Thursday, 4 June 2026
สุดซอย

‘เอกนัฏ’ ส่ง!! ‘สุดซอย’ ขยายผลกากพิษซุกดิน 50,000 ตัน ที่ฉะเชิงเทรา ค้นโรงงานตัวพ่อ ลักลอบเก็บฝังขยะพิษ ผงะ!! เจอบัญชีส่วยยาวเป็นหางว่าว

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือ ทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ผู้แทนมูลนิธิบูรณนิเวศ และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท เค.เอส.ดี. รีไซเคิล จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 83 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งประกอบกิจการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งขยายผลจากกรณีลักลอบฝังขยะอุตสาหกรรมกว่า 50,000 ตัน ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีการลงพื้นร่วมตรวจสอบ

"จากการขยายผลกรณีลักลอบฝังขยะอุตสาหกรรมจำนวนมากที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่ อ.แปลงยาว จ. ฉะเชิงเทรา พบการเชื่อมโยงมายัง บริษัทฯแห่งนี้ ซึ่งเป็นของบุคคลในครอบครัวเดียวกัน จึงส่งทีมงานมาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน" นายเอกนัฏกล่าว

ทางด้านนางสาวฐิติภัสร์ ได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบโรงงานพบว่า มีเครื่องจักร และกองกากอุตสาหกรรมทั้งบนดินและฝังดิน มีลักษณะการประกอบกิจการคล้ายกับ จุดที่ อ.แปลงยาว จ. ฉะเชิงเทรา คือเปิดบริษัทรีไซเคิลรับกำจัดกากอุตสาหกรรม แต่ไม่นำกากอุตสาหกรรมไปกำจัดให้ถูกต้อง แต่กลับใช้วิธีกองเก็บไว้ และฝังกลบไว้ในที่ดินของตนเอง ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าเจ้าของบริษัทแห่งนี้ยังเป็นพ่อของเจ้าของที่ดิน อ.แปลงยาว จ. ฉะเชิงเทรา ที่ขุดพบขยะพิษเกือบ 50,000 ตันไปก่อนหน้านี้ด้วย ทั้งยังพบข้อมูลบัญชีการจ่ายเงินให้กับบุคคลต่างๆ ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตำรวจท้องที่ ข้าราชการ และจะทำการตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสีเทาอื่นๆอีกหรือไม่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาและดำเนินคดีตั้งประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเก็บตัวอย่างดินและน้ำในพื้นที่ส่งตรวจวิเคราะห์ หากผลปนเปื้อนเข้าข่ายเป็นของเสียที่เป็นวัตถุอันตราย เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีเพิ่มเติมข้อหาครอบครองวัตถุอันตราย

“สิ่งที่น่าสังเกตคือการที่ครอบครัวเดียวกันมีการประกอบกิจการที่ผิดกฎหมายเหมือนกัน เราจึงต้องเร่งสืบหาความเชื่อมโยงว่ามีเครือข่ายอื่นใดอีกหรือไม่ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ลักลอบฝัง-ขนย้ายกากอุตสาหกรรมก่อนหน้านี้ด้วยหรือไม่ ที่สำคัญคือพบว่ามีหลักฐานการจ่ายส่วยอย่างชัดเจน ซึ่งเราต้องเร่งเอาผิดและจัดการกับผู้เกี่ยวข้องทั้งนักการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ที่คอยปกป้องผู้กระทำผิดเหล่านี้เพื่อไม่ให้มีการเอาเยี่ยงอย่าง การช่วยเหลือผู้ประกอบการสีเทาเหล่านี้” นางสาวฐิติภัสร์กล่าวทิ้งท้าย

‘เอกนัฏ’ สั่ง!! ‘สุดซอย’ กวาดล้างจับปลั๊กไฟ ปลั๊กพ่วง เถื่อน-ตกเกรด อายัดสินค้าของกลาง 7.2 ล้านบาท ดำเนินคดี!! มีโทษ ทั้งจำและปรับ

