Thursday, 4 June 2026
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

'หมอนิธิ' วอน!! 'ผู้สูงอายุ-เด็ก-ผู้ใหญ่'​ เร่งฉีดอย่างน้อย 3 เข็ม ก่อนเข้าสู่หลากเทศกาลติดง่ายในช่วงเดือนเมษายน

.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ชี้ให้เห็นว่า สงคราม COVID-19 ครั้งนี้ ได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อโอมิครอนได้กลายมาเป็นสายพันธุ์หลักของประเทศไทย 'กลยุทธ์ต้องปรับ'​ โดยให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันตนเองไว้ว่า...

แม้ว่าจะไม่มีวัคซีนชนิดใดสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนนี้ได้ดีพอในทุกช่วงอายุ แต่การได้วัคซีนอย่างน้อย 3 เข็มก็สามารถป้องกันการเกิดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้ดีมากๆ เหมือนกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนชนิดใด

"สำหรับสายพันธุ์โอมิครอน ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรังทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 3 เข็ม ก่อนเข้าสู่เดือนเมษายนนี้ เพราะจะเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีการเคลื่อนที่ของคนมาก เนื่องจากมีเทศกาลเช็งเม้งและสงกรานต์ เพราะประชากรในกลุ่มนี้จะมีโอกาสเสี่ยงในการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ หากได้วัคซีนแค่ 2 เข็ม หรือน้อยกว่านั้น

'หมอนิธิ' โพสต์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์งดรับของขวัญ-งานเลี้ยง แต่ขอเปลี่ยนของขวัญเป็นการแบ่งปันให้ผู้ป่วยยากไร้แทน

(23 พ.ย. 65) ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เข้าช่วงเทศกาล ขอประกาศ นโยบาย เรื่องของขวัญของ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ให้ทุก ๆ ท่านทราบนะครับ เราขอเพียงรอยยิ้ม 😊😊😊😊😊😊 และการแบ่งปันให้ผู้ป่วยด้อยโอกาส และนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นะครับ สำหรับของขวัญและงานเลี้ยง ตามนี้ครับ

“ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีนโยบายงดรับของขวัญของกำนัลและร่วมสังสรรค์รับเลี้ยงกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นหรือมีโอกาสเป็นคู่สัญญากับราชวิทยาลัยทุกประเภททุกกรณี”

ร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์

'ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์' เปิดผลสอบบุคลากรตีพิมพ์วิจัยมากผิดปกติ  พบผิดวินัยร้ายแรง สั่งลงโทษทาง 'วินัย-ให้ออกแล้ว'

(31 ก.ค. 66) กรณีปรากฏข่าวในสื่อสาธารณะว่ามีบุคลากรในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์รายหนึ่ง มีพฤติการณ์ว่ามีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่มีความผิดปกติจนเกิดความเสียหายต่อราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นั้น

บัดนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวจนเป็นที่ยุติพบว่าบุคลากรรายดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดวินัยร้ายแรงอันเกี่ยวเนื่องจากพฤติการณ์ที่ผิดปกติของการตีพิมพ์ผลงานวิจัย และได้ลงโทษทางวินัยร้ายแรงและพ้นจากการเป็นบุคลากรของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แล้ว

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มุ่งมั่นให้บุคลากรทุกคนมีมาตรฐานการดำเนินงานที่โปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล มุ่งเน้นการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม และนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้และพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและประเทศชาติต่อไป จึงแจ้งมาให้ทราบทั่วกัน

ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2566

'ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์' ประกาศรับสมัครให้ทุนการศึกษา ปี 67  ระดับปริญญาเอก และหลังปริญญาเอก รวมจำนวน 126 ทุน

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก 'สำนักงาน ก.พ.' ได้เผยแพร่ประกาศจาก ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่รับสมัครให้ทุนการศึกษา ตามโครงการทุนเฉลิมพระเกียรติเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมายุ 60 พรรษา เพื่อพัฒนาผู้มีอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ด้านภัยพิบัติ ไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (ครั้งที่ 2)

โดยเป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาเอก และหลังปริญญาเอก รวมจำนวน 126 ทุน สามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเอง หรือส่งไปรษณีย์ไปที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตั้งแต่วันนี้ - วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2567 มีรายละเอียดของทุน ดังนี้...

