Thursday, 4 June 2026
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

หรือประเทศไทยจะเป็น “แผ่นดินแห่งการคอร์รัปชัน” ไม่เว้นแม้แต่องค์กรที่เป็น “ผู้พิทักษ์ทรัพย์สินของแผ่นดิน”

(17 เม.ย. 68) มีผู้คนจำนวนมากพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า ถ้าแผ่นดินไม่ไหวหนักเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา คนไทยทั้งประเทศก็จะไม่ทราบว่าตึก 30 ชั้นซึ่งเป็นที่ทำการใหม่ของ “สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน” ที่กำลังก่อสร้างอยู่ และได้ถล่มลงมาราบคาบในไม่กี่นาที มีความไม่ชอบมาพากลซุกซ่อนอยู่ในนั้นมากมาย  

เงินภาษีของประชาชนเกิน 2,000 ล้านบาท ลอยหายไปในอากาศพร้อมฝุ่นควันแห่งความสงสัย

ภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ คงไม่มีใครไปตั้งคำถาม แต่การที่ทั้งประเทศไทยกลับมีตึกใหญ่สร้างใหม่อยู่เพียงตึกเดียวล้มครืนลงมาทับผู้คนจนล้มตาย จึงเป็นเรื่องที่ชวนสงสัยถึงมาตรฐานการสร้าง เป็นไปได้อย่างไรที่การใช้งบประมาณมากมายขนาดนี้ ยังไร้คุณภาพ ที่สำคัญนี่คือตึกสำนักงานของ “นักตรวจสอบกลโกง” โดยตรง ถ้าสืบค้นลึกลงไปแล้วพบว่าเบื้องหลังมี “ผู้ใหญ่แห่ง สตง.” บางคนทุจริต หรือรู้เห็นเป็นใจกับผู้รับเหมาให้มีการลดสเปควัสดุในการสร้าง ตึกถล่มครั้งนี้ก็จะกลายเป็นตึกแห่งการโกงกินของ "ผู้พิทักษ์ทรัพย์สินของแผ่นดิน" เสียเอง

แม้ส่วนลึกจะไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ก็ยากเหลือเกินที่จะหาคำตอบอื่นได้

แต่ไม่ว่าจะมีการโกงกินภายในหรือไม่ คนไทยตาดำ ๆ แบบเราก็ยากจะหวังพึ่งพิงองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบทั้งหน่วยงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใสแห่งนี้ได้อีกต่อไป เพราะเห็นชัดว่าขาดความละเอียดรอบคอบในการใช้เงินภาษีของประชาชน

หลังตึกถล่มนอกจากจะช้าเป็นเต่าในการออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ยังเต็มไปด้วยคำพูดที่ฟอกตนเอง หนีปัญหา และไร้คำขอโทษใด ๆ ทำราวกับว่าประชาชนคนไทยรับประทานหญ้าเป็นอาหาร การที่บอกไม่รู้ ไม่เห็น ก็เท่ากับเป็นการสะท้อนคุณภาพ ศักยภาพ นิสัย และตัวตนของ "ผู้ใหญ่แห่ง สตง." อย่างหมดเปลือก

ผมเชื่อว่า "คน สตง." ระดับอื่นมีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ มีอุดมการณ์ มีมาตรฐานในการทำงานตรวจสอบที่สูง คนเหล่านี้จะพลอยเสียหายและหมดกำลังใจจากคำพูดของ "ผู้ใหญ่แห่ง สตง." ไม่กี่คน ช่างไม่แฟร์กับคนเหล่านี้เลย

คนระดับ "หัวหน้าขององค์กรอิสระของชาติ" ที่ประชาชนจะฝากชีวิตและความหวังไว้ กลับชักช้า ตื้นเขิน ไร้ความกล้าหาญ และจริงใจ ท่านหาอาชีพอื่นทำเถอะครับ 