(20 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือ ทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เข้าตรวจค้นโกดังและสถานที่ตั้งบริษัทนำเข้าจำนวน 3 แห่ง หลังได้รับรายงานว่าเป็นโกดังจัดเก็บสินค้าไม่มี มอก. และสินค้าตกมาตรฐาน ที่จำหน่ายในร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบทั้ง 3 จุด พบว่า จุดที่ 1 เป็นโกดังของ บริษัท ทีที-วัน เทคโนโลยี จำกัด ตั้งอยู่ในโครงการ ซีทีที ศาลายา ปาร์ค โกดังเลขที่ 52/36-39 และโกดังเลขที่ 52/34 มีร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 21 ร้านค้า เจ้าหน้าที่ตรวจพบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการ เช่น ปลั๊กไฟ ปลั๊กพ่วง เพาเวอร์แบงค์ หม้อทอดไร้น้ำมัน พัดลม และสินค้าอื่นๆเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีน ที่ไม่มี มอก. และไม่ได้ขออนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

จุดที่ 2 ได้เข้าตรวจสถานที่จำหน่าย ของบริษัท เอ็นทีพี อิเล็กทรอนิก 2019 จำกัด ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 3 เขตบางแค กรุงเทพฯ มีร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ 3 ร้านค้าชื่อ ONESAM เนื่องจากก่อนหน้านี้ทาง เจ้าหน้าที่ สมอ. ได้เข้าตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของประชาชนและได้นำตัวอย่างชุดปลั๊กพ่วงที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายใต้ยี่ห้อ ONESAM ไปตรวจสอบ ผลทดสอบผลิตภัณฑ์ชุดสายพ่วง ปรากฏไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จึงลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโกดังสินค้าเพิ่มเติม พบว่ามีการจำหน่ายเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือแท็บเล็ตและชุดสายพ่วงด้วย จึงได้ทำการอายัดสินค้าดังกล่าวไว้ทั้งหมด 

และเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจากตัวแทนของบริษัท เอ็นทีพีฯ จำกัด ทราบว่ามีการสั่งซื้อสินค้านำเข้ามาจากประเทศจีน โดยผ่าน บริษัท เอ็ม จี ที อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบยังจุดที่ 3 คือ บริษัท เอ็ม จี ที ฯ เพิ่มเติม พบผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ และแท็บเล็ตพร้อมเครื่องจ่ายไฟฟ้า นำเจ้าจากประเทศจีน ไม่พบการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานที่ตัวเครื่องจ่ายไฟฟ้า จึงทำการยึดอายัดสินค้าทั้งหมด

โดยเจ้าหน้าที่สั่งให้ทั้ง 3 บริษัทฯ นำสินค้าที่ไม่มี มอก. และสินค้าที่ตกมาตรฐานออกจากระบบการซื้อขายในร้านค้าออนไลน์ทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีมาตรฐาน มีโทษทั้งจำและปรับ

"ตามนโยบายปราบดัมพ์ สู้ ทรัมป์ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่สั่งกวาดล้างสินค้าเถื่อน ไม่มีมาตรฐาน นำเข้ามาดัมพ์ตลาดในไทย ทั้งปลั๊กพ่วง ปลั๊กราง สายไฟ เพาเวอร์แบงค์ เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด ที่นำเข้ามาขายราคาถูก ไม่มีการขอ มอก. ซ้ำยังมีบางสินค้า แอบแปะสัญลักษณ์ มอก. เอง แบบไม่ถูกต้อง นอกจากจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ซื้อไปใช้แล้ว ผู้นำเข้าบางรายยังใช้ไทยเป็นทางผ่านหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี บางรายมีการนำชิ้นส่วนรวมไปถึงฉลากมาประกอบในไทย แต่แอบติดตรา Made in Thailand ทำให้เกิดความเสียหาย ทำลายชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือประเทศไทยแล้ว ยังทำลายผู้ประกอบการไทยที่ทำสินค้าดีมีมาตรฐานในประเทศอีกด้วย" นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

