Friday, 5 June 2026
วางแผนการเงิน

‘พิธีกรดัง’ ยกเคส ขรก.สาว ใช้ชีวิตด้วยเงินเดือน 15,000 บ. มีเงินเก็บ-ให้แม่ 5,000/ด. เพราะ ‘วางแผนดี-ไม่มีหนี้สิน’

(7 ก.พ. 67) จากเฟซบุ๊ก 'KUL' โดย กุลวิชญ์ สำแดงเดช ผู้ดำเนินรายการ Ringside การเมือง ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า…

จึ้ง! ‘นักวิชาการศึกษา’ เงินเดือน 15,000 บาท อยู่ได้ แถมแบ่งให้พ่อแม่ 

ผู้ใช้ TikTok ‘@apple_apple1995’ คนนี้ เมื่อเธอออกมาโพสต์คลิป ‘คนยโสธรมาบรรจุสระบุรี #นักวิชาการศึกษา’ รีวิวชีวิตตัวเองในวัย 27 ปี

หลังจากที่เธอสามารถสอบบรรจุ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาได้สำเร็จ พร้อมเงินเดือน 15,060 บาท จนกลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์

โดยเขียนเล่าชีวิตไว้ว่า เธอเป็นคน จ.ยโสธร แต่สถานที่ทำงาน คือ จ.สระบุรี ทำให้ต้องย้ายงานไกลบ้านถึง 477 กิโลเมตร

ส่วนในเรื่องรายจ่าย ก็ให้เงินแม่สำหรับดูแลตัวเอง เดือนละ 5,000 บาท เมื่อหักลบแล้ว เธอเหลือเงินเพียง 10,000 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้ยังมีค่าใช้จ่าย ค่าเช่าห้องของตัวเอง 2,500 บาทต่อเดือน ไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทาง ซึ่งเธอชี้แจงไว้ว่า เธอได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงาน มีเพียงค่าน้ำมันเดือนละ 100 บาท

สิ่งที่ทำให้เงินเดือนยังเหลือใช้ นั่นคือการไม่มีหนี้ ทำให้นักวิชาการศึกษารายนี้ มีเงินเหลือเฉลี่ยต่อเดือนน่าจะราว ๆ 7,000 บาท โดยเงินที่เหลือ ยังไม่หักลบค่ากินค่าใช้อื่น ๆ ที่จะเป็นเงินเก็บ

อย่างไรก็ดี อาชีพข้าราชการ นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน และอยากที่จะรู้ว่า การทำงานในเส้นทางอาชีพนี้ จะสามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองได้หรือไม่ และได้มากน้อยแค่ไหนในแต่ละเดือน

เมื่อเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป งานนี้ก็กลายเป็นไวรัลทันที มีผู้ชมกว่า 1 ล้านครั้ง และมีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก หลายคนชื่นชม และยอมรับกับเธอว่าเมื่อถึงสิ้นเดือนทีไร คิดไม่ตกว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร เพราะต้นเดือนมีเงินกินอยู่สบาย พอมาสิ้นเดือนกลับดิ้นรนชีวิตทุกครั้ง ทำให้รายรับกับรายจ่ายไม่สมดุลกัน

เคทีซี -สมิติเวช เปิดวงเสวนาสุขภาพดี-การเงินแกร่ง ส่งเสริมแนวคิดการวางแผนชีวิตอย่างสมดุล

เคทีซีร่วมมือโรงพยาบาลสมิติเวชเปิดเวที KTC FIT Talk ครั้งที่ 14 ภายใต้หัวข้อ “สร้างภูมิ-ปลดล็อกภาระการเงินและปัญหาสุขภาพ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ” ส่งเสริมแนวคิดการวางแผนชีวิตอย่างสมดุล ทั้งด้านสุขภาพและการเงิน รับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต หมวดสุขภาพและความงาม 'เคทีซี' หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผย “พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต และมีการใช้จ่ายที่สะท้อนเป้าหมายชีวิตในระยะยาว มากกว่าการบริโภคเพื่อความสะดวกชั่วคราว โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซีในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและจำนวนสมาชิกที่ใช้บัตรต่างเติบโตมากขึ้นกว่า 50%” 