>> ประเภท และจํานวนทุน

1. ระดับปริญญาเอก
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ แพทย์นักวิจัย และอาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม จํานวน 15 ทุน
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ สาขาพยาบาลศาสตร์ จํานวน 42 ทุน
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ด้านภัยพิบัติ/ฉุกเฉินการแพทย์ จํานวน 19 ทุน

2. หลังปริญญาเอก (Postdoc)
- เพื่อส่งเสริมการวิจัวิยด้านวิทยาศาสต์การแพทย์ จำนวน 50 ทุน

>> สำหรับงบประมาณ และระยะเวลาศึกษา กําหนดให้ทุนการศึกษาในแต่ละปีงบประมาณ ดังนี้…

1. ระดับปริญญาเอก 
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ แพทย์นักวิจัย และอาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม งบประมาณทุนละ 2,500,000 บาท/คน/ปี ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 5 ปี
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ สาขาพยาบาลศาสตร์ งบประมาณทุนละ 2,500,000 บาท/คน/ปี ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 5 ปี
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ด้านภัยพิบัติ/ฉุกเฉินการแพทย์ 2,500,000 บาท/คน/ปี ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 5 ปี

2. หลังปริญญาเอก (Postdoc)
- เพื่อส่งเสริมการวิจัยด้านวิทยาศาสต์การแพทย์ งบประมาณทุนละ 1,000,000 บาท/คน/ปี ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 2 ปี

>> ลักษณะการให้ทุน

- เป็นการศึกษาในสาขาวิชาตามที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กําหนด
- เป็นหลักสูตรในสถาบันการศึกษาที่สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนรับรอง และที่ความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาให้ทุนฯ ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-576-6000 ต่อ 8711 (คุณณัชชา) หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ >> https://drive.google.com/drive/folders/1dMcWLaHX100ugssECBwcUNkEQaKwhrb5?usp=sharing

คนไทย ได้ใช้ ‘ยารักษามะเร็ง’ ราคาถูก ด้วยพระปรีชาของ ‘กรมพระศรีสวางควัฒนฯ’

(20 ก.ค. 68) นายสมภพ พอดี นิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าปริญญาโท คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊ค กรณียารักษาโรคมะเร็ง อิมครานิบ 100 ชนิดเม็ดที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยพัฒนาขึ้นจากพระปรีชาสามารถของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนา ระบุว่า …

ยารักษามะเร็ง

พวกเราที่ต้องกินยาฝรั่งเป็นประจำ ต้องรูัว่ามันแพง บางอย่างแพงมากๆ
แล้วคนไหนที่เปลี่ยนจากยาฝรั่งต้นตำรับที่เรียกว่า innovator (อิน-โน-เว-เต้อร์) เป็นยาตัวเดียวกันที่หมดความคุ้มครองของสิทธิบัตรแล้วที่เรียกว่า generic (เจ-เนอ-หริก) ที่ผลิตในประเทศ หรือประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะรู้ด้วยว่า ราคาถูกลงเยอะมาก ถูกลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง บางอย่างราคาแค่ 10% เท่านั้นเอง

ที่ราคาต่างกันราวกับฟ้ากะเหวเป็นเพราะว่า การวิจัย พัฒนา ยารักษาโรคใหม่ขึ้นมา มันทั้งแพงและใช้เวลายาวนาน
เรามาดูกันว่า แพงแค่ไหน นานแค่ไหน

การพัฒนายารักษาโรคใหม่ๆ เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และต้องผ่านขั้นตอนการวิจัยและทดสอบที่เข้มงวดหลายขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อนที่จะนำไปใช้กับผู้ป่วยได้จริง ดังนี้

1. การค้นพบและพัฒนา (Discovery and Development) - ระยะเวลา: 2-4 ปี
ศึกษาค้นคว้าโรค สาเหตุและกลไกของโลก หาสารออกฤทธิ์ที่มีเป็นแสนๆชนิดที่มีศักยภาพใฃในการรักษาโรค

2. การวิจัยพรีคลินิก (Preclinical Research) - ระยะเวลา: 1-2 ปี
ทดสอบตัวยาที่เลือกไว้ว่ามีผลลัพธ์ที่ต้องการ ประสิทธิภาพ และเป็นพิษ ทั้งในหลอดทดลองมาจนเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สัตว์ทดลอง เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย
รวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นขออนุญาตทำการวิจัยทางคลินิก ต่อหน่วยงานกำกับดูแล เช่น อย. (FDA ในสหรัฐอเมริกา)

3. การวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) - การทดสอบในมนุษย์ ระยะเวลา: 6-7 ปี โดยเพิ่มจำนวนขึ้นทีละขั้นจนแน่ใจว่าปลอดภัย และรูัว่าผลข้างเคียงทั้งหมดคืออะไร

4. การยื่นขอขึ้นทะเบียนและอนุมัติ (Regulatory Review and Approval) - ระยะเวลา: 1-2 ปี

5. การเฝ้าระวังหลังการวางตลาด (Post-Market Safety Monitoring)

