Friday, 5 June 2026
สอบราชการ

หนุ่ม สอบติดผู้คุม ‘กรมราชทัณฑ์’ แต่ถูกปฏิเสธอ้างว่า ‘วุฒิไม่ตรง’ สุดท้าย!! เจ้าหน้าที่ ‘ตรวจเอกสารผิด’ ทำให้เสียสิทธิ์เข้าทำงาน

(22 ก.ย. 67) ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จ.นนทบุรี นายสุรินทร์ หรือ ต้น ลิสอน อายุ 40 ปี ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนกับ ว่าที่ร้อยตรี รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิ นายชาญชัย ฉายบุ ที่ปรึกษามูลนิธิ แจ้งว่า ตนเองสอบติดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ แต่ถูกปฏิเสธอ้างว่า วุฒิการศึกษาไม่ตรง ทั้งๆ ที่ตนมีหลักฐานแสดงทุกอย่าง

ทั้งวุฒิการศึกษา คุณสมบัติการสอบผ่าน เมื่อถูกไล่ให้ไปขอวุฒิใหม่นำมาแสดง ก็นำมาแสดงให้จนครบถ้วน กลับบอกได้เพียงแค่คำว่า “ขอโทษ” เดี๋ยวติดต่อผู้ใหญ่หาที่ใหม่ให้เป็นพนักงานราชการจ้างเหมา ซึ่งตนเองรับไม่ได้ ตนพากเพียรอ่านหนังสือสอบมาแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 จนติดในตำแหน่งที่ต้องการ แต่กลับถูกปฏิเสธแบบนี้มันไม่ยุติธรรม

นายสุรินทร์ยังกล่าวว่า ลักษณะเรื่องราวของตนเหมือนกับเหตุการณ์ของ ครูเบญ เนื่องจากตนสมัครเข้ารับการคัดเลือกสอบเข้าบรรจุรับราชการ ตำแหน่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ปฏิบัติงานกรมราชทัณฑ์ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่มีเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์โทรมาแจ้งว่า
.
คุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัคร ซึ่งกระบวนการสอบทั้งหลายได้ผ่านมาครบทุกขั้นตอนของการสอบทุกอย่างแล้ว แม้กระทั่งการส่งจดหมายมาที่บ้านเพื่อให้ตนไปรายงานตัวในวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 เวลา 07.30 น. พร้อมกับเตรียมเอกสารต่างๆ อาทิ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน วุฒิการศึกษา ทั้งสำเนาและตัวจริงเพื่อตรวจสอบเอกสาร และเลือกที่ปฏิบัติหน้าที่ก็คือเรือนจำกลางนครปฐม ทุกอย่างจบทุกขั้นตอนแล้ว จึงมีการนัดหมายให้มารับหนังสือรายงานตัวที่กรมราชทัณฑ์อีกครั้งในวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 เวลา 07.30 น. และให้ไปรายงานตัวที่เรือนจำกลางนครปฐมในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

จนมาถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เวลา 17.20 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายสรรหาและบรรจุ โทรมาแจ้งตนว่า วุฒิการศึกษาของตนไม่ตรงตามประกาศรับสมัคร ตนก็ได้ชี้แจงและให้ทางวิทยาลัยพลศึกษาสมุทรสาคร รับรองให้เรียบร้อยแล้วว่าเป็นอนุปริญญา ซึ่งก็ตรงตามประกาศรับสมัครของกรมราชทัณฑ์ แต่ก็ยังบ่ายเบี่ยงและไม่สามารถบรรจุตนเข้ารับราชการได้ ตนได้ไปที่กรมราชทัณฑ์เพื่อติดต่อ ติดตาม ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการกองบริหารงานบุคคล ก็ได้รับแต่คำว่า ขอโทษ ที่ทางเราตรวจเอกสารผิดพลาด ตนจึงบอกไปว่าพี่จะมาขอโทษแบบนี้ไม่ได้ เพราะตนเสียประโยชน์ เพราะได้ลาออกจากที่ทำงานเก่ามาแล้วเพื่อเตรียมตัวเข้ารับราชการที่กรมราชทัณฑ์แล้ว

เพราะในประกาศผู้สอบผ่านและขึ้นบัญชี ตนสอบได้ในลำดับที่ 153 และท้ายประกาศตนไม่ได้ติดเงื่อนไขอะไรเลย จึงเป็นเหตุผลที่ตนลาออกจากที่ทำงานเดิมก็คือ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตำแหน่งนักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพ (ด้านพ่อบ้าน) เหตุการณ์นี้ทำให้ตนได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากไม่มีการเยียวยาแต่อย่างใดและต้องมาตกงาน เนื่องจากความบกพร่องจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ (ฝ่ายบรรจุและสรรหา) ตนจึงอยากให้ทางมูลนิธิรณรงค์ฯ โปรดช่วยเหลือด้วย เพราะตนก็มีภาระมีบุตร 2 คน ที่ต้องเลี้ยงดู

