Friday, 5 June 2026
ศอบต

'ตำรวจ PCT' ออกหมายจับอีก 3 ราย เครือข่าย Eddy เจ้าของเว็บ 888Point บิ๊กข้าราชการ ศอบต. หนึ่งในผู้ต้องหาย่องเข้ามอบตัว

วันนี้ (31 ส.ค. 65) เวลา 12.00 น. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ที่ 4  เปิดเผยว่า จากกรณีจับกุมเว็บพนันออนไลน์ 888Point เมื่อวันที่ 13 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเครือข่ายของนาย Eddy สามารถจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ยึดเงินสดกว่า 35 ล้านบาท และทรัพย์สินอีกกว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท ส่ง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ

จากการสอบสวนขยายผลทำให้ทราบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวเกี่ยวพันกับบุคคลต่างๆ อีก จำนวนหนึ่ง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับให้จับกุมบุคคลต่าง ๆ อีก 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, ร่วมกันฟอกเงิน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” ซึ่งปรากฏว่าในกลุ่มดังกล่าวปรากฏว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่ง ที่เราได้ออกหมายจับ และเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วเมื่อค่ำวานนี้ ได้ประกันตัวหรือปล่อยตัวไป ด้วยวงเงินประกันสองแสนบาทถ้วน 

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเวปพนัน 888Point เป็นเว็บการพนันที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆ ที่มีคนไทยเข้าเล่น โดยพบว่าเจ้าของเว็บหรือ Eddy ได้เปิดโรงแรมและคาสิโนอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาได้ลักลอบแอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ให้บริการกับผีพนันในประเทศ แล้วนำเงินที่ได้ดังกล่าวมาฟอกเงินผ่านทางธุรกิจโรงแรมและการรับเหมาก่อสร้างจำนวนหลายราย มีข้าราชการเข้ามาเกี่ยวพันจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการบุกทลายเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อ 13 ส.ค.65 นั้น ปรากฏว่าพบหลักฐานจากหนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนสนิทของ น.ส.กัลยวีร์ สงวนนามสกุล ซึ่งเป็นภริยาของ Eddy และเป็นผู้ควบคุมเครือข่ายเวปพนันดังกล่าว ดูแลธุรกิจในประเทศไทย ตลอดจนเป็นกรรมการบริษัทหลายบริษัทฯ ในเครือ 

พล.ต.ต.ไตรงรงค์ กล่าวอีกว่า ในส่วน น.ส.กัลยวีร์ฯ ปรากฏข้อมูลการสั่งการให้ทำธุรกรรมทางการเงิน และนำเงินมาส่งมอบให้กับตน และภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมกลุ่มเครือข่ายปรากฏว่าเช้ารุ่งของวันที่ 14 ส.ค.65 ผู้ต้องหากับพวกรวมสองรายได้ไหวตัวบินหลบหนีออกไปนอกประเทศทันที ทั้งนี้ นอกจากออกหมายจับข้างต้นแล้วเจ้าหน้าที่ยังได้อายัดบัญชีผู้เกี่ยวข้องอีกกว่า 11 บัญชี ยอดเงินกว่า 25 ล้านบาท รวมตลอดปฏิบัติการยึดเงินสดและทรัพย์สินแล้วกว่า 70 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม รวมถึงดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อหาบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีคืบหน้า บิ๊กข้าราชการแดนใต้เข้ามอบตัวกรณีพัวพันเวปออนไลน์ และถูกศาลออกหมายจับในความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ และฟอกเงิน 

วันนี้ 31 ส.ค. 65 เวลา 12.00 น. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงจาก พ.ต.อ.ฤทธิชัย ช่างคำ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.7 ปฏิบัติหน้าที่ ศป.อส.ตร ฝ่ายสอบสวน (PCTชุด4) เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวทราบว่าสืบเนื่องจากกรณี การจับกุมเวปพนันออนไลน์ 888Point เมื่อวันที่ 13 ส.ค.65 ซึ่งมีการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 6 ราย และยึดเงินสดกว่า 35 ล้านบาท และมีการยึดทรัพย์สินตรวจสอบอีก กว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท พื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