‘เอกนัฏ’ หนุนเต็มที่!! กองทัพเดินหน้า ลุยต่อ ไม่ต้องหวั่น!! ‘ภาษีทรัมป์’ ลั่น!! พร้อมซัพพอร์ต เป็นกำลังใจให้ แบบสุดซอย เพื่อปกป้องคนไทย

(27 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” ที่ จ.อุบลราชธานี โดยมีเนื้อความว่า

พร้อมรบเป็น ‘กองหลัง’

เรื่องที่ไทยถูกกดดันให้หยุดยิง เพื่อเจรจาภาษีทรัมป์

ทั้งๆที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธสงคราม ยิงใส่เรา ยิงใส่โรงพยาบาล ยิงใส่บ้านเรือนผู้บริสุทธิ์ ของเราก่อน ทำให้พลเรือนที่บริสุทธิ์ รวมถึงเด็กๆ ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย จนกระทั่งเช้านี้ (27 ก.ค.) ก็ยังยิงใส่เราไม่หยุด

ในฐานะรัฐมนตรีฯอุตสาหกรรม ผมได้เตรียมแผนรับมือ กับผลของภาษีตอบโต้จากทรัมป์ ไม่ว่าเรทภาษีจะจบลงที่เท่าไหร่

เพราะไม่ว่าผลการเจรจา “นอกบ้าน” จะออกมาเช่นไร จะมัวแต่ภาวนาให้สหรัฐฯเมตตา ลดภาษีให้กับเราอย่างเดียวไม่ได้  แต่ควรจะจัดการกับปัญหา “ในบ้าน” ใกล้ตัว ที่อยู่ในอำนาจของเราเองก่อน

1. จัดการของด้อยคุณภาพที่นำเข้ามาดัมพ์ตลาด ธุรกิจ0เหรียญ
2. รณรงค์ซื้อ-ใช้ของที่ไทยผลิต Made By Thai ช่วยธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs)
3. จัดระบบอุตสาหกรรมใหม่ ไม่พึ่งแต่บุญเก่า ยุคใหม่ ทันสมัย ทันเวลา โปร่งใส ทำให้สะอาด ทำให้ถูกต้อง

ภาษีตอบโต้จะเป็นเท่าไหร่ ผมรับมือได้ แต่รับไม่ได้ ที่จะไม่ให้เราตอบโต้ทางทหาร เพื่อปกป้องชีวิตอันบริสุทธิ์ของประชาชนคนไทย 

ขอให้กองทัพ ได้ทำหน้าที่แนวรบ “กองหน้า” ปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มกำลัง

กระทรวงอุตสาหกรรม จะเป็นแนวรบ ”กองหลัง“ ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ สู้ในสงครามเศรษฐกิจให้เอง

วันนี้มาทำหน้าที่ส่วนเล็กๆ เปิดศูนย์รวบรวมความช่วยเหลือจากอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ที่จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ เพื่อส่งข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้ศูนย์พักพิงและพี่น้องทหารไทยครับ

“กองหลัง” คนนี้ พร้อมซัพพอร์ต และเป็นกำลังใจให้กองทัพ แบบสุดซอย ไม่ต้องยั้งครับ

‘เอกนัฏ’ ส่งสุดซอย!! ขยายผล ฟัน!! เครือข่ายลักลอบฝังกลบขยะพิษ ลั่น!! ทำร้ายประชาชน ทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างภาระให้ประเทศชาติ

(2 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือ ทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท โชคดีดี รีไซเคิล จำกัด 49/5 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา แจ้งประกอบกิจการทำเม็ดพลาสติก และบดย่อยเศษพลาสติก หลังพบเบาะแสความเชื่อมโยงกับกรณีการลักลอบฝังกลบขยะพิษใน จ.ฉะเชิงเทรา ที่ตนได้นำทีมลงตรวจสอบเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้เป็นการขยายผลจากกรณีขยะพิษ 50,000 ตัน ฝังกลบในที่ดิน 11 ไร่ ที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา มาจนถึงที่ดินบริษัท โชคดีดี รีไซเคิล จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยพื้นที่บริเวณนี้ใกล้กันกับโฉนดที่ดิน ที่เจ้าหน้าที่เคยพบการลักลอบทิ้งและฝังกลบกากของเสีย เมื่อช่วงปี 2555 เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะมีการลักลอบฝังกลบในบริเวณนี้เพิ่มเติม 

