Thursday, 4 June 2026
รมว.คลัง

 "สมาพันธ์ SME ไทย - สมาคมสำนักงานบัญชี ค้านแนวคิดเก็บ VATรายย่อยไม่ถึง 1.8 ล้าน/ปี"

(19 พ.ค. 68) จากกรณีที่ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เสนอแนวคิดให้กรมสรรพากรจัดเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แบบเหมาจ่ายในอัตรา 1% กับผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อขยายฐานภาษี คาดเก็บรายได้เพิ่มกว่า 4,000ล้านบาท/ปี ล่าสุด กลุ่มภาคธุรกิจรายเล็กไม่เห็นด้วย

ประธานสมาพันธ์ SME เตือน “ยังไม่ถึงเวลา เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น”

ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย แสดงจุดยืนคัดค้าน ชี้ว่า เศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงเปราะบาง หนี้ครัวเรือน-หนี้ภาคธุรกิจยังสูง SMEรายย่อยยังเข้าไม่ถึงแหล่งทุน การเพิ่มภาระภาษีจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
“การจะลดเกณฑ์ VATลง เท่ากับเปิดแนวรบใหม่ให้คนตัวเล็กต้องสู้โดยไม่มีอาวุธ”  
“รีดเลือดจากปู” สมาคมสำนักงานบัญชีชี้ภาระเกินแบก

คุณอัญชลี มณีท่าโพธิ์ นายกสมาคมสำนักงานบัญชีไทย กล่าวว่า การเก็บ VAT แบบเหมาจ่าย1% โดยไม่คำนึงถึงต้นทุน เป็นภาระหนักสำหรับธุรกิจรายย่อยที่ยังไม่ฟื้นตัว “ผู้ประกอบการรายเล็ก กำลังประสบปัญหาหนัก แต่ถ้าต้องมารับภาระ VAT เหมาจ่าย1%  เพื่อนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล เป็นการรีดเลือดจากปูเพิ่มภาระความทุกข์ให้กับพวกเค้าอีก ...ขอถามว่า ถูกต้องแล้วหรือไม่

ข้อเสนอจากสมาพันธ์ SMEไทย
เพื่อสร้างสมดุลในการจัดเก็บรายได้ภาษี พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ สมาพันธ์ SMEไทย เสนอแนวทางดังนี้ :
    - ทบทวนแนวคิดจัดเก็บ Micro VAT อย่างรอบด้าน
    - เร่งโครงการเมกะโปรเจกต์ กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
    - ปิดช่องโหว่ “ทุนแฝง-นอมินีต่างชาติ” ด้วยกฎหมายที่เข้มงวด
    -     ดึงนักลงทุนต่างชาติที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมสร้างระบบกฎหมายที่เป็นธรรม
    -     จัดตั้งกองทุนสนับสนุนSME วงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อเสริมธุรกิจรายเล็ก

ต้องการรายได้เพิ่ม รัฐควรเน้นโครงสร้าง ไม่ใช่ภาระคนตัวเล็ก
สมาพันธ์ SMEไทยและสมาคมสำนักงานบัญชีไทยย้ำว่า การขยายฐานภาษีควรพิจารณาในเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ผลักภาระไปยังผู้ประกอบการรายเล็กที่ยังไม่พร้อมเดินหน้า
..........
Cr: สื่อสารองค์กร
สมาพันธ์SMEไทย

‘วิทัย รัตนากร’ ใกล้เข้าเส้นชัย ‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ คนใหม่ ท่ามกลางกระแสโจมตี “เป็นคนฝ่ายการเมืองส่งมา”

(13 ก.ค. 68) ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ใกล้ได้ข้อสรุป จับตา ‘ดร.รุ่ง - วิทัย’ ใครจะเข้าวิน? คาด รมว.คลัง เตรียมเสนอชื่อเข้าครม. 15 ก.ค. นี้ ขณะที่ชื่อของ ‘วิทัย’ เริ่มมาแรง ท่ามกลางกระแสโจมตีด้วยข้อกล่าวหา “เป็นคนฝ่ายการเมืองส่งมา”

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายหลังคณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 2 ราย ให้กับนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งประกอบด้วย ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส รองผู้การ ธปท. และนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เพื่อให้นายพิชัย ในฐานะ รมว.คลัง เลือกเพียง 1 รายชื่อ เสนอเข้ารับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ รมว.คลัง จะตัดสินใจเลือกเสนอชื่อ นายวิทัย รัตนากร เข้ารับการอนุมัติจาก ครม. โดยคาดว่าจะเป็นการประชุม ครม. วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ที่จะถึงนี้ หาก ครม.มีมติเห็นชอบจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดฯแต่งตั้งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 22 ลำดับที่ 25 ต่อไป

สำหรับการได้รับเสนอชื่อขึ้นเป็นผู้ว่าการ ธปท.ครั้งนี้ เนื่องจากนายวิทัยได้แสดงวิสัยทัศน์ที่สำคัญเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของไทย จากที่ผ่านมา ธปท.ยึดโยงอยู่กับ “เป้าหมายเงินเฟ้อ” (Inflation targeting) เป็นหลัก ในขณะที่เศรษฐกิจไม่โต หากปล่อยไปแบบนี้อีกไม่เกิน 5 ปี เศรษฐกิจไทยจะพังพินาศทั้งหมด ผู้คนจะตกงาน ส่งผลกระทบไปทั้งประเทศ

