Friday, 5 June 2026
รถยนต์ไฟฟ้าจีน

รถไฟฟ้าจีนแรงเกินต้าน สะเทือนบัลลังก์ ‘ญี่ปุ่น-ตะวันตก’

ค่ายรถยนต์จีนกำลังบุกตลาดโลกต่อเนื่อง หวังต่อกรกับแบรนด์ดังจากค่ายรถยนต์ยุโรป รวมถึงกระโดดเข้ามากวาดตลาดที่กำลังเติบโตอย่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบไม่หยุด

ในประเทศไทยเอง ก็เป็นหนึ่งในหมุดหมายของค่ายรถยนต์จีน และพร้อมเข้ามากระชากส่วนแบ่งออกจากอกค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ที่เดิมครองตำแหน่งเบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 80% มาช้านาน

โดยเมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดจีนค่ายดังอย่าง BYD ประกาศที่จะสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าสาขาต่างประเทศแห่งแรกของบริษัทที่ไทย โดยเลือกที่ทำเลที่จังหวัดระยองในการสร้างโรงงาน เพื่อผลิตรถยนต์ป้อนตลาดในอาเซียน

ด้าน Great Wall Motor ค่ายรถยนต์จากจีนอีกแห่ง ที่มาเปิดโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ในระยองเช่นกันก็เพิ่งบรรลุเป้าหมายผลิตรถยนต์คันที่ 1 หมื่นได้สำเร็จ ส่วน Hozon New Energy ค่ายรถยนต์จากเซี่ยงไฮ้ขอชิมลางด้วยการเปิดโชว์รูมแห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัล พระราม 2

ไม่เพียงแต่ค่ายรถที่เข้ามาเปิดโชว์รูม หรือสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในไทยเท่านั้น!!

ในตลาดเมืองไทยเอง ก็ยังมีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเข้ามาจำหน่ายด้วย โดยปัจจุบันมียอดเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง พิจารณาจากตัวเลขล่าสุดพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม - กันยายน 2565 ไทยนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนแล้วถึง 59,375 คัน ยอดเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 176% และทำให้ประเทศไทยขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน รองจากเบลเยียม และอังกฤษ

สาเหตุที่ตลาดรถยนต์ของไทยเป็นที่ดึงดูดใจของค่ายรถยนต์จากจีน สืบเนื่องจากที่ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลกจนได้รับสมญาว่าเป็น ‘ดีทรอยต์แห่งเอเชีย’
โดยไทยเป็นชาติแรกในภูมิภาคนี้ที่รัฐบาลอนุมัติเงินสนับสนุนสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในวงเงินตั้งแต่ 15,000 - 180,000 บาท รวมกับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีแล้ว รวมมูลค่าสูงถึง 4.3 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศมากขึ้นทดแทนรถยนต์น้ำมัน

เชื่อมั่นประเทศไทย!! รถยนต์ไฟฟ้าจีน ‘BYD’ วางศิลาฤกษ์ ‘โรงงาน’ แห่งแรกในไทย ลั่น!! ดันไทย ฐานผลิต EV ของแบรนด์สู่ 'อาเซียน-ทั่วโลก'

(12 มี.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บีวายดี (BYD) ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ของการก่อสร้างโรงงานรถยนต์บีวายดีแห่งแรกในไทย เมื่อวันศุกร์ (10 มี.ค.) ซึ่งถือเป็นก้าวล่าสุดของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติจีนในการขยับขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายงานระบุว่าโรงงานรถยนต์บีวายดีแห่งใหม่ตั้งอยู่ที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดระยอง จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทย รวมถึงกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และ ภูมิภาคอื่นๆ

อนึ่ง บีวายดี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก เปิดเผยว่ายอดจำหน่ายสะสมของยานยนต์พลังงานใหม่บีวายดีในปี 2022 สูงเกิน 1.86 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 208.6 เมื่อเทียบปีต่อปี

บีวายดีกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีน ต่อจากเอ็มจี (MG) ของเอสเอไอซี มอเตอร์ (SAIC Motor) และเกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) ที่เข้ามาจัดตั้งการดำเนินงานผลิตในไทย ซึ่งมีแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นครองตลาดมาอย่างยาวนาน

หลิวเสวียเหลียง ผู้จัดการทั่วไปประจำฝ่ายจัดจำหน่ายยานยนต์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของบีวายดี ระบุว่าบีวายดีนำรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง “แอตโต3” (ATTO3) เข้ามาจำหน่ายในไทยเมื่อปี 2022 ซึ่งทำสถิติบรรลุยอดจำหน่ายเป้าหมาย 10,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 42 คัน

