Friday, 5 June 2026
มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน

‘บ.ก.ลายจุด’ โพสต์!! กรณี โดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน อ.ปานเทพ ชี้!! มีเจตนาดี เสนอรัฐบาล หาวิธีการนิรโทษกรรม ไม่ให้กลับมาเล่นงาน

(3 ส.ค. 68) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

สิ่งที่คุณปานเทพอธิบายตอบข้อสงสัยของผมในช่อง News1

1.โดรนไม่ใช่ยุทโธปกรณ์ทางการทหาร แต่เป็นสินค้าที่หาซื้อได้ทั่วไป

2.กรณีโดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน มีเพียงตัวโดรนไม่มีลูกระเบิด จึงยังไม่นับว่าเป็นอาวุธ นอกจากนั้นยังสามารถเอาไปส่งอาหารหรือแม้แต่แปรอังษรได้

3.ในทางธุรกรรมคุณปานเทพในนามมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินติดต่อกับบริษัทเอกชนที่ผลิตโดรนที่มีการผลิตโดรนทิ้งระเบิดอยู่แล้ว ไม่ได้โอนเงินผ่านกองทัพแล้วกองทัีพไปสั่งซื้อ 

สรุป เมื่อโดรนไม่ใช่ยุทโธปรณ์ เรื่องนี้จึงไม่มีความผิดปกติใดๆ และทำอย่างเปิดเผย
ต่อไปนี้เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดกันนะครับ

1.โดรนที่คุณปานเทพสั่งผลิตและส่งมอบนั้นเป็นโดรนทิ้งระเบิดแน่นอน สิ่งนี้ได้ระบุอย่างชัดแจ้งในหลายคลิปที่คุณปานเทพชักชวนผู้บริจาค เอาเฉพาะที่ผมได้ยินคำว่า โดรนทิ้งระเบิดก็น่าจะไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อให้สามารถดัดแปลงไปส่งอาหารได้ แต่เจตนาคือผลิตโดรนทิ้งระเบิด 

2.โดรนทั่วไปกับโดรนทางการทหารต่างกัน เพราะโดรนทั่วไปนั้นจะใช้คลื่นความถี่ที่ชัดเจนเช่น 2.4 Ghz และ 5.8 Ghz ซึ่งทำให้สามารถตรวจจับได้ง่ายเพราะทราบคลื่นความถี่ 

ในขณะที่โดรนทางการทหารต้องหลบเลี่ยงการตรวจจับคลื่นความถี่ กรณีดังกล่าวไม่ได้อยู่ในการอนุญาตของ กสทช เว้นเสียแต่จะทำอยู่ภายใต้งานวิจัยและเข้าใจว่าภายใต้ภาระกิจด้านความมั่นคง 

คำถามคือ โดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ใช้ความถี่ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ? ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นความถี่อื่น เพราะคุณปานเทพพูดหลายครั้งเรื่องคลื่นความถี่พิเศษซึ่งเป็นประเด็นทางเทคนิคในการหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นโดรนชุดนี้จึงไม่ใช่โดรนในเชิงพานิชย์ที่ขายกันอยู่ในตลาด และมีสถานะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามวัตถุประสงค์ในการผลิตและการใช้งาน

3.โดรนทิ้งระเบิดที่ไม่มีลูกระเบิดจะนับเป็นยุทโธปกรณ์ได้หรือไม่ ?
คำถามคือ รถถังที่วิ่งได้ แต่ไม่มีลูกระเบิดจะนับเป็นยุทโธปกรณ์ได้หรือเปล่า เครื่องบินที่ออกแบบมาสำหรับการรบ หากไม่มีกระสุนหรือลูกระเบิดจะนับเป็นยุทโธปกรณ์ได้หรือเปล่า ? โดยสามัญสำนึกนี้คงมีคำตอบชัดเจนขึ้น เมื่อเปลี่ยนจากโดรนทิ้งระเบิดเป็น รถถัง หรือ เครื่องบิน เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการผลิตและการออกแบบมันถูกออกแบบมาเพื่อทางการทหารชัดเจน

