Thursday, 4 June 2026
ลงทะเบียน

‘กระทรวงศึกษาฯ’ จัดโครงการ ‘อาชีวะล้างแอร์’ ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ประหยัดค่าไฟ ลดภาระค่าใช้จ่ายของ ปชช.

(11 พ.ค.67) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินโครงการอาชีวะล้างแอร์ เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินกิจกรรมล้างแอร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงฤดูร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และประหยัดพลังงานไฟฟ้าของประเทศ

นายคารม กล่าวว่า โครงการดังกล่าว มีนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ออกให้บริการในพื้นที่สาธารณะ เช่น วัด โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ต่าง ๆ ที่ประชาชนขอรับบริการ พร้อมให้ข้อมูลความรู้พื้นฐาน แนะนำการดูแล บำรุงรักษา 

“ขอเชิญชวนประชาชนลงทะเบียนใช้บริการล้างแอร์ ในกิจกรรมอาชีวะคลายร้อนทั่วไทย ร่วมใจล้างแอร์ฟรี สามารถลงทะเบียนล้างแอร์ฟรีได้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2567 เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา www.vec.go.th หรือทางFacebook ประชาสัมพันธ์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา” นายคารม กล่าว

จากแจกเพื่ออยู่รอด สู่แจกเพื่อเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจไทย คนละครึ่ง พลัส จุดเริ่มต้นของระบบเศรษฐกิจไทยใหม่ ที่ประชาชน รัฐ และเทคโนโลยี เดินไปด้วยกันอย่างสมดุล แต่หากพลาด อาจเป็นหนึ่งโครงการแจกเงิน ที่หมดสิ้นพลังพร้อมงบประมาณ

จุดเริ่มต้นของ “คนละครึ่ง พลัส”
หลังผ่านยุค “คนละครึ่ง” ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ช่วยพยุงประเทศในช่วงโควิด–19 รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กลับมาใช้แนวคิดคล้ายเดิมอีกครั้ง — แต่ปรับโครงสร้างและเป้าหมายใหม่ทั้งหมด “คนละครึ่ง พลัส” ไม่ได้เกิดมาเพื่อแจกเงินเหมือนเดิม หากแต่เกิดมาเพื่อ “ยกระดับพฤติกรรมเศรษฐกิจของคนไทยเข้าสู่ระบบดิจิทัลและภาษี” ถือเป็นการต่อยอดจากนโยบายที่เคยได้ผลจริง แต่เพิ่มมิติของ “โครงสร้างระยะยาว” เข้าไป
.
โครงสร้างและแนวคิดใหม่
โครงการนี้วางระบบโดยแบ่งผู้รับสิทธิ์ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่: 1. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ – ได้เงินช่วยเหลือรายเดือนรวม 2,000 บาท 2. ผู้ที่ยื่นแบบภาษีเงินได้ – รัฐสมทบ 2,400 บาท โดยประชาชนเติมเอง 2,000 บาท 3. ประชาชนทั่วไปที่อยู่นอกระบบภาษี – รัฐสมทบ 2,000 บาท ประชาชนเติมอีก 2,000 บาททั้งหมดใช้จ่ายผ่านแอป “เป๋าตัง” วันละไม่เกิน 200 บาท โดยมีระบบเชื่อมกับฐานข้อมูลภาษีและร้านค้าที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง จุดสำคัญคือ รัฐบาลไม่เพียงหวัง “เงินหมุนในตลาด” เท่านั้น แต่ยังต้องการให้ประชาชนและร้านค้าเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่ตรวจสอบได้ วัดผลได้ และเก็บข้อมูลได้จริง
.
ผลทางเศรษฐกิจที่คาดหวัง
สำนักงานเศรษฐกิจการคลังประเมินว่า “คนละครึ่ง พลัส” จะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบกว่า 88,000 ล้านบาท สร้างแรงขับต่อ GDP ประมาณ 0.22–0.3 % ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ผลโดยตรงคือการกระตุ้นการใช้จ่ายของครัวเรือนและร้านค้าท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ค้าปลีก และบริการรายย่อย ที่มักได้รับผลจากกำลังซื้อก่อนเป็นลำดับแรก แต่ผลลัพธ์ที่สำคัญกว่าคือการสร้างฐานข้อมูลเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ผ่านการเชื่อมระหว่าง “เป๋าตัง × ระบบภาษี × ร้านค้าในระบบ” ซึ่งอาจกลายเป็นรากฐานของระบบ Digital Wallet ภาครัฐในอนาคต
.
โอกาสและความท้าทาย
ข้อดี:- ประชาชนมีเงินใช้เพิ่ม – ร้านค้าฐานรากมีกำลังซื้อมาหมุนเวียน- ภาครัฐมีข้อมูลผู้ใช้จ่ายจริง เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี- ระบบดิจิทัลได้รับการขยายอย่างก้าวกระโดดข้อจำกัด:- หากประชาชนใช้สิทธิเพียงย้ายการใช้จ่ายจากกระเป๋าหนึ่งไปอีกกระเป๋า ผลต่อ GDP จะลดลง- ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี (ผู้ไม่มีสมาร์ตโฟน อินเทอร์เน็ต หรือความรู้ดิจิทัล) อาจทำให้บางกลุ่มพลาดสิทธิ- ความเสี่ยงเรื่องงบประมาณ และการตรวจสอบการใช้สิทธิ์ต้องเข้มงวดกว่าที่ผ่านมา
.
ความหมายเชิงนโยบาย
“คนละครึ่ง พลัส” จึงเป็นมากกว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่มันคือการทดลองโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของไทย เป็นการขยับจาก “รัฐแจกเพื่อให้คนอยู่รอด” ไปสู่ “รัฐร่วมลงทุนกับประชาชน เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน” และนี่อาจเป็นบทพิสูจน์แรกของรัฐบาลอนุทิน ว่าจะสามารถทำให้นโยบายแจกเงิน กลายเป็นนโยบายพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลได้จริงหรือไม่
.
บทสรุป
“คนละครึ่ง พลัส” คือสมรภูมิเศรษฐกิจนโยบายแรกของรัฐบาลอนุทิน ที่ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนเงินที่แจก แต่เป็นบททดสอบว่าวิสัยทัศน์ “ดิจิทัลเพื่อทุกคน” จะจับต้องได้จริงหรือไม่ หากทำสำเร็จ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของระบบเศรษฐกิจไทยใหม่ ที่ประชาชน รัฐ และเทคโนโลยี เดินไปด้วยกันอย่างสมดุล แต่หากพลาด มันก็จะกลายเป็นเพียงอีกหนึ่งโครงการแจกเงิน ที่หมดสิ้นพลังพร้อมงบประมาณ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top