Thursday, 4 June 2026
หงส์แดง

แฟนบอล ‘แมนฯ ยู’ กลับก่อนเกมจบครึ่งชั่วโมง หลังโดน ‘หงส์แดง’ บุกมาสอนบอล ยิง 5 เม็ด

ควันหลงเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแดงเดือด ที่ทีม ‘ปีศาจแดง’ แมนฯ ยูไนเต็ด โดน ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล บุกมาสอนบอลถึงถิ่น พ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 0-5 เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา 

เมื่อเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 65 ขณะที่ ‘ปีศาจแดง’ มีสกอร์ตามหลังคู่แข่ง 0-5 มีการจับภาพไปที่ด้านนอกของสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด พบว่ามีแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ทยอยเดินทางกลับบ้านก่อนกำหนด ทั้งๆ ที่ยังเหลือเวลการแข่งขันอีกเกือบ 30 นาที 

ตำรวจ เตือน 'แฟนหงส์แดง' อย่าแซวแรง หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอยในอดีต

15 พฤษภาคม 2565 ภายหลัง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษเอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จเมื่อคืนนี้ ซึ่งถือเป็นแชมป์ที่ 2 ของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้แล้วนั้น 

ล่าสุดเพจ “ตำรวจสอบสวนกลาง” ได้โพสต์รูปภาพข่าวพาดหัวในอดีตเป็นข่าวอาชญากรรมยิงกันเสียชีวิต และประมวลกฎหมายอาญา อัตราโทษ โดยมีข้อความในภาพว่า “เบาได้…เบา” พร้อมข้อความระบุว่า “นายชนะเราดีใจ ถึงอย่างไร เราก็เพื่อนกัน เตือนถึงแฟนบอล… หลังได้แชมป์ แซวกันได้ แต่ขออย่าแซวแรง ด้วยความปรารถนาดีจากตำรวจสอบสวนกลาง #สอบสวนกลาง #CIBpolice #ลิเวอร์พูล #แชมป์เอฟเอคัพ”

‘สมยศ’ ข้าวต้มรอบดึก กวาดรางวัลมาแล้ว 3 ปีซ้อน เปิดยาวยันตี 3 ของเด็ดต้องโดน โซนโชคชัย 4

คุณกำลังหิวอยู่ใช่ไหม ? 
THE STATES TIMES ขอแนะนำร้านนี้

สมยศ ข้าวต้มรอบดึก ร้านเด็ดปิดดึก ขวัญใจชาวโชคชัย 4 ดีกรีมิชลินไกด์ 3 ปีซ้อน คนแน่นมาก ถึงขนาดต้องแจกบัตรคิว ใครโมโหหิว แนะนำให้ส่งเพื่อนไปจองโต๊ะก่อน เปิดมายาวนานกว่า 20 ปี เฮียเจ้าของร้านใจดี เดินทักทายสวัสดีทุกโต๊ะ ถ้าเห็นชุดเสื้อทีมฟุตบอลลิเวอร์พูล เดินอยู่เต็มร้าน ไม่ต้องตกใจ นั่นพนักงานเสิร์ฟ ไม่ใช่นักบอล เฮียเจ้าของร้านแฟนหงส์แดง เลยจัดให้เป็นเครื่องแบบของพนักงาน แม้ไม่ได้บินไปดูลิเวอร์พูล เตะที่สนามแอนฟิลด์ แต่มากินที่ร้านนี้ก็ได้ฟิลเหมือนกัน เพราะที่นี่มีทีวีเยอะมาก ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนของร้าน จะหันหน้าไปทางองศาไหน ร้านนี้เขาก็จัดทีวีจอใหญ่วางไว้ให้ทุกมุม เฮได้พร้อมกันทั้งร้าน

ตัดภาพมาที่อาหาร ร้านนี้บอกเลย มีให้เลือกทานกว่า 200 เมนู เมนูที่ต้องลอง ออส่วน, ยำปลาดุกฟู, ต้มยำกุ้ง, คะน้าปลาเค็ม และซุปเปอร์ จุดเด่นอยู่ที่รสชาติจัดจ้าน อร่อยอย่างแรง แต่ราคาไม่แพง ปริมาณให้เยอะมาก ย้ำ!! หิวดึกห้ามพลาดเด็ดขาดที่ร้านนี้ 

