Thursday, 4 June 2026
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

6 พฤศจิกายน 2310 ‘พระเจ้าตาก’ กอบกู้เอกราชไทย ชนะศึกค่ายโพธิ์สามต้น หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน เปลี่ยนชะตาประวัติศาสตร์ชาติ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นที่กรุงศรีอยุธยา คืนกรุงกลับมา หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน ถือเป็นวันกอบกู้เอกราชไทยที่สำคัญและจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง บันทึกเวลาบ่ายโมงเศษของเหตุการณ์ในวันดังกล่าวยังได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากเอกสารราชการและกรมศิลปากร

กรมศิลปากรระบุว่า "เป็นวันกอบกู้เอกราชซึ่งแสดงถึงความทรงจำร่วมของคนไทย" ซึ่งสะท้อนความหมายทางยุทธศาสตร์และอัตลักษณ์รัฐชาติ วันที่ 6 พฤศจิกายน นอกจากเป็นวันชัยชนะทางทหาร ยังเป็นวันสร้างเรื่องเล่าร่วมของสังคมไทยหลังยุคอยุธยาที่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูบ้านเมืองและรวมศูนย์อำนาจใหม่

หลังกรุงศรีอยุธยาแตกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2310 พระยาตากสินรวบรวมไพร่พลจากหัวเมืองตะวันออกและจันทบุรี ยกทัพเรือเข้าสู่ปากเจ้าพระยา ตีเมืองธนบุรีคืน แล้วเคลื่อนทัพขึ้นเหนือสู่กรุงศรีอยุธยา จุดหมายค่ายโพธิ์สามต้นซึ่งเป็นฐานทัพพม่าที่ควบคุมเส้นทางน้ำและคมนาคมภาคกลาง ชัยชนะในการตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นทำลายกำลังหลักของพม่า เปิดเส้นทางยึดกรุงคืนในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลาบ่ายโมงเศษ

ค่ายโพธิ์สามต้นตั้งอยู่ในตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันยังคงมีร่องรอยคูค่าย กำแพง รวมทั้งผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าของค่ายฝั่งตะวันตกที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาภาคสนาม เป็นภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่เผยให้เห็นบทบาทยุทธศาสตร์ของภูมิประเทศบริเวณนี้ในสงครามยุคอยุธยา

6 พฤศจิกายนจึงไม่ใช่แค่วันชัยชนะทางทหาร หากยังเป็นวันแห่งความทรงจำร่วมและสัญลักษณ์สถาปนาอำนาจใหม่ของชาติไทย หลังจากกอบกู้เอกราชด้วยชัยชนะครั้งสำคัญนี้ การเดินทางไปชมสนามประวัติศาสตร์ค่ายโพธิ์สามต้นในปัจจุบันจึงถือเป็นการสัมผัสกับพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเปลี่ยนทิศทางประวัติศาสตร์ไทยอย่างแท้จริง

28 ธันวาคมของทุกปี “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” วันรำลึกวีรบุรุษชาติ พาแผ่นดินไทยลุกขึ้นจากซากสงคราม ฟื้นฟูบ้านเมือง เศรษฐกิจและศาสนา

(28 ธ.ค. 68) ทุกปีในวันที่ 28 ธันวาคม ไทยรำลึก "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" วีรบุรุษผู้กู้ชาติ ที่ไม่ยอมปล่อยให้แผ่นดินไทยสิ้นไปพร้อมกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. 2310

หลังกรุงแตก "พระยาตาก" หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไม่ได้หนีจากศึกสงครามแต่เลือกฝ่าด่านศัตรูมุ่งสู่เมืองจันทบุรี เริ่มสะสมกำลังพล อาวุธ และวางแผนกอบกู้ชาติจนกลับมาตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่ในวันที่ 28 ธันวาคม 2310

พระองค์ฟื้นฟูแผ่นดินที่แตกแยก รวบรวมหัวเมืองจากภาคกลางและภาคเหนือให้กลับเป็นหนึ่งเดียว พร้อมฟื้นเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากสงคราม และฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางจิตใจของชาติ เพราะเชื่อว่า "ถ้าผู้คนหมดที่ยึดเหนี่ยวทางใจ บ้านเมืองก็ยากจะกลับมายืนอย่างมั่นคงได้"

ทุกปีในวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หน่วยงานราชการจัดพิธีวางพวงมาลา และจัดกิจกรรมรำลึกที่กรุงธนบุรีและจังหวัดสำคัญต่าง ๆ ซึ่งตัวแทนของคนไทยได้ย้อนระลึกวีรบุรุษในอดีต พร้อมตั้งคำถามเตือนใจว่า "ถ้าประเทศต้องการเราในแบบของยุคนี้…เราพร้อมจะก้าวออกมาแค่ไหน?"

วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงไม่ใช่แค่วันสำคัญ แต่เป็นการสะท้อนความกล้าหาญ ที่คนไทยยังต้องยึดถือเป็นต้นแบบเพื่อฟื้นฟูชาติในทุกวิกฤติที่เผชิญในยุคปัจจุบัน

ที่มา : https://www.dhr.go.th/post/publicity/503

4 มกราคม ของทุกปี วันทหารม้า รำลึกวีรกรรมสมเด็จพระเจ้าตากสิน จุดตั้งต้นการกู้แผ่นดิน ฝ่าทัพพม่าจากอยุธยา ที่บ้านพรานนก จุดตั้งต้นการกู้แผ่นดิน

ทุกปีวันที่ 4 มกราคม ถือเป็น "วันทหารม้า" ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยยุคปลายกรุงศรีอยุธยา คือศึกบ้านพรานนก ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในอดีตเมื่อครั้งดำรงพระยาวชิรปราการ นำกองกำลังทหารม้าฝ่าทัพพม่าทะลวงออกจากกรุงที่ถูกล้อมเพื่อสร้างจุดตั้งหลักใหม่ในการกู้ชาติ

พระองค์ตัดสินใจควบม้าหนีจากเมืองแตกเพื่อตั้งหลักสู้ใหม่อย่างกล้าหาญและเด็ดขาด การเลือกใช้กำลังน้อยแต่เคลื่อนที่เร็ว และพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างว่องไว ทำให้กองทัพสามารถพลิกสถานการณ์ในศึกบ้านพรานนกจนเป็นชัยชนะสำคัญ และทำให้สามารถตั้งฐานที่มั่นที่จันทบุรีได้

ในปัจจุบัน "ทหารม้า" หมายถึงเหล่ากำลังที่มีความเร็วและความคล่องตัวสูง โดยใช้อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่แทนม้า แต่ยังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณเดียวกัน คือ "ไปให้ไว ตัดสินใจให้เด็ดขาด" มีบทบาทสำคัญในการโจมตีทะลวงแนวข้าศึกและลาดตระเวนครองพื้นที่

ทุกปีในวันทหารม้า มีพิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมน้อมรำลึกถึงวีรกรรมและจิตใจที่กล้าหาญของเหล่าทหารม้าไทย "วันทหารม้า" จึงเป็นวันที่เตือนใจให้ระลึกถึงความกล้าหาญและความเร็วว่องไวที่ยังคงถูกคาดหวังในกองทัพไทยจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2

17 เมษายน 2277 วันคล้ายวันพระราชสมภพ ‘สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช’ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ผู้กอบกู้เอกราชไทย

17 เมษายน พ.ศ. 2277 วันคล้ายวันพระราชสมภพ ‘สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช’ กษัตริย์นักกู้ชาติ ผู้รวบรวมแผ่นดินไทยหลังเสียกรุง

วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2277 เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีบทบาทยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย โดยกรมศิลปากรระบุว่า พระองค์ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2277 ตรงกับ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ปีขาล จุลศักราช 1096 และมีพระนามเดิมว่า “สิน” ซึ่งต่อมากลายเป็นพระนามที่คนไทยจดจำอย่างลึกซึ้งในฐานะวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทยหลังการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

พระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีความน่าสนใจตั้งแต่วัยเยาว์ แหล่งข้อมูลของ Britannica ระบุว่าพระองค์ทรงมีเชื้อสายไทย-จีน โดยพระบิดาเป็นชาวจีนแต้จิ๋วซึ่งเข้ามารับราชการและทำการค้าในสยาม ส่วนพระองค์เองได้เข้าสู่เส้นทางราชการตั้งแต่วัยหนุ่ม ก่อนจะเติบโตในระบบการปกครองของกรุงศรีอยุธยาและได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางทหารและการปกครองในเวลาต่อมา

ก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 พระองค์ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองตาก จนผู้คนเรียกขานกันว่า “พระยาตาก” เมื่อพม่ายกทัพล้อมกรุงศรีอยุธยา สถานการณ์ของราชอาณาจักรสยามตกอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนัก และในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สุดนี้เอง พระองค์ทรงตัดสินใจนำกำลังฝ่าวงล้อมออกจากกรุงไปทางตะวันออก เพื่อรวบรวมผู้คนและสร้างฐานกำลังใหม่ การตัดสินพระทัยครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจกอบกู้บ้านเมืองในเวลาต่อมา

เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2310 สยามไม่ได้เหลือเพียงความพินาศทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเข้าสู่ภาวะแตกแยกทางอำนาจ หัวเมืองและกลุ่มกำลังต่าง ๆ แยกตัวออกจากกัน บ้านเมืองไร้ศูนย์กลาง และประชาชนอยู่ในสภาพอดอยากสิ้นหวัง Britannica อธิบายว่า หลังการเสียกรุง ประเทศถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มอำนาจ ก่อนที่พระยาตากจะค่อย ๆ สร้างกำลังจากชายฝั่งตะวันออกแล้วกลับมาตีเอาคืนพื้นที่สำคัญ จนสามารถรวบรวมสยามให้กลับมาเป็นปึกแผ่นได้อีกครั้ง

ความสำคัญของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงอยู่ตรงที่ พระองค์ไม่ได้เป็นเพียงแม่ทัพผู้มีชัยในสนามรบ แต่เป็นผู้นำที่สามารถเปลี่ยน “ประเทศที่ล่มสลาย” ให้กลับมาตั้งหลักได้ใหม่ ภายหลังการกอบกู้เอกราช พระองค์ทรงสถาปนา กรุงธนบุรี เป็นราชธานีใหม่ของสยาม และเสด็จขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2310 โดยทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวแห่งกรุงธนบุรี ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 1767–1782 หรือราว 15 ปีในประวัติศาสตร์ไทย

เหตุผลที่พระองค์ทรงเลือก ธนบุรี เป็นราชธานีใหม่ มีนัยสำคัญอย่างยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะกรุงศรีอยุธยาในเวลานั้นเสียหายหนักเกินกว่าจะฟื้นฟูได้รวดเร็ว ขณะที่ธนบุรีตั้งอยู่ใกล้ปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีความเหมาะสมทั้งด้านการคมนาคม การค้าขาย การติดต่อกับหัวเมืองชายฝั่ง และการป้องกันประเทศ เมืองนี้จึงตอบโจทย์ทั้งการตั้งมั่นทางทหารและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน. การเลือกธนบุรีจึงสะท้อนพระปรีชาสามารถในการมองภาพรวมของบ้านเมืองหลังสงครามอย่างรอบด้าน

ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชภารกิจที่สำคัญที่สุดคือการ รวบรวมแผ่นดิน ให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง พระองค์ต้องทำสงครามต่อเนื่องกับทั้งศัตรูภายนอกและกลุ่มอำนาจภายใน เพื่อให้หัวเมืองต่าง ๆ กลับเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจของสยามอีกครั้ง ข้อมูลของ Britannica ระบุว่า พระองค์ทรงทำศึกกับพม่า ล้านนา ลาว และยังต้องจัดการภัยคุกคามจากเขมรและกลุ่มอำนาจท้องถิ่นอื่น ๆ ด้วย นี่จึงไม่ใช่เพียงการป้องกันประเทศ แต่เป็นการสร้างรัฐไทยขึ้นใหม่หลังความพังทลายของอยุธยา.

