Thursday, 4 June 2026
ภาษีศุลกากร

'พาณิชย์จีน' ค้าน 'สหรัฐฯ' ขึ้นภาษีนำเข้า 'อีวี-โซลาร์เซลล์' ชี้!! เป็นการขัดระเบียบการค้าโลก ควรยกเลิกทันที

(17 พ.ค.67) จากเพจเฟซบุ๊ก ‘Salika’ โพสต์ข้อความระบุว่า…

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 พ.ค.67) กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกมาแสดงการคัดค้านและประท้วงกรณีสหรัฐฯ ปรับขึ้นการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับสินค้าจีนบางส่วน และจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของจีน

สหรัฐฯ มีมติปรับขึ้นการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับการนำเข้าสินค้าจีน ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า ในอัตรา 102.5% จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ในอัตรา 27.5% ส่วน แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน, โซลาร์เซลล์, แร่ธาตุสำคัญ, เซมิคอนดักเตอร์, เหล็กและอะลูมิเนียม และเครน เป็น 25% จากปัจจุบันที่อยู่ระหว่าง 0 - 7.5% ภายใต้มาตรา 301

ทั้งนี้ทางโฆษกกระทรวงฯ ระบุว่าจีนไม่พึงพอใจอย่างยิ่งกับกระบวนการทบทวนการจัดเก็บภาษีศุลกากรตามมาตรา 301 โดยมิชอบของสหรัฐฯ ซึ่งมีแรงผลักดันจากประเด็นทางการเมืองภายในประเทศและการปรับขึ้นภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับสินค้าจีนบางส่วน

"การดำเนินการนี้ของสหรัฐฯ ใช้การค้ามาสร้างประเด็นทางการเมืองและใช้เป็นเครื่องมือ 'ชักใยทางการเมือง' ตามแบบฉบับ ทั้งที่องค์การการค้าโลก (WTO) ชี้ชัดแล้วว่าการจัดเก็บภาษีศุลกากรตามมาตรา 301 ขัดต่อระเบียบข้อบังคับขององค์การฯ แต่สหรัฐฯ ยังคงทำผิดต่อไป"

สำหรับการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยังขัดกับฉันทามติที่ผู้นำของสองประเทศเห็นพ้องต้องกัน รวมถึงสวนทางกับคำมั่นสัญญาของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อบรรยากาศความร่วมมือทวิภาคี

ทางกระทรวงฯ ยังเน้นย้ำว่าฝ่ายสหรัฐฯ ควรแก้ไขข้อผิดพลาดโดยทันที และยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับจีน

‘ทรัมป์’ ขู่ขึ้นภาษี!! ประเทศ BRICS หากรวมหัวไม่ใช้ ‘เงินดอลลาร์’

(1 ธ.ค. 67) ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ขู่จะขึ้นภาษีศุลกากร 100% กับกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) 9 ประเทศ หากดำเนินการที่ถือเป็นการบ่อนทำลายค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

คำขู่ครั้งล่าสุดนี้มุ่งเป้าโดยตรงไปยัง 9 ประเทศสมาชิกกลุ่มบริกส์ที่นำโดย จีน รัสเซีย อินเดีย บราซิล แอฟริกาใต้ อิหร่าน อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ และเอธิโอเปีย ซึ่งปัจจุบันมีหลายประเทศกำลังสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่ม เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย และตุรกี 

ทรัมป์กล่าวว่า ‘ไม่มีทาง’ ที่กลุ่ม BRICS จะเข้ามาแทนที่ดอลลาร์สหรัฐในการค้าโลก และประเทศใดก็ตามที่พยายามทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ ‘ควรโบกมือลาจากสหรัฐอเมริกา’

ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศบริกส์ที่ประเทศรัสเซียเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้กล่าวหาสหรัฐว่า ใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธ’ และเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น ‘ความผิดพลาดครั้งใหญ่’