บีวายดียังจัดพิธีส่งมอบรถยนต์รุ่นแอตโต3 คันที่ 9,999 และคันที่ 10,000 ณ วันทำพิธีวางศิลาฤกษ์ของโรงงานแห่งใหม่ที่มีกำหนดเริ่มต้นการผลิตในปี 2024 ด้วยกำลังการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่รายปี 150,000 คัน

การลงทุนของบีวายดีในไทยยังสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทย ซึ่งต้องการให้ร้อยละ 30 ของยานยนต์ที่ผลิตภายในประเทศเป็นยานยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2030

“การที่บีวายดีตัดสินใจทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) ของไทย และทิศทางการพัฒนาอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนของจีน” หวังหลี่ผิง อัครราชทูตที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจและกิจการพาณิชย์ ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยกล่าว

“การดำเนินการครั้งนี้ไม่เพียงสร้างโอกาสการทำงานและขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในไทย แต่ยังส่งเสริมการบูรณาการเชิงลึกของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในจีนและไทย” หวังกล่าว

BYD–Chery เบิกเงินรัฐผิดเกณฑ์กว่า 1.8 พันล้าน สองยักษ์รถยนต์ไฟฟ้าจีนเสี่ยงโดนเรียกคืนเงินอุดหนุน

(11 ก.ค. 68) รายงานตรวจสอบจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน ระบุว่า บริษัท Chery และ BYD สองบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติจีน เบิกเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสำหรับรถยนต์พลังงานสะอาดอย่างไม่ถูกต้อง รวมมูลค่ากว่า 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.88 พันล้านบาท) คิดเป็นเกือบ 60% ของยอดเบิกผิดทั้งหมดในช่วง 5 ปีจนถึงปี 2020

การตรวจสอบพบว่ารถยนต์ 21,725 คันไม่ควรได้รับเงินอุดหนุนตามโครงการสนับสนุนรถพลังงานทางเลือก โดยในจำนวนนี้เป็นของ Chery จำนวน 7,663 คัน และ BYD จำนวน 4,973 คัน ขณะที่เอกสารการตรวจสอบไม่ได้ระบุบทลงโทษชัดเจน แต่รัฐบาลจีนเคยระบุว่ารถที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะต้องคืนเงินอุดหนุน

แม้กระทรวงฯ และทั้งสองบริษัทจะยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ แต่หากต้องคืนเงินอุดหนุนจริง ก็อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์จีน ที่ตอนนี้กำลังเจอปัญหาหนัก ทั้งผลิตเกินความต้องการ และแข่งขันตัดราคารุนแรง จนกระทบกำไรของผู้ผลิต อีกทั้งยังสร้างความตึงเครียดกับตัวแทนจำหน่ายและซัพพลายเออร์

ทั้งนี้ จีนเคยให้เงินอุดหนุนรถยนต์พลังงานสะอาดระหว่างปี 2009–2022 เพื่อเร่งให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ปลั๊กอินไฮบริด และฟิวเซลล์ โดยปัจจุบันยอดขายรถกลุ่มนี้แซงรถน้ำมันแบบเดิมในแต่ละเดือนแล้ว รัฐบาลจึงเตรียมคุมเข้มนโยบายราคา และทยอยยกเลิกสายการผลิตที่ล้าสมัยเพื่อสร้างสมดุลในระยะยาว

อุตสาหกรรมผลิตยานยนต์เซี่ยงไฮ้พุ่ง ในช่วง 7 เดือนแรก ปี 68 รถยนต์ NEV กวาดตลาดแล้วกว่า 61% ของผลผลิตทั้งหมด

(5 ก.ย. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนยังคงเติบโตต่อเนื่องในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 โดยมีมูลค่าผลผลิตอุตสาหกรรมกว่า 391,120 ล้านหยวน (ราว 1.77 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามข้อมูลจากคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสารสนเทศมหานครเซี่ยงไฮ้

ในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม มีการส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) มากกว่า 160,000 คัน เพิ่มขึ้น 19.9% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่การผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 938,000 คัน โดยในจำนวนนั้นเป็น NEV ถึง 573,000 คัน หรือคิดเป็น 61.1% ของผลผลิตยานยนต์ทั้งหมด

เซี่ยงไฮ้ยังเดินหน้าผลักดันนวัตกรรมด้านยานยนต์อัจฉริยะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (ICV) โดยได้ออกใบอนุญาตทดสอบและสาธิตการใช้งานแล้ว 902 คัน ครอบคลุมบริษัท 40 แห่งทั่วเมือง รวมระยะทางทดสอบสะสมกว่า 29.3 ล้านกิโลเมตร

นอกจากนี้ เมืองยังได้เปิดถนนทดสอบสำหรับ ICV มากถึง 1,586 เส้นทาง รวมระยะทางกว่า 2,767 กิโลเมตร สะท้อนถึงความพยายามในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์สมัยใหม่ ที่รองรับทั้งการผลิต การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างครบวงจร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top