Thursday, 4 June 2026
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

สวัสดิการโรงงาน นครสวรรค์ เด่น "อารี" เลขาฯก.แรงงาน ยกเป็นต้นแบบ พร้อมแนะแรงงานอิสระ ลดหนี้ รับงานเพิ่ม ให้กองทุนผู้รับงาน 0% สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท

วันที่ 22 มีนาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เปิดมหกรรมสุขภาพอนามัย และความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานนอกระบบเชิงรุก พร้อมตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการต่างๆ ให้แก่ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการของบริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ เปเปอร์ จำกัด โดยมี นายบดินทร์ เกษมศานติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวต้อนรับ ดร.ดารัตน์ ศิริวิริยะกุล วิภาตะกลัศ รองประธานฯ กลุ่มบริษัท KTIS และรองประธานสภาอุตฯ แนะนำบริษัทฯ นางโสภา เกียรตินิรชา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  นางมารศรี ใจรังษี ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติ และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมให้การต้อนรับ  ณ สมาคมชาวไร่อ้อย เขต 11 นครสวรรค์ ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

นายอารี  กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีภารกิจที่ดูแลแรงงานอย่างครบถ้วนในทุกมิติ การเดินทางมาจังหวัดนครสวรรค์ในวันนี้ ได้หารือและเยี่ยมชมสถานประกอบการบริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ เปเปอร์ จำกัด ประกอบกิจการผลิตเยื่อกระดาษฟอกขาวจากชานอ้อย ซึ่งได้เปิดให้เยี่ยมชมการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการนอกเหนือที่กฎหมายกำหนด รวมถึงโครงการที่เป็นประโยชน์ทั้งด้านความปลอดภัยในการทำงาน ด้านสวัสดิการของแรงงาน ผมขอชื่นชมกรรมการบริหารบริษัท และทีมผู้บริหาร คณะกรรมการสวัสดิการที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสิทธิแรงงาน

และการพัฒนาคุณภาพชีวิตลูกจ้าง โดยการดำเนินโครงการด้านต่าง ๆ อย่างเช่นโครงการแรงงานพันธุ์ดี ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง โครงการมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ โครงการด้านความปลอดภัยในการทำงาน การจัดสวัสดิการด้านการเงิน เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การจัดสวัสดิการด้านบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สวัสดิการบ้านพักพนักงาน ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน ซึ่งนับเป็นต้นแบบเรื่องสวัสดิการในการทำงาน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องแรงงานและทุกภาคส่วนในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานที่ดีขึ้น 

นอกจากนั้น ในวันนี้ ผมยังได้เปิดงาน “มหกรรมสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานนอกระบบเชิงรุก” จังหวัดนครสวรรค์   โดยมี นางโสภา เกียรตินิรชา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวรายงาน  ซึ่งเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ภาคเอกชน ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อให้แรงงานนอกระบบได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มีสวัสดิการและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย มีสุขภาพร่างกาย และสุขภาพใจที่เข้มแข็ง ส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ และเพื่อให้ประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ ได้เข้าถึงบริการในภารกิจทุกด้านของกระทรวง ด้วยความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของท่านพิพัฒน์  รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานภายใต้แนวคิด“ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

นอกจากนี้ นายอารี ยังเยี่ยมชมบูธหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน  หน่วยงานที่ให้บริการตรวจสุขภาพแรงงานนอกระบบเชิงรุก และการสาธิตการใช้งานอุปกรณ์ป้องกันตนเองจากสารเคมี  และเยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแรงงานนอกระบบ โดยมี กลุ่มแรงงานนอกระบบ และภาคีเครือข่ายด้านแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ร่วมให้การต้อนรับ ทั้งนี้ จ.นครสวรรค์ มีแรงงานนอกระบบทั้งสิ้น 346,436 คน ส่วนใหญ่ อยู่ในด้านการเกษตรและประมง รองลงมาเป็น พนักงานบริการ ด้านความสามารถ อาชีพพื้นฐานต่างๆ และผู้ปฏิบัติงานโรงงาน ตามลำดับ

