Thursday, 4 June 2026
พงศ์กวินจึงรุ่งเรืองกิจ

เปิดประวัติ ‘พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ’ หรือ โฟม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คนใหม่ ที่ไม่ได้มีดีแค่เป็นหลานชาย ‘สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ เท่านั้น

ภายหลังจากได้เห็นโฉมหน้า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ในรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือ นายกฯ อิ๊งค์ 1/2  ซึ่งมีทั้งรัฐมนตรีหน้าเก่าและหน้าใหม่ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหนึ่งในรัฐมนตรีหน้าใหม่ที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก นั่นก็คือ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 

ที่ผ่านมามีชาวเน็ตจำนวนมาก รวมถึงเพจดังอย่าง CSI LA ได้ตั้งคำถามว่า เหตุใด พงศ์กวิน จึงได้นั่งตำแหน่งนี้ นั่นอาจเป็นเพราะนอกจากจะเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ และอยู่ในตำแหน่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญแล้ว การที่มีนามสกุล ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เป็นที่น่าจับตามองมากขึ้นไปอีก เพราะเป็นหลานชายของ ‘สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม อีกทั้งยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ความรู้ความสามารถ ให้ลึกถึงรายละเอียดจะพบว่า พงศ์กวิน นั้นมีความรู้เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ในระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา จากวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จาก คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

ไม่เพียงเท่านั้นก่อนเข้าสู่ถนนสายการเมือง พงศ์กวิน ผ่านทั้งงานด้านการบริหารธุรกิจมาแล้ว ในตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการบริษัท อาทิ บริษัท จีเดค จำกัด บริษัท ไออีซี กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด บริษัท ไออีซี บิซิเนส พาร์ทเนอร์ส จำกัดและบริษัท ไออีซี สระแก้ว 1 จำกัด

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากบทบาทนักธุรกิจ จึงได้ตัดสินใจเข้ามาทำงานด้านงานการเมืองของ ตามรอย ‘สุริยะ’ ผู้เป็นอา โดยเริ่มต้นด้วยการเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เมื่อ พ.ศ. 2561 ก่อนที่ในปีถัดมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคพลังประชารัฐ และได้รับเลือกตั้ง 

ตลอดระยะเวลา 4 ปี ในบทบาท สส. ต้องยอมรับว่า พงศ์กวิน เป็น สส.ที่มุ่งมั่นในบทบาทที่ตนเองดูแล มีความตั้งใจ ขยันทำงาน โดยเฉพาะงานฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นทั้งวิปรัฐบาล, รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกีฬา สภาผู้แทนราษฎร เรียกได้ว่าติดอันดับ ‘ตัวท็อป’ ที่มาประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไปทุกแมตช์ ยกมือแทบจะทุกรอบ ไม่เคยพลาด จนคำว่า ‘ดาวรุ่ง’ ในเชิงของ สส.ภาพลักษณ์ดี ติดอยู่ในสายตาบรรดาคนการเมือง

แม้ว่าในการเลือกตั้งปี 2566 ในสีเสื้อพรรคเพื่อไทย จะไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะอยู่ในลำดับที่ 93  แต่ต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้กับสุริยะผู้เป็นอา และล่าสุด พงศ์กวิน ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในรัฐบาลนายกแพทองธาร ชินวัตร แทน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่ลาออกตามมติพรรคภูมิใจไทยไปก่อนหน้า

ถึงชั่วโมงนี้ หลายคนโดยเฉพาะชาวเน็ต ยังคงมีข้อกังขาว่า การได้นั่งในตำแหน่ง รมว.แรงงาน ของ พงศ์กวิน ในครั้งนี้ หลักๆ คงโฟกัสไปที่การมีนามสกุลดังอย่าง ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ และก็คงห้ามความคิดใครไม่ได้ด้วย แต่หากมองด้วยใจเป็นกลาง โดยปราศจากอคติ ก็ควรเปิดโอกาสและให้เวลากับ รัฐมนตรีใหม่ป้ายแดง อย่าง พงศ์กวิน ได้พิสูจน์ฝีมือสร้างผลงาน ทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอาจจะทำได้ดีกว่า คนที่เคยนั่งเก้าอี้ตัวนี้ก็ได้