ที่จอดรถอยู่ในซอยข้างหลังร้าน มีพนักงานโบกให้ดูแลอย่างดี ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนนสตรีวิทยา 2 อยู่ใกล้ๆ กับสตรีวิทยา 2 ซอย 30 ถ้ามาไม่ถูกลองเข้าไปเสิร์ชที่ Google ได้เลย "สมยศ ข้าวต้มรอบดึก" ขึ้นแน่นอน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 16.00 - 03.00 น. สามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 085-224-4617

พิกัดร้านสมยศ ข้าวต้มรอบดึก
https://maps.app.goo.gl/nrkTWvFxuFUYsfnJ6?g_st=ic

ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจเดินทางไปชิม
• ยำปลาดุกฟู (ราคา 140 บาท)
• กุ้งแช่น้ำปลา (ราคา 120 บาท)
• หมูกรอบแม็กกี้ (ราคา 120 บาท)
• ซุปเปอร์ (ราคาถ้วย 110 บาท / หม้อไฟ 220 บาท)
• ต้มยำกุ้ง (ราคาถ้วย 130 บาท / หม้อไฟ 260 บาท)
• คะน้าปลาเค็ม (ราคา 95 บาท)
• ปลากะพงทอดน้ำปลา (ราคา 320 บาท)
• ออส่วนกระทะร้อน (ราคา 140 บาท)

เรื่อง : กันย์ ฉันทภิญญา Content Manager

อีกมุม!! 'นูนเญซ' เข้าปะทะแฟนบอล 'โคลอมเบีย' เหตุแฟนบอลคู่แข่งเมา เข้าคุกคามครอบครัวของตน

(11 ก.ค.67) ควันหลง โกปา อเมริกา 2024 ในเกมที่ 'จอมโหด' อุรุกวัย พ่ายแพ้ 'โคลอมเบีย' ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ไปด้วยสกอร์ 0-1 ตกรอบ 4 ทีมสุดท้าย โดยเกมดังกล่าว โคลอมเบีย ขึ้นนำ 1-0 จาก เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา น.39 ก่อนที่ ดาเนียล มูญอซ แข้งของทีม 'โคเคน' จะมาโดนเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามก่อนจบครึ่งแรก

แม้ครึ่งหลัง อุรุกวัย จะลงผู้เล่นเกมรุกลงมาหลายคน และขึงเกมบุกใส่คู่แข่ง แต่เจาะแนวรับอันแข็งแกร่งของ โคลอมเบีย ไม่ได้ และตลอดทั้งเกมพวกเขายิงตรงกรอบแค่ 3 ครั้งเท่านั้น

ทั้งนี้ หลังจบเกม ดาร์วิน นูนเญซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย จากทีม 'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล ได้เข้าปะทะคารมกับกองเชียร์โคลอมเบียอย่างดุเดือดถึงขั้นลงไม้ลงมือชนิดที่เพื่อนร่วมทีมเข้ามาห้ามก็หยุดไม่อยู่

หลังสิ้นเสียงนกหวีดจบเกม ดาร์วิน นูนเญซ ซึ่งเกมนี้พลาดโอกาสทองหลายครั้ง นำเหล่าผู้เล่น อุรุกวัย จำนวนหนึ่งเข้าไปในกลุ่มแฟนบอลโคลอมเบีย ก่อนจะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ซึ่งทางหัวหอกของ ลิเวอร์พูล โดนแฟนบอลต่อยเข้าที่หน้า

จากรายงานของ 'เอล ปาอีส' สื่ออุรุกวัย ระบุว่า ผู้เล่นทีม 'จอมโหด' เข้าไปในกลุ่มแฟนบอลเพื่อช่วยครอบครัว และเพื่อนที่นั่งอยู่หลังม้านั่งสำรองของทีม ส่วน ฮอร์เก จอร์ดาโน ผู้อำนวยการทีมชาติอุรุกวัย และสื่อมวลชนของอุรุกวัย อย่าง เฟลิเป โกเตโล ก็มีการวิวาทกับกลุ่มแฟนบอลคู่แข่งด้วยเช่นกัน

มีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า มานูเอล อูการ์เต เดินเข้าไปดูแลญาติของตัวเองในสนามที่สุ่มเสี่ยงต่อการโดนลูกหลงการทะเลาะวิวาทในครั้งนี้ ในขณะที่มีแฟนบอล อุรุกวัย บางคนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ดังกล่าวเนื่องจากแฟนบอลของ โคลอมเบีย มีมากกว่า

ด้าน โฆเซ ฆิเมเนซ เซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติอุรุกวัย ออกมาเปิดเผยว่า แฟนโคลอมเบียเมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้ คุกคามครอบครัวของนักเตะอุรุกวัย ตรงนั้นไม่มีตำรวจแม้แต่คนเดียว ครอบครัวของเรา พวกเขาตกอยู่ในอันตราย จึงต้องรีบขึ้นไปบนอัฒจันทร์เพื่อช่วยพวกเขาออกมา

ล่าสุดปรากฏภาพ ดาร์วิน นูนเญซ กำลังกอดปลอบขวัญลูกชายของตนอยู่ในสนาม หลังจากเพิ่งบุกขึ้นบนอัฒจันทร์ชกต่อยกับแฟนโคลอมเบีย เพราะสนามไม่มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา

‘อาร์เนอ’ เปิดใจหลัง ‘ลิเวอร์พูล’ แซงชนะ ‘ไบรตัน’ อวย!! ลูกทีมเต็มที่ ครึ่งแรก-ครึ่งหลัง ‘หนังคนละม้วน’

(3 พ.ย. 67) ‘ลิเวอร์พูล’ โกงความตายอีกแล้ว พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง ไบรตัน ไปก่อน 0-1 จากประตูของ แฟร์ดี คาดิโอกลู ในนาที 14 กลับมายิงสองลูกรวดช่วงครึ่งหลังจาก โคดี กักโป นาที 69 และโมฮาเหม็ด ซาลลาห์ นาที 72 แซงชนะ 2-1 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2024-25 เมื่อวันที่ 2 พ.ย.

จากผลที่เกิดขึ้นทำให้ ‘หงส์แดง’ เก็บเพิ่มเป็น 25 คะแนนจาก 10 นัดแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้งหลังมีแต้มมากว่า ‘เรือใบสีฟ้า’ 2 คะแนนในจำนวนนัดเท่ากัน ส่วน ไบรตัน หยุดอยู่ที่ 16 คะแนนจาก 10 นัดอยู่อันดับ 7 ตาราง

หลังเกม อาร์เนอ ซึ่งทำสถิติเป็นเฮดโค้ชของ ลิเวอร์พูล คนแรกที่พาทีมชนะในลีก 8 จาก 10 นัดแรก กล่าวถึงผลงานของทีม รวมถึงการขึ้นไปครองจ่าฝูงว่า 

“เราต้องการฟอร์มการเล่นในครึ่งหลังอีกครั้ง เพราะเราเล่นได้แย่ในครึ่งแรก พวกเขาเล่นได้ดีขึ้นเมื่อครองบอล เล่นเกมรุกได้ดีขึ้นเมื่อไม่มีบอล จากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในครึ่งหลังเพราะมันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง”

“กองหน้าของเรายิงประตูได้ แต่ความแตกต่างหลักคือเราอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า และได้บอลมากขึ้น เมื่อไม่มีบอล พวกเขาสร้างปัญหาให้เรา แต่ในครึ่งหลังเรายังคงวิ่งต่อไป”

“(เกี่ยวกับตำแหน่งจ่าฝูง) มันสำคัญกว่าหากคุณเล่นกับ อาร์เซนอล ในสนามของพวกเขา และคุณสามารถเสมอได้นอกบ้าน ไบรตัน ก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งมากเช่นกัน พวกเขาแสดงให้เห็นในฤดูกาลนี้ หากคุณเผชิญหน้ากับทีมแบบนี้ และตามหลังอยู่ 1-0 และสามารถกลับมาชนะ 2-1 ซึ่งในความคิดของผม มันสมควรแล้ว มันทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น และมากกว่าตำแหน่งที่เราอยู่ตอนนี้”

นอกจากนั้นเฮดโค้ชวัย 46 ปียังอัพเดตอาการบาดเจ็บของ อิบราฮิมา โคนาเต กองหลังคนสำคัญซึ่งมีอาการเจ็บที่แขน และค้องถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่งแรกว่า 