‘พิพัฒน์’ ระดมทีมช่างฝีมือแรงงาน ทั่วภาคเหนือ ซ่อมฟรี! ระบบใช้ไฟฟ้าในบ้าน มอเตอร์ไซค์ อุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยบรรเทาผู้ประสบอุทกภัยเชียงราย

เมื่อวันที่ (25 ก.ย. 67) เวลา 10.30น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในวันนี้ผม พร้อมด้วยนางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และนางบังอร มะลิดิน รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงราย เจ้าหน้าที่เครือข่ายแรงงาน ได้มีโอกาสลงพื้นที่ หมู่3 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ในชุมชนทวีรัตน์นี้ มีประมาณ 720 ครัวเรือน ที่ผ่านมาประสบอุทกภัยน้ำท่วมสูงกว่า 2เมตร ซ้ำร้ายกว่านั้นยังมีดินโคลนจำนวนมากไหลเข้าสู่บ้านเรือน และยังคงตกค้าง เมื่อสถานการณ์น้ำลดลงแล้ว ทำให้ ระบบไฟฟ้าในบ้าน อุปกรณ์เครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ ยังคงได้รับความเสียหาย กระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่ยังคงต้องประกอบอาชีพ ดูแลครอบครัว ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ ซึ่งในวันนี้ ผมได้นำทีมช่างฝีมือของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ภาคเหนือในจังหวัดลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ บูรณาการร่วมกับเครือข่ายการพัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่เชียงราย วางแผนการช่วยเหลือในระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งเบื้องต้นได้มอบสิ่งของอุปโภค บริโภคแก่ประชาชน พร้อมทั้งซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และให้ความรู้เบื้องต้นสำหรับการซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องทุกคน ซึ่งตั้งเป็นศูนย์แจ้งรับซ่อมฟื้นฟูจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 5 แห่ง ตลอดเดือนตุลาคม2567 ในจังหวัดเชียงราย

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานส่งมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่มกว่า 90,000 ขวด ข้าวสาร อาหารแห้ง เวชภัณฑ์ บรรจุถุงยังชีพ นำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว ทั้งภาคเหนือ และ ภาคอีสาน  ซึ่งยังคงเป็นกำลังใจ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งสิ่งของและความรู้ในการซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนั้น ประชาชนที่ประสงค์ขอความช่วยเหลือซ่อมแซมอุปกรณ์   ขอให้แจ้งหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัด ได้ทันที 

ด้านของนางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงรายจัดตั้งจุดบริการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในแต่ละอำเภอ เพื่อให้บริการซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสอบถามจุดบริการเพิ่มเติมได้ที่  053152043

‘พงศ์กวิน’ ยกระดับมาตรฐานปลอดภัยแรงงานไทย เดินหน้าสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แรงงานทุกภาคส่วน

(20 ส.ค. 68) เวลา 13.30 น. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงาน “สัมมนาวิชาการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับนานาชาติ OSH Avenue International Conference 2025 (OAIC 2025)” ณ แกรนด์ฮอลล์ ทรูดิจิทัล พาร์ค สุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ โดยมี นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และผู้บริหาร สสปท. ให้การต้อนรับ ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และผู้ประกอบการ ร่วมเป็นเกียรติ 

นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ  เปิดเผยว่า  การจัดงานสัมมนา เชิงวิชาการระดับนานาชาติ  OAIC ในครั้งนี้ นับว่ามีความหมายอย่างยิ่ง ในฐานะเวทีระดับนานาชาติ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมต่างๆ และเชื่อมโยงเครือข่ายระดับสากล เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายที่สำคัญ ของกระทรวงแรงงาน

พร้อมทั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของแรงงานไทย  ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ความปลอดภัยในสถานที่ทำงานไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ แต่เป็นพันธกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพและชีวิตของพี่น้องแรงงานเรา

“ขอขอบคุณ สสปท. ที่จัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกมิติ ในประเทศไทย รวมทั้งอยากให้ถอดบทเรียนต่างๆ อันล้ำค่าเพื่อมุ่งเน้นให้เห็นว่า “ชีวิตคนทำงาน” ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด นายพงศ์กวิน  กล่าว