นายกฯ เปิดผลสอบ ตึกสตง.ถล่ม หลังครบ 90 วัน ชี้ผิดทั้งออกแบบ-วิธีก่อสร้าง เล็งชงดีเอสไอ-ตร.ฟันคนผิด

(30 มิ.ย. 68) ที่ห้องสีเขียว ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามผลการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีอาคารที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อันเนื่องมาจากแผ่นดินไหว โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายพิศุทธ์ สุขุม วิศวกรใหญ่กรมโยธาและผังเมือง นายนิเวศน์ ล้ำเลิศลักษณชัย ผอ.สำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ นายธนิต ใจสอาด ผอ.สำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย รศ.ดร.บุญไชย สถิตมั่นในธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และรศ.อเนก ศิริพานิชกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย  เข้าร่วมประชุม

จากนั้นเวลา 12.15 น. นายกฯ แถลงว่า จากการประชุมเนื่องจากเหตุการณ์พังถล่มของอาคาร สตง. ที่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 เราได้รับความร่วมมือจากกรมโยธาธิการและผังเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นเอกภาพ โดยจากทุกสถาบันมีข้อมูลที่สอดคล้องกันดังนี้ 1. พบว่ามีการบกพร่องในการออกแบบและวิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะเทคนิคในการก่อสร้าง ในส่วนของผนังช่องลิฟท์ ผนังบันไดหรือที่เรียกว่า ผนังรับแรงเฉือน เป็นสิ่งที่เกิดปัญหา

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของวัสดุไม่ว่าจะเหล็กหรือคอนกรีตเป็นวัสดุปกติที่ได้มาตรฐานทั่วไป แต่การนำมาใช้ในโครงการนี้และเกิดปัญหา เป็นเรื่องของคอนกรีตที่ไม่ได้มาตรฐานและวิธีการสร้างของโครงการนี้ที่มีปัญหา ก็เป็นสิ่งที่หลายภาคส่วนมีความกังวล อาคารอื่น ๆ จะเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานมา มีการก่อสร้างหลายๆ จุดที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายทั้งการออกแบบและการก่อสร้าง ทั้งในการวิจัยออกมาและมีการทำจำลองตัวตึก ระบุว่าถ้าปฏิบัติตามกฎหมายจะสร้างความแข็งแรงให้ตึกเพิ่มมากขึ้นและจะสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่านี้แน่นอน โดยเราใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นในการดำเนินการ

นายกฯ กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าโครงการอื่น ๆ ได้มีการตรวจสอบในด้านวัสดุก่อสร้าง อย่างเคร่งครัดไม่ได้มีปัญหาใด ๆ และอยากให้ประชาชนสบายใจในเรื่องนี้ ต่อจากนี้เราก็จะนำข้อมูลที่ได้ทำเป็นรูปเล่มให้เสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์ และส่งต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อ ทั้งนี้ขอตอบปัญหาประชาชนเบื้องต้นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการออกแบบและการก่อสร้างของโครงการนี้ที่มีปัญหาอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า สรุปได้หรือยังว่าความเสียหายอาคาร สตง. ถล่มใครจะเป็นคนรับผิดชอบ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการออกแบบและโครงสร้างการก่อสร้างที่มีปัญหา เรื่องที่ว่าใครผิดหรือไม่ ต้องให้ตำรวจทำงานร่วมกับดีเอสไอเป็นคน ซึ่งเราทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว ใครที่ไม่เกี่ยวข้องหรือว่าอย่างไรก็ว่าไปตามกฎหมาย ตามกระบวนการ

เมื่อมาถามว่า ตัวเหล็กไม่มีปัญหาแต่มีปัญหาที่คอนกรีตใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตัวเหล็กไม่มีปัญหาอะไร แต่มีปัญหาพวกวัสดุอื่น ๆ ซึ่งเอามาไม่ผิด แต่พอมาสร้างในโครงการนี้มีการเฉือนให้บางลงซึ่งไม่เป็นไปตามกฎ ตอนแรกตนก็กังวลใจในเรื่องของที่ไม่มีคุณภาพกับโครงการอื่น แต่เป็นการมาบิดในโครงการนี้

