Thursday, 4 June 2026
สงครามยูเครนรัสเซีย

พันเอกหน่วยข่าวกรองยูเครน ถูกยิงดับกลางกรุงเคียฟ คาดเป็นการลอบสังหาร หลังส่งโดรนถล่มฐานรัสเซีย

เช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (10 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองยูเครน (SBU) ถูกจ่อยิงเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการลอบสังหาร โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างสอบสวน ซึ่งชื่อของผู้เสียชีวิตมีการเปิดเผยออกมาคือ พันเอก อีวาน โวโรนีช (Ivan Voronych)

กล้องวงจรปิดในพื้นที่ ซึ่งถูกเผยแพร่ในช่อง Telegram ท้องถิ่น เผยให้เห็นชายคนหนึ่งเดินออกจากอาคารพร้อมถือถุงสองใบ ก่อนถูกชายสวมหน้ากากปกปิดใบหน้าเข้ามาใกล้และจ่อยิงล้มลงกลางถนน กล้องยังจับภาพมือปืนยิงซ้ำอีกหลายนัด ก่อนหลบหนีไป

ด้านตำรวจเคียฟเร่งล่ามือสังหาร และทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อสืบหาตัวผู้ก่อเหตุ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สามารถยืนยันตำแหน่งของวิดีโอที่เกิดเหตุฆาตกรรมได้ โดยระบุว่าเป็นย่านหนึ่งในกรุงเคียฟ 

การลอบสังหารครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง SBU เพิ่งประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการ “Operation Spiderweb” ซึ่งใช้โดรนโจมตีฐานทัพอากาศในรัสเซียเมื่อเดือนก่อน ส่งผลให้เครื่องบินรบหลายลำ รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินสอดแนมของรัสเซียถูกทำลายหรือเสียหายหนัก จึงมีความเป็นไปได้ว่าการลอบยิงครั้งนี้อาจเป็นการตอบโต้จากฝั่งตรงข้าม

นักเศรษฐศาสตร์ ม.โคลัมเบียเผย สหรัฐฯ ไม่เพิ่มงบช่วยยูเครน ทรัมป์กลัวเสียฐานเสียง!! ชี้คนอเมริกันไม่อินกับสงคราม

(11 ก.ค. 68) เจฟฟรีย์ แซกส์ (Jeffrey Sachs) นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันชื่อดัง และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sputnik ว่า สหรัฐฯ ไม่น่าจะเพิ่มการส่งอาวุธหรือเงินช่วยเหลือแก่ยูเครนแล้ว เนื่องจากประชาชนอเมริกันส่วนใหญ่ รวมถึงผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สนใจสงครามในยูเครน

แซกส์ระบุว่า สงครามยูเครนเป็นเรื่องที่กลุ่มอำนาจเบื้องหลังรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้ผลักดันตั้งแต่ต้น ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน แม้ทรัมป์จะประกาศว่าจะส่งอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครนเมื่อวันจันทร์ แต่เขาก็ยังไม่ชี้แจงว่าจะส่งอาวุธประเภทใด และไม่ยืนยันว่าจะส่งขีปนาวุธแพทริออท (Patriot) ตามที่ยูเครนเรียกร้องหรือไม่

สำนักข่าว Axios รายงานเพิ่มเติมในวันอังคารว่า ทรัมป์ได้ให้คำมั่นว่าจะส่งขีปนาวุธแพทริออท 10 ลูกไปยังยูเครนทันที และจะช่วยหาช่องทางส่งยุทโธปกรณ์จากแหล่งอื่นเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนยูเครนของสหรัฐฯ ก็กำลังเผชิญแรงต้านในสภาคองเกรสและจากประชาชนส่วนหนึ่งที่มองว่าเงินภาษีควรใช้แก้ปัญหาภายในประเทศมากกว่าขยายบทบาทในสงครามต่างแดน

