Thursday, 4 June 2026
ยานยนต์

'บิ๊กตู่' เร่งเดินหน้าศูนย์ทดสอบยานยนต์-ยางล้อ รองรับฐานผลิต EV ดันไทยเป็นศูนย์กลางมาตรฐานโลก

(15 ก.พ. 66) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก โดยนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามและผลักดันการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างไปอย่างมาก

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 อนุมัติโครงการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ วงเงิน 3,705.7 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ส่วนทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 และระยะที่ 2 ส่วนทดสอบยานยนต์และชิ้นส่วน โดยการก่อสร้างระยะที่ 1 ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว ส่วนระยะที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จร้อยละ 55 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569

กระทรวงพลังงาน จับมือ ปตท. ร่วมเป็นเจ้าภาพงาน Future Energy Asia 2023 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงาน และยานยนต์ ระดับภูมิภาคเอเชีย

ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการและการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงทางพลังงานระดับภูมิภาค Future Energy Asia 2023 โดยมีนายประสงค์ อินทรหนองไผ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ร่วมกล่าวปาฐกถาเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) คาดการณ์สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม กลุ่ม ปตท. ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเตรียมพร้อมรับความท้าทาย ตามวิสัยทัศน์ “Powering Life with Future Energy and Beyond” มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน สู่การดำเนินธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต อาทิ การลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจไฮโดรเจน รวมถึงเร่งการดำเนินงานในธุรกิจ LNG ที่จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานอีกด้วย

'ก.อุตฯ' เผย!! โครงการศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ฉะเชิงเทรา รุดหน้า!! เตรียมพาอุตฯ ยานยนต์ไทยทะยาน หลังได้ผู้รับเหมาครบ 'ตอบโจทย์-ราคาเหมาะสม'

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 66 ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยดำเนินอยู่บนพื้นที่ 1,235 ไร่ บริเวณเขตสวนป่าลาดกระทิง ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยการลงทุนของภาครัฐทั้งหมดภายใต้กรอบวงเงิน 3,705.7 ล้านบาท

ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 55% ใช้งบประมาณไปแล้ว 2,038 ล้านบาท คงเหลือการดำเนินงานอีก 45% ในวงเงินประมาณ 1,667.69 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 หากแล้วเสร็จสมบูรณ์ศูนย์ทดสอบแห่งนี้จะกลายเป็นฮับการทดสอบมาตรฐานอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับที่ 11 ของโลก

การก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อของไทย ไปสู่การเป็นซูเปอร์คลัสเตอร์ (Super Cluster) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของรัฐบาล ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากการเป็นฐานการผลิตยานยนต์สันดาปภายในเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สำคัญ ในภูมิภาคอาเซียนมีบุคลากรที่มีความรู้และความสามารถในด้านผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อ สามารถทดสอบและรับรองได้เองในประเทศ เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศที่ไม่ต้องส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบที่ต่างประเทศ

สำหรับงบประมาณที่ได้รับอนุมัติมาในปี 2566 อีก 1,667.69 ล้านบาทนั้น จะใช้สำหรับการก่อสร้าง ได้แก่

1. สนามทดสอบสมรรถนะและความเร็ว และการป้องกันดินสไลด์สู่สนามทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117  
2. สถานีสำหรับเตรียมสภาพรถ (Work Shop) 
3. ทางวิ่ง (Run-In) ส่วนต่อขยายจากสนามทดสอบยางล้อเพื่อการทดสอบมาตรฐาน UN R117
4. LAB ทดสอบการชน 

รวมทั้งจัดซื้อชุดเครื่องมือทดสอบ 3 รายการ ได้แก่ ชุดเครื่องมือทดสอบการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง  ชุดเครื่องมือทดสอบอุปกรณ์เลี้ยวสำหรับยานยนต์ และชุดเครื่องมือทดสอบการป้องกันผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนด้านหน้าและด้านข้าง

ทั้งนี้ ตามแผนที่วางไว้ศูนย์ทดสอบฯ นี้จะกลายเป็นฮับการทดสอบมาตรฐานอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับที่ 11 ของโลก คาดว่าศูนย์ทดสอบฯ จะมีรายได้ไม่น้อยกว่าปีละ 968 ล้านบาท รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดค่าใช้จ่าย และลดระยะเวลาในการส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบที่ต่างประเทศประมาณ 30-50% และสร้างเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 148 ล้านบาทต่อปี