4.เมื่อโดรนทิ้งระเบิดเป็นยุทโธปกรณ์ เอกชนจึงไม่สามารถสั่งผลิตหรือเป็นเจ้าของได้ 

ข้างบนนี้เป็นประเด็นที่อยากแค่แลกเปลี่ยนความเห็นกันจริงๆ หรือชี้จุดอ่อนของการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ซึ่งผมมั่นใจว่าต่อให้คุณปานเทพรู้ว่ามันคือยุทโปกรณ์คุณก็ยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้อง เพียงแต่ว่าระเบียบข้อกฎหมายมันดูจะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งในจุดนี้ผมจะเห็นด้วยมาก ดังนั้นหากจะถอดบทเรียนรอบนี้แล้วไปออกแบบกฎระเบียบในภาวะฉุกเฉินเพื่อให้สามารถสั่งผลิตโดรนได้รวดเร็วและมีความยืดหยุ่นกว่าสถานการณ์ปกติ
ข้อกังวงของผมคือ การที่มีเอกชนถือครอบโดรนทิ้งระเบิดมันน่ากังวล สิ่งนี้ควรถูกควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ควรส่งเสริมในกรณีที่กองทัพจะเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศโดยใช้เทคโนโลยีโดรน 

ผมหวังว่าจะไม่มีใครไปฟ้องร้องอะไรในเรื่องนี้ เพราะเมื่อมองถึงเจตนาผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนเชื่อและมองเห็นเจตนาที่ดีครั้งนี้ของคุณปานเทพ อย่างไรก็ตามหากข้อเท็จจริงทางกฎหมายเป็นแบบที่ผมกล่าวมา เสนอให้รัฐบาลหรือพรรคการเมืองใดหาวิธีการนิรโทษกรรมกรณีพิเศษนี้ เพื่อไม่ให้เป็นช่องโหว่เพื่อกลับมาเล่นงานคุณปานเทพได้ภายหลัง

ทบ. รับมอบอุปกรณ์ตรวจจับโดรน 30 ชุด และของใช้จำเป็น จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน สนับสนุนทหารชายแดนไทย

(7 ส.ค. 68) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นตัวแทนกองทัพบก รับมอบอุปกรณ์ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับแบบพกพา จำนวน 30 ชุด พร้อมสิ่งของจำเป็นสำหรับทหารชายแดน จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน รวมมูลค่ากว่า 9.4 ล้านบาท

สำหรับสิ่งของที่มอบให้ เช่น เสื้อยืด 10,000 ตัว, กางเกงใน 15,000 ตัว, ถุงเท้าดำ 20,000 คู่ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ทนายนิติธร ล้ำเหลือ, นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายสมชาย แสวงการ เป็นผู้แทนในการส่งมอบ

นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนร่วมบริจาคผ่านมูลนิธิ อาทิ วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต มอบชุดยาจำเป็น, บ.วีนายเคเบิ้ล บริจาคสายไฟฟ้า และ บ.เอช.ดี.แอพพาเรล บริจาคของใช้จำเป็น เช่น ยากันยุง ยาทาแก้ปวด และพลาสเตอร์ เป็นต้น

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนว่า อุปกรณ์เหล่านี้มีความสำคัญต่อภารกิจลาดตระเวนและการป้องกันชายแดนในสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าทหารจะปกป้องแผ่นดินไทยอย่างเต็มกำลัง

‘แม่ทัพภาค 2’ รับมอบโดรน-แอนตี้โดรน ค่ากว่า 60 ลบ. จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เสริมศักยภาพป้องกันชายแดน

แม่ทัพภาค 2 รับมอบโดรนและแอนตี้โดรนจากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท เสริมศักยภาพภารกิจป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา

(25 ส.ค 68) เวลา 11.00 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาของกองทัพบก รับมอบระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ จำนวน 15 ชุด มูลค่า 32,100,000 บาท, อากาศยานไร้คนขับ สำหรับสำรวจและบรรทุกสัมภาระจำนวน 41 ชุด มูลค่า 14,477,100 บาท และอากาศยานไร้คนขับสำหรับลาดตระเวน 20 ชุด มูลค่า 13,910,000 บาท จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน รวมมูลค่า 60,487,100 บาท โดยมี อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย นายสุรวิชช์ วีรวรรณ รองประธานมูลนิธิฯ และ อ.คมสัน โพธิ์คง นักวิชาการด้านกฎหมายมูลนิธิ ฯ เป็นผู้แทนมอบ ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ร่วมสมทบทุนในโครงการผลิตโดรนชนิดพิเศษต่างๆ ผ่านมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อลดการสูญเสียของทหารหาญในการลาดตระเวน และเพิ่มแสนยานุภาพโจมตีและป้องกันตัว จากการรุกล้ำพื้นที่ผืนแผ่นดินไทย ซึ่งทางมูลนิธิฯได้ดำเนินกาาจัดหาโดรนและแอนตี้โดรนมาอย่างต่อเนื่อง จากพลังน้ำใจของคนไทยที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมเป็นเงินกว่า 93 ล้านบาท

