Thursday, 4 June 2026
พระบิดาแห่งกฎหมายไทย

7 สิงหาคม ของทุกปี ‘วันรพี’ รำลึก ‘พระบิดาแห่งกฎหมายไทย’ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

วันรพี คือวันที่ 7 สิงหาคม ของทุกปี คือ วันรพี เป็นวันรำลึกถึงคุณงามความดีของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ที่มีต่อวงการกฎหมายไทย

วันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น ‘พระบิดาแห่งกฎหมายไทย’ เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นนักนิติศาสตร์ และทรงวางระบบแบบแผนศาลยุติธรรม รวมถึงทรงจัดตั้งโรงเรียนกฎหมายขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอันเป็นประโยชน์ใหญ่ ยิ่งแก่ประเทศชาติ

มหาอำมาตย์เอก มหาเสวกเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (21 ตุลาคม พ.ศ. 2417 – 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463) พระนามเดิม พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ เป็นต้นราชสกุลรพีพัฒน์ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้วางรากฐานด้านกฎหมายในเมืองไทย จนได้รับพระสมัญญานามว่า พระบิดาแห่งกฎหมายไทย สิ้นพระชนม์ ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463 สิริพระชันษา 45 ปี

เมื่อพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม พระองค์ทรงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิรูปการศาล ซึ่งปัญหาสำคัญสำหรับศาลไทยในเวลานั้น คือ เรื่องของศาลกงสุลต่างชาติ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในยุคนั้น เป็นที่รู้กันว่าชาวต่างชาติเหล่านี้มีอำนาจอิทธิพลมาก เมื่อเกิดคดีความหรือข้อโต้แย้ง ชาวไทยมักตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะชาวต่างชาติมักจะอ้างว่ากฎหมายยังล้าหลังไม่ทันสมัยเพื่อเป็นข้ออ้างเอาเปรียบชาวไทยซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลของไทยยังไม่พร้อมที่จะรับข้อกฎหมายใหม่ ๆ ในเวลานั้น

7 สิงหาคม พ.ศ. 2463 วันรำลึกถึง ‘พระองค์เจ้าชายรพีพัฒนศักดิ์’ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย สิ้นพระชนม์ที่ปารีส ทรงริเริ่มการใช้ลายพิมพ์นิ้วมือในคดีอาญา

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายรพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ได้รับการยกย่องเป็น “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” ได้สิ้นพระชนม์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ขณะมีพระชนมายุเพียง 47 พรรษา หลังจากทรงประชวรด้วยพระวัณโรคที่พระวักกะ (ไต)

พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 ทรงเริ่มศึกษากฎหมายที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ในช่วงเสด็จกลับสู่สยาม ทรงเริ่มงานด้านกฎหมายอย่างจริงจัง และดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม และทรงก่อตั้งโรงเรียนกฎหมาย รวมถึงจัดตั้งศาลยุติธรรมทั่วประเทศ

หนึ่งในผลงานสำคัญคือ การประมวลกฎหมายอาญาฉบับ ร.ศ. 127 และการวางรากฐานระบบศาลและกระบวนการยุติธรรมแบบสมัยใหม่ พระองค์ยังทรงสอนกฎหมายด้วยพระองค์เอง และริเริ่มการใช้ลายพิมพ์นิ้วมือในคดีอาญา ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าอย่างมากในยุคนั้น

เพื่อรำลึกถึงพระกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ วงการกฎหมายไทยจึงกำหนดให้วันที่ 7 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันรพี” เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้วางรากฐานระบบกฎหมายไทยให้มั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน

26 มกราคม 2440 ก่อตั้งโรงเรียนกฎหมายแห่งแรก วางรากฐานศาลสมัยใหม่ เริ่มสอนในห้องเสวยโดยพระองค์เจ้ารพีพัฒน์ ยกระดับมาตรฐานกฎหมายไทยให้เท่าทันโลก

วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2440 ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวันก่อตั้ง "โรงเรียนสอนกฎหมายแห่งแรกของประเทศ" โดยมี พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ หรือที่รู้จักในนาม "พระบิดาแห่งกฎหมายไทย" เป็นผู้วางรากฐานสำคัญของนิติศาสตร์และระบบศาลสมัยใหม่ในไทย

ในยุครัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเผชิญความท้าทายจากอำนาจตะวันตกที่พยายามบีบให้ประเทศเปิดเสรีทางการค้าและการทูต พร้อมข้อจำกัดเรื่องเขตอำนาจศาลที่หนุนให้ศาลกงสุลมีบทบาทเหนือศาลไทย จึงเกิดความจำเป็นในการสร้าง "บุคลากรกฎหมายไทย" ที่เข้าใจระบบกฎหมายสากล เพื่อรักษาเอกราชทางการศาล

พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ ทรงเป็นแรงผลักดันหลักในการจัดตั้งโรงเรียนนี้ โดยเริ่มต้นสอนด้วยพระองค์เองใน "ห้องเสวย" ใกล้กระทรวงยุติธรรม การเรียนการสอนเน้นการใช้กฎหมายตะวันตกผสมผสานกับกฎหมายไทยเดิม เช่น กฎหมายตราสามดวง พร้อมส่งนักเรียนเข้าสู่ระบบราชการศาลเพื่อรองรับการปฏิรูป

"สิ่งที่เรากำลังสร้างไม่ใช่แค่โรงเรียน แต่เป็นเครื่องจักรผลิตความยุติธรรม" พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์กล่าว ความสำเร็จของเนติบัณฑิตรุ่นแรกทำให้วิวัฒนาการของระบบกฎหมายไทยแข็งแกร่งและเป็นรากฐานรัฐสมัยใหม่ที่ไทยใช้ยืนหยัดในเวทีโลก

จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน โรงเรียนกฎหมายแห่งแรกถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่วางรากฐานให้สังคมกฎหมายและระบบยุติธรรมของไทยเติบโตอย่างมั่นคงและทันสมัย

ที่มา : https://shorturl.asia/Pbsug


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top