สื่อสวิตฯ เผยการยึดฝั่งตะวันออกโดยรัสเซีย จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ชี้ยูเครนถอยร่นสู่จุดวิกฤต!! อาจต้องถอนกำลังข้ามแม่น้ำนีเปอร์

(12 ก.ค. 68) สถานการณ์สงครามในยูเครนเริ่มเข้าสู่จุดพลิกผัน เมื่อรายงานจากสื่อ NZZ ของสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า ยูเครนอาจใกล้ถึงจุดที่ต้องถอยข้ามแม่น้ำนีเปอร์ ท่ามกลางตัวเลือกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ทาง และแต่ละทางล้วนไม่มีคำว่า 'ชัยชนะ' อยู่เลย

NZZ วิเคราะห์ว่า รัสเซียได้เปลี่ยนจากยุทธศาสตร์ค่อยๆ บั่นทอน มาเป็นการรุกไล่แบบเข้มข้น เพื่อหวังพลิกเกมในระดับยุทธศาสตร์ ขณะที่แนวหน้าของยูเครนเริ่มเข้าสู่ภาวะตึงเครียด จนต้องเลือกระหว่างการถอยอย่างมีระบบหรือการถอนตัวข้ามแม่น้ำ ซึ่งเท่ากับการยกดินแดนส่วนใหญ่ทางตะวันออกให้รัสเซีย 

ทางเลือกแรกของยูเครน คือการถอยอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษากำลังพลและอาวุธไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ต้องยอมเสียพื้นที่สำคัญ ส่วนทางเลือกที่สอง คือการล่าถอยข้ามแม่น้ำนีเปอร์ ซึ่งจะหมายถึงการทิ้งดินแดนยุทธศาสตร์ทางฝั่งตะวันออกไว้ให้รัสเซีย 

หากสถานการณ์มาถึงจุดนั้นจริง ยูเครนอาจต้องสูญเสียฝั่งซ้ายของแม่น้ำนีเปอร์ทั้งหมด ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัสเซียมาตั้งแต่ต้นสงคราม และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์ยุโรปตะวันออกในระยะยาว 

กองทัพรัสเซียยึด ‘แหล่งลิเธียมสำคัญ’ ในยูเครน กระทบดีลแร่หายากสหรัฐฯ–เคียฟ ที่เพิ่งลงนาม

(12 ก.ค. 68) กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านเชฟเชนโก (Shevchenko) ในภูมิภาคโดเนตสค์ ทางตะวันออกของยูเครนได้สำเร็จ หลังจากสู้รบกับกองกำลังยูเครนอย่างหนัก โดยพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งแร่ลิเธียมขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรแร่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของยูเครน

แหล่งลิเธียมนี้อยู่ชานหมู่บ้านเชฟเชนโกฝั่งตะวันออก มีพื้นที่ราว 100 เอเคอร์ หรือประมาณ 250 ไร่ และอยู่ในระดับความลึกที่สามารถทำเหมืองในเชิงพาณิชย์ได้ โดยนักวิเคราะห์หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่า การที่รัสเซียควบคุมพื้นที่นี้ อาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงแร่ธาตุระหว่างยูเครนและสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่งลงนามกันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สำหรับข้อตกลงดังกล่าวให้สิทธิพิเศษแก่สหรัฐฯ ในการเข้าลงทุนด้านน้ำมัน ก๊าซ และแร่หายากของยูเครน และตั้งเป้าเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม อย่างไรก็ตามการที่ยูเครนสูญเสียแหล่งแร่สำคัญ อาจทำให้เงื่อนไขและมูลค่าของข้อตกลงดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป

ด้าน มิคาอิโล แชร์นอฟ (Mykhailo Zhernov) ผู้อำนวยการบริษัทพัฒนาเหมืองแร่โลหะและแร่ธาตุสำคัญ Critical Metals Corp ของสหรัฐฯ ซึ่งเคยถือสิทธิการสำรวจแหล่งแร่แห่งนี้ ระบุว่า “หากรัสเซียยึดพื้นที่มากขึ้น ก็จะควบคุมทรัพยากรมากขึ้นเช่นกัน” 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัสเซียเผยว่า แหล่งแร่ลิเธียมนี้คือเหตุผลหนึ่งที่ยูเครนส่งทหารจำนวนมากมาปกป้องพื้นที่ และหากสถานการณ์เอื้ออำนวย รัสเซียก็พร้อมจะพัฒนาแหล่งแร่แห่งนี้ต่อไป และจนถึงขณะนี้ รัฐบาลยูเครนยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆ ต่อการเสียหมู่บ้านเชฟเชนโกและแหล่งลิเธียมแห่งนี้ให้กับรัสเซีย 

ลาวปัดข่าวลือส่งทหารช่วย ‘รัสเซีย’ ร่วมรบในยูเครน ชี้เป็นข่าวปลอม!! หวังบ่อนทำลายภาพลักษณ์ประเทศ

(12 ก.ค. 68) รัฐบาลลาวออกแถลงการณ์ปฏิเสธอย่างเป็นทางการต่อข่าวลือที่แพร่สะพัดในสื่อต่างประเทศบางแห่ง ซึ่งอ้างว่าลาวเตรียมส่งทหารหรือประชาชนเข้าร่วมรบเคียงข้างรัสเซียในสงครามยูเครน โดยยืนยันว่าเป็น 'ข้อมูลเท็จ' และอาจมีเจตนาสร้างความสับสนให้กับประชาคมโลก

ตามรายงาน จากข่าวปลอมดังกล่าวระบุว่ากองทัพรัสเซียพยายามโน้มน้าวทหารลาวให้ร่วมรบ โดยเสนอเงินค่าตอบแทนและสิทธิในการขอสัญชาติรัสเซีย แต่ทางการลาวชี้ชัดว่าไม่พบหลักฐานใดๆ รองรับข้อกล่าวหาเหล่านี้ และถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง บิดเบือนความจริงอย่างชัดเจน

เจ้าหน้าที่ของลาวเน้นย้ำว่า กระแสข่าวดังกล่าวแพร่กระจายในช่วงเวลาที่ลาวและรัสเซียกำลังกระชับความสัมพันธ์ ผ่านการเยือนของคณะผู้แทนระดับสูงจากลาว จึงมีความเป็นไปได้ว่าเป็นความพยายามเจตนาร้าย ที่มุ่งทำลายภาพลักษณ์และความร่วมมือระหว่างประเทศ

รัฐบาลลาวยืนยันจุดยืนว่า ไม่มีนโยบายหรือความตั้งใจที่จะส่งทหารหรือประชาชนไปร่วมความขัดแย้งในต่างประเทศ และความร่วมมือทางทหารใดๆ กับมิตรประเทศ รวมถึงรัสเซีย ที่มีขึ้นบนหลักการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อการพัฒนาด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงภายในเท่านั้น

ทั้งนี้ รัฐบาลลาวขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการอย่างรอบคอบ ก่อนเผยแพร่ข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิด พร้อมย้ำถึงพันธกิจในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

รัสเซียเดินหน้าไม่สนคำขู่ ‘ทรัมป์’ และชาติตะวันตก ลั่น!! บุกถล่มต่อจนกว่ายูเครนจะยอมรับเงื่อนไข

(16 ก.ค. 68) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดทำเนียบเครมลินว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะเดินหน้าปฏิบัติการพิเศษทางทหาร (SMO) ในยูเครนต่อไป จนกว่าชาติตะวันตกและยูเครนจะยอมเจรจาบนเงื่อนไขของรัสเซีย ซึ่งเคยเสนอไว้ตั้งแต่ต้นปี 2022 ที่อิสตันบูล โดยรวมถึงการยอมรับดินแดนที่รัสเซียยึดครอง และการรับประกันว่ายูเครนจะไม่เข้าร่วม NATO

