Thursday, 4 June 2026
วีซ่า

อว. จับมือ สตม. คุมเข้มวีซ่านักศึกษา อาศัยช่องโหว่ ‘วีซ่า’ เข้าไทยเพื่อทำงานเถื่อน

(22 ส.ค. 68) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เพิกถอนการตรวจลงตราและการอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ในไทยชั่วคราว (Visa) ไปแล้วเกือบ 10,000 ราย หลังพบว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนด หวังป้องกันการใช้วีซ่านักศึกษาเป็นช่องทางเข้ามาทำงานอย่างไม่ถูกต้อง

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.อว. ระบุว่า ได้มอบหมายให้ผู้บริหารกระทรวงประชุมร่วมกับ สตม. เพื่อเดินหน้าจัดระเบียบหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) ของนักศึกษาต่างชาติ โดยให้ทุกมหาวิทยาลัยต้องส่งรายชื่อนักศึกษาต่างชาติที่สมัครเรียนเข้ามาในระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาออกวีซ่า

ที่ประชุมเห็นชอบให้สถาบันอุดมศึกษาจัดส่งรายงานผลการเรียนและความก้าวหน้าของนักศึกษาต่างชาติเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่ามีการเข้าเรียนจริง ป้องกันการสวมสิทธิ์เรียนหนังสือเพื่อทำงาน โดยระบบฐานข้อมูลดังกล่าวเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา

ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัด อว. ระบุว่า อว. และ สตม. จะจัดประชุมชี้แจงกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในเดือนกันยายนนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันและกำหนดขั้นตอนปฏิบัติอย่างชัดเจน ย้ำว่ามาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อคุมเข้มวีซ่านักศึกษาและรักษาความถูกต้องของระบบการศึกษาไทย

จากอุบัติเหตุ!! รถบรรทุก ชน มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ในที่เกิดเหตุ สู่การตรวจสอบ!! ‘วีซ่าต่างด้าว’ ครั้งใหญ่ที่สุด ในสหรัฐฯ

(24 ส.ค. 68) ฮาร์จินเดอร์ ซิงห์ หนุ่มอินเดียวัย 28 ปี ที่หวังจะมาขุดทองเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสหรัฐ อาจเป็นต้นเหตุทำให้วีซ่าของเพื่อนร่วมอาชีพ และ ชาวต่างด้าวในสหรัฐมากกว่า 55 ล้านคนมีโอกาสปลิว ต้องถูกเนรเทศออกจากสหรัฐได้ เหตุเพราะการ U-Turn ผิดที่เพียงแค่ครั้งเดียว

จุดพลิกหลายชีวิตนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา ขณะที่ ฮาร์จินเดอร์ ซิงห์ ที่ทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกพ่วง กำลังขับรถแล่นขึ้นบนไฮเวย์ ในรัฐฟลอริด้า แต่เขาดันไปกลับรถในช่อง ห้าม U-Turn เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรถชน และมีผู้เสียชีวิตถึง 3 คน ในที่เกิดเหตุ 

ตำรวจฟลอริด้าจัดการไล่ล่า หาตัวคนขับรถบรรทุกทันที และสามารถจับกุมเขาได้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่เขาอาศัยอยู่ และถูกส่งตัวกลับมาขึ้นศาลในฟลอริด้า อาจฟังดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุน่าเศร้าบนท้องถนนที่เกิดขึ้นมากมายหลายครั้งในแต่ละปี แต่ไม่ใช่กับคดีของ ฮาร์จินเดอร์ ซิงห์ ที่ตอนนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเต็มรูปแบบ ทั้งการขับเคลื่อนนโยบายรัฐ โจมตีพรรคคู่แข่ง และ ปลุกกระแสชาตินิยม

หลังจากที่จับกุมคนขับรถได้ ก็มีการสืบประวัติและพบว่า ฮาร์จินเดอร์ ซิงห์ ไม่ใช่พลเมืองอเมริกัน และไม่ได้ถือวีซ่าใดๆเลยด้วยซ้ำ เขาเป็นเพียงหนุ่มอินเดียที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ผ่านช่องทางธรรมชาติจากพรมแดนเม็กซิโกตั้งแต่ปี 2018 เข้ามาตั้งรกรากในแคลิฟอร์เนีย

