Thursday, 4 June 2026
สิงโต

‘Mountain Coffee @ Zoo’ ร้านแนวใหม่ สุดชิลที่ระยอง เที่ยวเพลินกันทั้งวัน ถูกใจกันทั้งครอบครัว

ร้าน Mountain Coffee @ Zoo ตั้งอยู่เลขที่ 109 ม.4 ริมถนนสาย  3376 แยกขนำไร่-อ.บ้านฉาง ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง 

นอกจากจะเปิดเป็นร้านที่มีกาแฟระดับพรีเมี่ยม เครื่องดื่ม เบอเกอรี่ และอาหารที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างดีมาไว้บริการลูกค้า หลากหลายสไตล์ ทั้งฝรั่ง ญี่ปุ่น และอาหารไทยที่จำหน่ายในราคาถูกแล้ว ที่นี่ก็ยังมีสวนสัตว์ขนาดย่อมไว้ให้ลูกค้าได้เที่ยวชมสัตว์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด  เช่น สิงโต นกกระจอกเทศ อัลปากา กวาง ม้าแคระ หนูยักษ์ ช้าง ควายเผือก กระต่าย  เป็นต้น จึงเหมาะสำหรับลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัว ผู้ใหญ่เสียค่าเข้าชม คนละ 100 บาท ส่วนเด็ก ผู้สูงอายุ และหญิงมีครรภ์ นั้นทางร้านเปิดให้เข้าชมสวนสัตว์ได้ฟรี 

น.ส.กรณ์ณิศา สุนทรพิทักษ์ผล กรรมการผู้จัดการใหญ่  บ.เมาท์เท่น คอฟฟี่ แอท ซู จก. ได้เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกนั้นได้มาซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวไว้  24 ไร่ เพื่อปลูกบ้านเป็นที่พักอาศัย เนื่องจากใกล้ที่เรียนของลูก ก่อนจะตัดสินใจเปิดร้านกาแฟ เพียงแค่ต้องการให้กลุ่มเพื่อนผู้ปกครองลูก ๆ มานั่งคุยกัน ขายกาแฟได้วันละ 4-5 แก้วก็ดีใจแล้ว กระทั่งทำมาเรื่อย ๆ ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น เนื่องจากกาแฟ เครื่องดื่ม อาหารมีการเลือกวัตถุดิบที่ดี คิดสรรทุกเมนูโดยกุ๊กที่มาจากโรงแรม 5 ดาว เครื่องดื่มและอาหารทุกจาน ผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอยากให้ลูกค้าได้รับประทานของดี จึงต้องใส่ใจการทำทุกขั้นตอน พร้อมกับตัดสินใจนำสัตว์ต่างๆ เข้ามา เพื่อให้ลูกค้าได้ชมกันอย่างใกล้ชิด และถ่ายรูป ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลาย ไม่ให้รู้สึกเบื่อหน่ายเมื่อมาที่ร้าน โดยมีโซนสวนสัตว์สำหรับเด็กและครอบครัว ซึ่งสัตว์ทุกตัวจะเป็นสัตว์ที่เชื่องและได้รับการฝึกมาแล้ว เด็กๆจึงเข้าไปชมครอบครัว ได้ป้อนอาหารให้สัตว์ เป็นการผ่อนคลาย และสร้างความรักความอบอุ่น สร้างกิจกรรมดีดีร่วมกันในครบครัว    

ร้านกาแฟ Mountain Coffee @ Zoo เปิดให้บริการทุกวัน โดยโซนอาหาร และเครื่องดื่ม เปิดตั้งแต่เวลา 06.00 น.-20.00 น.โซนสวนสัตว์ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00 น.-21.00 น. สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.092-882-7361 

พิกัด : https://www.google.com/maps/place/Mountain+Coffee+@+Zoo/@12.8211733,101.0607547,17z/data=!3m1!4b1!4m6!3m5!1s0x3102ec2325e74761:0x3da94050349ae91c!8m2!3d12.8211733!4d101.0607547!16s%2Fg%2F11fx8l5d5d?entry=ttu
 

‘อินเดีย’ เผยผลสำรวจประชากร ‘สิงโต’ สายพันธุ์เอเชียติก เพิ่มจาก 674 เป็น 891 ตัวภายใน 5 ปี!! และพบในพื้นที่ชุมชนเป็นจำนวนมาก

(3 ก.ย. 68) สิงโตสายพันธุ์เอเชียติก (Asiatic lion) ในอินเดียกลับมาเพิ่มจำนวนอย่างก้าวกระโดด โดยรายงานจาก Lion Population Estimation ครั้งที่ 16 ระบุว่าจำนวนสิงโตเพิ่มขึ้นจาก 674 ตัวในปี 2020 เป็น 891 ตัวในปี 2025 คิดเป็นการเติบโต 32% ภายใน 5 ปี ขณะเดียวกันจำนวนตัวเมียวัยเจริญพันธุ์ก็เพิ่มจาก 260 ตัวเป็น 330 ตัว ทำให้ความสามารถในการสืบพันธุ์มีโอกาสสูงยิ่งขึ้น