“เขาเจ็บมากในช่วงพักครึ่ง ดังนั้นคุณต้องเปลี่ยนตัว สิ่งดีคือเรามีตัวสำรองสองคนซึ่งดีมากคือ โจ โกเมซ และจาเรลล์ ควานซาห์ ผมเลือก โจ ในวันนี้เพราะ จาเรลล์ เหนื่อยมาก และเขาพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมคิดถูก เพราะเขาเล่นได้โดดเด่นในครึ่งหลัง”

‘อลงกรณ์’ เป็นกำลังใจให้!! ‘พีระพันธุ์’ ขจัดผูกขาดพลังงาน ขอให้มันจบในรุ่นเรา ชี้!! “คุณไม่ได้เดินเดียวดายคนเดียว” มีคนอีกไม่น้อย ที่พร้อมสนับสนุน ทำดีไม่มีพัง

(5 ม.ค. 68) หลังจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานโพสต์ข้อความว่า มีขบวนการปั้นข่าวรุมถล่ม โดยระบุกลุ่มทุนพลังงานไม่พอใจการทำงานของนายพีระพันธุ์ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวานนี้ (4 ม.ค. 68)

ปรากฎว่า วันนี้ (5 ม.ค. 68)นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีและสส.พรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุบันเป็นประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์(FKII Thailand)
และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ได้โพสต์ในเฟสบุ๊กส่วนตัวถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคโดยมีข้อความดังต่อไปนี้

ถึง คุณพีระพันธุ์

“You will never walk alone”

ขอให้รู้ว่า คุณไม่ได้เดินเดียวดายคนเดียว

แต่มีผมและพวกเราอีกไม่น้อยที่พร้อมสนับสนุนและเป็นกำลังใจ ไม่ใช่เพียงเพราะความเป็นเพื่อนหรือคนที่เคยทำงานใต้ชายคาเดียวกันคือ ‘พรรคประชาธิปัตย์’ มาเกือบ 30 ปี แต่เพราะตรงกันในจุดยืนขจัดการผูกขาด(Anti-Monopoly)โดยเฉพาะการผูกขาดด้านพลังงาน

ประเทศของเรายังมีการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ต้องช่วยกันทลายให้หมดไปเพราะเป็นสาเหตุของปัญหาความเหลื่อมล้ำและการคอรัปชั่นที่ทำให้ประเทศล้าหลังและประชาชนยากจนมาอย่างยาวนาน

ขอให้การผูกขาดจบในรุ่นของเราด้วยเจตจำนงทางการเมือง(Political will)ร่วมกันที่แน่วแน่เพื่อส่งต่อประเทศไทยที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของเรา

ทำดีไม่มีพังครับ

อลงกรณ์ พลบุตร

5 มกราคม 2568

Harry Maguire จากตัวตลกแห่งโลกออนไลน์ สู่ฮีโร่แห่งเกียรติยศ สร้างความภูมิใจ แก่แฟนปีศาจแดงทั้งโลก

(21 ต.ค. 68) ในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยสามารถถูกขยายและส่งต่อด้วยความเร็วแสง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (Harry Maguire) ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของปรากฏการณ์นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่วงเวลาหนึ่ง ชื่อของเขาไม่ได้ถูกกล่าวถึงในฐานะกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก หรือเสาหลักของทีมชาติอังกฤษ แต่กลับกลายเป็น 'มีม' และเป้าของการล้อเลียนในโลกออนไลน์อย่างโหดร้ายทารุณ

