Thursday, 4 June 2026
พฤษภาทมิฬ

วันนี้ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ด้วยพระบารมีในหลวงร.9 นำไปสู่การดับไฟ ‘พฤษภาทมิฬ’

ย้อนกลับไปในคืนวันช่วงเดือนพฤษภาคม 2535 คนยุคหนึ่งจะรู้ดีว่าบ้านเมืองเราได้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า “พฤษภาทมิฬ”

แน่นอนความเลวร้ายของเหตุการณ์นี้คนไทยจดจำได้เป็นอย่างดี แม้แต่เยาวชนคนรุ่นใหม่เมื่อได้ย้อนอ่านการบันทึกทางประวัติศาสตร์ จากแหล่งต่าง ๆ ก็จะสัมผัสได้ถึงความโศกสลด และอาจถึงสิ้นหวัง กับความขัดแย้งที่คนรุ่นก่อน และก็เป็นคนในชาติเดียวกันทำต่อกันได้

หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่คนไทยจดจำระลึกถึงมากยิ่งกว่า ซึ่งเกิดขึ้น เมื่อวันนี้ของ 27 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 20 พฤษภาคม 2535 อันเปรียบเสมือนน้ำทิพย์จากฟากฟ้าที่มาดับไฟให้แก่บ้านเมือง 

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชดำรัสอันทรงคุณค่า ให้แก่เราชาวไทยทุกคน และเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็จบลงในทันใด

โดยในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี และพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษ นำพลเอกสุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี และพลตรีจำลอง ศรีเมือง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

‘กรุณา บัวคำศรี’ ผู้ประกาศข่าวและผู้ผลิตรายการ ได้กล่าวถึง ‘จตุพร พรหมพันธุ์’

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.66 ) ช่องยูทูบ รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี ของ ‘กรุณา บัวคำศรี’ ผู้ประกาศข่าวและผู้ผลิตรายการ ได้กล่าวถึง ‘จตุพร พรหมพันธุ์’ ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2535 ว่าทั้งสองคนนั้นต่างร่วมหัวจมท้ายกันมาอย่างไร และ ‘จตุพร พรหมพันธุ์’ คือบุคคลที่เคยช่วยชีวิตตนเอาไว้ โดยระบุว่า…

“พี่ตู่เป็นคนช่วยชีวิตพี่นาจริง ๆ นะ ช่วงพฤษภาคม พี่ตู่เรียนอยู่ที่รามฯ ส่วนพี่นาเรียนอยู่อักษรจุฬาฯ แล้วพี่นาเป็นรองเลขาธิการ สนนท. ตอนนั้นเราก็ออกไปประท้วงคณะรัฐประหารของพลเอกสุจินดา คราประยูร ตอนนั้นทํารัฐประหารพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ แล้วปรากฏว่าก็เกิดเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ ‘พฤษภาทมิฬ’ 18 พฤษภาคม ขบวนเราอยู่ตรงสะพานผ่านฟ้า แล้วพี่ตู่เป็นดาวปราศรัย คือเขาพูดเก่งมาก ผู้ชุมนุมจะชอบพี่ตู่พูดมาก เพราะพูดสนุก แล้ววันนั้นพี่นาก็เหนื่อยมาก ก็นอนอยู่บนรถเครื่องเสียง นอนบนรถบรรทุก แล้วพี่ตู่ก็ปราศรัยอยู่ข้างบน”

“สักตี 1 ตี 2 ทหารก็เข้ามาล้อมเรา แล้วเขาก็ยิง ทีนี้มันยิงตรงไหน มันยิงรถกระจายเสียง เพราะว่าจะได้คุมคนไม่อยู่ คนเป็นแสนตอนนั้น แล้วพี่ตู่ก็คุมม็อบอยู่เป็นแสน แล้วพี่นาเหนื่อยมากก็นอนอยู่บนรถบรรทุกข้างบน แล้วทหารยิงเข้ามาตรงลําโพง เพื่อไม่ให้เราสามารถควบคุมฝูงชนได้ แล้วพี่นาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ได้ยินแต่เสียงปืนก็โผล่ขึ้นมา พี่ตู่ก็กระโดดลง ปกป้องพี่นา กระสุนเฉียดหัวไป ก็เลยคิดว่ายังไงพี่ตู่ก็เป็นผู้มีบุญคุณกับพี่นามาก…แล้วเขาก็จะเรียกพี่นาว่าน้องหนูนา เป็นน้องหนูนาของพี่ ๆ อันนี้แค่เล่าให้ฟังสำหรับคนที่สงสัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพี่นากับพี่ตู่เป็นยังไง…ไม่เคยเดตกัน”

>> สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://vt.tiktok.com/ZSLskC2r9/ 

20 เมษายน พ.ศ. 2535 50,000 เสียงตะโกนต้านอำนาจนอกระบบ ประชาชนรวมพลังค้านผู้นำเผด็จการ จุดไฟปะทุสู่การเปลี่ยนแปลง ปฐมบทชุมนุมใหญ่ก่อน ‘พฤษภาทมิฬ’ ที่ไทยไม่มีวันลืม

หลังจากการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2534 โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ซึ่งนำโดยกลุ่มนายทหารระดับสูง ได้มีการแต่งตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อบริหารประเทศ และในเวลาต่อมา มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535

อย่างไรก็ตาม แม้พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งจะได้เสียงข้างมาก แต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลับตกเป็นของ พล.อ. สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและเคยให้สัญญากับประชาชนก่อนหน้านี้ว่าจะไม่รับตำแหน่ง

การแต่งตั้งเช่นนี้จุดกระแสความไม่พอใจในหมู่ประชาชน นักวิชาการ นักศึกษา และภาคประชาสังคม โดยมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร และขัดต่อหลักการประชาธิปไตย

ในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2535 มีประชาชนประมาณ 50,000 คน รวมตัวกันที่ ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านการแต่งตั้ง พล.อ. สุจินดา เป็นนายกรัฐมนตรี การชุมนุมครั้งนี้นำโดยหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน นักศึกษา และกลุ่มการเมือง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

แม้การชุมนุมจะเป็นไปอย่างสงบ แต่ก็เป็นการแสดงพลังครั้งใหญ่ที่สะท้อนถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลในขณะนั้น และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหญ่ ที่ลุกลามกลายเป็น เหตุการณ์ 'พฤษภาทมิฬ' ในเดือนถัดมา ซึ่งรัฐบาลใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของ พล.อ. สุจินดา ในที่สุด และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

แม้เวลาจะผ่านมาหลายทศวรรษ แต่บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ยังคงเป็นที่กล่าวถึงในฐานะจุดเปลี่ยนที่ฝากร่องรอยไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย และเป็นเครื่องเตือนใจว่าพลังของประชาชนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เมื่อเสียงแห่งความหวังถูกเปล่งออกอย่างพร้อมเพรียง

20 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 พระราชดำรัส รัชกาลที่ 9 ดั่งน้ำทิพย์ คลี่คลายวิกฤตทางการเมือง ‘พฤษภาทมิฬ’

เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวง รัชกาลที่ 9  พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้  ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี และ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษ นำพลเอกสุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี และ พลตรีจำลอง ศรีเมือง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในเหตุการณ์การเมือง พฤษภาทมิฬ ทรงใช้พระมหากรุณาธิคุณระงับความขัดเเย้งทางการเมืองของทั้งสองฝ่าย ให้เข้าใจกันและยุติความขัดเเย้งของทั้งสองฝ่ายเพื่อความสงบสุขเรียบร้อยของประเทศไทย

โดยมีความบางตอนว่า  

“...ขอให้สองท่าน หันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เผชิญหน้ากันเพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วใครจะชนะ ไม่มีทาง มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดคือประเทศชาติ ประชาชน แล้วจะมีประโยชน์อะไร ที่จะทนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองสิ่งปรักหักพัง..."  

ญาติวีรชน จี้ พ.ร.บ.สามัคคี จี้ฟื้นพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ย้ำไม่แตะคดีทุจริตและมาตรา112 เปิดโอกาสนิรโทษเยาวชนต่ำ16ปี หวังลดความแตกแยกประเทศยั่งยืน

คกก.ญาติวีรชน พฤษภา 35" จี้รัฐบาลฟื้นร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข

เพื่อสร้างสามัคคีของคนในชาติ ย้ำไม่แตะคดีทุจริต -คดีอาญาร้ายแรง และมาตรา 112 เว้นแต่อายุต่ำกว่า16 ปีนิรโทษกรรมได้

เมื่อวันที่ 28 เมย.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของทำเนียบรัฐบาล  นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์  ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล

ผลักดันร่างพ.ร.บบสริมสร้างสังคมสันติสุขเพื่อความสามัคคีของคนในชาติ

โดยมีรายละเอียดว่า กราบเรียน นายกรัฐมนตรี นายอนุหีน ชาญวีรกูล อ้างถึง

สร้างความสามัคคีสมานฉันท์สังคมไทยตามพระราชดำรัชในหลวงร.10เนื่องด้วยร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันดิสุขพ...ซึ่งได้ด่านความเห็นชอบจากสภา ผู้แทนราษฎร 3ร่าง ประกอบด้วยร่างของพรรคภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน และ ต่อมาได้ผ่านวาระแรกของวุฒิสภา

กรรมาธิการของวุฒิสภาพิจารณาใกล้จะแล้วเสร็จแต่มีเหตุยุบสภาเสียก่อน ดังนั้นขอให้นายกรัฐมนตรี ได้แสดงภาวะความเป็นผู้นำ ด้วยการให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการให้รัฐสภาได้ดำเนินการพิจารณาต่อไป เพื่อสร้างสามัคคีของคนในชาติในภาวะวิกฤติเช่นปัจจุบัน

ทั้งนี้กรรมการญาติวีรชนฯได้เรียกร้องความสามัคดีมากว่า 30ปี โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้ ประเด็นหลักของร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังสมสันติสุข จะยกโทษกับผู้ชุมนุมทางการเมืองที่มีความผิดตามบัญชีท้ายพ.ร.บ.แต่ไม่ยกโทษให้ 3 ความผิดสำคัญคือ 1) คดีทุจริต 2)คดีอาญาร้ายแรง และ3)ความผิดตามมาตรา 112 ได้เปิดช่องทาง" นิรโทษกรรมอย่างมีเงื่อนไขให้เยาวชนอายุไม่เกิน16 ปีที่ถูกคำเนินคดีได้กลับเนื้อกลับตัว กรรมการญาติวีรชนจึงเห็น ว่ากว่าสองทศวรรษ บ้านเมืองไทยบอบช้ำและซ่อนลึกความแตกแยก แบ่งค่ายแยกขั้วอย่างรุนแรง การปฏิรูปใดๆยากที่จะประสบความสำเร็จภายใต้บ้านเมืองที่แตกร้าวลึก หากร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันดิสุขมีผสบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อใด

เชื่อได้ว่าความปรองลองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนรัฐบาลก็เท่ากับได้ทำบุญใหญ่ให้กับประเทศและสังคมไทย ดังพระราชดำรัช"ไม่มีบุญใดเท่ากับการให้อภัย"

คณะกรรมการญาติวีรชนฯที่เป็นผู้เสียหายทุกครอบครัว ขอเรือกร้องดำเนินการก่อนงานร่ำลึกเหตุการพฤษภาในวันที่ 17 พฤษภาคม 2569


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top