ซึ่งจากการตรวจสอบภายในพื้นที่ตั้งบริษัทฯ พบร่องรอยการประกอบกิจการบดย่อยและอัดเศษพลาสติก และพบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ทั้งที่เป็นวัตถุดิบ และกากของเสีย กองอยู่ทั้งภายในอาคารและภายนอกโรงงาน จึงได้ขอเข้าตรวจสอบ โดยใช้รถแบคโฮขุดสำรวจทั้งหมด 9 จุด ขุดลึกลงไปไม่ถึง 50 เซนติเมตร พบทั้งเศษคล้ายยิปซั่ม เศษสายไฟ เศษพลาสติก และเศษขี้เถ้าจากเตาหลอม รวมประมาณ 20,000 ตัน โดยทุกจุดที่มีการขุดตรวจ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บตัวอย่างทั้งหมดและส่งไปตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายด้วยหรือไม่ หากเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายจะถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองวัตถุอันตราย ซึ่งรวมกับกรณีที่ผ่านมาแล้วนับกว่า 70,00 ตัน

เบื้องต้นคาดว่าขบวนการนี้มีเครือข่ายความเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลที่ทำธุรกิจรีไซเคิลผิดกฎหมาย นับเป็นกลุ่มอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม ที่ทำร้ายประชาชน ทำลายสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญสร้างภาระให้ประเทศชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI จัดการทั้งขบวนการนี้ให้เด็ดขาด" นางสาวฐิติภัสร์กล่าวทิ้งท้าย

‘เอกนัฏ’ สั่งปิด!! ‘ซีโน่ไทย’ ใช้ขยะพลาสติกจากบ่อขยะทำเม็ดพลาสติก ส่งขายบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

(3 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือ ทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ลงพื้นที่ตรวจสอบ โรงงานซีโนไทย มารีน โปรตักส์ จำกัด เลขที่ 277/4  ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ภายหลังได้รับรายงานจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการ

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า โรงงานซีโนไทย มารีนฯ ประกอบกิจการทำเม็ดพลาสติกจากเศษพลาสติกเก่าที่ใช้แล้ว และบดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วและเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบตามข้อร้องเรียนพบว่า ขณะเข้าตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินเครื่องจักรในการประกอบกิจการ โดยมีนายเฉิน จุ้นสง สัญชาติจีน ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองไทยกว่า 20 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่และเป็นผู้ประกอบกิจการ โดยในพื้นที่ดังกล่าวมีโกดังที่อยู่ในรั้วเดียวกันทั้งสิ้น จำนวน 7  โกดัง มีลักษณะการประกอบกิจการโรงงาน 2 ประเภท ประกอบด้วย 1.โรงงานที่ประกอบกิจการ บด ย่อย ยางเก่า 2.โรงงานประกอบกิจการ บด ย่อย ล้าง พลาสติก ซึ่งนายเฉิน จุ้นสง เป็นเจ้าของโรงงานและเจ้าของที่ดิน

นอกจากจะประกอบกิจการโรงงานของตนเองแล้ว นายเฉินยังให้ นายลี ยงปิง สัญชาติจีน เช่าโกดังและพื้นที่บางส่วนภายใน โรงงานซีโนไทย มารีนฯ เช่าตั้งโรงงานบด ย่อย ล้าง หลอม พลาสติก ซึ่งไม่ได้มีการขอออนุญาตที่ถูกต้อง 

นายเฉินให้การว่า ขยะพลาสติกรับซื้อจากรถขายของเก่าวันละมากกว่า 10 เที่ยว โดยจะนำขยะพลาสติกมาล้างแล้วนำเข้าเครื่องทำเม็ดพลาสติก จากนั้นจะมีรถจากบริษัทผลิตของใช้พลาสติก และบรรจุภัณฑ์ต่างๆมาซื้อไปเป็นวัตถุดิบ โดยยอมรับว่าดำเนินกิจการไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต และมีการทำผิดเงื่อนไขในท้ายใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายเฉิน ส่งที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ดำเนินคดีแจ้งข้อหาประกอบกิจการโรงงานโดยไม่มีใบอนุญาต และตั้งโรงงานโดยไม่มีใบอนุญาตพร้อมยึดอายัดเครื่องจักรทั้งหมด

