Thursday, 4 June 2026
สงครามอิสราเอลอิหร่าน

ทัพทหารอิสราเอลถังแตก! เรื่องอาวุธ…หลังรบยืดเยื้อ นักวิเคราะห์ชี้ เป็นฝ่ายต้องการหยุดยิงมากกว่าอิหร่าน

(25 มิ.ย. 68) รายงานจาก NBC News อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาวุธ โดยเฉพาะกระสุนและยุทโธปกรณ์หลักหลายชนิด หลังเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา

อิสราเอลกล่าวหาอิหร่านว่าแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จึงเริ่มโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในอิหร่านก่อน จนนำไปสู่การตอบโต้ทันทีจากอิหร่าน ซึ่งยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพหลายแห่งในอิสราเอลในปฏิบัติการที่ชื่อว่า ‘True Promise 3’

แม้อิหร่านจะปฏิเสธว่าตนไม่มีโครงการนิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯ ได้ร่วมกับอิสราเอลในวันที่ 22 มิถุนายน โจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน 3 แห่ง ส่งผลให้อิหร่านโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ที่กาตาร์ แต่ไม่เกิดความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ

ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า อิสราเอลและอิหร่านตกลงหยุดยิงหลังสู้รบยืดเยื้อ 12 วัน ขณะที่นักวิเคราะห์บางฝ่ายชี้ว่า อิสราเอลน่าจะต้องการหยุดยิงมากกว่า เนื่องจากศักยภาพการรบลดลงอย่างมาก

ทรัมป์เดือด! ตำหนิสื่อใส่สีอิสราเอลพ่าย ยันแค่ ‘โดนหนักไปหน่อย’ ไม่ได้แพ้อิหร่าน

(26 มิ.ย. 68) ในระหว่างการประชุมสุดยอดนาโต้ที่จัดขึ้นที่กรุงเฮก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกโรงโจมตีสื่อมวลชนอย่างรุนแรง หลังจากที่หลายสำนักข่าวรายงานว่า อิสราเอลอาจพ่ายแพ้ต่ออิหร่านในการสู้รบที่ใช้เวลาประมาณ 12 วัน ทรัมป์กล่าวว่า “อิสราเอลไม่ได้แพ้ แค่พวกเขาโดนหนักไปหน่อย” และเสริมว่าประชาชนอิสราเอลได้รับผลกระทบมากเกินควร เมื่อเห็นว่าขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านโจมตีอาคารในอิสราเอลจนพังหลายหลัง

ทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนอีกว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแนวทางการนำเสนอข่าวของสื่อต่างชาติและในสหรัฐฯ เช่น CNN, The New York Times, MSNBC ที่วิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพการป้องกันของอิสราเอล ซึ่งเขายังเรียกนักข่าวบางคนว่า “พวกคนป่วยและทำลายผลงานทางทหาร” พร้อมเรียกร้องให้มีการปลด นาตาชา เบอร์ทรานด์ (Natasha Bertrand) จาก CNN และเรียกสื่อเหล่านี้ว่า “fake news”

ในช่วงที่เขาออกมาประกาศว่า อิสราเอลและอิหร่านตกลงหยุดยิง (ceasefire) ภายหลัง 'สงคราม 12 วัน' ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนเมื่อเห็นอิสราเอลยังปล่อยขีปนาวุธ แม้ว่าเขาจะประกาศหยุดยิงแล้วก็ตาม ทั้งนี้เขาเน้นย้ำว่าอิสราเอล “โดนหนักไปหน่อย” แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ความล้มเหลว 

อาเซอร์ไบจานย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับอิหร่าน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าร่วมมือกับอิสราเอล

(27 มิ.ย. 68) รัฐบาลอิหร่านเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน อิลฮาม อาลีเยฟ ได้ปฏิเสธข่าวลือที่ระบุว่าอิสราเอลใช้พื้นที่ทางอากาศของอาเซอร์ไบจาน เพื่อโจมตีอิหร่านในช่วงสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 13 มิ.ย. และสิ้นสุดด้วยการหยุดยิงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

คำปฏิเสธดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ของอิหร่าน กับประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ (Ilham Aliyev) ของอาเซอร์ไบจาน โดยเปเซชเคียนได้ขอให้อาเซอร์ไบจานตรวจสอบกรณีที่มีรายงานว่าอิสราเอลใช้โดรนและเครื่องบินเบาโจมตีเป้าหมายในอิหร่านผ่านน่านฟ้าของอาเซอร์ไบจาน

ในบทสรุปการสนทนาจากฝ่ายอิหร่าน ระบุว่า อาลีเยฟปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว และยืนยันว่า รัฐบาลอาเซอร์ไบจานจะไม่ยินยอมให้ประเทศใดใช้พื้นที่หรือทรัพยากรของตนเพื่อโจมตีประเทศที่เป็นมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิหร่านที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น

ทั้งนี้ อาเซอร์ไบจานเคยแถลงอย่างเป็นทางการตั้งแต่ต้นสงครามว่า จะไม่อนุญาตให้มีการใช้ดินแดนหรืออากาศยานจากประเทศตนในการโจมตีอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลที่สะสมมานานของเตหะรานต่อบทบาทของอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านอาวุธรายสำคัญของบากู

ผู้นำอิสราเอลเคร่งเครียด หลังขีปนาวุธอิหร่านตกใกล้สถาบันวิจัยยิว

(1 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แสดงท่าทีเคร่งเครียดอย่างยิ่ง ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบซากขีปนาวุธอิหร่านที่ตกใกล้สถาบันวิจัย Weizmann ใกล้เมืองเรโฮโวท เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเป็นเวลาหลายวัน

แม้อิสราเอลและสหรัฐฯ จะร่วมกันโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านไปแล้ว แต่เนทันยาฮูเผยว่าสถานการณ์ยังไม่สงบ เพราะอิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธตอบโต้ต่อเนื่อง ฝ่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ขณะที่เนทันยาฮูไปตรวจสอบซากขีปนาวุธที่ตกใกล้สถาบัน Weizmann พบความเสียหายชัดเจน อาคารพัง หน้าต่างแตก และเศษซากกระจายเต็มพื้นที่ ทำให้เขาตัดสินใจลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อรับฟังรายงานจากทีมกู้ภัยและนักวิจัยที่เข้าตรวจสอบสถานที่

เนทันยาฮูกล่าวว่า การตรวจสอบสภาพซากขีปนาวุธเป็นส่วนหนึ่งของการรับรองความพร้อมป้องกันภัยคุกคาม และเตือนว่าอิสราเอลจะไม่ยอมให้ฝ่ายอิหร่านสร้างระบบอาวุธขีปนาวุธ-นิวเคลียร์ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์รอบนี้เปิดทางเลือกใหม่ ในการกู้ตัวชาวอิสราเอลที่ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซา

สหรัฐฯ ไฟเขียวขายอาวุธให้ยิว 510 ล้านดอลล์ หลังใช้ระเบิดจำนวนมากในสงครามกับอิหร่าน

(1 ก.ค. 68) สหรัฐฯ อนุมัติขายอุปกรณ์ระเบิดนำวิถีให้อิสราเอล มูลค่า 510 ล้านดอลลาร์ (ราว 18,700 ล้านบาท) หลังจากอิสราเอลใช้ระเบิดไปจำนวนมากในสงครามกับอิหร่าน โดยชุดอุปกรณ์นี้จะช่วยให้อิสราเอลสามารถโจมตีเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น

หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ระบุว่า การขายอาวุธครั้งนี้จะช่วยให้อิสราเอลมีศักยภาพในการป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามในตอนนี้และในอนาคต รวมถึงปกป้องพรมแดน สิ่งก่อสร้างสำคัญ และพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่หนาแน่น

รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า ความมั่นคงของอิสราเอลเป็นเรื่องสำคัญต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และการสนับสนุนให้อิสราเอลมีศักยภาพในการป้องกันตัวเองอย่างแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่สหรัฐฯ ต้องทำ

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธให้กับอิสราเอลในขั้นต้นแล้ว ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณา ซึ่งยังต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายก่อนจะเริ่มดำเนินการซื้อขายจริงได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top