ล่าสุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดให้มีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โครงการประกวดราคาจ้างก่อสร้างสนามทดสอบความเร็วและสมรรถนะ และการป้องกันดินสไลด์สู่สนามทดสอบยางล้อ ตามมาตรฐาน UN R117 ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีข้อมูลอยู่ในระบบอีบิดดิ้ง มีผู้แข่งขัน 2 รายและมีผู้รับการคัดเลือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทผู้รับคัดเลือกมีราคาต่ำสุดอยู่ที่ 844,230,000 บาท โดยคาดว่าจะมีการประกาศรายชื่อบริษัทที่ชนะการประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเดินหน้าก่อสร้างโครงการดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ ให้สามารถดำเนินโครงการในแต่ละระยะให้แล้วเสร็จทั้งโครงการและเปิดใช้บริการได้ในปี 2569 ตามกรอบเวลาของโครงการทั้งหมดได้

‘บริษัทยานยนต์ดัง’ ในระยอง เตรียมปิดกิจการถาวร ปี 68 คาด!! ปลดพนง.ออกหมดสิ้นปีนี้ หลังลุยงานมาหลายสิบปี

(10 ก.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘นิวส์ชลบุรี-ระยอง ออนไลน์’ โพสต์ข้อความระบุว่า บริษัทดังในนิคมอมตะซิตี้ ระยอง ทำเกี่ยวกับยานยนต์ และเป็นบริษัทในฝันของใครหลาย ๆ คน เรื่องสวัสดิการดีเยี่ยมเลยทีเดียว จะมีการประกาศปิดกิจการในไทยภายในปี 68

ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้ดำเนินกิจการในไทยมาแล้ว 20 ปี เป็นเรื่องที่น่าใจหายเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ทยอยปลดพนักงานออกเป็นชุด ๆ คาดว่าจะปลดออกทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ หรือช้าสุดเดือนมกราคม 2568 เพื่อเคลียร์ทุกอย่างก่อนจะประกาศปิดกิจการในไทยอย่างถาวร ถึงอย่างไรก็ตาม ทางเพจจะอัปเดตหากมีความคืบหน้าต่อไป

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ไป มีเหล่าพนักงานและคนทำงานต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมให้กำลังใจซึ่งกันและกันจำนวนมาก

เกาหลีใต้ อัดฉีด 34,000 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่งอุตสาหกรรมชิปและยานยนต์สู่ระดับโลก

(7 มี.ค. 68) สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศจัดตั้งกองทุนมูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.17 พันล้านบาท) เพื่อสนับสนุน อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสองภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู เปิดเผยว่า กองทุนนี้จะใช้เพื่อ กระตุ้นการลงทุน วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง โดยเฉพาะในภาคเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากจีนและสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมชิป รวมถึงแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมยานยนต์ รัฐบาลจึงเดินหน้าผลักดันให้ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และ เอสเค ไฮนิกซ์ ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ เพิ่มการลงทุน และขยายขีดความสามารถทางเทคโนโลยี

นอกจากนี้ กองทุนดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึง การพัฒนาระบบซัพพลายเชน และการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเกาหลีใต้ในการรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในเวทีโลก

ไทยประกาศศักยภาพ!! Mobility Hub เอเชีย เปิดเวที Future Mobility Thailand 2026 ผนึก TyreXpo–AutoMROtive ดันยานยนต์อนาคต รวมทัพเทคโนโลยียานยนต์โลก ชูไทยเป็น Global Matching Hub

ไทยประกาศความพร้อมเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต งาน Future Mobility Thailand 2026 ผนึก TyreXpo Asia Bangkok และ AutoMROtive บนเวทีนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่

กรุงเทพฯ— นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Future Mobility Thailand 2026 (FMT 2026) และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านยานยนต์ อุตสาหกรรมยางล้อ อะไหล่ การซ่อมบำรุง และระบบขนส่งแห่งอนาคตระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และ Mobility Hub ของภูมิภาคเอเชีย

งานดังกล่าวสะท้อนทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบดิจิทัลในภาคการผลิต ตลอดจนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและซัพพลายเชนโลก ซึ่งกำลังเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางธุรกิจด้าน Future Mobility ในภูมิภาค

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของภาคพลังงานและอุตสาหกรรมยานยนต์ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ งาน Future Mobility Thailand 2026 และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงานของภูมิภาค”

ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการ ผู้ผลิตเทคโนโลยี ผู้พัฒนาระบบ EV ผู้ผลิตยางล้อ อะไหล่ การซ่อมบำรุง และโซลูชันอุตสาหกรรมยานยนต์ครบวงจรจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจ การจับคู่ทางการค้า (Business Matching) และความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ด้านผู้จัดงานระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดยานยนต์และอุตสาหกรรม Aftermarket ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก จากปัจจัยสนับสนุนทั้งจำนวนยานพาหนะที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของระบบโลจิสติกส์ การเติบโตของรถยนต์ใช้งานระยะยาว (Aging Fleet) รวมถึงการเร่งตัวของตลาด EV ที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ

Future Mobility Thailand 2026 จึงถูกวางบทบาทให้เป็น “Global Marketplace และ Global Matching Hub” ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ขาย นักลงทุน ผู้ผลิตเทคโนโลยี และองค์กรระดับนานาชาติไว้ในเวทีเดียว ขณะที่ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 จะเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมยางล้อ อะไหล่ และธุรกิจซ่อมบำรุงยานยนต์แห่งภูมิภาค ที่สะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ครบวงจรของเอเชีย

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดจากผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลก ครอบคลุมทั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เทคโนโลยีแบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ระบบ AI และ Smart Manufacturing สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนโซลูชันด้านยางล้อ การซ่อมบำรุง และอุปกรณ์ Aftermarket ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

สภาอุตสาหกรรมฯ หนุนยุทธศาสตร์ 5I ขับเคลื่อนชิ้นส่วนไทยสู่ตลาดโลก

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ถือเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี 2568 มีมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ราว 3 แสนล้านบาท และรองรับแรงงานกว่า 750,000 คน ส.อ.ท. ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 5I ภายใต้วิสัยทัศน์ "The New Chapter of Thai Industry" ประกอบด้วย Intelligent Industry, Innovation & Creative Industry, International Alliance & Network, Industrial Infrastructure Reform และ Inclusive & Sustainable Growth เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยจาก 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ให้พร้อมแข่งขันในเวทีสากล

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า "งานนี้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ I3 — International Alliance & Network ของ ส.อ.ท. โดยตรง เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้รักษาความเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์โลก และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Supply Chain Hub อย่างแท้จริง"

TAPMA ยืนยันพลังอุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทย — Transform ไม่ใช่ถูกแทนที่

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้ประกอบการใน Supply Chain ยานยนต์กว่า 2,400 บริษัท รองรับแรงงานมากกว่า 700,000 คน ขณะที่โลกยังมีรถยนต์สะสมที่ใช้งานอยู่มากกว่า 2.2 พันล้านคัน โอกาสสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจึงยังคงเปิดกว้างในทุกตลาด ทั้ง Aftermarket, EV, Next Generation ICE และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

"อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่กำลังถูกแทนที่ แต่คืออุตสาหกรรมที่กำลัง Transform สู่อนาคต Future Mobility Thailand 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่คือเวทีแห่งการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การลงทุน และอนาคตของประเทศไทย" นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กล่าว

TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ชูเวทีระดับภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมยาง–Aftermarket

Mr.Sukumar Verma กรรมการผู้จัดการ – Maritime & Energy, Informa Markets Singapore ผู้จัดงาน TyreXpo Asia Bangkok กล่าวว่า อุตสาหกรรมยางรถยนต์ในอาเซียนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของลูกค้าที่พัฒนาขึ้น ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความยั่งยืน และการนำเทคโนโลยีบริการขั้นสูงมาใช้ โดยการแข่งขันในวันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบริการ ความเร็ว ความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการบริหารต้นทุนรวมของการครอบครองยานพาหนะ

ปีนี้ยังได้เปิดตัว AutoMROtive 2026 ซึ่งขยายโฟกัสไปสู่อุปกรณ์เวิร์กช็อป ระบบวินิจฉัย เทคโนโลยีการบำรุงรักษา และโซลูชัน Aftermarket รุ่นใหม่ที่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม ควบคู่กับการ Co-locate กับ Future Mobility Thailand, INTERMACH, SUBCON Thailand และ Plastics & Rubber Thailand ซึ่งสร้างโอกาสการเข้าถึงระบบนิเวศยานยนต์–การผลิตอย่างครบวงจร

"TyreXpo Asia Bangkok ยังคงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำของภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมยางและ Aftermarket ยานยนต์ การรวมสามงานในครั้งนี้สร้างโอกาสอันมีคุณค่าสำหรับความร่วมมือทางธุรกิจ การค้นพบเทคโนโลยี และการขยายตลาดทั่วภูมิภาค"

Mr.Sukumar Verma ยังกล่าวเสริมเกี่ยวกับงาน Future Mobility Thailand 2026, TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ว่า “งาน Future Mobility Thailand 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด "From Aftermarket Parts Excellence to Future Global Mobility" โดยสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) ร่วมกับ Informa Markets ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เวทีสัมมนาและเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระดับนานาชาติ และการนำเสนอศักยภาพผู้ประกอบการไทยในหลากหลายสาขา.

งานทั้งสามจัด ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13–16 พฤษภาคม 2569 พร้อม Co-located กับ INTERMACH, SUBCON Thailand และ Plastics & Rubber Thailand ซึ่งรวมพื้นที่จัดงานกว่า 6 ฮอลล์ สร้างระบบนิเวศการผลิตและยานยนต์ที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top