ยุคมืด: เมื่อคำวิจารณ์กลายเป็นการด้อยค่าและนำไปสู่เสียงหัวเราะ

นับตั้งแต่ย้ายมาสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2019 ด้วยค่าตัวสถิติโลกสำหรับกองหลัง อาชีพของแม็กไกวร์ก็ถูกฉาบด้วยแรงกดดันมหาศาล ความผิดพลาดในสนามถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดและกลายเป็นการผลิตซ้ำในโลกโซเชียล มีมที่ล้อเลียนการเคลื่อนไหวที่ดูเชื่องช้า การสกัดที่ผิดพลาด หรือการทำเข้าประตูตัวเอง ได้สร้างภาพลักษณ์ของเขาให้เป็น 'ตัวตลก' แห่งวงการลูกหนัง คำวิจารณ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผลงานในสนาม แต่ลามไปถึงชีวิตส่วนตัวและครอบครัว ความกดดันเหล่านี้หนักหนาและบดขยี้เขาจนคนภายนอกแทบจะจินตนาการไม่ออกว่าเขาต้องเผชิญกับมันอย่างไรในแต่ละวัน ถึงแม้จะถูกปลดจากตำแหน่งกัปตันทีมและตกเป็นตัวเลือกสำรองในช่วงฤดูร้อนปี 2023 แต่ท่ามกลางความพ่ายแพ้และเสียงเยาะเย้ย สิ่งหนึ่งที่แม็กไกวร์ไม่เคยทำคือ การถอดใจยอมแพ้

แสงสว่าง: การกลับมาที่เงียบงันแต่ทรงพลัง

ในช่วงที่หลายคนคาดการณ์ว่าเขาจะย้ายทีมและจบอาชีพในโอลด์ แทรฟฟอร์ดอย่างน่าผิดหวัง แม็กไกวร์กลับเลือกที่จะก้มหน้าทำงานหนักอย่างเงียบ ๆ เขาปฏิเสธโอกาสย้ายทีมที่สามารถทำให้เขาหลีกหนีจากแรงกดดัน และเลือกที่จะเชิดหน้าต่อสู้เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองในทีมที่เขารักต่อไป การบาดเจ็บของเพื่อนร่วมทีมเปิดประตูให้เขาได้กลับมายืนในแนวรับอีกครั้ง และนี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าประทับใจที่สุด เขาไม่ได้กลับมาพร้อมคำพูดที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีการโพสต์อะไรลงโซเชียลมีเดียให้เยิ่นเย้อ แต่แม็กไกวร์กลับมาพร้อมกับผลงานที่ยอดเยี่ยมในสนาม 

ทันใดนั้น โลกฟุตบอลก็เริ่มเห็นแฮร์รี่ แม็กไกวร์คนเดิม—กองหลังที่แข็งแกร่งในการดวลตัวต่อตัว แม่นยำในการจ่ายบอลขึ้นหน้า ทรงพลังในการเล่นลูกกลางอากาศ และเมื่อไหร่ที่ทีมต้องการประตูในเวลาวิกฤต เขาจะอยู่ตรงนั้นเสมอที่หน้าปากประตูคู่แข่งเพื่อเป็นเป้าหมายแห่งความหวังที่เพื่อนร่วมทีมจะเปิดบอลเข้าไปให้เขาเสมอ  แม็กไกวร์แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่หายไปนาน การอ่านเกมที่เฉียบขาด และความทุ่มเทที่ส่งผลให้เขาได้รับรางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก ในเดือนพฤศจิกายน 2023  และเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผ่านมาถึงยุคของกุนซือปีศาจแดงคนปัจจุบันอย่าง รูเบน อโมริม แม็กไกวร์มักจะถูกส่งลงสนามในช่วงเวลาสำคัญๆเสมอ ไม่ว่าจะในบทบาทตัวจริงหรือตัวสำรอง นี่ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีที่สุดในอาชีพของเขาอีกครั้ง 

จากกำแพงแนวรับ สู่ฮีโร่ผู้โหม่งประตูชัย 'ศึกแดงเดือด'

หากยังมีใครกังขาในสปิริตและความสามารถของเขา การแข่งขัน 'แดงเดือด' นัดล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมาหมาดๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกไปเยือนลิเวอร์พูลถึงแอนฟิลด์ และสามารถคว้าชัยชนะได้ 2-1 คือบทพิสูจน์ที่ไม่มีข้อกังขาถึงคุณค่าในตัวตนของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ผู้สวมบทบาทเป็นมากกว่ากองหลังในเกมนี้ และนี่คือผลงานอันโดดเด่นของเขาจากแมตช์แห่งศักดิ์ศรีและเกียรติยศนี้