ด้าน นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สสปท. กล่าวว่า การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน เป็นความท้าทายในการผลักดันความปลอดภัยในการทำงานให้ครอบคลุมแรงงานในทุกกลุ่ม การใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัยฯ ในยุคที่มีความเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ๆ ตลอดเวลา เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่เกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน

ทั้งนี้ สสปท. ได้เดินหน้าขับเคลื่อนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ในทุกภาคส่วนทั้งแรงงานภาคอุตสาหกรรม พนักงานสำนักงาน แรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค ผ่านการพัฒนางานวิชาการด้านความปลอดภัยฯ และกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน ส่งผลให้สถานประกอบกิจการจำนวนมากสามารถลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้าง “วัฒนธรรมความปลอดภัย” ให้หยั่งรากลึก

‘พงศ์กวิน’ รื้อระบบ ล้างบางต่างด้าวผิดกฎหมาย ขจัดปัญหาแย่งงานคนไทย เจอจับทุกรายไม่มียกเว้น

(27 ส.ค. 68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวว่า เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน ที่ตนจะดำเนินการแก้ไขทันที โดยเฉพาะการแย่งอาชีพคนไทยและทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน  

นายพงศ์กวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันแรงงานต่างด้าวมีส่วนขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานไม่สามารถ ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้แรงงานต่างด้าวโดยขาดการควบคุม ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา  และหากพบเห็นแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย ประชาชนสามารถแจ้งพิกัดกับกระทรวงแรงงานได้ ทางสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือสิทธิ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง ส่วนนายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวผิดกฎหมายจะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี 

"ขอย้ำเตือนและขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบการ ไม่จ้างแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย หากท่านมีความประสงค์ต้องการใช้แรงงานต่างด้าว ขอให้ดำเนินการตามกระบวนการนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตาม MOU อย่างเป็นระบบ" นายพงศ์กวิน กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมการจัดหางาน พบว่าปัจจุบัน (กรกฎาคม 2568) มีจํานวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทํางานคงเหลือทั่วราชอาณาจักร จำนวน 4,071,617 คน จำแนกเป็น แรงงานกลุ่มมีทักษะ 197,461 คน ชนกลุ่มน้อย 99,437 คน แรงงานที่ได้รับอนุญาตทํางานแบบไป-กลับ หรือตามฤดูกาล 42,274 คน (กัมพูชา  37,043 คน เมียนมา 5,231 คน) แรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทํางานตาม MoU 687,405 คน (กัมพูชา 178,240 คน เมียนมา 248,320 คน ลาว 260,845 คน) ส่วนแรงงานที่ได้รับอนุญาตทํางานตามมติ ครม. 24 ก.ย. 67 (จดทะเบียนสถานะไม่ถูกกฎหมาย) 1,016,040 คน (เป็นกัมพูชา 108,064 คน เมียนมา 872,615 คน  ลาว 28,561 คน เวียดนาม 6,800 คน) และแรงงานตามมติ ครม. 24 ก.ย. 67 และ มติ ครม. 4 ก.พ. 68  2,029,000 คน โดยได้รับอนุญาตทํางานแล้ว 180,288 คน (กัมพูชา 176,216 คน ลาว 3,967 คน เวียดนาม 105 คน) และ อยู่ระหว่างการดําเนินการ 1,848,712 คน (กัมพูชา 19,333 คน เมียนมา 1,829,379 คน)

‘พงศ์กวิน’ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนภารกิจ ร่วมฟื้นภาพ ‘กระทรวงแรงงาน’ สู่กระทรวงเศรษฐกิจ

(11 ก.ย. 68)  เวลา 13.30 น. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายจักรพงส์ สุเมธโชติเมธา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ ศาลพ่อปู่ชินพรหมมา เนื่องในโอกาสอำลาตำแหน่ง โดยมีนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ร่วมมอบดอกไม้เพื่อแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจ ณ บริเวณโถงด้านล่างกระทรวงแรงงาน