‘พงศ์กวิน’ ชี้แจงปมเด้งฟ้าผ่า ‘ปลัดแรงงาน’ เข้ากรุ ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใส คดีซื้อตึก Skyy9

‘พงศ์กวิน’ ปัดตอบ ปมปลัดแรงงานย้ายนั่งผู้ตรวจฯ ถาวร ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ เป็นมาตรการปกติ-ยังไม่ชี้ชัดคนทำผิด

เมื่อเวลา 09.15 น. (6 ส.ค.68) ที่กระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า แผนการดำเนินงานของตนมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนงานในระยะสั้นของตนคือจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้นภายในกระทรวงแรงงาน ช่วงที่เกิดกรณีการเข้าซื้อตึก Skyy9 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่สูงเกินกว่าราคาจริง เป็นช่วงที่ท่านปลัดกระทรวงเป็นเลขาธิการ สปส.

“ผมมองว่าเนื่องจากขณะนี้ท่านปลัดเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน มีอำนาจสั่งการภายในกระทรวงแรงงานทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการโยกย้ายเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเกิดความยุติธรรมในการตรวจสอบ” นายพงศ์กวินกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีตึก Skyy9 เริ่มดำเนินการแล้วและมีการสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วหรือยัง นายพงศ์กวินกล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มประชุมนัดแรก ก่อนหน้านี้มีการเริ่มนัดประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เกิดเหตุขัดข้องเล็กน้อย ทำให้เลื่อนการประชุมออกไป จึงยังไม่ได้มีการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า จากข้อมูลปลัดกระทรวงมีความผิดหรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า การโยกย้ายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพยานหลักฐาน จึงถือเป็นมาตรการปกติ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการชี้ชัดว่าผู้ใดมีความผิดแล้วหรือยัง

เมื่อถามว่า การโยกย้ายปลัดกระทรวงเป็นการย้ายตำแหน่งชั่วคราวหรือถาวร และหากตรวจพบว่าไม่มีความผิด สามารถโยกย้ายกลับมาตำแหน่งเดิมได้หรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า พอดีตนมีประชุมต่อ ขอบคุณครับ และเดินหนีจากสื่อมวลชนไป

‘พงศ์กวิน’ เตือนแรงงานกัมพูชาอย่าหลงข่าวลวง ชี้ กลับไปอาจไร้งาน – เสี่ยงคดีลักลอบเข้าเมือง

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค. 68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เตือนแรงงานสัญชาติกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย ให้ใช้ความรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูลการจ้างงานจากประเทศต้นทางและปลายทาง โดยเฉพาะข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจเป็นข่าวปลอมที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้ล่อลวง

ตลอดเดือนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและแรงงานจังหวัดบริเวณชายแดนว่า มีแรงงานกัมพูชาหลายพันคนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศหลังเชื่อข้อมูลจากเพจและแอปพลิเคชันที่อ้างว่ามีงานรายได้สูงรออยู่ แต่เมื่อเดินทางกลับไป กลับพบว่าไม่มีงานจริงตามที่อ้าง บางรายสูญเสียเงินค่าเดินทางและค่าดำเนินการเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องประสบปัญหาขาดรายได้และความเป็นอยู่ลำบาก

แรงงานจำนวนไม่น้อยจึงตัดสินใจลักลอบกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยอีกครั้งอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ดำเนินคดี และส่งกลับประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วและจันทบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการลักลอบเข้าเมือง

“ขอให้แรงงานกัมพูชาทุกคนตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ใช้ข่าวปลอมล่อลวง ซึ่งนอกจากจะเสียโอกาสทางอาชีพแล้ว ยังอาจสูญเสียเงินทอง และเสี่ยงต่อการถูกจับกุม ดำเนินคดี และส่งกลับประเทศ โทษฐานลักลอบเข้าเมือง” นายพงศ์กวิน กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังย้ำว่า รัฐบาลไทยพร้อมดูแลแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยปัจจุบันประเทศไทยยังมีความต้องการแรงงานในหลายสาขา เช่น ก่อสร้าง เกษตรกรรม อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และบริการ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับแรงงานทุกคนที่ผ่านขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตทำงานถูกต้อง