รายงานยังพบการขยายพื้นที่กระจายพันธุ์ไปยังอนุรักษ์สัตว์ป่าบาร์ดาในรัฐคุชราต รวมถึงพื้นที่รอบ เจตปุระ (Jetpur) และ บาบรา–จัสดาน (Babra-Jasdan) โดยปัจจุบันดาวเทียมตรวจพบสิงโตอาศัยอยู่ จำนวน 497 ตัวใน 9 พื้นที่ และที่สำคัญคือมีการบันทึกพบสิงโต 22 ตัว ในพื้นที่ทางเชื่อมระหว่างถิ่นอาศัยกับมนุษย์เป็นครั้งแรก

เนื่องใน วันสิงโตโลก (World Lion Day) 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของอินเดีย ภูเพนเดอร์ ยาดัฟ (Bhupender Yadav) กล่าวว่านี่คือ “ความสำเร็จที่น่าทึ่ง” และย้ำว่าสิงโตเอเชียติกคือสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก พร้อมเปิดตัวโครงการ 1.8 พันล้านรูปี (ราว 810 ล้านบาท) เพื่อเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในรัฐคุชราต

สำหรับ สิงโตเอเชียติก พบได้เฉพาะในภูมิภาคกีร์ รัฐคุชราต อินเดีย มีลักษณะเด่นต่างจากสิงโตแอฟริกัน เช่น ขนาดเล็กกว่า แผงคอผู้ไม่หนา และมีรอยพับของผิวหนังที่หน้าท้อง การอนุรักษ์จึงมีความสำคัญยิ่ง เพราะพวกมันเป็นทั้งสายพันธุกรรมเฉพาะ ถ่วงดุลระบบนิเวศ และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของอินเดีย หากไม่มีมาตรการคุ้มครองต่อเนื่อง ก็เสี่ยงเผชิญโรคระบาดและการสูญพันธุ์ได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการพบเห็นสิงโตในสถานที่ไม่ควรอยู่ เช่น บนระเบียงบ้าน ในลานจอดรถใต้ดินของโรงแรม และบนทางหลวงที่พลุกพล่านเป็นประจำ ด้วยจำนวนสิงโตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นกังวลว่าอาจจะเป็นปัญหาได้ โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.68 สิงโตตัวหนึ่งได้ขย้ำเด็กชายวัย 5 ขวบเสียชีวิตในเขตอัมเรลี รัฐคุชราต 

‘ดร.ธรณ์’ ชี้สัตว์ไม่ผิด!! ขอความเป็นธรรมให้สิงโต ย้ำเป็นไปตามสัญชาตญาณของสัตว์นักล่า และ ‘ไม่ควรถูกฆ่า’

เมื่อวานนี้ (10 ก.ย. 68) หลังเกิดเหตุสลดในสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ เมื่อเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ถูกสิงโตรุมทำร้ายจนเสียชีวิตต่อหน้านักท่องเที่ยว เบื้องต้นนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งปิดโซนสัตว์ดุร้ายชั่วคราว พร้อมให้จัดทำมาตรการด้านความปลอดภัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์และผู้เข้าชม

ด้าน 'ซาฟารีเวิลด์' ออกประกาศยืนยันว่า ยังคงเปิดให้บริการ Safari Park และ Marine Park ตามปกติ โดยปิดชั่วคราวเฉพาะโซนสัตว์ดุร้ายอย่างสิงโตและเสือ เพื่อดำเนินการปรับปรุงความปลอดภัย รวมทั้งตรวจสอบการจัดการพื้นที่เลี้ยงสัตว์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเปิดเผยว่า ในที่เกิดเหตุไม่มีเศษชิ้นเนื้อตกหรือกระจัดกระจาย มีเพียงคราบเลือดเท่านั้น คาดว่าสิงโตไม่ได้ตั้งใจขย้ำเพื่อกินร่าง แต่พยายามจะเข้ามาเล่นด้วย โดยเป็นสิงโตเพศผู้วัยหนุ่มที่ยังมีนิสัยขี้เล่น ทั้งนี้ อวัยวะทุกส่วนของผู้เสียชีวิตยังอยู่ครบ

ในอีกมุมหนึ่ง ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล ได้โพสต์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมย้ำว่าสัตว์ไม่ควรถูกฆ่าเพียงเพราะทำตามสัญชาตญาณของมัน ขณะที่ชาวเน็ตจำนวนมากร่วมแสดงความคิดเห็นเห็นด้วย โดยเรียกร้องให้หาทางออกที่เหมาะสมและเพิ่มมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะนี้เกิดซ้ำอีก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top