รายงานระบุว่า แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรและตั้งเส้นตาย 50 วันให้ปูตินเจรจาสันติภาพ แต่ผู้นำรัสเซียกลับไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นไหว หรือมีแนวโน้มยอมถอย โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า “ปูตินจะไม่หยุดเพียงเพราะถูกกดดันจากตะวันตก” และเชื่อว่ารัสเซียสามารถรับมือกับมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้

แหล่งข่าวอีกคนเสริมว่า ปูตินมองตะวันตกยังไม่เคยยื่นข้อเสนอเจรจาสันติภาพอย่างจริงจัง แม้จะมีการพูดคุยกับทรัมป์หลายครั้ง และส่งทูตพิเศษเข้ารัสเซีย เช่น สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steven Witkoff) โดยชี้ว่า “แม้ปูตินจะให้คุณค่ากับการพูดคุยกับทรัมป์ แต่ผลประโยชน์ของรัสเซียมาก่อนเสมอ”

ขณะเดียวกัน รัสเซียยังคงรุกคืบในสนามรบ โดยควบคุมพื้นที่กว่า 20% ของยูเครน และมีขีดความสามารถในการผลิตอาวุธหลัก เช่น กระสุนปืนใหญ่ สูงกว่าชาติ NATO หลายประเทศ รวมถึงมีแผนขยายพื้นที่ยึดครองเพิ่มเติม โดยเฉพาะในภูมิภาค ดนีโปรเปตรอฟสค์, ซูมี และ คาร์คิฟ

แม้ทรัมป์จะยังเปิดช่องว่าสำหรับการเจรจาสันติภาพ แต่หลายฝ่ายกังวลว่า ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อและลุกลาม ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ของโลก ขณะที่เศรษฐกิจรัสเซีย แม้เผชิญมาตรการคว่ำบาตร ยังเติบโตเกินคาด โดยรัฐบาลรัสเซียประเมินว่า GDP จะขยายตัว 2.5% ในปี 2025

ยูเครนเดินเกมถล่มรัว!! ส่งโดรนโจมตีหลายเมืองใหญ่ในรัสเซีย กระทบ 4 สนามบินต้องปิดชั่วคราว เที่ยวบิน 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก

(21 ก.ค. 68) สนามบินใหญ่ในกรุงมอสโก 4 แห่ง ได้แก่ เชเรเมเตียโว (Sheremetyevo), โดโมเดโดโว (Domodedovo), วนูกอวอ (Vnukovo) และซูโคฟสกี (Zhukovsky) ต้องปิดชั่วคราว หลังรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนจากยูเครนอย่างต่อเนื่อง มีโดรนกว่า 230 ลำถูกสกัดทั่วประเทศ รวมถึง 27 ลำเหนือกรุงมอสโก ส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก และกว่า 130 ไฟลต์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง

นอกจากมอสโก สนามบินในแคว้นคาลูกาทางตะวันตกเฉียงใต้ก็ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่าสกัดโดรนได้ 45 ลำในพื้นที่นี้ ขณะที่โดรนจากยูเครนยังถูกสอยในเมืองชายแดนอย่างรอสตอฟ บรียานสก์ และเหนือน่านน้ำทะเลดำ

นอกจากนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนทางอากาศต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายในหลายภูมิภาค รวมถึงโดเนตสค์ ซูมี คาร์คิฟ และดนีโปรเปตรอฟสค์ ด้านยูเครนระบุว่าสามารถยิงโดรนของรัสเซียตกได้ 18 จากทั้งหมด 57 ลำในคืนวันเสาร์