‘พงศ์กวิน’ รับฟังข้อเสนอจากกลุ่มไรเดอร์-วินมอเตอร์ไซค์ พร้อมเดินหน้าแก้ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ

เมื่อวานนี้ (15 ส.ค.68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะผู้บริหาร รับฟังข้อเสนอจากกลุ่มแรงงานนอกระบบ ทั้งไรเดอร์ วินมอเตอร์ไซค์ และตัวแทนองค์กรแรงงาน ที่เข้าพบเพื่อสะท้อนปัญหาสภาพการทำงาน รวมถึงหารือร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. ... ณ กระทรวงแรงงาน

นายพงศ์กวิน เปิดเผยว่า ปัญหาหลักของไรเดอร์คือค่ารอบวิ่งที่ตกต่ำ ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการคุ้มครองทางกฎหมาย โดยการร่าง พ.ร.บ.แรงงานอิสระ ได้เปิดให้ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่กังวลต่อผลกระทบเข้ามาแสดงความคิดเห็น กระทรวงฯ จึงทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย

ทั้งนี้ เดิมร่างกฎหมายกำหนดให้แรงงานอิสระทุกคนต้องเข้าร่วม แต่รัฐมนตรีเสนอให้ปรับแก้เป็น 'สมัครใจ' เพื่อไม่เป็นการบังคับ และตั้งกรอบเวลาในการปรับปรุงร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป

รัฐมนตรีแรงงานย้ำว่า กระทรวงให้ความสำคัญต่อการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยจะเร่งผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ครอบคลุมเรื่องสภาพการจ้าง การทำงาน และความปลอดภัย เพื่อเป็นหลักประกันให้แรงงานอิสระได้รับความคุ้มครอง พร้อมยืนยันว่าจะปรับแก้ร่างกฎหมายให้ตอบโจทย์ทุกฝ่ายมากที่สุด

‘พงษ์กวิน’ เผย ครม.อนุมัติความร่วมมือศรีลังกา นำเข้าแรงงานทดแทนกัมพูชาที่แห่กลับประเทศ

(19 ส.ค.68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า วันนี้ ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมาตรการนี้จะช่วยตอบสนองความต้องการแรงงานของนายจ้างและสถานประกอบการทั้งในภาคการผลิตและบริการ มีรายละเอียด ดังนี้

1. เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการคนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้อง โดยผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางที่หมดอายุหรือมีรอยตราประทับ แต่การอนุญาตทำงานหรือการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง แต่ไม่ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร (Overstay) หรือระยะเวลาการอนุญาตยังไม่สิ้นสุดลง แต่ทำงานกับนายจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังรวมถึงคนต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ที่เข้าเมืองผิดกฎหมายก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบและต้องการทำงาน อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อทำงานได้ 1 ปี

2. เห็นชอบแนวทางการนำเข้าแรงงานต่างชาติอื่นๆ ผ่านระบบ MOU เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้กับนายจ้าง และสถานประกอบการในการบริหารจัดการกำลังคน ในระยะแรกจะเริ่มนำเข้าแรงงานสัญชาติศรีลังกา 

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานได้กำหนดแนวทางการดำเนินการบริหารจัดการคนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้อง ดังนี้ 

1. นายจ้าง ยื่นบัญชีรายชื่อพร้อมคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว และชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน เป็นเวลา 15 วัน 

2. จัดเตรียมเอกสารตามที่กำหนดในแบบคำขอ เช่น ใบรับรองแพทย์ หลักฐานการประกันสุขภาพ หรือหลักฐานการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน แล้วแต่กรณี ยื่นให้สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ ภายใน  60 วัน

3. ให้คนต่างด้าวต้องไปดำเนินการจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด หรือสถานที่อื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด ภายใน 60 วัน กรณีคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองครั้งแรกภายใน 60 วัน และหลังจากนั้นให้รายงานตัวทุก 60 วัน 

