Thursday, 17 September 2026
วิกฤตการศึกษา

‘รัดเกล้า’ ชี้น้ำท่วมกระทบเด็ก!! เปิดเผยน้ำท่วมหาดใหญ่ทำโรงเรียนพัง นักเรียน 7 หมื่นเสียโอกาสเรียน ชี้รัฐบาลเยียวยาไม่ถึงโรงเรียน เสนอทางออกแก้ระเบียบช่วยด่วน

“รัดเกล้า” เปิดสถิติสุดช็อก น้ำท่วมหาดใหญ่ ทำ 700 รร.พัง นักเรียน 7 หมื่น เคว้ง ชี้ “วิกฤตที่ถูกลืม” กระทบอนาคตเด็กไทย แฉรัฐบาลเยียวยาเหลื่อมล้ำ แจกครัวเรือนแต่ลืมโรงเรียน  ชี้ต้องมีงบฉุกเฉินระดับโรงเรียน

“น้ำท่วมจบได้ แต่อย่าให้อนาคตเด็กจบไปด้วย”

(8 เม.ย.2569) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการอภิปรายในญัตติปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการอุทกภัยแบบบูรณาการ (หาดใหญ่โมเดล) เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน และฟื้นฟูเศรษฐกิจหาดใหญ่อย่างยั่งยืน นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้หยิบยก “วิกฤตการศึกษา” ที่เป็นประเด็นถูกลืม และแทบไม่มีใครพูดถึง เปรียบเหมือน "ภูเขาน้ำแข็งใต้น้ำ" ที่กำลังกระทบอนาคตเด็กไทยอย่างเงียบ ๆ แต่ รัฐบาลกลับมองข้าม 

นางรัดเกล้า เปิดเผยสถิติที่สุดรันทดว่า ขณะนี้มีโรงเรียนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมถึง 723 แห่ง อุปกรณ์การเรียนพังพินาศ และมีเด็กนักเรียนกว่า 76,000 คนที่ต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษา พร้อมตั้งคำถามถึง "ความเหลื่อมล้ำในการเยียวยา" ว่า รัฐบาลจัดงบช่วยครัวเรือน 9,000-29,000 บาท มีพักหนี้ พักดอกเบี้ย มีค่าปลงศพ - ซึ่งเป็นเรื่องดี - แต่ในเชิงเปรียบเทียบ กลับไม่มีมาตรการช่วยเหลือโรงเรียนโดยตรงบ้างเลย ทั้งที่เป็นหัวใจของการฟื้นฟูอนาคต

"ดิฉันยกหูคุยกับ ผอ.โรงเรียนบ้านวังหรัง (ประสิทธิ์อุปถัมภ์) ด้วยตัวเอง โรงเรียนมีเด็กแค่ 160 คน แต่กำแพงโรงเรียนพังและเอียงถล่ม โดยเฉพาะโซนเด็กอนุบาล ผอ.ต้องไปเรี่ยไรเงินบริจาคมาได้แค่ 4-5 แสน ซึ่งไม่พอซ่อม ท่าน ผอ.ถึงขั้นพูดด้วยความอัดอั้นว่า "ต้องรอให้มีข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งว่ากำแพงทับเด็กอนุบาลตายก่อนหรือเปล่า รัฐบาลถึงจะส่งเงินเยียวยามาให้" สส. รัดเกล้า กล่าว 

พร้อมกันนี้ยังได้หยิบยกกรณีของ "น้องเกรซ" นักเรียน ปวช. ที่กลายเป็นเหยื่อน้ำท่วมจนต้องลาออกจากการเรียนต่อ ปวส. เพราะเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนไหลไปกับน้ำหมด ครอบครัวไม่มีเงินส่งเสีย พร้อมเผยข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ว่าใน จ.สงขลา มีนักเรียนทุนเสมอภาคถึง 3,100 คน ที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบ (Dropout) โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ นักเรียนในช่วงรอยต่อ ได้แก่ ป.6 ม.3 และ ม.6 รวมถึงสายอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต แต่รัฐบาลกลับเงียบกริบ ทั้งที่เคยประกาศนโยบาย Zero Dropout ไว้ใหญ่โต

ในช่วงท้าย นางรัดเกล้า ได้เสนอทางออก 2 ข้อใหญ่ คือ

1. บูรณาการฐานข้อมูล เชื่อมข้อมูลความเหลื่อมล้ำ (iSEE) เข้ากับข้อมูลภัยพิบัติเพื่อให้ความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน แม่นยำ รวดเร็ว ทันท่วงที

2. แก้ไข พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง เพื่อปลดล็อกระเบียบราชการที่ล่าช้า พร้อมตั้งกองทุนเยียวยาฉุกเฉินให้โรงเรียนเข้าถึงงบได้ทันทีเหมือน "เงินสดย่อย" ไม่ต้องรอขั้นตอนที่รวมศูนย์อยู่แต่ในกรุงเทพฯ

“น้ำท่วมจบได้ แต่อนาคตเด็กไทยจบไม่ได้ - ภัยธรรมชาติเราอาจห้ามไม่ได้ แต่ความล่าช้าจากระบบราชการ คือการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร และรัฐบาลต้องรับผิดชอบ” นางรัดเกล้ากล่าว

พร้อมทิ้งท้ายว่า หากยังไม่เร่งปลดล็อกโครงสร้างและกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นอย่างแท้จริง น้ำท่วมครั้งต่อไปจะไม่ใช่แค่ความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่จะหมายถึง “อนาคตของเด็กไทยที่ไหลหายไปกับสายน้ำ”

ปาเลสไตน์ รับมือวิกฤตศึกษา!! นักเรียน7.2แสนถูกตัดโอกาสเรียน อาคารเรียนเกือบ90%ถูกทำลาย ชี้ด่านตรวจอิสราเอลกีดกันเดินทาง อาหรับเตรียมแผนคุ้มครองฉุกเฉิน

รมต.ปาเลสไตน์เผยนักเรียนกว่า 7.2 แสนคน ถูกตัดโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน

อัมจาด บาร์ฮัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของปาเลสไตน์ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับเด็กชาวปาเลสไตน์ที่จัดโดยองค์กรการศึกษา วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ของสันนิบาตอาหรับ (ALECSO) ในกรุงตูนิสของตูนิเซีย กล่าวว่ามีนักเรียนชาวปาเลสไตน์ถูกตัดโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานมากกว่า 7.2 แสนคน ขณะเดียวกันอาคารเรียนมากกว่าร้อยละ 90 และมหาวิทยาลัยร้อยละ 82 ในฉนวนกาซาถูกทำลาย เนื่องจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล

บาร์ฮัมเน้นย้ำวิกฤตทางการศึกษาขั้นรุนแรงที่เด็กชาวปาเลสไตน์กำลังเผชิญ โดยเฉพาะในฉนวนกาซา พร้อมประณามการมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาอย่างเป็นระบบ และด่านตรวจทางทหารของอิสราเอลหลายพันแห่งที่ยังคงจำกัดการเดินทางของนักเรียนนักศึกษา

โมฮาเหม็ด อูลด์ อามาร์ ผู้อำนวยการใหญ่องค์กรการศึกษา วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ของสันนิบาตอาหรับ สำทับถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการประสานความร่วมมือระดับภูมิภาค และประกาศว่าองค์กรฯ จะจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมของชาติอาหรับพร้อมกลไกคุ้มครองฉุกเฉิน

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top