Thursday, 4 June 2026
วัฒนธรรมไทย

เดือดกลางอาเซียน!! “พรรครักชาติ” จี้ “ฟิลิปปินส์” ปม VTR อาเซียนเปิดทางเขมรเคลมวัฒนธรรมไทย หวั่นบิดเบือนวัฒนธรรม สร้างข้อเข้าใจผิดทั่วโลก เรียกร้องกระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการเชิงรุก

“พรรครักชาติ” ซัดฟิลิปปินส์ประธานอาเซียน ต้องตอบ ปล่อยให้เขมร เคลมชุดไทยใส่โปรโมต ใน VTR อาเซียนได้อย่างไร?

10 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น. จากกรณีฟิลิปปินส์ประธานอาเซียนเผยแพร่ VTR โปรโมทการท่องเที่ยวอาเซียนล่าสุด ซึ่งนักแสดงตัวแทนกัมพูชาและไทย ใส่ชุดห่มสไบ ลักษณะเหมือนกันจนแยกไม่ออก

ล่าสุด นายภูมิ สวัสดี (ไมเคิล) รองโฆษกพรรครักชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าว ระบุว่า จากการที่กัมพูชาเผยแพร่วิดีโอโปรโมทในนามของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งออกสู่สายตาประชาคมโลก ในลักษณะจงใจให้นักแสดงสวมใส่ชุดที่มีความคล้ายคลึงกับ "ชุดไทย" อย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยการห่มสไบ ซึ่งถือเป็นการส่งสาร สร้างความเข้าใจผิดในระดับสากลว่า เครื่องแต่งกายดังกล่าวมีจุดกำเนิดมาจากประเทศกัมพูชา

"กัมพูชา เคลมวัฒนธรรมไทยสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้นแล้วนะครับ เพราะว่าตอนนี้ วิดีโอโปรโมทอาเซียน ที่มีการเผยแพร่ไปทั่วทั้งโลกนะครับ ชาวกัมพูชาเขาใส่ชุดที่มีลักษณะคล้ายชุดไทยมาก ๆ นะครับ โดยมีดีเทลก็คือเขาจะมีสไบ เหมือนคนไทยเลย" นายภูมิ กล่าว

ทั้งนี้ รองโฆษกพรรครักชาติ ยังกล่าวด้วยว่า แม้พลังโซเชียลของคนไทยจะแห่เข้าไปคอมเมนต์ถล่มทลายเพื่อปกป้องสิทธิ์และให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ จนนำไปสู่การลบคลิป หรืออาจเป็นแค่การบล็อก IP คนไทย ซึ่งนี้คือ "เจตนาอันชัดเจน" ของประเทศเพื่อนบ้านที่ฉลาดในการใช้สื่อสมัยใหม่ (Modern Media) เพื่อล้างสมองชาวโลก และเคลมว่าตนคือเจ้าของออริจินัล

รองโฆษกพรรครักชาติ ยังเปรียบเทียบ ให้เห็นภาพชัดเจนด้วย ว่า "กอดทะเบียนสมรสไว้ทำไม ถ้าเมียมีชู้ก็ต้องตามไปตบ!"

"การจดทะเบียนกับยูเนสโกก็เป็นเรื่องนึงนะครับ มันเหมือนกับอะไร รู้ไหมครับ มันเหมือนกับการที่สมมติว่าเรามีภรรยา แล้วภรรยาเรามันไปมีชู้ใช่ไหมครับ พอภรรยาเรามีชู้เนี่ย ต่อให้เรากอดทะเบียนสมรสเอาไว้เลย เรากอดทะเบียนที่เราจดเอาไว้เลย คนทั่วไปเขาก็เห็นว่าภรรยาเราเนี่ย ไปควงแขน ไปอยู่กับคนอื่น คนก็เกิดความเข้าใจผิดครับว่า เฮ้ย สรุปคนไหนเป็นชู้ คนไหนเป็นตัวจริงกันแน่ เราต้องตามไปตบชู้เราด้วยนะครับผม" รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าว