นอกจากด้านการทหารแล้ว พระองค์ยังทรงฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนด้วย Britannica ระบุว่า หลังตั้งราชธานีที่ธนบุรี บ้านเมืองในเวลานั้นยากจนอย่างหนัก ประชาชนขาดแคลนอาหารและเครื่องนุ่งห่ม พระองค์จึงทรงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องอย่างเร่งด่วน มีการซื้อข้าวในราคาสูงเพื่อจูงใจพ่อค้าต่างชาติให้นำสินค้าเข้ามา ก่อนแจกจ่ายให้ประชาชนที่อดอยาก จนสภาพบ้านเมืองเริ่มฟื้นตัวและประชาชนที่แตกกระจัดกระจายทยอยกลับคืนสู่ถิ่นฐานเดิม

พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยังครอบคลุมถึงด้านการทูตและการฟื้นฟูสถานะของสยามในสายตาต่างประเทศด้วย แหล่งข้อมูล Britannica ระบุว่า พระองค์ทรงส่งคณะทูตไปจีนหลายครั้ง และในที่สุดราชสำนักชิงก็รับรองพระองค์ในฐานะกษัตริย์ผู้ชอบธรรมของสยามในปี ค.ศ. 1772 การได้รับการยอมรับจากจีนในเวลานั้นมีความสำคัญมาก เพราะจีนเป็นมหาอำนาจสำคัญของภูมิภาค และการรับรองดังกล่าวช่วยเสริมความมั่นคงและความชอบธรรมของราชสำนักธนบุรีอย่างมีนัยสำคัญ

หากมองในภาพใหญ่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเป็นกษัตริย์ผู้กอบกู้ชาติอย่างแท้จริง เพราะภารกิจของพระองค์ไม่ใช่เพียงการ “ชนะสงคราม” แต่คือการ คืนความเป็นรัฐให้สยาม หลังจากศูนย์กลางอำนาจเดิมพังทลาย พระองค์ทรงรวบรวมคน รวบรวมเมือง สร้างเมืองหลวงใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจ และยืนหยัดให้สยามกลับมาเป็นประเทศที่มีอธิปไตยอีกครั้ง นี่คือเหตุผลสำคัญที่พระองค์ได้รับการเทิดพระเกียรติอย่างสูงในประวัติศาสตร์ไทย

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ คนไทยจึงรำลึกถึงวันที่ 17 เมษายน ไม่ใช่เพียงในฐานะวันประสูติของกษัตริย์พระองค์หนึ่ง แต่เป็นวันที่ระลึกถึงบุคคลสำคัญผู้ทำให้ประเทศกลับมายืนหยัดได้อีกครั้งหลังยุคมืดที่สุดของประวัติศาสตร์ชาติไทย ปัจจุบันยังมีการจัดพิธีถวายราชสักการะและกิจกรรมรำลึกในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดตาก ซึ่งจัดพิธีเนื่องในวันพระราชสมภพของพระองค์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าพระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยังคงอยู่ในความทรงจำของสังคมไทยอย่างมั่นคง

ดังนั้น วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2277 จึงเป็นวันสำคัญที่คนไทยควรจดจำอย่างลึกซึ้ง เพราะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้ทรงกอบกู้เอกราช รวบรวมแผ่นดิน และวางรากฐานให้สยามฟื้นคืนจากความพินาศหลังเสียกรุงศรีอยุธยา หากไม่มีพระองค์ ประวัติศาสตร์ไทยอาจเดินไปอีกทางหนึ่งโดยสิ้นเชิง และนั่นเองคือเหตุผลที่พระนามของพระองค์ยังคงได้รับการถวายความเคารพในฐานะ “มหาราช” มาจนถึงทุกวันนี้

ที่มา : https://www.britannica.com/biography/Taksin?utm_source=chatgpt.com

 

https://webportal.bangkok.go.th/bangkokyai/page/sub/1471/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99_Bangkok-PORTAL.pdf/27/info/381643/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99_Bangkok-PORTAL.pdf

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top