“ในปี 2568 นี้ เคทีซีวางกลยุทธ์จะขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรสุขภาพให้มากขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มสมาชิกเคทีซีและผู้บริโภคให้มากที่สุด กล่าวคือ ไปที่ใดต้องเห็นสิทธิพิเศษจากเคทีซี รวมถึงกลุ่ม Wellness Lifestyle โดยจับมือกับพันธมิตรในกลุ่มโรงพยาบาล ฟิตเนส รวมถึงผู้จำหน่ายอุปกรณ์ออกกำลังกายและเทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable Devices) เพื่อตอบรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการดูแลสุขภาพของตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุ 20-29 ปี มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ทั้งในกลุ่มโรงพยาบาล สปอร์ตและฟิตเนส ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการที่คนหันมาสนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพเร็วขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย” 

นายแพทย์นรศักดิ์ สุวจิตตานนท์ อายุรแพทย์โรคหัวใจและการกีฬา โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เผยว่า “ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ แนวคิดใหม่ของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ทางการแพทย์ได้นำมาใช้ในการวินิจฉัยและติดตามข้อมูลสุขภาพของผู้บริโภค คือ Wearable Devices อย่างนาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatch) หรือแหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงรุก เปลี่ยนจากการรักษาเมื่อป่วยเป็นการตรวจจับความเสี่ยงและสัญญาณผิดปกติในระยะเริ่มต้น (Early Detection)”

“โรงพยาบาลสมิติเวช ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ ด้วย Samitivej Wearable Clinic บริการปรึกษาข้อมูลสุขภาพจาก Smartwatch และ Smart Ring ที่ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ผ่านแอปพลิเคชัน Well by Samitivej เพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้น (Pre-Screening) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมทั้งการนอนหลับ (Sleep) สุขภาพหัวใจ (ECG & Heart) โภชนาการ (Nutrition) การออกกำลังกาย (Sport) และสภาวะอารมณ์ (Emotion) ข้อมูลจาก Wearable Devices เป็นดัชนีสำคัญที่ช่วยให้แพทย์เข้าใจสุขภาพผู้ป่วยได้ดีขึ้น เช่น เห็นอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด อนาคตของการดูแลสุขภาพ Smartwatch จะเป็นอุปกรณ์ดูแลสุขภาพประจำตัว ข้อมูลจะถูกนำมาใช้กับระบบ Telemedicine เพื่อการรักษาเฉพาะบุคคลแบบเรียลไทม์ ทุกที่ทุกเวลา ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำได้ทุกวัน ไม่ต้องรอให้ป่วย โรงพยาบาลสมิติเวช มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลจาก Wearable Devices พร้อมให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล ทั้งที่โรงพยาบาลและผ่านช่องทางออนไลน์ (Virtual Hospital) เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงคำแนะนำจากแพทย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ Call Center โทร 0 2022 2222 หรือ LINE @Samitivej”

นายอภิเชษฐ์ เกียรติวรคุณ, CFA  ผู้อำนวยการ - การเงิน 'เคทีซี' หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชูแนวคิดวางแผนการเงิน-สุขภาพอย่างสมดุล รับมือเศรษฐกิจผันผวนครึ่งหลังของปี 2568 “ในยุคที่เศรษฐกิจเปราะบางจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามการค้าและภาวะดอกเบี้ยขาลง ผู้บริโภคไทยจำเป็นต้องมีการวางแผนชีวิตที่รอบด้าน ทั้งในเรื่องการเงิน สุขภาพและจิตใจ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น คนไทยมีพัฒนาการด้านความรู้ทางการเงินดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการคิดก่อนซื้อและการออม แต่สิ่งที่ควรเพิ่มคือการวางแผนเกษียณในระยะยาวและแผนรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ากว่า 80% ของคนไทยยังไม่มีแผนเกษียณที่ชัดเจน มีภาระหนี้สิน และสิ่งสำคัญที่อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนอาจมองข้าม คือ การมีโรคประจำตัวเรื้อรังที่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการดูแลรักษา” 

“ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน ผู้บริโภคและสมาชิกเคทีซีจึงจำเป็นต้องวางแผนด้านการเงินและสุขภาพอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น สำหรับวัยทำงานควรเริ่มต้นจากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตั้งเป้าหมายทางการเงินตามสูตร 50-30-20 หรือ 60-20-20 มีเงินสำรองฉุกเฉิน และลงทุนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของตนเอง รวมถึงฝึกวินัยทางการเงินผ่านระบบออมอัตโนมัติ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และทบทวนแผนทุก 6 เดือน”

“สำหรับทางเลือกเพื่อพิจารณาในการลงทุนเพื่อการออม รับมือเศรษฐกิจปี 2568 ในกลุ่มหุ้น (Selective Underweight) ควรเน้นกลุ่มสาธารณูปโภค สินค้าอุปโภคและสุขภาพ หรือเลือกลงทุนในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ที่มีตลาดกระจายหลายประเทศมากกว่าที่มีการกระจุกตัวของตลาด เน้นหุ้นบริโภคในประเทศที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ลดหุ้นส่งออกไปสหรัฐฯ โดยเฉพาะที่ไม่มีสิทธิยกเว้นภาษี ตราสารหนี้ เพิ่มน้ำหนักพันธบัตรรัฐบาลระยะกลางและระยะยาว เลี่ยงตราสารหนี้เอกชนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น   อสังหาริมทรัพย์ และลดการถือพันธบัตรอิงเงินเฟ้อจากแนวโน้มเงินเฟ้อต่ำ สำหรับทองคำ สามารถค่อยๆ เพิ่มการลงทุนระยะยาวเพื่อป้องกันความเสี่ยง แนะนำถือทองในรูปแบบ USD รับมือค่าเงินบาทผันผวน หรือเข้าซื้อแบบทยอยเพื่อเฉลี่ยต้นทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะในสภาวะที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวน และอยากสนับสนุนให้ผู้บริโภคและสมาชิกเคทีซีให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการเงินและสุขภาพอย่างสมดุลและมีวินัย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนให้กับชีวิตและครอบครัว”

นางสาวสิรีรัตน์กล่าวเพิ่มเติม “บัตรเคทีซีไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการใช้จ่าย แต่เป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยให้สมาชิกใช้เงินอย่างมีการวางแผน มีเป้าหมายและมีความรับผิดชอบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างเข้าใจ เพื่อให้สมาชิกเคทีซีได้ใช้ชีวิตที่มีคุณภาพอย่างที่ต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการใช้จ่าย จากใช้เพื่อความสะดวก เป็นใช้เพื่อคุณภาพชีวิต สำหรับสมาชิกเคทีซีที่ต้องการใช้บริการรับคำปรึกษาสุขภาพเชิงป้องกันผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยี หรือดูแลรักษาสุขภาพที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพกับเคทีซีมายาวนาน สามารถรับโค้ดส่วนลด SMVxKTC  เมื่อรับบริการปรึกษาแพทย์ที่ Samitivej Wearable Clinic มูลค่า 800 บาท (ไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาล) และชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิตเคทีซีผ่านแอปฯ Well by Samitivej ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568 นอกจากนี้สมาชิกบัตรเคทีซียังจะได้รับส่วนลด 10% สำหรับค่าห้อง และรับเครดิตเงินคืนไม่จำกัด เมื่อใช้บริการด้านสุขภาพต่างๆ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช และมียอดใช้จ่ายตามกำหนด ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://bit.ly/43ajCZd