นอกจากนี้ นายภูมิ ยังส่งสารถึงกระทรวงวัฒนธรรม ด้วยว่า ถึงเวลาที่หน่วยงานภาครัฐของไทยต้อง "ตื่น" และดำเนินการ "เชิงรุก" อย่างเต็มรูปแบบได้แล้ว พร้อมเสนอแนวทาง ต้องประกาศให้โลกรับรู้ โดยรัฐบาลไทยต้องแสดงจุดยืนและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ทั่วโลกรับรู้ว่า "สไบและโจงกระเบน" คือวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทย พร้อมตอบโต้การบิดเบือน โดยต้องหยุดยั้งกัมพูชาที่กำลังใช้เวทีสากลประกาศว่าตนเป็น Originality และกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายไปเคลมของเขา พร้อมเรียกร้องถึงประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียนในขณะนี้ ต้องมีคำตอบ ให้ชัดเจนถึงคำถามเรื่องนี้

"อยากจะขออนุญาตนะครับ ส่งข้อความนี้ไปถึงกระทรวงวัฒนธรรม เราจะต้องดำเนินการเชิงรุกให้ประเทศทั่วทั้งโลกรู้ว่าใครกันแน่ครับ ที่เป็น Originality เพราะว่าตอนนี้กัมพูชาประกาศเลยว่าสไบเขาเป็น Originality และไทยกำลังที่จะเคลมว่าเป็นของไทย แต่จริง ๆ แล้วเป็นของเขา ซึ่งจริง ๆ แล้วหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งหมด ไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องจริงครับ ได้เวลาแล้วครับกระทรวงวัฒนธรรม ที่ตอนนี้นะครับ เราจะต้องบอกว่า ใครคือเจ้าของวัฒนธรรมตัวจริงครับ" นายภูมิ สวัสดี (ไมเคิล) รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าว

อลังการวันช้างไทย!! สวนนงนุชพัทยาสืบสานวันช้างไทย จัดขบวนช้างสุดยิ่งใหญ่กว่า 60 เชือก เปิดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ยักษ์ให้ช้างสัมผัส ตอกย้ำเอกลักษณ์ไทยสู่สายตาโลก

วันนี้ (13 มีนาคม 2569) เวลา 07.00 น. นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป โดยมีช้างเข้าร่วมพิธีจำนวน 19 เชือก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมงานและโขลงช้าง พร้อมพิธีประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับผู้เข้าร่วมพิธีและช้าง

ต่อมาเวลา 09.00 น. ได้มีพิธี “ฮ้องขวัญช้าง” หรือพิธีทำขวัญช้างตามประเพณีโบราณ เพื่อเสริมสิริมงคลแก่โขลงช้าง โดยได้รับเกียรติจาก นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานภายในงานมีการจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ ประกอบด้วยนักแสดงและช้างแสนรู้จำนวนกว่า 60 เชือก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้าร่วมงาน

ไฮไลท์สำคัญของงาน คือ การตัดริบบิ้นเปิดงานให้น้องช้างทานบุฟเฟ่ต์ “หมาล่าหม้อไฟผลไม้ยักษ์” ขนาดกว้าง 4 เมตร สูง3.5เมตร ซึ่งอัดแน่นด้วยผลไม้นานาชนิดสำหรับเลี้ยงช้าง สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์และการดูแลเอาใจใส่ช้างอย่างดีของสวนนงนุชพัทยา

สำหรับวันที่ 13 มีนาคมของทุกปี ได้รับการกำหนดให้เป็น “วันช้างไทย” เพื่อยกย่องช้าง ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย และในอดีตยังเคยเป็นสัญลักษณ์สำคัญบนผืนธงชาติไทย ภายในงานยังได้รับเกียรติจากนายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ,นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา,นายชวนะ ทองเย็น ปศุสัตว์จังหวัดชลบุรี ,นายไพโรจน์ มาแสง ปศุสัตว์อำเภอบางละมุง ,นายอริญชย์พนธ์ ไชยพิเดช ปศุสัตว์อำเภอสัตหีบรักษาการแทนหัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสาระสนเทศการปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธี

สวนนงนุชพัทยาได้ดำเนินกิจกรรมวันช้างไทยมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิภาพช้าง การอนุรักษ์ และการสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของช้างในสังคมไทย ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมาสัมผัสเอกลักษณ์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

บล็อกเกอร์จีนชี้นิสัยไทย คนไทยมีมารยาทดีทุกฐานะ ความสุภาพฝังลึกในครอบครัว แสดงความอดทนกับคนแปลกหน้า จราจรแม้วุ่นแต่ไม่โกรธกัน

บล็อกเกอร์จีนแชร์ ‘นิสัยที่ฝังใน DNA คนไทย’ ไม่ว่ารวยหรือจน ชาวเน็ตจีนถล่มไลก์

บล็อกเกอร์จีนเจ้าของช่องบัญชีวีแชต 麻吉在泰国 แชร์ประสบการณ์ที่ตัวเองได้พบจากการมาใช้ชีวิตในประเทศไทย โดยเขาพบว่าคุณภาพของคนและมารยาทที่ดีของคนไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาหรือฐานะ (คนจีนส่วนมากมักผูกโยงระดับการศึกษาและฐานะเข้ากับมารยาททางสังคม)

“คุณรู้สึกไหมว่าในไทย ไม่ว่าคนจะมีการศึกษาระดับไหนหรือรวยจนแค่ไหน ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนิสัยและมารยาทเลยสักนิด”

เขากล่าวว่าความสุภาพของคนไทยโดยรวมแล้วถือว่าดีมาก แต่นิสัยที่ว่านี้ไม่ได้มาจากการที่มีเงินมากมาย แต่เป็นการอบรมสั่งสอนที่ฝังลึกในครอบครัวคนไทย พร้อมแชร์ประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งทำให้เขารู้สึกประทับใจมากๆ โดยเขาคิดว่าคนจีนคนไหนก็ตามที่พำนักอยู่ในไทยมาเป็นเวลานานจะต้องรู้สึกเหมือนกันแน่ๆ ตามมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สาธารณะ

ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติโดยไม่ต้องมีใครมาบอกหรือบังคับ ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้า คลินิก ร้านกาแฟ สถานที่เหล่านี้น้อยมากที่จะเห็นคนโหวกเหวกโวยวายเสียงดัง ทะเลาะกัน หรือ แซงคิว ซึ่งแน่นอนว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของคนไทยทั่วไป ทั้งนักเรียนนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ เป็นค่านิยมที่ทุกคนมีร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะคนที่มีการศึกษาสูงเท่านั้น

มารยาท ไม่ใช่แค่การทำตามแพทเทิร์น

แต่เป็นความเคยชินจนเป็นนิสัย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดของคนไทย เพราะเป็นความสุภาพที่ไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พนักงานมักจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ ไม่ใจร้อน คนขับมอเตอร์ไซค์และแท็กซี่มักจะพูดขอบคุณอย่างจริงใจ ถึงแม้จะเกิดความขัดแย้งเล็กๆ พวกเขาก็จะเอ่ยปากขอโทษก่อนเสมอ กับคนแปลกหน้าก็พูด ครับ/ค่ะ และใช้คำใกล้ชิดที่ให้ความรู้สึกเคารพอีกฝ่ายอย่างคำว่า “พี่” โดยเขาย้ำว่าคนที่เข้าใจวัฒนธรรมไทยจะรู้ดีว่าความอ่อนโยนเช่นนี้ถูกสอนกันมาแต่เด็ก ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะแต่อย่างใด

แม้การจราจรวุ่นวาย แต่ไม่มีใครโกรธ

เช่นในกรุงเทพฯ ที่มอเตอร์ไซค์วิ่งฝ่าไฟแดง รถเยอะ ถนนแคบ และรถติดมาก แต่คุณสังเกตไหมว่าแทบไม่มีใครบีบแตร หรือก่นด่าหยาบคายบนถนน ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยในประเทศอื่น อาจเพราะคนไทยมองว่าโมโหไปก็ไม่ได้ทำให้รถวิ่งได้ไวขึ้น จึงไม่ควรใช้อารมณ์

