Thursday, 22 October 2026
วิทยาแก้วมี

ฝนถล่ม กทม. น้ำมหาศาลระบายไม่ทัน!! กรมชลประทานปรับแผนระบายน้ำ–เตือนภัย เตรียมยกระดับคลองรอบนอกและโครงการเจ้าพระยา 2 เดินหน้าปรับสื่อสารกับประชาชน วางแผนพัฒนาคลองยุทธศาสตร์ รับมือวิกฤตน้ำท่วมระยะยาว

“วิทยา แก้วมี” อธิบดีกรมชลประทาน ยันช่วย

กทม.น้ำท่วมเต็มที่! ชี้ฝนตกหนักมหาศาลวันละกว่า 60 ล้าน ลบ.ม. ทำระบายช้า เดินหน้าปรับแผนเน้นเตือนภัยสร้างความเข้าใจประชาชน

​กรมชลประทานเปิดใจเดินหน้าช่วยเหลือระบายน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเต็มกำลัง โดย “นายวิทยา แก้วมี” อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันระดมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ชี้อุปสรรคสำคัญมาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมสูงถึงวันละกว่า 60 ล้านลูกบาศก์เมตร สะสมหลายร้อยลบ.ม. 

ประกอบกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำสโลปน้อย ทำให้น้ำไหลช้าและต้องใช้เวลาระบายออกสู่ทะเล พร้อมปรับแนวทางทำงาน เร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชน และเตรียมปรับปรุงโครงสร้างคลองยุทธศาสตร์รอบนอกรับมือวิฤตน้ำหลากอนาคต

​จากสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ล่าสุด นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้ออกมาเปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำและการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ในการช่วยเหลือและระบายน้ำ

กรมชลประทาน ได้​สูบน้ำระบายออกวันละ 50–60 ล้าน ลบ.ม. ทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง โดยได้ส่งเครื่องมือเครื่องจักรเข้าสนับสนุนในพื้นที่จุดเสี่ยงและชุมชนลุ่มต่ำอย่างเต็มที่ ทั้งการตั้งกระสอบทราย ล้อมพื้นที่ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำมากกว่า 400 เครื่อง พร้อมเร่งผลักดันน้ำออกทางคลองชายทะเลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเฉลี่ยวันละ 50–60 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงการเดินเครื่องสถานีสูบน้ำหลัก เช่น สถานีสูบน้ำคลองสุวรรณภูมิ ที่สูบน้ำออกสู่ทะเลในอัตรา 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตลอดเวลา

​แจงเหตุน้ำลดช้า ฝนตกหนักมหาศาล-สโลปพื้นที่น้อย

นายวิทยา กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้การระบายน้ำต้องใช้เวลาเนื่องจากปริมาณน้ำฝนสะสมที่ตกในพื้นที่ กทม. มีปริมาณมหาศาลหลายร้อยล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศของกรุงเทพฯ และพื้นที่ปริมณฑลเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความลาดเอียง (Slope) น้อยมาก ทำให้น้ำไหลเข้าสู่สถานีสูบน้ำได้ช้า 

นอกจากนี้ นายวิทยา ยังได้สั่งการให้เร่งขุดลอกสันดอนและเนินตะกอนดินในคลองสายหลัก เช่น คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และคลองสำโรง เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวกยิ่งขึ้น

​ปรับแนวทาง "เร่งสื่อสาร-สร้างความเข้าใจ" กับประชาชน:

อธิบดีกรมชลประทาน เน้นย้ำถึงประเด็นข้อสงสัยเรื่องการสื่อสาร โดยได้กำชับให้ผู้อำนวยการโครงการและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น เนื่องจากการบริหารจัดการน้ำต้องมองภาพรวมทั้งระบบและเชื่อมโยงหลายลำน้ำ หากการระบายน้ำจุดใดมีแนวโน้มจะเกินขีดความสามารถของลำน้ำจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ ชุมชน จะต้องมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทั้งเรื่อง "จุดที่น้ำจะท่วม - ระดับความสูง - ช่วงเวลาที่กระทบ" เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที

​วางแผนระยะยาว ปรับปรุงคลองยุทธศาสตร์รอบนอก

สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาว กรมชลประทานมีแผนปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองสายยุทธศาสตร์รอบนอก กทม. เช่น คลอง 13, คลองบางขนาด, คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และคลองสำโรง รวมถึงโครงการคลองระบายน้ำสายใหม่ (เจ้าพระยา 2) ที่ ครม. อนุมัติ เพื่อช่วยผันน้ำออกสู่ทะเลโดยไม่ผ่านตัวเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับน้ำหลากของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top