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เสนอเปิดการเจรจารอบใหม่กับรัสเซีย พร้อมแสดงความพร้อมพบปูตินแบบตัวต่อตัว ด้านโฆษกเครมลินย้ำว่ารัสเซียยังต้องการสันติภาพ แต่จะไม่หยุดยั้งจนกว่า “เป้าหมาย” จะบรรลุ ขณะที่ทรัมป์ประกาศส่งอาวุธขั้นสูงให้ยูเครน และขู่เก็บภาษีรัสเซียหากไร้ข้อตกลงภายใน 50 วัน

‘บอริส จอห์นสัน’ ยอมรับเศร้า คนอังกฤษสนใจยูเครนลดลงเรียกร้องยุโรปยึดทรัพย์รัสเซีย ย้ำ!! UK ยังมีบทบาทสำคัญในสงคราม

(21 ก.ค. 68) บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) อดีตนายกฯ อังกฤษ ให้สัมภาษณ์กับ The Telegraph ว่ารู้สึก “ค่อนข้างเศร้า” ที่ประชาชนอังกฤษสนใจประเด็นยูเครนน้อยลง ทั้งที่เป็นเรื่อง “อันดับหนึ่ง” สำหรับเขา พร้อมระบุว่า อังกฤษยังมีบทบาทสำคัญ แต่ไม่ใช่ผู้นำเชิงความคิดอย่างที่เคยเป็น

ในงานที่สถานทูตยูเครน ณ กรุงลอนดอน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อต้อนรับทหารผ่านศึก จอห์นสันกล่าวว่า แม้ตอนนี้เขายังไม่คิดกลับเข้าสู่การเมือง แต่ก็ยังตั้งใจสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ เขายังเรียกร้องให้ประเทศในยุโรปยึดทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกแช่แข็งไว้กว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ แล้วนำเงินก้อนนั้นส่งต่อให้ยูเครน โดยมองว่าเป็น “เงินงวดแรก” ของค่าชดใช้ที่รัสเซียควรต้องรับผิดชอบ

บอริส จอห์นสัน กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนแนวคิดให้ยึดทรัพย์สินของรัสเซีย แม้บางฝ่ายจะกังวลว่าอาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเน้นว่าพรรคการเมืองควรนำเสนอแผนงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยมองเห็นอนาคตที่จับต้องได้

จอห์นสันยังพูดถึงกรณีข้อมูลลับของชาวอัฟกานิสถานรั่วไหลว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องปกป้องชาวอัฟกันซึ่งเคยช่วยเหลืออังกฤษจากการถูกตาลีบันตามล้างแค้น เขายืนยันว่าไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับคำสั่งห้ามสื่อรายงานข่าว (super-injunction) ที่ถูกนำมาใช้ในกรณีนี้

ขณะเดียวกัน พรรคอนุรักษ์นิยมยังเผชิญวิกฤตความนิยมตกต่ำ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก YouGov ชี้ว่า พรรค Reform UK มีคะแนนนำที่ 26% ตามด้วยพรรคแรงงาน 24% ส่วนพรรคอนุรักษ์นิยมรั้งท้ายเพียง 17% ส่งผลให้ เคมิ บาเดอโนก (Kemi Badenoch) ผู้นำพรรคคนใหม่ เตรียมมุ่งสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน ก่อนจะเปิดตัวนโยบายหลักในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ยูเครนขอเงินพันธมิตร NATO-EU เพิ่มงบกลาโหม 120,000 ล้านดอลล์!! ในปี 2026 มาเสริมทัพสู้สงครามรัสเซีย

(23 ก.ค. 68) รัฐมนตรีกลาโหมยูเครน เดนิส ชมีฮาล (Denys Shmyhal) เปิดเผยว่า ยูเครนจำเป็นต้องใช้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศอย่างน้อย 120,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.38 ล้านล้านบาท) ในปี 2026 โดยตั้งเป้าหาเงินครึ่งหนึ่งจากความช่วยเหลือของพันธมิตรต่างชาติ ทั้งจากชาติสมาชิก NATO และสหภาพยุโรป