4. ให้คนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ สามารถขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเท่าระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตทำงาน ณ สถานที่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด กรณีไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าวและไปขอรับการตรวจลงตรา สำหรับการจัดทำหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติและออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ให้กรมการปกครองและกรุงเทพมหานครดำเนินการตามกฎหมายปกติ

นอกจากนี้ สำหรับผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของแรงงานต่างด้าวที่มีอายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ จะมีสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรตามสิทธิของบิดาหรือมารดา โดยให้ผู้ติดตามหรือบิดามารดาจัดทำหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติ นับตั้งแต่บิดาหรือมารดาได้รับอนุญาตทำงาน หากผู้ติดตามมีอายุครบ 18 ปี และประสงค์จะทำงาน จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศเป็นกรณีพิเศษอีก 60 วัน เพื่อยื่นขออนุญาตทำงาน 

ทั้งนี้ การดำเนินการของคนต่างด้าวทั้ง 2 กลุ่มจะสามารถเริ่มดำเนินการได้หลังจากประกาศกระทรวงมหาดไทยและประกาศกระทรวงแรงงานมีผลบังคับใช้แล้ว หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694” นายสมชาย กล่าว

‘พงศ์กวิน’ แจงปมปลัดฯ เซ็นย้าย ขรก. ยังใช้อำนาจเต็มตามตำแหน่ง ชี้ เป็นเรื่องส่วนบุคคล ส่วนเหมาะสมหรือไม่เจ้าตัวควรรู้ ไม่จำเป็นต้องสอน

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย กรณีการสรรหาปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่ หลังการโอนย้ายตำแหน่ง นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ต้องรอกระบวนการโอนย้ายปลัดกระทรวงฯ เดิมให้เสร็จสิ้น แล้วจึงจะเริ่มกระบวนการในการสรรหาปลัดกระทรวงฯ คนใหม่ โดยยังไม่สามารถดำเนินการสรรหาท่านใหม่ในระหว่างนี้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างที่รอขั้นตอนทางราชการ มีการมองหาปลัดกระทรวงฯ คนใหม่หรือมีคนใดเข้าตาบ้างไหม นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการสรรหาอย่างเป็นรูปธรรม มีเพียงการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ปลัดกระทรวงฯ โดยเบื้องต้น จะต้องมีความโปร่งใส มีคุณธรรม เป็นสิ่งที่ต้องมีอยู่แล้ว และมีความรู้ในเรื่องของการลงทุน เนื่องจากปลัดกระทรวงฯ จะต้องเป็นประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) โดยตำแหน่ง ซึ่งกองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่มีสถานะกองทุนฯ ราว 2.7 ล้านล้านบาท ดังนั้น ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งควรที่จะมีความรู้และความสามารถในด้านนี้

“หากเป็นคุณสมบัติด้านการบริหาร ผมเชื่อว่าทุกท่านที่ขึ้นไปถึงระดับปลัดกระทรวงฯ หรือระดับผู้บริหารกระทรวงฯ จะต้องมีความรู้และความสามารถในด้านนี้อยู่แล้ว เลยไม่ได้มองว่าเป็นคุณสมบัติพิเศษที่เราต้องการเพิ่มเติม” นายพงศ์กวิน กล่าว

เมื่อถามว่า หากกำหนดคุณสมบัติให้มีความรู้ด้านการลงทุน เท่ากับเปิดช่องให้คนนอกหรือเสือข้ามห้วยหรือไม่ นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ไม่จำเป็น เนื่องจากบุคคลภายในกระทรวงฯ เองก็มีผู้ที่มีความรู้ด้านการลงทุน ความรู้ด้านการลงทุนมีหลากหลายด้าน เช่น หากเคยมีประสบการณ์ลงทุนในตลาดทุนมาอย่างยาวนาน มีใบประกาศ (Certificate) ก็ถือว่าใช้ได้ หรือจะเป็นเรียนจบมาด้านนี้ ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านการลงทุนเช่นกัน และยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการเฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นบุคคลภายในหรือคนภายนอก ซึ่งขณะนี้ มีข้าราชการจำนวนมากที่อยู่ในสโคป จึงต้องค่อยๆศึกษาไปทีละท่านว่า แต่ละท่านมีความเหมาะสมประมาณไหน