"นอกจากดำเนินคดีในส่วนของ พรบ.โรงงาน พ.ศ. 2535 แล้ว ยังได้ประสานขอความร่วมมือไปยังอบต.บางหญ้าแพรก เพื่อพิจารณาให้เพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สั่งให้โรงงานต้องแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียที่ปล่อยออกนอกโรงงาน และสั่งให้โรงงานระงับการรับขยะจากบ่อขยะเข้ามาภายในโรงงานด้วย ถือเป็นการยกระดับความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อดำเนินการกับผู้ประกอบการที่มีเจตนาประกอบกิจการที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน" นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

‘เอกนัฏ’ ส่ง!! ‘ทีมสุดซอย’ ทลาย!! คลังสินค้า ดัมพ์ตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พบลักลอบขายสินค้าไม่มีมาตรฐาน กว่า 13.6 ล้าน จ่อชง ‘ดีเอสไอ’ รับเป็นคดีพิเศษ

(24 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายสุตตะนนท์ โสวนิตย์ ผู้อำนวยการกองตรวจการมาตรฐาน 2 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สมอ. และ สภ.บ้านคลองสวน เข้าตรวจสอบโกดังของ บริษัท เทรนด์ คอมเมอร์ส อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 555/12 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคลองสวน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ พบสินค้านำเข้าจำนวนมากขายแบบทุ่มตลาด และเป็นสินค้าอยู่ในข่ายควบคุมของ สมอ. หลายรายการ ซึ่งไม่มีเครื่องหมาย มอก. เตรียมกระจายส่งขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า ขณะเข้าตรวจสอบพบพนักงานกำลังนำปลั๊กพ่วงไม่มี มอก. แพ็คใส่ห่อเป็นพัสดุ เตรียมส่งขึ้นรถขนส่งสินค้าเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงสั่งหยุดและตรวจสอบสินค้าทั้งหมดภายในคลังสินค้าทันที พบสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการ ไม่มีเครื่องหมาย มอก. และไม่ได้ขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมาย เช่น ปลั๊กพ่วง เครื่องฟอกอากาศ พัดลม กระทะไฟฟ้า ของเล่น และก๊อกน้ำ เป็นต้น เจ้าหน้าที่ยังขยายผลไปตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทซึ่งอยู่ในพื้นที่โครงการเดียวกัน พบว่าบริษัทฯ แอบซุกซ่อนสินค้าผิดกฎหมายเพิ่มอีกหลายรายการ เช่น ปลั๊กพ่วง ของเล่นอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดของทั้งหมด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 13,685,050 บาท 

“วันนี้ได้ประสานกับตำรวจ สภ.บ้านคลองสวน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ฐานลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ปลอมเครื่องหมาย มอก. ซึ่งเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย โดยหลังจากนี้จะดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จ้างบริษัทนี้พักสินค้าและร่วมกันขายสินค้าที่ไม่มี มอก. ด้วย ซึ่งโทษของการลักลอบนำเข้าสินค้าไม่มี มอก. มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปลอมเครื่องหมาย มอก. มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในส่วนของแพลตฟอร์มออนไลน์จะมีความผิดฐานจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

เนื่องจากของกลางมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท และพบความผิดปกติการจัดตั้งนิติบุคคลลักษณะเข้าข่ายเป็นนอมินี ที่มีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจทั้งบริษัทนำเข้า บริษัทจำหน่าย และราคาสินค้า ซึ่งเป็นไปตามบัญชีท้ายประกาศกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยชุดสุดซอยจะส่งข้อมูลหลักฐานทั้งหมดให้ดีเอสไอพิจารณารับเป็นคดีพิเศษต่อไป” นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top