แม้ว่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะเป็นสกุลเงินที่ใช้กันมากที่สุดในการทำธุรกิจทั่วโลก และผ่านพ้นความท้าทายต่างๆ ในอดีตมาได้ แต่ประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS รวมถึงประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ต่างระบุว่าพวกเขาเบื่อหน่ายกับการที่สหรัฐมีอิทธิพลเหนือระบบการเงินโลก

จากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เงินดอลลาร์สหรัฐมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 58% ของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของโลก และสินค้าโภคภัณฑ์หลักๆ เช่น ‘น้ำมัน’ ยังคงซื้อขายกันโดยใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของดอลลาร์สหรัฐกำลังถูกท้าทายเนื่องจากส่วนแบ่งจีดีพีของกลุ่ม BRICS ที่เพิ่มขึ้น และความตั้งใจของกลุ่มบริกส์ที่จะซื้อขายกันในสกุลเงินที่ไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นกระบวนการที่เรียกว่าการลดการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ (De-dollarization) 

รัสเซียได้ผลักดันให้มีการจัดทำระบบการชำระเงินใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกมาแทนที่เครือข่ายการสื่อสารสำหรับประมวลผลการชำระเงินระหว่างประเทศ หรือ ‘สวิฟท์’ (SWIFT) ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งจะช่วยให้รัสเซียสามารถหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกและค้าขายกับพันธมิตรได้

อย่างไรก็ดี จากงานวิจัยของสภาแอตแลนติกบ่งชี้ว่า บทบาทของดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองหลักของโลกจะไม่ถูกคุกคามในอนาคตอันใกล้นี้ โดยผลวิจัยระบุว่า ดอลลาร์นั้น ‘มีความมั่นคงในระยะใกล้และระยะกลาง’ และยังคงครอบงำสกุลเงินอื่นๆ ต่อไป

การขู่ขึ้นภาษีล่าสุดของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากที่เขาขู่ว่า จะขึ้นภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าทุกชนิดที่นำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดา 25% และขึ้นภาษีศุลกากรเพิ่มอีก 10% สำหรับสินค้าจากจีน เพื่อบังคับให้ทั้งสองประเทศดำเนินการมากขึ้นเพื่อหยุดยั้งการไหลเข้าของผู้อพยพผิดกฎหมายและยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐ

จากนั้น ทรัมป์ได้โทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีเม็กซิโก ‘คลอเดีย เชนบาม’ ซึ่งกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าเ ธอเชื่อมั่นว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงสงครามภาษีกับสหรัฐได้ ทางด้านนายกรัฐมนตรี ‘จัสติน ทรูโด’ ของแคนาดาเดินทางกลับในวันเสาร์หลังจากพบกับทรัมป์ โดยที่ไม่ได้รับคำยืนยันว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่จะถอยห่างจากการขู่ขึ้นภาษีกับแคนาดา

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ บีบให้ยุโรปซื้อ ‘น้ำมัน - ก๊าซ’ จากสหรัฐฯ หากไม่อยากเจอ!! มาตรการลงโทษ ขึ้นภาษีศุลกากร

(21 ธ.ค. 67) ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตนเองว่า เขาได้แจ้งกับสหภาพยุโรป (อียู) ว่าอียูจะต้องลดช่องว่างการขาดดุลการค้ากับสหรัฐด้วยการซื้อน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้น อียูอาจต้องเผชิญการขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐเป็นรายต่อไป 

"ผมบอกกับสหภาพยุโรปว่าพวกเขาต้องชดเชยการขาดดุลมหาศาลกับสหรัฐ ด้วยการซื้อน้ำมัน และก๊าซในปริมาณมาก มิฉะนั้นจะต้องเจอภาษีศุลกากร” ทรัมป์โพสต์ข้อความทาง Truth Social 

ทั้งนี้ จากข้อมูลของทางการสหรัฐระบุว่า สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้า และบริการกับอียูถึง 1.313 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2022