ห้องน้ำสะอาดมาก

ห้องน้ำสาธารณะ ห้องน้ำในร้านอาหาร หรือแม้แต่ร้านแผงลอยข้างทาง ล้วนสะอาดกว่าที่คิดไว้มาก สิ่งนี้ทำให้ชาวต่างชาติไม่น้อยต้องประหลาดใจ ร้านเล็กๆ ริมทางอาจสะอาดกว่าภัตาคารหรูกลางกรุงด้วยซ้ำไป ซึ่งไม่ใช่เพราะสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย แต่เป็นเพราะ คนไทยใส่ใจเรื่องความสะอาด “พวกเขาจะทำความสะอาดจนถึงระดับที่ตัวเองรู้สึกว่าสบายใจ” บล็อกเกอร์จีนกล่าว

คนไทยมีความอดทนกับคนแปลกหน้า

ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาประทับใจมากที่สุด เขารู้สึกว่าคนไทยมีความ “อดทนแบบอ่อนโยน” กับทุกๆ คน เช่น เวลาซื้อของกินข้างทางแล้วลังเลว่าจะซื้ออะไรดี เจ้าของร้านจะไม่เร่งลูกค้า และหากคุณเข้าไปถามทาง บางคนไม่เพียงแค่บอกทางเท่านั้น เขาจะพาคุณเดินไปด้วยตัวเองเลย แม้คุณพูดไทยไม่ชัด เขาก็จะตั้งใจฟังอย่างอดทน ไม่มองบนหรือแสดงอาการรำคาญใส่คุณ “บรรยากาศที่แม้แต่กับคนแปลกหน้าก็ยังเอาใจใส่ขนาดนี้ ล้วนไม่ขึ้นอยู่กับสถานะ การศึกษา หรือรายได้ นี่คือความอ่อนโยนโดยธรรมชาติของสังคมไทย”

เขาปิดท้ายว่า หากอยู่ไทยมาสักระยะคุณจะค้นพบเองว่านิสัยเหล่านี้มาจากวัฒนธรรมของคนไทย การหล่อหลอมและวิถีปฏิบัติของครอบครัวที่ค่อยๆ บ่มเพาะมาทีละเล็กทีละน้อย และนี่เองที่เป็นเสน่ห์ของประเทศไทย

สำหรับคอมเมนต์ของคนจีนก็ค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกันเช่น

"หากคุณชินกับการใช้ชีวิตในประเทศไทยแล้ว คุณก็จะรู้สึกได้เองว่า จริงๆ แล้วหน้าตาของการใช้ชีวิตควรเป็นแบบนี้นี่เอง"

"ฉันมาไทยได้ไม่กี่วันก็พบว่าคนไทยมีจุดเด่นเยอะมาก ทำให้ฉันอดรู้สึกเคารพไม่ได้ รถติดแต่คนขับรถไม่กดแตร ไม่มีคนด่ากันตามท้องถนน ทุกคนต่อแถวเองโดยไม่ต้องบอก ไม่รีบร้อนลนลาน เข้าร้านค้าซื้อหรือไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร คนขายยิ้มให้ทุกคน ควรค่าแก่การที่คนจีนจะเรียนรู้จากคนไทย ไม่ใช่ว่ามีเงินหน่อยก็ทำตัวยิ่งใหญ่ไร้คนอื่นในสายตา อย่าให้คนเขาดูถูกเราได้"

"ดังนั้นคนไทยไปญี่ปุ่นถึงไม่ต้องใช้วีซ่าไง"
อ่านจบแล้วคิดเห็นอย่างไรกับความเห็นของบล็อกเกอร์ท่านนี้ คนไทยเป็นแบบที่เขาพูดจริงหรือไม่ คอมเมนต์มาคุยกันได้เลย

ที่มา : Jeenthainews

https://www.tiktok.com/@majikhuang/video/7578532463954169108?is_from_webapp=1&sender_device=pc


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top