ตัวเขาพยายามขึ้นทะเบียนแรงงานถูกกฎหมายในสหรัฐ แต่ถูกปฏิเสธตั้งแต่รัฐบาลทรัมป์ 1 อันที่จริงแล้วเขาก็ควรแอบๆทำงานตามโรงงานที่รับคนต่างด้าวเข้าเมือง แต่ประเด็นคือ ฮาร์จินเดอร์ ซิงห์ กลับได้ใบขับขี่รถสาธารณะที่ออกโดยรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ทำให้เขายึดอาชีพคนขับรถบรรทุกส่งของข้ามรัฐได้ 
และเขาน่าจะได้ขับรถบรรทุกส่งของไปเรื่อยๆ หากไม่ไปขับรถย้อนศร กลับรถผิดจุด จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตถึง 3 คนที่ฟลอริด้า และกลายเป็นว่าคนขับรถบรรทุกเป็นชาวโรบินฮู้ดแต่ถือใบขับขี่ถูกต้องตามกฎหมาย

และที่งามหน้ายิ่งกว่านั้นคือ เมื่อจับนายซิงห์มาประเมินความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ปรากฏว่าเขาสอบตกทักษะการพูด สามารถตอบคำถามได้ถูกต้องเพียงแค่ 2 จาก 12 หัวข้อสนทนา แถมยังจำแนกสัญญาณป้ายจราจรได้เพียง 1 ใน 4 เท่านั้น แล้วเขาจะไปสอบใบขับขี่รถสาธารณะของแคลิฟอร์เนียจนได้มาได้อย่างไร??

จากคดีของ ฮาร์เจนดา ซิงห์ ทำให้มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัส ใช้เป็นข้ออ้างในการออกคำสั่งระงับการออกวีซ่าทำงานให้กับคนขับรถสาธารณะที่เป็นชาวต่างชาติในทันที แล้วยังได้ทิ้งท้ายไว้ให้คิดด้วยว่า 

"จำนวนคนขับรถบรรทุกพ่วงต่างด้าวบนท้องถนนในสหรัฐฯมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของชาวอเมริกันมากขึ้นเท่านั้น และยังบั่นทอนคุณภาพชีวิต (แย่งงาน) ของคนขับรถบรรทุกชาวอเมริกันด้วย”

ต่อมา รัฐบาลทรัมป์ ก็ได้โจมตีการทำงานของผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย - เกวิน นิวซัม - ที่เป็นนักการเมืองเลือดเดโมแครต ถึงการปล่อยปละละเลยในระเบียบมาตรฐานของรัฐบาลกลาง ที่ปล่อยให้คนต่างด้าวผิดกฎหมายครอบครองใบขับขี่รถบรรทุกได้ ทั้งๆที่ขาดคุณสมบัติทั้งด้านความรู้กฎหมายจราจรพื้นฐาน และ การสื่อสารภาษาอังกฤษ

ความเรือหายยังไม่หมด ทางการสหรัฐเลยถือโอกาสนี้ ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังชาวต่างชาติที่กำลังถือวีซ่าถูกกฎหมายของสหรัฐกว่า 55 ล้านคนในขณะนี้ด้วย เพื่อประเมินว่า ผู้ถือวีซ่าเคยมีพฤติกรรมละเมิดเงื่อนไขการเข้าเมืองสหรัฐข้อใดหรือไม่ 

แมทธิว ทราเกสเซอร์ โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ ออกมากล่าวถึงนโยบายรีวิววีซ่า 55 ล้านใบว่า "เราจะไม่ยอมให้สิทธิ์พำนักในสหรัฐ แก่ใครก็ตามที่ดูหมิ่น และ มีอุดมการณ์ต่อต้านอเมริกา" 

ดังนั้นหากพบว่าต่างด้าวคนใดมาเคยออกมาต่อต้าน เห็นต่างนโยบายสหรัฐ ก็มีสิทธิ์ถูกเพิกถอนวีซ่า ส่งตัวกลับประเทศได้ทันที และโฆษก ตม. ย้ำอีกครั้งว่าจะตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วย และอาจเรียกได้ว่าเป็นการรีวิววีซ่าครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐได้เลย 

ซึ่งเมื่อก่อนอาจฟังดูเป็นไปไม่ได้ มานั่งตรวจสอบประวัติต่างด้าวใหม่หมด 55 ล้านคน แต่ปัจจุบันนี้ เรามี AI มาช่วยทำ อะไรๆ มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
U-Turn ผิดชีวิตเปลี่ยนจริงๆนะ นายจ๋า ไม่ใช่เปลี่ยนแค่นายซิงห์คนเดียว แต่อาจเปลี่ยนชีวิตเพื่อนต่างด้าวในสหรัฐอีกหลายแสน หลายล้านชีวิตเลยทีเดียว