เมื่อถามว่า ถ้าปัญหาเป็นเรื่องของการออกแบบ ทาง สตง.ที่เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้าง ต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องให้ทางดีเอสไอกับตำรวจช่วยดูว่าอย่างไรบ้าง ใครต้องรับผิดชอบส่วนไหนบ้าง เราต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งเราได้ให้ทางผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี 90 วัน ในการหาสาเหตุของแผ่นดินไหว และยื่นข้อมูลให้ดีเอสไอกับตำรวจดำเนินการต่อ

เมื่อถามว่า น้ำหนักที่จะเอาผิดอยู่ที่ผู้ออกแบบและผู้ที่ทำเรื่องของโครงสร้างใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ข้อมูลที่ออกไปคนก็จะมองต่างมุมว่า แบบไหนผิดหรือถูก ฉะนั้นก็อยากให้เป็นไปตามกระบวนการที่เป็นกลางมากที่สุด ทำแบบนี้ใครผิด ซึ่งก็ไม่ได้มีหน้าที่ว่าใครชี้ว่าใครผิด แต่ตอนนี้ทราบว่าดำเนินการผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า กระบวนการการตรวจสอบ สตง. จะไม่เงียบ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เงียบแน่นอนเดี๋ยวอีก 2 สัปดาห์ก็จะมีรายงานที่เป็นรูปเล่ม และส่งให้ดีเอสไอกับตำรวจทำงานต่อ และเรารู้ว่าประชาชนไม่ได้ลืม และรออยู่ว่าตึกสตง. ถล่มเกิดขึ้นจากคืออะไร จริงวันนี้เราได้คำตอบแล้วและดีมาก ๆ หลังจากนั้นก็ให้ว่าไปตามกระบวนการ

สุดช็อก!! ผลทดสอบคอนกรีต ‘ตึก สตง.’ ‘ตกเกณฑ์ทั้งระบบ’ ผนังอาคารใช้วัสดุผิดสเปก

(3 ก.ค. 68) ผลทดสอบคอนกรีตอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ล่าสุดถูกเปิดเผยโดย นายชูเลิศ จิตเจือจุน อุปนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ระบุว่า “ผลทดสอบตกเกณฑ์ทั้งหมด” โดยเฉพาะส่วนผนังคอนกรีตที่ไม่ผ่านการทดสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานกำหนด

จากข้อมูลของสภาวิศวกร เมื่อวันที่ 2 ก.ค. พบว่า อาคารที่ถล่มนั้น ทดสอบกำลังอัดคอนกรีตสเปค 500 ksc. และ 350 ksc. ผลปรากฏว่า ผนังของอาคารไม่ผ่านเกณฑ์เกือบทั้งหมด โดยตัวอย่างในกลุ่มสเปค 500 ksc. ต่ำกว่ามาตรฐานถึง 37.8% และในกลุ่ม 350 ksc. ต่ำเกณฑ์ถึง 60% ส่วนอาคารที่ยังไม่ถล่มก็ยังมีผนังไม่ผ่านเกณฑ์เช่นกันในอัตรา 36.8%

นายชูเลิศชี้ว่า สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ การหาสาเหตุเชิงวิศวกรรมว่าทำไมคอนกรีตผนังจึงตกเกณฑ์ทั้งหมด ทั้งที่ระบุว่าใช้วัสดุมาตรฐาน การหาคำตอบนี้เป็นวิทยาศาสตร์จะช่วยป้องกันเหตุซ้ำรอย และผลักดันมาตรฐานอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ด้านนายกฯ ‘อิ๊งค์’ แพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงก่อนหน้านี้ว่า การออกแบบและการก่อสร้างอาคารดังกล่าวมีความผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น พร้อมสั่งดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่สาธารณชนในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top