Friday, 5 June 2026
สัตว์มีพิษ

‘แพทย์’ เตือน ‘แมลงก้นกระดก’ สัตว์มีพิษหน้าฝน ‘ทำผิวไหม้-แสบร้อน’ ชี้!! หากสัมผัสให้รีบล้าง 'น้ำเปล่า-สบู่-ประคบเย็น' และคอยสังเกตอาการ

(2 ต.ค.66) ในช่วงฤดูฝนสิ่งที่ต้องระวังนอกเหนือจากไข้หวัด คือสัตว์มีพิษต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ ‘แมลงก้นกระดก’ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ถึงความร้ายแรงในพิษของแมลงชนิดนี้ จึงมักกำจัดด้วยการปัดไล่เหมือนแมลงทั่วไป แต่หากพิษถูกผิวหนังจะทำให้เกิดผื่นคันหรือแผลพุพอง และหากพิษถูกบริเวณดวงตา อาจทำให้ตาบอดได้

แพทย์หญิงภาวดี ศึกษากิจแพทย์ผิวหนังประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม Wellness Center โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า แมลงก้นกระดกเป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 7-8 มิลลิเมตร มีลำตัวสีดำสลับสีส้ม ส่วนปลายหางแหลม จะพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนเนื่องจากสภาพอากาศที่ชื้นและมืดลงในตอนกลางคืน แมลงก้นกระดกจึงมักออกมาหาอาหารและเล่นแสงไฟในบ้านเรือน นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ตามสถานที่ที่มีต้นไม้

แมลงก้นกระดกจะปล่อยสารที่เรียกว่า ‘พิเดอริน’ (Pederin) ออกมา โดยสารชนิดนี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนังมาก สามารถทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังของผู้ที่สัมผัสโดน ทำให้เกิดภาวะผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก หรือ Paederus dermatitis ซึ่งจะยังไม่เกิดขึ้นทันทีหลังสัมผัสโดน แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง โดยจะมีอาการ เช่น แสบร้อน พบรอยไหม้และตุ่มน้ำเป็นผื่นที่มีลักษณะคล้ายเป็นเริมหรืองูสวัด แต่จะพบเป็นรอยยาว ไม่เป็นกระจุก มักพบรอยบริเวณนอกเสื้อผ้า ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณของสารพิษที่สัมผัสโดน ในบางคนที่แพ้พิษอาจมีอาการรุนแรง เช่น พุพอง คลื่นไส้อาเจียน หรือเริ่มมีไข้ ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากโดนบริเวณตา หรือเข้าตา อาจทำให้ตาบอดได้

ผื่นที่เกิดจากการสัมผัสแมลงก้นกระดก จะตกสะเก็ดและหายได้เองภายใน 7-10 วัน เมื่อหายแล้วอาจจะทิ้งรอยดำไว้สักระยะหนึ่ง มักไม่เกิดแผลเป็นนอกจากจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำที่บริเวณผื่น ทำให้ผื่นหายช้าลง และอาจลุกลามจนมีโอกาสเกิดเป็นแผลเป็นหลังจากผื่นหายแล้วได้

ทั้งนี้ หากสัมผัสโดนแมลงก้นกระดก ให้รีบล้างน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่ และประคบเย็นในบริเวณที่สัมผัสโดน คอยสังเกตอาการและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง ถ้าอาการผื่นเป็นมากขึ้น มีตุ่มน้ำพอง หรือเริ่มหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

“การรักษาอาจให้ครีมสเตียรอยด์ทาในผื่นแดงระยะเริ่มแรก แต่ถ้าผื่นมีตุ่มน้ำพองเป็นบริเวณกว้างหรือแผลไหม้ควรทำการประคบด้วยน้ำเกลือครั้งละ 5-10 นาทีวันละ  3-4 ครั้ง จนแผลแห้ง ร่วมกับพิจารณายาปฏิชีวนะชนิดรับประทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำและรับประทานยาแก้คันเพื่อช่วยบรรเทาอาการคันในผู้ป่วยบางราย” แพทย์หญิงภาวดี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝนควรหลีกเลี่ยงการเดินในที่ที่มีแมลงก้นกระดูกชุกชุม เช่น บริเวณพื้นดินที่ชื้น, หากต้องเดินในที่ที่มีแมลงก้นกระดกชุกชุม ควรสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด, ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันแมลงเข้ามาในบ้าน เพื่อป้องกันการถูกสารพิษจากแมลงก้นกระดก

