Thursday, 4 June 2026
สายการบิน

‘อดีตทูตนริศโรจน์’ ชี้!! ‘จนท.สายการบิน’ มีการควบคุมข้อมูลแบบเป๊ะๆ ‘เครื่องถึง-ดีเลย์-ปิดเคาน์เตอร์’ ตอนไหน? และคุณมาถึงเวลาเท่าไหร่?

(10 ก.ย. 67) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Fuangrabil Narisroj' ระบุว่า…

เห็นมาหลายรายแล้ว พวกที่ชอบเปิดศึกกับสายการบิน คือ ถ้าข้อมูลของคุณไม่แม่นแล้ว คุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากกว่า

เพราะ จนท.สายการบินเขาคุมข้อมูลแบบเป๊ะ ๆ อยู่กับมือว่าเครื่องถึงเมื่อไหร่ ดีเลย์เท่าไหร่ ปิดเคาน์เตอร์ เมื่อไหร่ คุณมาถึงเวลาเท่าไหร่ ก่อนหรือหลังเคาน์เตอร์ปิดกี่นาที บวกกับมีกฎการบินสากล ที่คุมบังคับทุกสายการบินในภาพรวม

ยังไง ๆ คุณก็ไม่ชนะครับ !!

ยกเว้น คุณถูก treat แบบไม่เป็นธรรม มีการลงไม้ลงมือ มีการเลือกปฏิบัติต่อเชื้อชาติ ศาสนา ผิว เพศสภาพอย่างดูหมิ่นเหยียดหยาม แบบนี้มีโอกาสชนะมากกว่า 

หมายเหตุ พวกที่ชอบโอดครวญว่า ลูกเรือไม่มีน้ำใจช่วยยกกระเป๋าขึ้นช่องเก็บของก็เช่นกัน ! ตามกฎการบินสากล ลูกเรือไม่มีหน้าที่ยกกระเป๋าผู้โดยสารขึ้นเก็บให้ เพราะถ้าคุณ handle กระเป๋าไม่ได้เพราะหนักเกินไป คุณเตี้ยเกินไป คุณต้องโหลดลงเก็บใต้ท้องเครื่องครับ

เพราะกระเป๋าที่คุณถือขึ้นเครื่องเอง คุณก็ต้องรับผิดชอบว่าคุณสามารถยกขึ้นเก็บได้เอง 

ทำไมกฎการบินถึงห้ามลูกเรือยกกระเป๋าให้ผู้โดยสาร เพราะหากเกิดพลาดพลั้งกระเป๋าใบนั้นสร้างความบาดเจ็บกับลูกเรือคนใดคนนึง เที่ยวบินนั้นจะต้องถูกดีเลย์หรือยกเลิกเพื่อเปลี่ยนลูกเรือคนใหม่  

อย่าลืมว่าผู้โดยสารมีเป็นร้อย ๆ คน แต่ลูกเรือมีไม่กี่คน ถ้าเขาต้องมาช่วยยกกระเป๋าผู้โดยสารขึ้นลง โอกาสเกิดอุบัติเหตุทำให้บาดเจ็บมีสูงมาก ส่วนกรณีที่ลูกเรือบางคนช่วยผู้โดยสารที่มีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แบบกะทันหันนั้นเป็นข้อยกเว้นแต่ละกรณีไปครับ 

และโปรดจำไว้เสมอว่า ลูกเรือบนเครื่องบิน เขามิใช่ ‘ขี้ข้าหรือคนรับใช้ส่วนตัวบนเครื่องบินของคุณ’ แต่พวกเขาเป็น ‘ผู้อำนวยความสะดวกให้การเดินทางโดยเครื่องบินของคุณเป็นไปโดยราบรื่นถูกต้องตามกฎการบินสากล’ พวกเขาต้อง operate เครื่องไม้เครื่องมือบนเครื่องบินที่ ผู้โดยสารไม่รู้เรื่องเพราะไม่ได้ฝึกมาแบบลูกเรือ

เมื่อขึ้นเครื่องก็แค่ทำตามคำแนะนำของลูกเรือทุกอย่างก็จะ smooth ผมเองเดินทางโดยเครื่องบินมานับเป็นพันครั้งแล้วกระมัง ทุกครั้งที่ขึ้นผมจะทำตัวลีบ ๆ ไม่ demand มากถ้าไม่จำเป็น เพราะเห็นใจว่าลูกเรือเขามี ผดส.เป็นร้อย ๆ คน เขาเหนื่อยกว่าเราเยอะ

จึงเป็นเหตุว่าผมแทบไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลยกับการเดินทางโดยเครื่องบิน