ผมจะไม่มีวันกลับไปสหรัฐฯ อีกแล้ว

(14 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ช่างไฟฟ้าชาวเกาหลีใต้ที่ถูกจับโยนเข้าไปในศูนย์กักกันของหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของ #สหรัฐฯ #ICE กล่าวว่า “ผมจะไม่มีวันกลับไปสหรัฐฯ อีกแล้ว” 

“ผมโกรธมาก เพราะเราคงจะไม่ถูกจับกุมถ้ามีใครบอกไม่ให้เรามาทำงาน” นายจอง กวอน-วอน อายุ 32 ปี ช่างไฟฟ้าของบริษัทผู้รับเหมาช่วงของ LG กล่าว

เขากล่าวว่าได้ใช้โครงการ #วีซ่าเวฟเวอร์ (the visa-waiver program - VWP) ซึ่งอนุญาตให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ 90 วันเพื่อการท่องเที่ยวหรือธุรกิจ

“นายจ้างของเราบอกว่าพวกเราสามารถมาทำงานที่นี่ได้” นายจองกล่าว “พวกเขาบอกว่านี่เป็นเรื่องปกติที่ทำกัน”

แรงงานที่ถูกส่งตัวกลับเล่าถึงประสบการณ์สะเทือนใจ เมื่อได้เห็นรถหุ้มเกราะและเจ้าหน้าที่ติดอาวุธเข้ามา และถูกใส่กุญแจมือกับพันธนาการข้อเท้าโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

“ผมจะไม่มีวันไปสหรัฐฯ อีกแล้ว” นายจองกล่าวทิ้งท้าย

คนญี่ปุ่นยกไทยคือประเทศในฝัน…พร้อมยกเป็นต้นแบบ เพราะมีกฎหมายเข้มแข็ง!! ไม่ปล่อยต่างชาติเหนือกว่าคนไทย

(15 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก WA-Japan แชร์เรื่องราวของชาวญี่ปุ่นกำลังพูดถึงประเทศไทยอย่างกว้างขวาง หลังมีโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ที่อธิบายนโยบายไทยเกี่ยวกับชาวต่างชาติ กลายเป็นกระแสไวรัล ยอดแชร์ทะลุ 2 หมื่น และกดไลก์กว่า 1 แสน หลายคนชื่นชมว่าไทยมีระบบที่ “ปกป้องพลเมืองของตนเอง” ได้อย่างเข้มแข็งและสมเหตุสมผล

กระแสนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาคนต่างชาติเพิ่มขึ้น ทั้งเหตุวุ่นวายจากนักท่องเที่ยวจีน อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับแรงงานเวียดนาม ปัญหาชาวเคิร์ดพำนักผิดกฎหมาย และความกังวลต่อโครงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนกับประเทศในแอฟริกา ทำให้สังคมญี่ปุ่นเริ่มตั้งคำถามต่อ “นโยบายเปิด” ของรัฐบาลตนเอง

บัญชีผู้ใช้งานชาวญี่ปุ่นในไทยได้สรุปกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของไทย เช่น วีซ่าแต่งงานที่สิ้นสุดทันทีหากคู่สมรสเสียชีวิต วีซ่าเกษียณอายุที่ต้องมีเงินฝากหรือรายได้ขั้นต่ำ วีซ่าทำงานที่บังคับให้จ้างคนไทย 4 คนต่อชาวต่างชาติ 1 คน รวมถึงข้อจำกัดด้านการถือหุ้นและการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแตกต่างจากญี่ปุ่นที่เปิดกว้างกว่า

ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากแสดงความอิจฉาและเรียกร้องให้รัฐบาลของตนทำตามไทย บางคอมเมนต์บอกว่า “ไทยปกป้องคนของตัวเองจริงๆ” และ “นักการเมืองญี่ปุ่นควรเอาแบบอย่าง” ขณะที่บางคนเสริมว่ากฎหมายไทยสะท้อนความภาคภูมิใจในเอกราชที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติใด

สำหรับคนไทย กระแสนี้ถือเป็นเรื่องน่าภูมิใจที่ต่างชาติยอมรับ แต่ก็มีคำถามว่ากฎเกณฑ์เหล่านี้ทำงานจริงหรือไม่ และคุ้มครองพลเมืองได้อย่างที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชมจริงแค่ไหน อย่างไรก็ตาม การถูกมองว่าเป็นประเทศที่ปกป้องคนของตนเอง ก็เป็นแรงกระตุ้นให้ไทยรักษามาตรฐานต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top