจ Standard Q จำนวน 2 สัญญา รวมวงเงิน 750,000 บาท นั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2565 หลังจัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test รายละเอียดดังนี้

จัดซื้อวัสดุทางการแพทย์ ชุดตรวจ Standard Q ช่วง มี.ค.2565

1. วันที่ 2 มี.ค.2565 จัดซื้อวัสดุทางการแพทย์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ได้แก่ ชุดตรวจ Standard Q จำนวน 3,000 ชุด โดยวิธีเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์ การช่าง (1992) จำกัด ราคา 450,000 บาท (สัญญาเลขที่ C6500114 – ลง 02/03/2565 ) โรงพยาบาลจะนะโดยนายสุภัทร ในฐานะผู้อำนวยการ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2565 (วันเดียวกับทำสัญญา) 

2.วันที่ 3 มี.ค. 2565 จัดซื้อวัสดุทางการแพทย์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ชุดตรวจ Standard Q จำนวน 2,000 ชุด โดยวิธีเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์ การช่าง (1992) จำกัด วงเงิน 300,000 บาท (สัญญาเลขที่ SC65020279 – ลง 03/03/2565 ) โรงพยาบาลจะนะโดยนายสุภัทร ในฐานะผู้อำนวยการ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2565 (วันเดียวกับทำสัญญา)

รายการ จ้างซ่อมครุภัณฑ์การแพทย์

ในช่วงปี 2562-2564 จ้างซ่อมครุภัณฑ์การแพทย์โดยวิธีเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์ การช่าง (1992) จำกัด จำนวน 3 สัญญา ได้แก่

1.วันที่ 24 มิ.ย. 2562 จ้างซ่อมครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง จำนวน 9,763.75 บาท (สัญญาเลขที่ 464/2562- ลง 24/06/2564 ) โรงพยาบาลจะนะ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2562 (วันเดียวกับวันทำสัญญา) 

2. วันที่ 3 ก.พ. 2563 จ้างซ่อมเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ด้วยไอน้ำ(ครุภัณฑ์การแพทย์) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 27,306.40 บาท (สัญญาเลขที่ 175/2563 – ลง 03/02/2563 ) โรงพยาบาลจะนะ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2563 (วันเดียวกับวันทำสัญญา) 

3.วันที่ 1 พ.ย.2564 จ้างซ่อมครุภัณฑ์การแพทย์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์ การช่าง (1992) จำกัด วงเงิน 23,069 บาท (สัญญาเลขที่ 495/2565 - ลง 01/11/2564) โรงพยาบาลจะนะโดยนายสุภัทร ในฐานะผู้อำนวยการ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2564 (วันเดียวกับทำสัญญา) (ดูประกาศ)

อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดซื้อชุดตรวจ Standard Q 2 รายการ และ จ้างซ่อมครุภัณฑ์ 3 สัญญา รวมทั้งสิ้น 5 สัญญา ไม่พบข้อมูล ‘ราคากลาง’ ต่างจากกรณีการจัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test ที่ใช้เอกสารใบเสนอราคาของบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง ฯ เป็นราคากลางประกอบการจัดซื้อจัดจ้าง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top