เมื่อถามถึงกรณีหลังจากมีมติการโอนย้าย นายบุญสงค์ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า นายบุญสงค์ ยังใช้อำนาจทุกรูปแบบในการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการภายในกระทรวงฯ เรื่อยมา นายพงศ์กวิน กล่าวว่า เนื่องจากกระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น นายบุญสงค์ จึงถือว่ายังมีอำนาจเต็มในฐานะปลัดกระทรวงแรงงาน เรื่องนี้ยังอยู่ในอำนาจของท่านอยู่

เมื่อถามว่าย้ำว่า โดยจารีตและหลักปฏิบัติที่ยึดถือในวงราชการและทุกกระทรวง จะไม่ทำกันแบบนี้กัน นายพงศ์กวิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละท่าน เป็นเรื่องส่วนบุคคล โดยแต่ละท่านต้องมีวิจารณญาณของตนเองว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ในฐานะที่ปลัดกระทรวงฯ เองยังถือว่า มีอำนาจเต็มอยู่ ตนก็ไม่สามารถไปวิจารณ์ท่านได้

“จริงๆ เรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องเรียกปลัดกระทรวงฯ มาเคลียร์ ทุกท่านจะต้องทราบอยู่แล้วว่า มีความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร ผมมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแค่ระยะเวลาเดือนกว่า ผมยังทราบ แต่ท่านปลัดฯ อยู่ในวงการราชการมาอย่างยาวนาน ท่านควรจะต้องทราบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ผมเองคงไม่กล้าไปสอนท่านในเรื่องนี้” นายพงศ์กวิน กล่าว

‘พงศ์กวิน’ แจงปมดึงแรงงานศรีลังกาแทนกัมพูชา ชี้ เป็นการแก้ปัญหาภาวะเร่งด่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อ

‘พงศ์กวิน’ เผย หอการค้าไทยฯ พร้อมหนุน นโยบายรัฐนำเข้าแรงงาน หลังนำเรื่องแรงงานศรีลังกา เข้า ครม. หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง

นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีบางฝ่าย มีข้อกังวลถึง นโยบายการนำเข้าแรงงานศรีลังกา ทดแทนแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยแนะนำให้ดึงแรงงานไทยมาทำงานทดแทนว่า การนำเข้าแรงงานชาติอื่นๆ เพิ่มเติม  เป็นการกระจายความเสี่ยง และเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาวะเร่งด่วนเนื่องจากหลายภาคส่วนประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง  ซึ่งตนจะเร่งรัดการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์นี้ เพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดหายไป และตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างทันเวลา 

ในส่วนของการดึงแรงงานไทยที่มีทักษะ เข้ามาทำงานทดแทนเร่งด่วนนั้น กรมการจัดหางาน ได้มีมาตรการรองรับโดยใช้แรงงานไทยทดแทน เช่น ทหารกองประจำการ ผู้ต้องโทษชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ และเยาวชนในสถานพินิจ ซึ่งสามารถนำมาเสริมแรงงานในภาคการผลิตและการเกษตร รวมถึงเปิดจดทะเบียนแรงงานผิดกฎหมาย ที่ปัจจุบันยังทำงานอยู่ในไทย เพื่อปรับเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง ลดปัญหาแรงงานเถื่อน และเพิ่มแรงงานในตลาดอย่างเร่งด่วน ด้วย

ขณะที่ด้านฝ่ายบริหารหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผยต่อว่า ทางหน่วยงานพร้อมให้การสนับสนุนรัฐบาล ให้กระทรวงแรงงาน ดำเนินการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยทางฝ่ายเห็นถึงปัญหาในกรณีที่แรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ ซึ่งแรงงานเหล่านี้จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเต็มเติมความต้องการแรงงานให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้ หากไม่มีการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อการเกษตร การผลิต การบริการ และการจ้างงานโดยรวมของประเทศ

‘พงศ์กวิน’ มั่นใจ!! คุยตระกูล ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ ง่ายกว่า ปัด!! ไม่ทราบรายละเอียดการเจรจา ต้องรอผลจากแกนนำ