ทางด้านนักการทูตอาวุโสรายหนึ่งในอียูเปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรกับท่าทีของทรัมป์ในครั้งนี้ และมองว่าพลังงานเป็น ‘ทางเลือกที่ดี’ หากจะต้องซื้อสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น  

ขณะที่แหล่งข่าวนักการทูตอีกรายหนึ่งเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอล์ซ ของเยอรมนี ได้พูดคุยกับทรัมป์ในเรื่องนี้เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา หลังจากที่บรรดาผู้นำประเทศในอียูได้ประชุมร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้เกี่ยวกับประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอียู

ทรัมป์เจอแรงต้าน!! สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คัดค้านภาษี สมาชิกสนับสนุน 219 คัดค้าน 211 เสียง 'ทรัมป์' ชี้แคนาดาคู่ค้าทางการค้าแย่ มติดังกล่าวรอวุฒิสภายืนยันยุติภาวะฉุกเฉิน

(13 ก.พ. 69) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติสนับสนุนการคัดค้านมาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' กำหนดกับแคนาดาในการจัดเก็บภาษีสินค้าส่วนใหญ่ที่ 25% โดยมติดังกล่าวได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 219 เสียง คัดค้าน 211 เสียง

'โดนัลด์ ทรัมป์' ตอบโต้การคัดค้านมาตรการนี้ว่า "แคนาดาเป็นหนึ่งในคู่ค้าทางการค้าที่แย่ที่สุด" และในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ทรัมป์ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินต่อความล้มเหลวของแคนาดาในการจัดการกับการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดน โดยเฉพาะยา "เฟนทานิล" ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาตั้งภาษีศุลกากรขึ้น

มติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยุติภาวะฉุกเฉินดังกล่าว ซึ่งจะทำให้มาตรการเก็บภาษีหมดสภาพทางกฎหมาย แต่ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาก่อนจึงจะมีผลสมบูรณ์

สถานการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาในประเด็นการค้าระหว่างประเทศและความปลอดภัยชายแดน โดยเฉพาะในเรื่องการควบคุมยาเสพติดที่รัฐสภาสหรัฐฯ พยายามหาทางแก้ไขผ่านกระบวนการรัฐสภา

ที่มา : Sputnik

สหรัฐฯ ยุติภาษีฉุกเฉิน!! ศาลสั่งเลิกเก็บภาษีตามคำสั่งทรัมป์ กรมศุลกากรเริ่มยกเลิกทันที 24 ก.พ. เก็บรายได้ 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรัมป์เตรียมเก็บภาษี 15% สินค้านำเข้าใหม่

(25 ก.พ. 69) สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (CBP) ประกาศระงับการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. เป็นต้นไป หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่าการเก็บภาษีวงกว้างตามคำสั่งของประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' เป็นสิ่งผิดกฎหมายและต้องยกเลิกทันที

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติมทั่วโลกที่ประกาศใช้ช่วงเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้กับคำสั่งบริหาร 7 ฉบับที่ลงนามระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 2025 ถึง 6 ส.ค. 2025 โดยคำสั่งฝ่ายบริหารระบุว่า ภาษีดังกล่าวจะไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไปและต้องยุติการจัดเก็บอย่างเร็วที่สุด

'โดนัลด์ ทรัมป์' มอบอำนาจให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อยุติการเก็บภาษีทันที ขณะที่ข้อมูลจากเพนน์-วอร์ตัน บัดเจต โมเดล ประเมินว่าสำนักงานฯ ได้จัดเก็บภาษีจากมาตรการนี้แล้วถึง 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.42 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของ 'ทรัมป์' แจ้งเตรียมเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 15 กับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ขณะที่กฎหมายการค้าปี 1974 อนุญาตให้ประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีได้สูงสุดถึง 15% เป็นเวลาสูงสุด 150 วันก่อนต้องขออนุมัติจากรัฐสภาอีกครั้ง

ที่มา: Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top