จากการสอบสวนขยายผลทำให้ทราบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวเกี่ยวพันกับบุคคลต่างๆ อีก จำนวนหนึ่ง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับให้จับกุมบุคคลต่าง ๆ อีก 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, ร่วมกันฟอกเงิน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” ซึ่งปรากฏว่าในกลุ่มดังกล่าวปรากฏว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่ง ที่เราได้ออกหมายจับ และเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วเมื่อค่ำวานนี้ ได้ประกันตัวหรือปล่อยตัวไป ด้วยวงเงินประกันสองแสนบาทถ้วน

เลขาธิการ ศอ.บต. พบปะ สื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมแถลงนโยบายแผนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในห้วงที่ผ่านมาและที่จะดำเนินต่อไปในปี 66 เน้นยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนมีความกินดี อยู่ดี และอยู่ร่วมกันในวิถีพหุวัฒนธรรมที่ โรงแรมริเวอร์ ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสวนาสร้างการรับรู้การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้แก่สื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมี นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ตลอดจนสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม

ในการนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้พบปะเพื่อขอบคุณสื่อมวลชนในการทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารการทำงานของ ศอ.บต. ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนสำคัญมากต่อการทำให้บ้านเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้สงบสุขเพราะพี่น้องสื่อมวลชนถือว่าเป็นกลไกหลักที่สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจในเรื่องราวที่สำคัญของบ้านเมืองให้กับพี่น้องประชาชนที่จะทำให้เกิดทัศนคติที่ดี พร้อมกันนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้แถลงนโยบายแผนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงที่ผ่านมาและที่จะดำเนินต่อไปในปีงบประมาณ 2566 ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนมีความกินดี อยู่ดี และอยู่ร่วมกันในวิถีพหุวัฒนธรรม อาทิ ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนตามฐานข้อมูล TPMAP ทั้ง 5 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านสุขภาพ การศึกษา รายได้ ความเป็นอยู่ และการเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐ และยังรวมไปถึงกลุ่มเปราะบาง ซึ่ง ศอ.บต. กำลังเดินหน้าในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความยากจน ศอ.บต. ได้ขับเคลื่อนโครงการ 1 ข้าราชการ 1 ครัวเรือนยากจน ซึ่งเป็นการจัดเจ้าหน้าที่ข้าราชการประกบครัวเรือนยากจนโดยประสานกับชุดข้าราชการตำบลทุกภาคส่วนโดยข้าราชการจะทำหน้าที่เฝ้า ประกบ ติดตาม รายงาน เพื่อแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมาได้มีการนำร่องแล้ว 400 ครัวเรือน ปี 66 จะขยับขึ้นอีก 1,200 ครัวเรือน โดยเลขาธิการ ศอ.บต. เน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้ต้องตอบโจทย์และต้องยั่งยืน 

นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของเศรษฐกิจฐานราก ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร มีการส่งเสริมการผลิตจากพืชเศรษฐกิจใหม่ ที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่และความต้องการของตลาด เช่น มะพร้าว ข้าว กาแฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการปลูกกาแฟโรบัสต้าสายพันธุ์พื้นถิ่น ซึ่งเป็นพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้มีพระประสงค์ให้มีการอนุรักษ์พันธุ์กาแฟพื้นถิ่น และพัฒนากระบวนการผลิตให้เป็นกาแฟที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ การส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์ ภาคการท่องเที่ยว ส่งเสริมศักยภาพของวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก โดยเน้นการสร้างอัตลักษณ์เฉพาะของแหล่งท่องเที่ยว

‘นิพนธ์’ จี้ ศอ.บต. เร่งแก้ปัญหาเครือข่ายต้มยำกุ้ง หวังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ในมาเลเซีย

‘นิพนธ์’ เร่งรัด ศอ.บต. ดำเนินการตามที่นายกฯ สั่งการแก้ไขปัญหาเครือข่ายร้านต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ตามที่ตนเคยเสนอ

(19 ม.ค. 66) นายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังรับทราบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อเสนอที่ตนได้เสนอเร่งด่วน 6 ด้าน เพื่อนำไปใช้วางแผนการให้ความช่วยเหลือและเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เดินทางไปทำงานในเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้ง ประเทศมาเลเซีย ประกอบด้วย

1. การแจ้งเกิด – แจ้งตายที่ปัจจุบันมีรายละเอียดและขั้นตอนการทำงานที่มีความยุ่งยาก หลายขั้นตอน