ว่าที่ร้อยตรี รภัสสิทธิ์ กล่าวว่า เคสของผู้เสียหายรายนี้ไม่ต่างอะไรกับกรณีของครูเบญ ทางมูลนิธิจะพาไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากผู้เสียหายมีคุณสมบัติครบถ้วน การที่เขาลาออกจากที่ทำงานเก่าแล้วมาสอบติดได้ในตำแหน่งที่ทำงานใหม่ที่เขารักในอาชีพ แต่กลับถูกปฏิเสธแบบนี้ ถือว่าเป็นการไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่ง ทางมูลนิธิต้องดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่แน่นอน

บัณฑิตสาว หลั่งน้ำตา!! สอบผ่าน ได้ทำงานประจำศาล ลำดับที่ 1 แต่ถูกยกเลิกสัญญา กะทันหัน ก่อนเริ่มงาน 1 วัน อ้าง!! จบไม่ตรง

เมื่อวานนี้ (4 ก.ค. 68) นางสุพร อายุ 54 ปีแม่ค้าขายกะหรี่ฟัพท์ บริเวณตลอด ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีฯ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ อายุ 22 ปีเนื่องจาก น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ ก่อนจบได้เข้าฝึกงานที่สำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 เดือน

และทางสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศสอบคัดเลือกเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการรายบุคคล ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม บุตรสาวตนจึงได้ตัดสินใจสมัครสอบและดำเนินการสอบคัดเลือกเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 ประกาศผลสอบทางเว็บไซต์ของ สำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 20 มิ.ย.2568 โดยประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านจำนวน 5 คน และบุตรสาวตนเป็นผู้สอบได้ในลำดับที่ 1 ทางสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แจ้งให้บุตรสาวตนไปรายงานตัวและทำสัญญาจ้างในวันศุกร์ที่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 09.00 น.พร้อมทั้งวางเงินสดประกันสัญญาจ้างร้อยละ 5 ของเงินค่าจ้าง เดือนละ 14,000 บาท เป็นเงิน 2,111 บาท 

“ตนและสามีพร้อมบุตรสาวดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกสาวมีงานทำจะมีรายได้มาช่วยเหลือครอบครัวไป ในวันที่ทราบข่าวว่าสอบได้ลำดับที่ 1 ครอบครัวไม่มีเงินวางประกันสัญญาจ้าง แต่ก็วิ่งหยิบยืมเพื่อนบ้านจนสามารถไปรายงานตัวและทำสัญญาจ้างตามระเบียบที่กำหนดครบถ้วน มีกำหนดเข้าเริ่มทำงานวันที่ 1 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งบุตรสาวของตนได้เดินทางไปดูสถานที่ทำงาน จัดเตรียมโต๊ะทำงานเป็นที่เรียบร้อย แต่ในวันที่ 30 มิ.ย.2568 ก่อนวันเริ่มงาน 1 วันเหมือนฝันสลายเพราะทางหัวหน้า ฯได้แจ้งให้บุตรสาวของตนให้ไปเซ็นยกเลิกสัญญาจ้าง โดยอ้างว่าทางสำนักงานใหญ่ระบุว่า “จบสาขาที่ไม่ตรงกับความต้องการ” โดยบุตรสาวตนเสียใจเป็นอย่างมาก ต้องจำใจเดินทางไปเซ็นยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความเสียใจ 

อย่างไรก็ตามแม้จะเซ็นยกเลิกการจ้างงานไปแล้วแต่ทางสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ยัง ไม่คืนเงินค่าประกันสัญญา 2,111 บาทให้บุตรสาวแต่อย่างใด

ในขณะที่ น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ ซึ่งอยู่ในสภาพเครียด เศร้า เสียใจ กล่าวว่า ตนตั้งใจเรียนมาก ๆ เพราะทราบดีว่าครอบครัวลำบาก ฐานะยากจนเมื่อสอบ
เข้าทำงานได้ลำดับที่ 1 และผ่านการรายงานตัว ทำสัญญาจ้างจ่ายค่าประกันเรียบร้อยแล้วกลับถูกยกเลิกสัญญาและ

ทราบว่าเขาได้มีการเรียกคนที่สอบได้ลำดับที่ 2 มาทำสัญญาจ้างและเริ่มเข้าทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งตนคิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นในสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อย่างไรมันส่งผลกระทบกับชีวิตตนและครอบครัวเป็นอย่างมาก น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ กล่าวทั้งน้ำตา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top