จากทาสสายเปย์ สู่ทาสสายวางแผน เมื่อการเลี้ยงสัตว์คือการบริหารค่าใช้จ่ายระยะยาว

สังคมไทยกำลังเห็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญ เมื่อสัตว์เลี้ยงขยับบทบาทจาก “เพื่อน” สู่ “สมาชิกครอบครัว” ท่ามกลางจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 70 ปีในปี 2567 ขณะเดียวกันเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงไทย กลับเติบโตสวนทาง โดยปี 2567 มูลค่าตลาดประเมินราว 74,800 ล้านบาท และขยายตัวเฉลี่ย 17.5% ต่อปี ในช่วงปี 2562–2567 สะท้อนกระแส Humanization ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจังยิ่งขึ้น

เมื่อ “เจ้านาย” คือสมาชิกครอบครัว การเลี้ยงสัตว์หนึ่งชีวิตจึงหมายถึงภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวกว่า 10–15 ปี ตั้งแต่อาหารและโภชนาการเฉพาะทาง วัคซีนและการตรวจสุขภาพ ไปจนถึงการดูแลในวัยชรา ข้อมูลตลาดชี้ว่า ค่าใช้จ่ายต่อสัตว์เลี้ยงในกลุ่มที่ได้รับการดูแลใกล้ชิดอยู่ที่กว่า 4 หมื่นบาทต่อปี โดยหมวดสุขภาพมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามเทรนด์การดูแลสุขภาพสัตว์เชิงป้องกัน (Preventive Care) พฤติกรรมผู้บริโภคจึงเริ่มเปลี่ยนจากการใช้จ่ายตามอารมณ์ สู่การตัดสินใจเชิงคุณค่า โดยมีอาหารคุณภาพ บริการสัตวแพทย์ และการดูแลเชิงป้องกัน เป็นตัวขับหลักของการใช้จ่าย

เงินสำรองยังไม่พอ พบ 2 ใน 3 คนไทยไม่มีเงินสำรอง แนะนำวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้ เคทีซีชี้แผนการเงินและใจช่วยลดเสี่ยง เร่งสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือน

คนไทย 2 ใน 3 ไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน เคทีซีแนะวางแผนการเงิน–ชีวิตก่อนเหตุไม่คาดคิด

แม้ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า “เหตุไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเมื่อใด” แต่สัญญาณล่าสุดสะท้อนว่าครัวเรือนไทยจำนวนมากยังมีความเปราะบางทางการเงิน ผลสำรวจสวนดุสิตโพลล์ปี 2568 ระบุว่า 48.32% ของคนไทยมีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน และอีก 35.24% มีเงินสำรองเพียง 1-3 เดือน เท่ากับว่าอย่างน้อย 2 ใน 3 ของคนไทย ยังไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญสำหรับรองรับเหตุฉุกเฉิน หากรายได้สะดุดหรือมีเหตุเร่งด่วนเกิดขึ้น ครอบครัวจำนวนมากอาจตั้งหลักได้ยากตั้งแต่สัปดาห์แรกๆ

ด้านสุขภาพก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ “มาโดยไม่บอกล่วงหน้า” เช่นกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคชี้ว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างมะเร็ง หลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของไทย โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเฉลี่ย 227 รายต่อวัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนทั้งภาระค่าใช้จ่าย การตัดสินใจ และแรงกดดันทางใจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน การมี “แผน” ทั้งด้านเงินและด้านใจตั้งแต่วันนี้ จึงช่วยลดต้นทุนความไม่แน่นอนได้จริง

วิธีวางแผนการเงินให้ตั้งหลักได้
เคทีซีถอดบทเรียนจากข้อมูลผู้ใช้และอินไซต์คนทำงาน พบว่า “ความกังวลใหญ่ของคนไทย” อยู่ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ สุขภาพ การเงินและเหตุไม่คาดคิด ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกันและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การวางแผนไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่เริ่มจากหลักการพื้นฐานที่ช่วยให้ครอบครัวตั้งหลักได้ทันที ได้แก่