2. การอำนวยความสะดวกในการออกใบขับขี่ในประเทศมาเลเซีย

3. การออก Passport ให้กับคนไทยที่เดินทางมาทำงาน

เลขาฯ ศอ.บต. เผย "ศอ.บต. ขอทำงานเป็นทีมเดียวกับจังหวัด" หลังเดินทางพบหัวหน้าส่วนราชการนราธิวาส ด้าน รองผู้ว่าฯ เสนอ แก้ปัญหาการค้าชายแดน-ทรัพยากรมนุษย์-ว่างงาน ฯลฯ ในพื้นที่

เมื่อวานนี้ (16 พ.ย. 2566) พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พบปะรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายปรีชา นวลน้อย รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ณ ห้องประชุมพระภิศัยสุนทร ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (แห่งที่ 2) เพื่อแลกเปลี่ยนการดำเนินงานพัฒนา จชต. 

เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การพบปะคนทำงานในพื้นที่วันนี้ เพื่อขออนุญาตมาทำงานร่วมกับจังหวัด และทุกส่วนงานใน 5 จชต. เพื่อให้ ศอ.บต. เป็นทีมเดียวกับจังหวัด เป็นหน่วยสนับสนุนภารกิจงานด้านการพัฒนา ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนนราธิวาส และอีกทั้ง 4 จังหวัด ให้ทำงานเป็นแพ็คเป็นทีมเดียวกัน และมองภาพใหญ่ร่วมกัน 

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส มีเป้าหมายในการพัฒนานราธิวาสสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาการค้าชายแดน การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การศึกษา เนื่องจากพบว่า เด็ก ประถมศึกษา 3 ในพื้นที่ ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และได้คะแนนสอบ O-NET และ A-NET ศูนย์คะแนนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังวางแนวทางแก้ไขปัญหาว่างงาน พบว่า แต่ละปีมีเยาวชนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นจำนวนมาก แต่กลับว่างงาน จึงไม่มีรายรับในการจ่ายหนี้ กยศ. และมุ่งแก้ปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะแม่และเด็ก ทั้งนี้เสนอให้ ศอ.บต. เป็นหน่วยจัดโครงการสร้างสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย โดยรวมผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด และภาคเอกชน ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดี และใช้โอกาสนี้ในการหารือแก้ไขปัญหาด่านชายแดนต่อไป

ทั้งนี้ หัวหน้าส่วนราชการยังมีการเสนอการพัฒนาในมิติต่างๆ เพื่อเป็นหัวข้อในการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ในอนาคต อาทิ การจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูคนพิการ การดึงภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินงานในโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกับตำบล เป็นต้น

‘ศอ.บต.’ นำทัพผู้ประกอบการชายแดนใต้ บินแสดงสินค้าถึงซาอุฯ เล็งขยายตลาดฮาลาลสู่ประเทศมุสลิม คาด ดึงเงินนักลงทุน 180 ลบ.

(17 ธ.ค. 66) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังที่ได้มอบแนวนโยบายการแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการส่งเสริมอาชีพ ล่าสุด ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ก็ได้เริ่มเดินหน้าสนับสนุนการสร้างอาชีพแล้ว โดยร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) นำผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมงานแสดงสินค้า ‘Thailand Mega Fair 2023’ ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 13 -16 ธันวาคม 2566

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนกว่า 200 แบรนด์ ได้นำผลิตภัณฑ์ และสินค้าที่ผลิตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความโดดเด่น และมีความต้องการสูงของกลุ่มประเทศมุสลิม มาจัดแสดง เช่น นมถั่วเหลือง 7 รสชาติ นมข้าวโพด นมแพะ นมโค 3 รสชาติ ผ้าคลุมผมสตรี รองเท้าแตะ สำหรับใช้ในการเดินไปประกอบศาสนกิจ น้ำหอมไม้กฤษณา และ น้ำผึ้งชันโรง โดยสินค้าที่นำไปจัดแสดง ได้รับผลตอบรับจากชาวซาอุดีอาระเบีย เป็นอย่างมาก ซึ่งมีผู้ประกอบการสามารถ Bussiness Macthing กับผู้ประกอบการในซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ ได้จำนวน 2 บริษัท รวม 4 ผลิตภัณฑ์

โดยคาดการณ์ว่า จะสามารถสร้างมูลค่าจากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้กว่า 100 ล้านบาท ในระยะ 1 ปีข้างหน้า จึงถือว่า การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า สามารถช่วยผู้ประกอบการให้มีโอกาสทางการค้าเพิ่มขึ้น และเกิดการขยายตลาดการส่งออกสินค้าฮาลาลในประเทศโลกมุสลิมมากยิ่งขึ้น

“การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ ไปแสดงสินค้าในต่างประเทศ จะช่วยเพิ่มโอกาสการส่งออก และเพิ่มการจ้างงานในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งมีการคาดว่า การแสดงสินค้าในครั้งนี้ จะเกิดมูลค่าการค้า ประมาณ 25 ล้านบาท และจะเกิดการลงทุนเพิ่มเติม 180 ล้านบาท โดยก็จะทำให้เกิดการจ้างงานคนในพื้นที่เพิ่มเติม ทั้งทางตรง และทางอ้อมกว่า 400 คน จึงถือว่า เป็นส่งเสริมอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ได้อย่างชัดเจน และในอนาคต ก็จะผลักดันการขยายตลาดการส่งออกไปสู่ประเทศซาอุดีอาระเบีย และประเทศโลกมุสลิมโดยตรง รวมถึงจะจัดตั้ง ‘Fatoni Halal One Stop Service’ จากเครือข่ายที่อยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียด้วย เพื่อทำให้เกิดการส่งเสริมอาชีพและจ้างงานในพื้นที่มากขึ้น” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ขณะที่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ได้ร่วมงานในครั้งนี้ ได้ขอบคุณรัฐบาล และ ศอ.บต. ที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการชายแดนใต้ มีโอกาสขยายการส่งออกไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย และประเทศโลกมุสลิมเพิ่มขึ้น เพราะการนำผู้ประกอบการไปแสดงสินค้า ก็เพื่อให้ธุรกิจในพื้นที่เติบโต ขยายตลาดส่งออก เพิ่มการจัดจำหน่าย โดยเท่ากับว่า จะสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น พร้อมลดจำนวนผู้ว่างงานของคนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นงาน ศอ.บต. ก็มีแผนงานนำผู้ประกอบการ ทั้ง 4 กลุ่ม กลับมาเป็นต้นแบบถอดบทเรียนและถ่ายทอดให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่อยากเข้าร่วมกิจกรรมด้วย โดยใช้วิธีต่อยอด เสริมความเข้มแข็ง เพื่อให้เป็นพี่เลี้ยง ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อไป

สว.'โวย' รัฐบาลเพื่อไทยบริหารประเทศ 2 ปี  เลือกเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปก ไม่มียุทธศาสตร์ใหม่พัฒนา ทำงานไม่ตรงกับมิติ ศอ.บต.พัฒนา สร้างความเป็นธรรม แย่งชิงมวลชน 

ฝากรัฐบาล 'อนุทิน' เอาคนมานั่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากปกครอง ทำงานกับผู้ว่าฯนายอำเภอ

จากกรณีที่เลขาธิการ ศอ.บต. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรัตน์ ย้ายเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน รัฐบาลต้องรีบแต่งตั้ง เลขาธิการคนใหม่มาทำหน้าที่บริหารเพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาแทรกซ้อนมากมาย

(9 ก.ย.68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)กล่าวว่าโยกย้ายเลขาธิการ ศอ.บต.ไปทำหน้าที่ปลัดกระทรวงแรงงานฯที่ผ่านมา ศอ.บต.มีความบิดเบี้ยวหลายประการ ถูกวิพากวิจารณ์ว่าให้ผู้ทำงานเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปกไม่ตรงกับงานทำหน้าที่ ตนเรีกยอย่างนี้ว่า ศอ.บต.เป็นหน่วยงานที่มีมิติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาดูแลในการสร้างงาน การลงทุน การพัฒนา เพื่อให้ชายแดนภาคใต้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้น ต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของคนใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ดีขึ้น

“เราไม่ต้องการเห็นคนว่างงาน เดินทางไปทำงานในต่างภูมิภาค เดินทางไปทำงานในต่างประเทศมาเลเซีย เราไม่ต้องการเห็นนักเรียนที่จบมาใหม่ตกงาน เพราะเราไม่มีอุตสาหกรรมอะไรรองรับ เพราะนักลงทุนไม่กล้ามาลงทุนในชายแดนภาคใต้ เพราะไม่มีความปลอดภัย”