รวมทั้งได้มีการตั้งข้อสงสัยและเสนอแนวทางแก้ไข กรณี ธปท.กำกับธนาคารพาณิชย์อย่างไร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโตน้อยโตช้า แต่ธนาคารพาณิชย์มีผลกำไรเป็นจำนวนมาก และยังทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ประชาชนและภาคธุรกิจเป็นหนี้ท่วม โดยผู้ว่าการ ธปท. นอกจากไม่แก้ไข กลับยังอธิบายแทนธนาคารพาณิชย์เสียอีก

แหล่งข่าวกล่าวว่า การได้รับการเสนอชื่อของนายวิทัย รัตนากร เกิดจากการแสดงวิสัยทัศน์ที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ เห็นว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ดีและถูกต้องกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมไทยในปัจจุบัน และการที่ รมว.คลัง เลือกนายวิทัย เข้ารับตำแหน่ง ผู้ว่าการ ธปท. เพราะน่าจะสอดประสานนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ได้ดีกว่าผู้ว่าการ ธปท คนอื่นๆ ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน นายวิทัย เป็นนักบัญชีและนักการเงินมืออาชีพ เมื่อตอนได้รับคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสินก็เกิดจากการแสดงวิสัยทัศน์ที่ชนะผู้สมัครคนอื่น และไม่เคยมีข้อครหาใดๆ เกิดขึ้นเลยว่าเป็นการใช้เส้นสายทางการเมือง ซึ่งการให้นายวิทัยเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ก็เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่า  ได้สร้างสิ่งใดบ้างให้กับธนาคารออมสินและประชาชนคนไทยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ว่าการ ธปท. เชื่อว่า นายวิทัย จะมีแนวคิดและนำเสนอแนวทางใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงนโยบายการเงิน และนโยบายสถาบันการเงิน ของ ธปท. เพื่อพลิกฟื้นการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

ขณะที่เพจ Thammasat TODAY ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ออกมาเชียร์นายวิทัยอย่างเต็มที่ โดยระบุว่า นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลภายนอกที่แสดงความพร้อมนำพานโยบายการเงินไทยก้าวข้ามภาวะซึมเศรษฐกิจยืดเยื้อ

ด้านการศึกษา นายวิทัยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทถึง 3 สาขา ได้แก่ เศรษฐศาสตร์การเมือง และกฎหมายธุรกิจ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการเงินจาก Drexel University ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงหลายแห่ง

เส้นทางอาชีพของนายวิทัยครอบคลุมทั้งภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และองค์กรด้านนโยบาย เขาเคยดำรงตำแหน่ง CFO ของสายการบินนกแอร์, เลขาธิการ กบข., ผู้จัดการไอแบงก์ และผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เขาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ “ออมสิน” เป็นธนาคารเพื่อสังคม (Social Bank) ผ่านโครงการช่วยเหลือหนี้ครัวเรือน, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อจัดการปัญหาหนี้นอกระบบและหนี้เสีย

ในขั้นตอนแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา นายวิทัยเสนอแนวคิด “Policy Coordination” ที่เน้นการประสานงานระหว่างธนาคารกลางกับกระทรวงการคลัง หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องสังคมสูงวัย หนี้ภาคครัวเรือน ความเหลื่อมล้ำ และการเติบโตอย่างยั่งยืน เขาเน้นว่าธปท.ไม่ควรจำกัดบทบาทแค่รักษาเสถียรภาพการเงิน แต่ควรมีส่วนร่วมผลักดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจระยะยาว
แม้จะเป็นผู้บริหารจากรัฐวิสาหกิจซึ่งอาจถูกจับตาเรื่องความเป็นอิสระจากการเมือง แต่นายวิทัยยืนยันว่าธปท.ต้องดำรงจุดยืนในฐานะธนาคารกลางที่เที่ยงตรง พร้อมเปิดรับข้อมูลรอบด้าน และตัดสินใจโดยไม่ยึดโยงกับแรงกดดันทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ยิ่งใกล้วันเสนอชื่อผู้ที่จะได้รับตำแหน่งผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ และหลายฝ่ายต่างฟันธงไปว่า นายวิทัย มีโอกาสเข้าวินสูง จนทำให้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เกิดกระแสโจมตีนายวิจัยผ่านโซเชียลมีเดียออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกล่าวหาและโจมตีว่า “เป็นคนของพรรคการเมืองส่งมา” ซึ่งจะว่าไปแล้ว หากวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง จะเห็นว่า นายวิทัย เข้ามาเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เมื่อ 5 ปีก่อน เป็นยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นทั้งผลงานและการทำงานร่วมกับรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบันได้เป็นอย่างดี หลังจากนี้ คงต้องจับตาดูว่า ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ครม. จะมีมติเห็นชอบ “ผู้ว่าแบงก์ชาติ” คนใหม่หรือไม่ และ ใครจะเข้าเส้นชัยในที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top