โอกาสนี้  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  ได้กล่าวขอบคุณการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ร่วมกับขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงแรงงานตามนโยบายที่ตนได้วางไว้   ตลอดช่วงระยะเวลา 2 เดือน 7 วัน ที่ผมได้มานั่งทํางาน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ ได้ผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ  ร่วมทั้งปรับแก้เชิงโครงของกระทรวงเพื่อให้ทันสมัย ทันโลก ทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อพี่น้องชาวแรงงานทุกท่าน เพื่อเป็นกำลังสำคัญต่อประเทศชาติเพื่อรองรับการลงทุนและการแข่งขันในเวทีนานาชาติต่อไปครับ 

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ได้พบปะพูดคุยด้วยความเป็นกันเองกับคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และสื่อมวลชน โดยบรรยากาศในการอำลาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพัน

‘ตรีนุช’ เร่ง Up Skill แรงงานรองรับอุตสาหกรรมอนาคต และแรงงานขั้นสูง ตอบโจทย์ EEC ตั้งเป้า 4 เดือน พัฒนาทักษะแรงงาน 7 หลักสูตร มากกว่า 14,000 คน

(8 พ.ย. 68) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การ Up Skill / Re-Skill เป็นหนึ่งใน 5 นโยบายหลักของกระทรวงแรงงานที่ต้องการยกระดับแรงงานไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยี ด้วยการพัฒนาทักษะทางดิจิทัล ให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต โดยล่าสุด ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และยานยนต์สมัยใหม่ให้กับแรงงานไทย โดยในเบื้องต้นตั้งเป้าหมาย 5 หลักสูตร จำนวนกว่า 11,000 คน

หลักสูตรหลัก ๆ ที่มอบเป็นนโยบายเร่งด่วน คือ การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและความชาญฉลาด อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (EV), รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ, รถยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ (Connected Car) ตั้งเป้าหมายภายใน 4 เดือนนี้ให้ได้ 5,520 คน ทักษะภาคอุตสาหกรรมเพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจากรายงานของ World Economic Forum ระบุว่าในอนาคตอันใกล้นี้ AI จะสร้างงานใหม่มากถึง 97 ล้านตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของการพัฒนาทักษะด้านนี้ ตั้งเป้าจำนวน 1,000 คน

นอกจากทักษะทั้ง 2 ประเภทแล้ว ยังได้มอบนโยบายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานพัฒนาทักษะแรงงานไทยเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสามารถในการ ตรวจจับข้อมูล, เชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย, และ มีระบบประมวลผลภายในตัว ซึ่งประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มนี้ในอาเซียน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น การพัฒนาอุปกรณ์สำหรับ Smart Home, Smart Factory, Smart Hospital, Smart Farm และรถยนต์ EV ฯลฯ โดยในกลุ่มนี้ตั้งเป้าหมายพัฒนาทักษะไม่ต่ำกว่า 300 คน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาสมรรถนะบุคลากรดิจิทัลรองรับอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต อีกจำนวน 3,000 คน และ ยกระดับฝีมือหลักสูตรระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ จำนวน 2,010 คน

ปัญหาใหญ่ของแรงงานไทย คือ ความสามารถและทักษะไปไม่ถึงตลาดแรงงาน มีหลายประเทศที่เข้ามาเจรจาอยากจ้างแรงงานไทยไปทำงานนับหมื่นคน แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะแรงงานของเราขาดทักษะในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆและ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต จึงได้สั่งการให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนให้เห็นผลภายใน 4 เดือนนี้ " น.ส.ตรีนุช กล่าว

นอกเหนือจาก 5 หลักสูตรข้างต้นแล้ว ยังได้มอบให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ไปดำเนินการพัฒนาศักยภาพแรงงานขั้นสูงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)อีก 1,000 คน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนในอนาคตของบริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนใน EEC นอกจากนี้ยังขอให้มีการพัฒนาทักษะแรงงานอิสระและผู้ประกอบกิจการเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือบริการในชุมชน อีกจำนวน 2,000 คน ด้วย รวมจำนวนแรงงานที่จะมีการพัฒนาทักษะทั้ง 7 หลักสูตร มากกว่า 14,000 คน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top