ชมีฮาลระบุว่า เป้าหมายสำคัญของกองทัพคือเพิ่มการจัดซื้ออาวุธจากผู้ผลิตในยูเครนให้ได้ครึ่งหนึ่งของทั้งหมด พร้อมส่งเสริมให้บริษัทต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน ตั้งโรงงาน และถ่ายทอดเทคโนโลยีในยูเครน รวมถึงขอความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์จากประเทศเป็นกลาง โดยเฉพาะระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สามารถสกัดขีปนาวุธได้

ยูเครนต้องการเงินเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมกลาโหม โดยเน้นผลิตโดรน FPV, โดรนระยะไกล และอาวุธดักสกัด ‘ชมีฮาล’ ระบุเพิ่มเติมว่ายูเครนพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และเทคโนโลยีทางทหารให้กับพันธมิตรเพื่อสร้างความร่วมมือในระยะยาว

ทั้งนี้ รัฐบาลยูเครนยังคาดการณ์ว่า งบความมั่นคงจะยังคงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยปี 2026 จะใช้งบ 1.817 ล้านล้านฮริฟเนีย หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท แต่จะลดลงในปี 2027 และ 2028 ตามสถานการณ์ความมั่นคงที่คาดว่าจะคลี่คลายลง

‘รัสเซีย-ยูเครน’ ถกสันติภาพรอบ 3 ยังไร้ข้อสรุป แต่เห็นพ้องแลกตัวเชลย-หารือช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

(24 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่รัสเซียและยูเครนพบกันอีกครั้งที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธ (23 ก.ค.) ภายใต้การประสานของสหรัฐฯ เพื่อเจรจายุติสงคราม การเจรจาครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 40 นาที และไม่มีความคืบหน้าในเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเปิดช่องทางพูดคุยแบบไม่เป็นทางการเพิ่มขึ้น และยังพร้อมร่วมมือกันในประเด็นด้านมนุษยธรรม เช่น การแลกเปลี่ยนเชลยและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม

ยูเครนย้ำต้องมีการ 'หยุดยิงก่อน' จึงพร้อมหารือสันติภาพ แต่รัสเซียกลับต้องการ “ตกลงเงื่อนไขสันติภาพก่อน” จึงจะยอมหยุดยิง ความขัดแย้งพื้นฐานนี้ทำให้สองฝ่ายยังคงอยู่ห่างไกลจากข้อตกลงใหญ่ และยูเครนยังคงเสนอให้ผู้นำทั้งสองพบกันโดยตรง แต่รัสเซียปฏิเสธ โดยเสนอจัดตั้งคณะทำงานย่อยด้านการเมือง มนุษยธรรม และการทหารแทน

อย่างไรก็ตาม มีความคืบหน้าบางประการในประเด็นด้านมนุษยธรรม รัสเซียยอมส่งตัวนักโทษสงครามยูเครน 1,200 คน และศพทหารยูเครนอีก 3,000 นายกลับประเทศ พร้อมเตรียมพิจารณาคืนเด็กยูเครนที่ถูกพาตัวจากดินแดนยึดครอง 339 คน ตามคำร้องขอของยูเครน

ท่าทีของทั้งสองฝ่ายยังต่างกันชัดเจน ปูตินยืนยันไม่ยอมเสียเปรียบทางทหารและไม่แลกกับเงื่อนไขสันติภาพ ขณะที่เซเลนสกีระบุจะไม่มีวันยอมจำกัดสิทธิอธิปไตย หรือรับรองการผนวกดินแดนกับรัสเซีย

แม้เจรจายังไร้ผล แต่แรงกดดันจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการยุติสงครามนี้ กลายเป็นแรงผลักให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่กล้าทำให้การพูดคุยล่มอย่างเป็นทางการ เพราะต่างก็ไม่อยากให้ทรัมป์หันไปหนุนฝ่ายตรงข้ามอย่างเปิดเผยในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top