โดยเฉลี่ยแล้ว กระบวนการพัฒนายาใหม่ตั้งแต่ต้นจนถึงการได้รับอนุมัติให้ขายได้ ใช้เวลาประมาณ 10 - 15 ปี ในบางกรณีอาจนานกว่านั้นถึง 20 ปี

ส่วนเรื่องของต้นทุน จากการศึกษาล่าสุด ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการพัฒนายาใหม่ 1 ขนาน (รวมถึงต้นทุนของยาที่ล้มเหลวในกระบวนการ) อยู่ระหว่าง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 35,000 ล้านบาท ถึง 91,000 ล้านบาท) หรือสูงกว่านั้นในยาบางชนิด โดยเฉพาะยารักษาโรคมะเร็งที่จะต้องไม่เป็นพิษต่อผู้ป่วย อย่างเช่น

ยารักษามะเร็งไขสันหลังชื่อ Carvykit ของบริษัท Janssen Biotech ที่ราคาต่อการเข้ารักษาหนึ่งครั้งอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท และจะต้องได้รับการรักษาหลายครั้งจึงจะมีโอกาสหาย

ด้วยเหตุนี้ ในโลกตะวันตก ผู้ป่วยโรคร้ายแรงจำนวนไม่น้อยจึงไม่ได้รับการรักษาหรือเลือกที่จะไม่รักษา เพราะราคายาที่นั่นแพงสุดๆ ใครไม่มีประกันสุขภาพ ก็หมดโอกาสรักษาตัว แต่ถ้ารักษาก็จะสิ้นเนื้อประดาตัว

แต่ไม่ใช่ที่บ้านของเรา เมืองไทยของเรา

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา องค์การอาหารและยา หรือ อย. ได้ขึ้นทะเบียนยารักษามะเร็ง 2 ขนาน ชื่อ Herdara และ Imcranib 100 ที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดย สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

จากตรงนี้ไป ผมขอเรียกพระองค์ว่า เจ้าหญิงของคนไทย ในโพสต์นี้

คนไทยเป็นมะเร็งมากขึ้นเพราะอายุขัยเฉลี่ยยาวนานขึ้น ควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมและอาหารที่มีสารก่อมะเร็งปนเปื้อนมากขึ้นๆ แต่คนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงยารักษามะเร็งราคาแพง

เจ้าหญิงของเราจึงทรงมีพระกรุณาธิคุณ ให้หน่วยงานของพระองค์วิจัยพัฒนายาทั้ง 2 ขนานจากยาต้นตำรับ (Innovator) ที่ถูกพิสูจน์จากการใช้งานจริงแล้วว่า ใช้ได้ผลและมีประสิทธิภาพดี เพื่อให้ได้ยาที่ราคาถูกลง คนไทยทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยใช้เวลานานนับปีๆ และทรัพยากรทุกอย่างที่พระองค์ทรงสนับสนุน ส่งเสริม และจัดหาให้

ยา Herdara เป็นยารักษามะเร็งเต้านม ถูกพัฒนามาจากยา Herceptin ที่ราคาสูงถึง 45,000 บาทต่อ หนึ่ง ไวอัล และการรักษาแต่ละคอร์สต้องใช้ยาหลายไวอัล แม้ว่ายังไม่มีการประกาศราคา แต่เจ้าหญิงของคนไทยทรงมุ่งมั่นที่จะทำให้ราคายาของพระองค์ราคาถูกกว่ายาต้นแบบมาก

ยา Imcranib 100 ที่ใช้รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง พัฒนาจากยาต้นตำรับ Gleevec ที่มีราคาสูงถึงเม็ดละหลายพันบาท โดยยาของเจ้าหญิงของเราจะมีราคาถูกกว่า 10 เท่าคือเม็ดละร้อยกว่าบาทเป็นอย่างสูง

ยาทั้งสองนี้จะถูกผลิตที่โรงงานผลิตยาของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่จังหวัดชลุบรี เพื่อคนไทย พสกนิกรไทยต่อไป

เจ้าหญิงของคนไทยเรา ทรงศึกษาวิชาการสายวิทยาศาสตร์ถึงขั้นสูงสุด ทรงพระเมตตา ทรงงานด้านสาธารณสุขอย่างหนักเพื่อคนไทยของพระองค์มาตลอดโดยไม่คำนึงถึงสุขภาพของพระองค์เอง เช่นเดียวกับ ในหลวงรัชกาลที่เก้า พ่อของพระองค์ และสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปู่ของพระองค์

ขอพระองค์ทรงพระเจริญเป็นขวัญเป็นมงคลให้กับคนไทยชั่วกาลนานด้วยเทอญ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top