Friday, 5 June 2026
สายสีเขียว

‘สุรเชษฐ์’ ชี้!! เป็นหนี้ BTS ต้องรีบใช้คืน แต่ต้องโปร่งใส - เปิดเผยสัญญาให้รู้ยอดหนี้จริง

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ทำการสื่อสารคลิปวิดิโอทวงถามหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวกว่า 4 หมื่นล้านบาท 

สุรเชษฐ์ระบุว่า ลำดับแรกต้องตอบให้ชัดว่าจะเอาอย่างไรกับการขยายสัมปทานออกไปอีก 30 ปี ว่าจะเอาหรือไม่เอา ซึ่งตนและพรรคก้าวไกลเคยแสดงความเห็นอย่างละเอียดไปแล้วว่าไม่ควรขยายสัญญาสัมปทานและควรเริ่มต้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบได้เสียที แก้ปัญหาตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมอย่างจริงจังหรืออย่างน้อยหากจะปะผุปัญหาต่อไปอีก 30 ปีก็ต้องโปร่งใส ชี้แจงตัวเลข กระแสเงินสด ให้ได้ว่าทุนใหญ่ไม่เอากำไรเกินควรและเปิดเผยสัญญาระหว่างกรุงเทพธนาคมกับ BTS และหากรัฐบาลและ กทม. ชัดเจนว่าไม่ขยายสัมปทานไปอีก 30 ปี ก็ควรจ่ายหนี้ไม่ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง เพราะ กทม. บอกว่าพร้อมจ่าย อย่างน้อยก็ในส่วนของส่วนต่อขยายหนึ่ง

สภา กทม.อนุมัติจ่ายหนี้บีทีเอส 1.4 หมื่นล้านแล้ว ‘ชัชชาติ’ ระบุจ่ายก่อนวันสุดท้าย ช่วยลดดอกเบี้ย

(29 พ.ย.67) ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เข้าร่วมประชุม

นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พ.ศ. …. ได้รายงานผลการพิจารณาร่างข้อบัญญัติดังกล่าว โดยเริ่มจากชื่อร่าง หลักการ เหตุผล คําปรารภ ตัวร่างข้อบัญญัติ เรียงตามลําดับจนจบ ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ร่วมกันพิจารณารายละเอียดและมีมติให้ผ่านงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พ.ศ…. จำนวน 14,549,503,800 บาท โดยใช้เงินสะสมจ่ายขาดของ กทม. เนื่องจาก กทม.มีความประสงค์ชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ให้กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2567

ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พ.ศ. …. จำนวนเงิน 14,549,503,800 บาท โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 43 คนเห็นชอบให้ประกาศใช้ 33 คน งดออกเสียง 10 คน ทั้งนี้ ให้หน่วยรับงบประมาณเร่งดำเนินการเบิกจ่าย เพื่อเป็นประโยชน์ในการลดภาระดอกเบี้ยของ กทม.

ด้าน นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ภายในระยะเวลา 34 วัน หลังจากนี้ เมื่อมีการประกาศข้อบัญญัติดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา จะมีการชำระหนี้ให้กับบีทีเอส ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ หรือไม่เกินต้นเดือน ม.ค. 68 โดยจะไม่มีการตั้งคณะกรรมการก่อนชำระหนี้แล้ว เพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด โดยคิดคำนวณตามที่ศาลระบุ ซึ่งอาจจะไม่ต้องจ่ายหนี้เต็มยอดเงิน 14,549,503,800 บาท เพราะตัวเลขนี้คิดในกรณีที่ต้องจ่ายวันสุดท้าย (22 มกราคม 2568) ตามคำสั่งของศาล

BTS ส่วนต่อขยาย สิ้นสุดยุคเหมาจ่าย 15 บาท ดีเดย์ 1 พ.ย. 68 เริ่มคิดตามระยะทาง จ่ายสูงสุด 45 บาทต่อเที่ยว กทม.แจงเหตุขึ้นค่าโดยสารหวังสะท้อนต้นทุนจริง

BTS สายสีเขียวขึ้นราคาเฉพาะ “ส่วนต่อขยาย” ทำไม? ใครกระทบ? และต้องจ่ายเท่าไรตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568
สรุปแบบเข้าใจง่าย: ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2568 ค่าโดยสาร ส่วนต่อขยายของสายสีเขียว เปลี่ยนจากเหมาจ่าย 15 บาท เป็นคิดตามระยะทาง 17–45 บาท และหากเดินทางข้ามระหว่างสัญญาหลักกับส่วนต่อขยาย เพดานทั้งสายไม่เกิน 65 บาท พร้อมส่วนลดนักเรียน/นักศึกษา 30% และผู้สูงอายุ 50%.