นอกจากนี้ นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ผู้แทนนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้มอบหลวงปู่ทวดจากห้องพระบ้านพระอาทิตย์ รวมทั้งมอบพระนารายณ์ทรงสุบรรณ รุ่นพิทักษ์แผ่นดิน ซึ่งทางคุณสนธิและคุณจิตตนาถได้ร่วมจัดสร้างขึ้น เพื่อมอบให้พี่น้องคนไทยที่ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 และ ทางคณะ อ.ปานเทพ ได้มอบยาดมศรีเทพ จำนวน 2,500 หลอด มูลค่า 100,000 บาท ตลอดจนภาคเอกชนต่างๆ ร่วมสนับสนุน อาทิ สายรัดห้ามเลือด (ทูนิเก้) จำนวน 183 ชิ้น ผ้าใบขนาดใหญ่ 20 ผืน แป้งดินสอพองสูตรเย็น 400 ซอง และยาหม่องน้ำมันเขียวจากกลุ่มจงรักษ์แผ่นดิน,มอบเสื้อยืดคอกลม 250 ตัว จากบริษัท โบลิน ยูนิฟอร์ม จำกัด, เต็นท์ขนาดใหญ่ จากนายสุธรรม - นางกุลฤดี จันทร์แจ่มจรัส ,มอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม ปลากระป๋อง ถุงยังชีพ จากสมาคมรามัญญะรัฎฐะ จ.สมุทรสาคร เป็นต้น

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวขอบคุณ อ.ปานเทพและมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน รวมทั้งพี่น้องประขาชนคนไทยที่เสียสละระดมทุนในการจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการลาดตระเวนตามแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือทหารในพื้นที่ ให้มีความปลอดภัย ในการป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย พร้อมให้ความสำคัญและส่งเสริมการจัดหาสิ่งอุปกรณ์ซอฟต์แวร์เหล่านี้จากฝีมือคนไทย ทั้งนี้จะรีบนำไปมอบให้กองกำลังสุรนารี ดำเนินการวางแผนแจกจ่ายการใช้งานตามเหมาะสม และขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 2 จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเหมือนเดิม และไม่ประมาทในการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์ในปัจจุบันยังต้องเฝ้าระวังอยู่ทั้งสองฝ่าย ในห้วงก่อนการเจรจาตามขั้นตอนต่อไป

ไทยยันไม่เสียเทคโนโลยี หลังโดรนลาดตระเวนร่วงฝั่งกัมพูชา

(16 ต.ค. 68) โซเชียลมีเดียกัมพูชาเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอทหารเขมรยืนล้อมโดรนไทยที่ตกในเขตประเทศกัมพูชา ใกล้บริเวณปราสาทตาควาย โดยมีการแสดงท่าทีสนุกสนาน พร้อมโชว์ปืนยิงโดรนต่อหน้ากล้อง ทำให้กลายเป็นกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์ทั้งสองประเทศ

ด้านอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต และประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เปิดเผยว่า โดรนที่ตกดังกล่าวเป็นโดรนลาดตระเวนของมูลนิธิฯ ซึ่งนักบินใหม่กำลังฝึกบินใกล้พื้นที่ชายแดน แต่ถูกเทคโนโลยีจากฝั่งกัมพูชาหลอกพิกัดจนหลุดเข้าไปในเขตกัมพูชาประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนถูกยึดไว้

อาจารย์ปานเทพยืนยันว่า แม้โดรนจะถูกยึด แต่ฝ่ายกัมพูชาไม่สามารถถอดหรือใช้ซอฟต์แวร์ได้ เพราะระบบทั้งหมดพัฒนาโดยคนไทย และไม่เชื่อมโยงกับระบบภายนอก พร้อมมองว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ไทยได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่อต้านโดรนที่กัมพูชาใช้ในพื้นที่ชายแดน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top