1. ผู้นำในแนวรับ: ตลอดทั้งเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ดถูกบีบให้ตั้งรับอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลัง แม็กไกวร์คือผู้ที่ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงที่สุด เขาเข้าสกัดได้เด็ดขาด จัดการกับลูกครอสอันตรายด้วยความมั่นใจ และมีการอ่านเกมล่วงหน้าที่ยอดเยี่ยม การป้องกันของเขาคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้กระทั่งในจังหวะที่ ลิเวอร์พูลยิงชนเสาชนคานถึงสามครั้ง

2. ผู้ทำประตูชัย: ในนาทีที่ 84 หลังลิเวอร์พูลตีเสมอได้สำเร็จ ความกดดันถาโถมเข้าใส่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทีมเยือนอีกครั้ง แต่แล้วความพยายามของแม็กไกวร์ก็ได้รับรางวัลสูงสุด เมื่อลูกครอสอันชาญฉลาดจาก บรูโน แฟร์นันด์ส ลอยเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่พุ่งตัวโหม่งด้วยพละกำลังและความเด็ดขาด ลูกพุ่งเสียบมุมเป็นประตูชัย 2-1 ที่สำคัญที่สุดในฤดูกาลนี้ ประตูนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นการยุติสถิติอันยาวนานถึง 10 ปี ที่แมนฯ ยูไนเต็ดไม่สามารถบุกมาชนะในเกมลีกที่แอนฟิลด์ได้

การพิสูจน์ตัวตน คุณค่าของความพยายามและการไม่ยอมแพ้ “ครั้งแล้วครั้งเล่า”

ประตูชัยของแม็กไกวร์ในเกมใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า 'ตัวตลก' ในโลกออนไลน์ได้หายไปแล้ว และแทนที่ด้วย 'ฮีโร่' ที่กล้าหาญและไม่เคยยอมก้มหัวให้แก่คำดูถูกใด ๆ

บทเรียนแห่งความอดทน

เส้นทางของแฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่ใช่แค่เรื่องราวของนักฟุตบอลที่กลับมาทำผลงานได้ดีหลังจากฟอร์มตก แต่มันคือเรื่องราวที่ทรงคุณค่าและน่าประทับใจยิ่งกว่านั้น มันคือบทพิสูจน์ของ ความทรหดอดทนทางจิตใจ (Mental Fortitude) ในยุคที่คนส่วนใหญ่จะเลือกหลีกหนีหรือตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่แม็กไกวร์กลับเลือกอีกเส้นทางหนึ่งที่ยากลำบากและท้าทายความเป็นลูกผู้ชายมากกว่า นั่นคือการก้มหน้าทำงานหนักเพื่อปรับปรุงตัวเอง แบกรับทุกความกดดันและเสียงเยาะเย้ยถากถางจากคนทั้งโลกและเปลี่ยนมันให้เป็นพลังส่งตัวเองสู่ความสำเร็จไม่ใช่แค่ของตัวเอง แต่ของทั้งทีมและทั้งสโมสร 

แม้ในเวลาที่เสียงก่นด่าและดูถูกจะประดังเข้าหาจากทุกสารทิศแต่แม็กไกวร์ก็ไม่เคยตอบโต้ด้วยคำพูดใด ทุกคำที่กล่าวถึงสโมสร โค้ช เพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล (ที่ด้อยค่าเขาอย่างหนัก) มีแต่ถ้อยคำที่ให้เกียรติและขอบคุณอย่างจริงใจ เขาได้เปลี่ยนภาพลักษณ์จาก 'ตัวตลก' ที่ทุกคนหัวเราะใส่ ให้กลายเป็น 'ฮีโร่' ผู้เป็นแรงบันดาลใจ ให้กับทุกคนที่เคยถูกตัดสินหรือถูกมองข้าม ว่าตราบใดที่เรายังคงสู้และทำงานหนักอย่างไม่ย่อท้อ วันแห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจจะมาถึงอย่างแน่นอน และประตูชัยที่แอนฟิลด์ในช่วงเวลาแห่งโชคชะตาในวันนั้น จะถูกจดจำไปตลอดกาล ว่าคือช่วงเวลาที่กองหลังที่ถูกเยาะเย้ยด้อยค่าอย่างต่ำต้อยดุจธุลีดิน ได้กลับขึ้นมาผงาดจากฝุ่นผงแห่งความอดทนและการทุ่มเททำงานหนักจนกลายเป็นผู้กอบกู้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนที่เคยดูหมิ่นเขามาก่อนด้วยเช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top