อะไร “เปลี่ยนไป” บ้าง
• เฉพาะการเดินทางภายในส่วนต่อขยาย 3 ช่วง: 
• • หมอชิต–คูคต (เหนือ)
• อ่อนนุช/บางจาก–เคหะฯ สมุทรปราการ (ตะวันออก)
• โพธิ์นิมิตร–บางหว้า (ตากสิน–เพชรเกษม)
• คิดตามระยะทาง เริ่ม 17 บาท สูงสุด 45 บาท (บัตรเที่ยวเดียว/แรบบิททั่วไป)
• หากเชื่อมต่อกับสัญญาหลัก (เดิม) จะคิดรวมทั้งระบบ แต่ทั้งสายไม่เกิน 65 บาท
• ส่วนลดยังอยู่: นักเรียน/นศ. ลด 30% และผู้สูงอายุ ลด 50%

ทำไมถึงขึ้นราคา
1. 1) สิ้นสุด “เหมาจ่ายชั่วคราว” 15 บาท: เดิมเป็นมาตรการชั่วคราวในช่วงเปิดใช้ส่วนต่อขยาย ตอนนี้กลับสู่โครงสร้างค่าโดยสารตามระยะทาง เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงของระบบ.
2. 2) ภาระต้นทุนและหนี้สะสมของโครงการ: กรุงเทพมหานคร/กรุงเทพธนาคมมีภาระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงของส่วนต่อขยายจำนวนมาก จึงต้องปรับราคาเพื่อการเงินที่ยั่งยืน.
3. 3) บริหารความมั่นคงระบบขนส่งในระยะยาว: กทม. ระบุว่าการปรับนี้ช่วยให้ดูแลคุณภาพและความถี่การวิ่งได้ต่อเนื่อง

ใคร “กระทบมากสุด”
• • ผู้ที่ใช้งานเฉพาะส่วนต่อขยายยาว ๆ ทุกวัน (เช่น คูคต–อ่อนนุช/บางจาก หรือ สมุทรปราการ–อโศก/สยาม)
• ผู้ที่ต้อง “ข้ามสัญญา” ระหว่างหลักกับต่อขยายบ่อย ๆ แม้เพดาน 65 บาทจะจำกัดผลกระทบ แต่ค่าใช้จ่ายรายเดือนยังเพิ่มจากเดิมเล็กน้อย (สูงสุด +3 บาทต่อเที่ยวเมื่อเดินทางเต็มสาย)

คำถามพบบ่อย (FAQ)
• Q: ขึ้นทั้งระบบ BTS ไหม?
A: ไม่ใช่ทั้งระบบ ปรับเฉพาะ “ส่วนต่อขยาย” แต่เมื่อเดินทางทั้งสาย เพดานรวมขยับเป็น 65 บาท.
• Q: นโยบาย “20 บาทตลอดทาง” เกี่ยวไหม?
A: เป็นนโยบายระดับชาติที่ยังไม่ครอบคลุมการประกาศครั้งนี้ของสายสีเขียว.
• Q: นักเรียน/ผู้สูงอายุ ยังได้ส่วนลดไหม?
A: ได้เหมือนเดิม นักเรียน/นศ. -30% และผู้สูงอายุ -50% ในส่วนต่อขยาย

คำนวณให้เห็นภาพ (ตัวอย่าง)
• • ผู้โดยสารที่เคยจ่าย 15 บาทตลอดช่วงต่อขยาย หากเดินทางระยะไกลขึ้น จะจ่ายใกล้เพดาน 45 บาทต่อเที่ยว.
• เดินทางข้ามจากส่วนหลักเข้าสู่ส่วนต่อขยาย (หรือกลับกัน) ค่าโดยสารรวมทั้งเส้นไม่เกิน 65 บาท

วิธีประหยัดค่าโดยสารหลังปรับราคา
• • ใช้บัตรแรบบิทนักเรียน/นศ. หรือผู้สูงอายุ ตามสิทธิที่มี.
• เลือกสถานีเปลี่ยนระบบที่ใกล้จุดหมายเพื่อลดระยะทางในส่วนต่อขยาย.
• วางแผนเวลาเดินทางให้แน่นอน ลดการแตะเข้า–ออกซ้ำโดยไม่จำเป็น.

ไทม์ไลน์และขอบเขต
• มีผลตั้งแต่: 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป
• ครอบคลุม: ส่วนต่อขยาย 3 ช่วงของสายสีเขียว (เหนือ, ตะวันออก, ธนบุรี)
• เพดานค่าโดยสารทั้งสาย: ไม่เกิน 65 บาท เมื่อเดินทางข้ามระหว่างสัญญาหลักกับส่วนต่อขยาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top