แบ่งเงินอย่างมีระบบ: ใช้โครงสร้าง 50–30–20 เป็นแนวทางตั้งต้น (50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% คุณภาพชีวิต 20% ออม–ลงทุน) ตัวเลขยังชี้ว่าคนไทยเพียง 57% มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งยังไม่เพียงพอสำหรับครึ่งหนึ่งของครัวเรือนไทย

เร่งสร้างเงินสำรองฉุกเฉินให้ถึง 3-6 เดือน: ในยุคที่การเจ็บป่วย-ตกงานเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เงินสำรองคือ ร่มกันฝน ที่ช่วยผ่อนแรงความเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพและการเงิน

จัดการหนี้อย่างเป็นขั้นตอน: เพราะดอกเบี้ยคือ “ต้นทุนเวลา” ที่ลดทอนความสามารถในการออม ควรเริ่มจากการเคลียร์หนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เงินออมเติบโตได้จริง

ตั้ง Auto-transfer หลังเงินเดือนเข้าทันที แยกบัญชี “เงินฉุกเฉิน” ไม่ปะปนกับบัญชีใช้จ่าย พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนออมทุกครั้งที่รายจ่ายหนี้ลดลง

สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ ลดต้นทุนความไม่แน่นอน
นอกจากความพร้อมทางการเงินแล้ว “ใจที่พร้อม” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หลายองค์กรจึงหันมาใช้แนวทาง Work–Life Integration เพื่อสร้างระบบสนับสนุนสุขภาวะกาย–ใจ เช่น การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา การให้ความรู้ด้านสุขภาวะ วัฒนธรรมโค้ชชิ่งที่ “ฟังโดยไม่ตัดสิน” การชวนพนักงานวางแผนชีวิตล่วงหน้า เพื่อให้คนทำงานมีสมาธิ-มีพลัง-และตัดสินใจได้ดีขึ้น แม้ในวันที่ไม่ทันตั้งตัว เมื่อใจไม่ต้องแบก ประสิทธิภาพงานและความสัมพันธ์รอบตัวก็ดีขึ้นพร้อมกัน

“สมุดเบาใจ” เครื่องมือที่ทำให้ความรักเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งสิ่งที่คนไทยเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นคือ การเขียน “สมุดเบาใจ” หรือเอกสารแสดงเจตนาล่วงหน้า (Advance Care Plan) ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 ซึ่งไม่ใช่เอกสารแห่งความกลัว แต่เป็นการบันทึกรูปแบบการรักษาที่ต้องการหรือไม่ต้องการ ระบุผู้ที่ต้องการมอบหมายให้สื่อสารและตัดสินใจแทน ระบุพิธีการหรือบรรยากาศที่อยากให้เกิดขึ้นในวาระสุดท้าย เพื่อช่วยลดภาระของคนข้างหลัง ไม่ต้องคาดเดาใจเราในวันที่ทุกคนกำลังอ่อนแรงที่สุด ควบคู่กับการดูแลตัวเองตามสูตร “5 ออ + อภัย” ได้แก่ อาหาร / อารมณ์ / อากาศ / อดิเรก / ออกกำลังกาย + อภัยให้ตัวเอง ซึ่งช่วยลดต้นทุนความไม่แน่นอนทั้งกายและใจได้ในระยะยาว

เพราะวันไม่คาดคิดอาจมาถึงก่อนที่เราจะพร้อม: เริ่มได้ทันที
ท้ายที่สุด “การตายดีต้องมีทีม” ทีมนี้อาจเป็นครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคนที่ไว้ใจ ที่รู้เจตนาและช่วย ดูแลในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต แม้ความตายไม่มีคิว แต่เราสามารถเลือกได้ว่า “วันนี้จะเริ่มวางแผน เพื่อให้วันสุดท้ายงดงามที่สุดเท่าที่เป็นไปได้” และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้คนที่เรารักคลายความกังวล ไม่ต้องคาดเดาใจเรา ในวันที่ยากที่สุดของพวกเขา

ออกข่าวในนาม: ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร “เคทีซี” หรือ บมจ. บัตรกรุงไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top