นายไชยยงค์ ฯกล่าว มิติในการทำหน้าที่ของ ศอ.บต.คือมิติของการพัฒนา มิติสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น มิติการแย่งชิงมวลชน มิติทำความเข้าใจแก่ประชาชนให้เป็นคนของรัฐ ให้หันมาสนับสนุนนโยบายของรัฐ แต่ที่ผ่านมาหลายเรื่องเราไม่ทำ  โดยเฉพาะ 2 ปีที่ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล งานด้านการพัฒนาของจังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นเรื่องใหม่ๆยุทธศาสตร์ใหม่ๆ พึ่งจะเห็นใน 2 เดือนสุดท้ายมีการระดมใช้นโยบายวาระน้ำกระท่อมพืชกระท่อม ต้มน้ำกระท่อมขายอย่างจริงจัง ทำได้อย่างจริงจังแค่ 2 เดือน เลขาธิการ ศอ.บต.ย้าย เปลี่ยนรัฐบาล การต่อสู้กับยาเสพติดในระดับล่างคือพืชกระท่อม เข้าใจว่าคงยุติแค่นี้

นายไชยยงค์ฯ ยังกล่าวว่า ปัญหาของ ศอ.บต.ที่ผ่านมาเหมือนกับเราไม่รู้ว่า ศอ.บต.ทำงานกับใคร ศอ.บต.ทำงานกับฝ่ายปกครอง ฉะนั้นคนที่จะมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากฝ่ายปกครองมาจากผู้ว่าฯมาจากอธิบดีฝ่ายปกครอง เพราะอะไร เพราะเลขาธิการ ศอ.บต.และหน่วยงาน ศอ.บต.ต้องทำงานกับผู้ว่าฯทั้ง 5 จังหวัด นายอำเภอ

“แต่เมื่อเรามาไล่ดูวันนี้เลขาธิการ ศอ.บต.มาจากระทรวงยุติธรรม รองเลขาธิการคนแรกมาจาก ปปส. รองคนที่สองมาจากดีเอสไอ. รองคนที่สามว่างงาน เพราะไม่มีคนใช้งาน เพราะฉะนั้น 2 ปีที่ผ่านมา ศอ.บต.ตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผิดฝาผิดตัวมา วันนี้ถือว่าที่ผ่านแล้วผ่านไป รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามารับผิดชอบบริหารประเทศไทย จะต้องส่งคนที่มีความรู้ความสามารถและคัดเลือก” บุคลากรมาจากฝ่ายฝ่ายปกครอง มาทำหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต.เพื่อที่จะได้แก้ปัญหา ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตและเรื่องอื่นๆ เพราะ ศอ.บต.อีกขาที่ไปหนุนเสริม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องเดินคู่กัน ต้องมีการทำหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมๆกัน เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี”

นายไชยยงค์ฯ กล่าวต่ออีกว่า ประเด็นแรกเลขาธิการ ศอ.บต.จะต้องมาจากฝ่ายปกครอง ในอดีตที่แรกเริ่มก่อตั้งดำรงตำแหน่ง ผอ. ศอ.บต.เป็นคนของฝ่ายปกครอง เอารองปลัดกระทรวงคนหนึ่งคนใดมาทำหน้าที่ ผอ.ศอ.บต.ในการทำงานเป็นเนื้อเดียวกันผู้ว่าฯเพราะตำแหน่งรองปลัดกระทรงมหาดไทยไปจากผู้ว่าฯ การบริหารจึงเป็นเนื้อเดียวกัน

นายไชยยงค์ฯ กล่าวอีกว่า ระยะหลังๆเอาคนจากคนอื่นๆมาเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.เชื่อไหม คำสั่งเชิญผู้ว่าฯไปประชุมที่ ศอ.บต.บางจังหวัดไม่ให้ความสำคัญ บางจังหวัดส่งปลัดไป ตนเป็นที่ปรึกษามานานมาก ตนเห็นปรากฎการณ์ความเสื่อมถอยของ ศอ.บต.ที่เราได้เลขาธิการไม่ตรงกับการทำหน้าที่ ต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมขององค์กระทรวงมหาดไทยเขาจะฟังคนที่มาจากมหาดไทยเป็นหลัก เมื่อเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากตำรวจ ทหาร มาจากกระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถทำงานประสานกับฝ่ายปกครองได้เนื้อเดียวกัน ฝากไว้ให้พิจารณา

‘เลขาฯ ศอ.บต.’ ชี้โอกาสทอง! จัดบิ๊กอีเวนต์กระตุ้น ศก.ชายแดนใต้ แนะคนในพื้นที่ลงมือเองก่อนดึงดูดนักลงทุนนอก

พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยถึงแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ผ่านการจัด "บิ๊กอีเวนต์กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนใต้" โดยเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในก่อนดึงดูดนักลงทุนจากภายนอก

กิจกรรมดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของ 5 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี จัดที่สนามออมทอง อ.เมือง วันที่ 26 กันยายน, นราธิวาสจัดที่ อ.สุไหงโก-ลก, ยะลา จัดที่ อ.เบตง และ สตูล จัดที่ที่อ.เมือง เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกและกระตุ้นการท่องเที่ยวและการค้าการลงทุน

พ.ต.ท. วรรณพงษ์ ได้ให้เหตุผลที่น่าสนใจว่า แม้คนภายนอกอาจจะยังมีความกังวลในการเข้ามาลงทุนในพื้นที่ แต่คนในท้องถิ่นที่คุ้นเคยกับวิถีชีวิตมาตลอดชีวิตไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด

“ผมเชื่อว่าเป็นโอกาสด้วยซ้ำ ในเมื่อเราไม่ได้มีคู่แข่งมาจากภายนอก การทำธุรกิจ การประกอบธุรกิจอะไร ก็เป็นโอกาสที่คนในจะสามารถก้าวกระโดด หรือพัฒนาธุรกิจตนเองให้ยิ่งมีความมั่นคงยิ่งขึ้นไป” เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว

นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงบทบาทของ ศอ.บต. ในฐานะ “เครื่องมือกลาง” ที่จะช่วยให้คนในพื้นที่สามารถสร้างธุรกิจของตัวเองให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะเมื่อได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการขยาย ซอฟต์พาวเวอร์ หรือการให้สิทธิประโยชน์จาก BOI

“เราคงไม่จำเป็นต้องรอหวังพึ่งคนอื่นมากนัก แต่ถ้าเราทำจนมีเสน่ห์แล้ว ผมก็เชื่อว่าคนอื่นก็จะเข้ามาลงทุนเช่นเดียวกัน” พ.ต.ท. วรรณพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา “ถ้าท่านเห็น ท่านก็จะเห็นว่าทุกเดือนมีอะไรใหม่ๆ ในพื้นที่ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เพียงแต่ว่าบางท่านอาจจะยังไม่เคยได้มาเห็น ได้มาสัมผัส” 

แนวคิดดังกล่าวถือเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่แตกต่างออกไปจากเดิม โดยเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากคนในพื้นที่ และใช้บิ๊กอีเวนต์เป็นเครื่องมือในการสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์เชิงบวกไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง 

แน่นอนเงินสะพัดและสภาพคล่องทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น เกิดการสร้างงาน ความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดน ที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต

การจัดบิ๊กอีเวนต์ของ ศอ.บต. ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของพื้นที่ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการสร้างความเข้มแข็งจากภายในก่อน แล้วจึงขยายผลเพื่อดึงดูดความสนใจจากภายนอก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การที่หน่วยงานภาครัฐเข้ามามีบทบาทนำในการจุดประกายเช่นนี้ จะเป็นสัญญาณที่ดีให้คนในพื้นที่และนักลงทุนเห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของสามจังหวัดชายแดนใต้

นราธิวาส - ศอ.บต. มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้ 2 ครอบครัว จากเหตุลอบวางระเบิด หน้าร้านน้ำชา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส 

นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (สป.มท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาส ร่วมลงพื้นที่ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ครอบครัวและทายาทกรณีเสียชีวิต จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าร้านน้ำชา ถนนรามโกมุท-ยี่งอ หมู่ที่ 1 ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา 

โดยจุดแรกได้ลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 207/1 หมู่ที่ 7 ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวของ นายมูฮัมหมัดไซฟู สะนิ และจุดที่ 2 บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 1 ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวและทายาทของ นางรอเมาะ ตาเลงปะลา โดยมี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา รายละ 500,000 บาท 

ในการนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้นำความห่วงใยและกำลังใจ จากรักษาการ เลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่ง ศอ.บต. ยินดีบูรณาการ ร่วมกับ ภาครัฐ จังหวัด อำเภอ เร่งช่วยเหลือในทุกมิติ และไม่ทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือในนาม ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เยียวยา ยังได้มีการชี้แจงสิทธิการให้ความช่วยเหลือ ตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเยียวยาในกรณีเสียชีวิตของทั้ง 2 ครอบครัวอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top