มีเพื่อนผมบางคน ค่อนข้างโรคจิตประเภทชอบจับผิด ยิ่งถ้าขึ้นเครื่อง TG พอเห็นลูกเรือไทย อาการจะกำเริบ จับผิด จิก กัด demand ต่าง ๆ แค่เขาไม่ยิ้มก็เป็นเรื่อง แล้วก็เอามานินทาว่า TG ห่วยอย่างนั้นอย่างนี้ 

แต่พอไปเจอลูกเรือสายการบินต่างชาติเงียบกริบไม่หือไม่อืออะไรเลย มีจริง ๆ ครับคนแบบนี้ ทำให้เวลาเดินทางจะไม่มีความสุข

ส่วนผมสบายมาก enjoy การบินด้วย TG เกือบทุกครั้ง มีบางครั้งที่ขลุกขลักแต่ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ และผมได้รับการบริการด้วยดีจากลูกเรือ TG ทุกครั้งครับ

กฎใหม่คุ้มครองสิทธิ กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศ 'ดีเลย์'

มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารเที่ยวบินแบบประจำในประเทศและระหว่างประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์เกิน 2 ชั่วโมง 
-สายการบินต้องจัดอาหารและเครื่องดื่มหรือคูปองสำหรับแลกซื้อ อาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้โดยสารตามความเหมาะสม

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์เกิน 5 ชม.
สายการบินจะต้องจัดอาหารและเครื่องดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารเช่นเดียวกับกรณีล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง 
- ชำระค่าชดเชยเป็นเงินสดให้แก่ผู้โดยสารจำนวน 1,500 บาท หรือเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์ หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชยดังกล่าว โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าการชำระค่าชดเชยเป็นเงินสด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน นับแต่วันที่เกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า 
-จัดที่พักพร้อมการรับส่ง หากต้องมีการพักค้างคืน 
-เมื่อผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อ สายการบินจะต้องเสนอทางเลือกแก่ผู้โดยสารในทันที เพื่อพิจารณาเลือกระหว่างรับเงินค่าโดยสารคืน หรือรับวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์ หรือสิ่งอื่นทดแทน 

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์เกิน 10 ชั่วโมง 
สายการบินต้องจัดอาหารและเครื่องดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารเช่นเดียวกับกรณี ล่าช้าเกิน 2 และ 5 ชั่วโมง  
1) รับค่าชดเชยเป็นเงินสดภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วันนับแต่วันที่เกิดเหตุ · 2,000 บาท สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทางไม่เกิน 1,500 กิโลเมตร · 3,500 บาท สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทาง 1,500 - 3,500 กิโลเมตร · 4,500 บาท สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทางเกิน 3,500 กิโลเมตร หรือ 
2) รับค่าชดเชยเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์  หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชยดังกล่าว โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าการชำระค่าชดเชยเป็นเงินสด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน 

-จัดที่พักพร้อมการรับส่ง หากต้องมีการพักค้างคืน 
-เมื่อผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อไป สายการบินต้องเสนอทางเลือกทั้งหมดแก่ผู้โดยสารในทันที เพื่อพิจารณาเลือกระหว่าง        
1) รับเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ถูกเรียกเก็บคืนเต็มตามจำนวน หรือรับเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์ หรือสิ่งอื่นทดแทน        
2) เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสารหรือไปยังจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียง หรือ        
3) การขนส่งทางอื่นที่เหมาะสมเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสาร หรือจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียงกับจุดหมายปลายทางเดิม

กระบี่-รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Etihad Airways ขณะที่ ททท.ดันกลยุทธ์ Airline Focus เปิดเส้นทางบินใหม่ 

กระตุ้นการเดินทางกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตะวันออกกลาง คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1 ล้านคน