‘มังกรทะเลสีน้ำเงิน’ โผล่หาดกะรน จ.ภูเก็ต อีกครั้ง เตือนภัยนักท่องเที่ยวห้ามจับเด็ดขาดมีพิษร้ายถึงชีวิต

เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.68) เพจ 'ฉุกเฉินการแพทย์' ได้โพสต์เตือนภัย 'มังกรทะเลสีน้ำเงิน' โผล่ทะเลบริเวณหาดกะรน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีพิษร้ายแรง หากสัมผัสโดนอันตรายถึงชีวิต

โดยทางเพจระบุข้อความว่า “ด่วนรับแจ้งจากประชาชนหาดกะรน จ.ภูเก็ต พบ Blue Dragon บริเวณหาดกะรน จากการตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการที่มีการเผยแพร่กัน พบว่า Blue Dragon เป็นชื่อของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้น้ำทะเลชนิดหนึ่ง โดยเป็นทากทะเลประเภทหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Glaucus Atlanticus หรือรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Blue Ocean Slug โดย Blue Dragon ถูกจัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง พบได้ตามมหาสมุทรและชายฝั่งน้ำอุ่นแถบประเทศออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และยุโรป มีรูปร่างคล้ายมังกรหกปีกพร้อมลายสีน้ำเงินสดสะดุดตา โดยลำตัวจะโตยาวสุดแค่ 1-1.5 นิ้วเท่านั้น

มีนิสัยดุร้ายพร้อมโจมตีเหยื่อและผู้บุกรุกด้วยพิษสุดร้ายแรงที่จะเข้าไปทำลายระบบประสาทการทำงานของหัวใจและเซลล์ผิวหนัง

- บลูดรากอน (Blue Dragon) หรือมังกรทะเลสีน้ำเงิน มีพิษและเป็นอันตราย ห้ามจับเด็ดขาด ถึงแม้จะมีขนาดเล็กและสีสันสวยงาม แต่พิษของมันสามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรงหากสัมผัสกับผิวหนัง พิษของมันมีฤทธิ์คล้ายกับแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส

- พิษร้ายแรง:
บลูดรากอนไม่ได้ผลิตพิษเอง แต่เก็บสะสมพิษจากสัตว์ที่มันกิน เช่น แมงกะพรุนพิษ

- อาการเมื่อโดนพิษ:
หากโดนพิษของบลูดรากอน อาจมีอาการปวดแสบปวดร้อน คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดศีรษะอย่างหนัก

- อันตรายถึงชีวิต:
สำหรับผู้ที่แพ้พิษ อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

- ข้อควรระวัง:
หากพบเห็นบลูดรากอนบนชายหาดหรือในทะเล ห้ามเข้าใกล้หรือสัมผัสเด็ดขาด

- การปฐมพยาบาลเบื้องต้น:
หากถูกพิษ สามารถใช้น้ำส้มสายชูล้างบริเวณที่ถูกพิษ เพื่อบรรเทาอาการ“

ทางเพจเผยเพิ่มเติมว่า “หายไปเกือบ 2 ปีเต็ม วันนี้มีคนพบอีกครั้งที่หาดกะรน จ.ภูเก็ต มังกรสีนํ้าเงิน (Blue Dragon) Glaucilla marginata กับสีสันที่สวยงามและมาพร้อมพิษที่ร้ายแรง เจอห้ามสัมผัสจะกินแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงเป็นอาหาร (แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส) ทำให้มีการสะสมพิษไว้ในตัว”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top