(10 ต.ค. 68) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วน จังหวัดกระบี่ นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ หน่วยภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ให้เกียรติร่วมให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินเอทิฮัด (Etihad Airways ) เที่ยวบิน EY424 ที่เปิดบินตรงจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กับท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ โดย ททท.จัดแสดงมโนราห์ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมมอบของที่ระลึกแก่ผู้โดยสาร และเจ้าหน้าที่ของสายการบินด้วย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเปิดเที่ยวบินใหม่นี้ ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักเดินทางทั่วโลกที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ เมืองแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรมและการบริการที่ดีงามในภาคใต้ของเรา กระทรวงคมนาคมมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินและระบบคมนาคมขนส่งทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างเท่าเทียม ตามแนวคิด “คมนาคมเพื่อประชาชน เดินทางสะดวก ปลอดภัย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ” เราจะเดินหน้าพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคให้ได้มาตรฐานระดับสากล รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวภาคใต้ และเชื่อมโยงทุกเส้นทางจากอากาศ สู่ถนน และทางน้ำ ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งเน้นกลยุทธ์ Airline Focus บุกตลาดดาวรุ่งตะวันออกกลางร่วมกับพันธมิตรสายการบิน Etihad Airways ในการเปิดเส้นทางบินใหม่เส้นทางบินตรงกรุงอาบูดาบี–กระบี่ ซึ่งการบูรณาการส่งเสริมตลาดจะเพิ่มจำนวนที่นั่ง (Seat Capacity) อีกประมาณ 7,650 ที่นั่งต่อเดือน ขยายความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และส่งเสริมให้เกิดการตัดสินใจเดินทาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มในการเติบโตสูง โดยเฉพาะการเดินทางมายังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่ม Health and Wellness ที่ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นและมุ่งมั่นสู่การเป็น Medical และ Wellness Hub ระดับโลก ควบคู่กับการเจาะกลุ่ม Luxury, Family และ Halal Friendly Tourism เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ครบถ้วนและเข้าถึงนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นที่ เพื่อนำสื่อมวลชน KOLs ตัวแทนบริษัทนำเที่ยว มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในเมืองไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแบรนด์ Amazing Thailand ตอกย้ำประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่มีความยินดีที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยจังหวัดกระบี่มีศักยภาพพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวเดินทางตามความสนใจ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญซึ่งเป็นจุดดึงดูดหลักให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่นำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย 

สายการบิน Etihad Airways กำหนดเปิดให้บริการเส้นทางบินตรง (Direct Flight) เที่ยวบิน EY424 เดินทางจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 08.50 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เวลา 18.40 น. ด้วยเครื่อง Airbus A321LR ความจุผู้โดยสาร 160 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน ให้บริการจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยในเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้มีสื่อมวลชน KOLs และตัวแทนบริษัทนำเที่ยวร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่ง ททท. สำนักงานดูไบได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการทำ Agents FAM Trip พาตัวแทนบริษัทนำเที่ยว สำรวจสินค้าและบริการในจังหวัดกระบี่ เพื่อนำข้อมูลมาขยายผลการดำเนินงานในการเสนอขายแพจเกจต่อไป โดยมีกำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 13 – 16 ตุลาคม 2568 นอกจากนี้ ได้จัดทำ KOLs FAM Trip นำ KOLs สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว Jurassic World ในจังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 9 – 12 ตุลาคม 2568 และวางแผนต่อยอดจัดทำ Media FAM Trip 2025 ระหว่างวันที่ 9 – 15 ตุลาคม 2568 เพื่อสำรวจและประชาสัมพันธ์เส้นทางกระบี่และเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางบินใหม่ กรุงอาบูดาบี – เชียงใหม่ ที่จะเริ่มบินในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 โดยใช้เครื่อง A321LR จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์ พุธ ศุกร์ และ อาทิตย์) 

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางถือเป็นตลาดศักยภาพที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยตั้งแต่ 1 มกราคม – 7 ตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 948,513 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9  มีจำนวนวันพักเฉลี่ย 10.47 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปเป็นจำนวนเงิน 100,612 บาท/คน/ทริป ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1 ล้านคน

‘อนุทิน’ เดือด!! ซัดสายการบินบางแห่งฉวยโอกาส ขึ้นราคาเส้นทาง ‘หาดใหญ่–กทม.’ ขู่เพิกถอนใบอนุญาตทันที ลั่นไม่มีประนีประนอม หากผิดจริง

(29 พ.ย. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สังคมออนไลน์ร้องเรียนว่าสายการบินบางแห่งฉวยโอกาสขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินเส้นทางหาดใหญ่–กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม รับทราบเรื่องแล้ว พร้อมรายงานว่ามีสายการบินยกเลิกการจองตั๋วเก่า และปรับเพิ่มราคาค่าโดยสาร ซึ่งรัฐบาลทราบรายชื่อสายการบินในข่ายแล้ว แต่จะขอตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน

นายอนุทินย้ำว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเอาเปรียบประชาชนจริง รัฐบาลพร้อมเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการทันที ยืนยัน “ไม่ประนีประนอม” กับผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสช่วงประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะในภาวะที่หลายคนต้องเดินทางกลับบ้านหรือหลบภัย แต่กลับต้องมาติดค้างอยู่ที่สนามบินเพราะค่าตั๋วแพงเกินเอื้อม

“ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว พูดดีก็แล้ว เตือนก็แล้ว ถ้ายังเอาความเดือดร้อนของประชาชนไปแสวงหากำไร ถ้าผู้ประกอบการไม่มีจรรยาบรรณ ก็ไม่ต้องประกอบการ เพิกถอนใบอนุญาตไม่ยากเลย” นายอนุทินกล่าว พร้อมฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูแลไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบในช่วงสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top