(31 ส.ค. 68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ทีมพรรคเพื่อไทยยังคงดำเนินการรวบรวมเสียงอยู่

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการหารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่ามีทิศทางอย่างไรต่อไป นายพงศ์กวิน ตอบว่า คงไม่มีอะไรเปลี่ยน เราต้องพยายามรวบรวมเสียงให้ได้ก็เท่านั้น

ต่อคำถามถึงการที่นายสุริยะไปพูดคุยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะเป็นตระกูลเดียวกัน จะทำให้การเจรจาง่ายขึ้นหรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะคุยกันง่ายกว่า

สำหรับประเด็นว่าพรรคเพื่อไทยสามารถตอบรับข้อเสนอของพรรคประชาชนได้หรือไม่ นายพงศ์กวินย้ำว่า ตนไม่ทราบ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นการพูดคุยระดับแกนนำพรรค

'พงศ์กวิน' รมว.รุ่นใหม่ เปิด 6 ผลงานเด่น รอบ 60 วัน พลิกโฉม – ยกระดับ – สร้างโอกาสแรงงานทุกมิติ

นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 4 กรกฎาคม จนถึง 4 กันยายน 2568 ครบ 60 วันแรก ที่ตนและทีมงานได้เร่งดำเนินการทุกๆ นโยบายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องแรงงานและประชาชนชาวไทย ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยทัดเทียมนานาประเทศ โดย 6 ผลงานเด่น ประกอบด้วย

1.เปิดตัว Fit4Work พลิกโฉมหลักสูตรแรงงานตรงใจนายจ้างลดปัญหาว่างงาน เพิ่มรายได้ โดยจับมือกับ GSPA NIDA ยกระดับทักษะแรงงานยุคดิจิทัล ช่วยสร้างแรงงาน ยุค AI ที่พร้อมทำงาน ตรงความต้องการของตลาด ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ผลักดันประเทศก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

2.ผลักดันโครงการ Learn to Earn เรียนรู้สู่รายได้ จบไปมีงานทำ ต่อยอดอนาคตแรงงานไทย ให้เยาวชนได้ค้นหาตัวเอง มีรายได้เสริม ช่วยลดภาระครอบครัว และแก้ปัญหา การว่างงานของนักศึกษาจบใหม่

3.จัดทำหลักสูตรด้าน AI และ DATA Center ร่วมกับ ผู้ประกอบการระดับโลก อาทิเช่น Dell Microsoft  Huawei

4. ผลักดันให้ ม.หอการค้าไทย-กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน-หอการค้าไทย ลงนาม MOU พัฒนาทักษะดิจิทัลร่วมมือกันยกระดับทักษะแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานยุคดิจิทัล  

5.แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยผ่อนผันให้แรงงานสัญชาติกัมพูชาที่ถือบัตรผ่านแดน (Border Pass) ทำงานบริเวณชายแดน ผลักดันให้มีการจ้างแรงงานประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น แรงงานศรีลังกา  รวมถึง พิจารณาให้คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว สำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาทั้ง 9 แห่งใน 4 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี ซึ่งกรมการปกครองได้จัดทำทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อทำงานได้ไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาต โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง การดำเนินการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ประกาศกระทรวงแรงงาน และประกาศกระทรวงมหาดไทย)

6.ตั้งคณะทำงานยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. …. เพื่อคุ้มครองแรงงานอิสระ พร้อมรับฟัง แรงงานอิสระทุกกลุ่ม ผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ และปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องและเอื้อประโยชน์กับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมในทุกมิติ และมุ่งไปสู่การสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ

นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตนได้ขับเคลื่อนงานที่ผ่านมาอย่างเต็มที่ด้วยการ ลงพื้นที่ รับฟังปัญหา และเร่งแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตนพร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป เพื่อให้พี่น้องแรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีงานทำที่มั่นคง และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นธรรม และผมขอขอบคุณพี่น้องแรงงานทุกคน เพื่อนข้าราชการ และทุกภาคส่วน ที่ได้เสียสละและมุ่งมั่นช่วยกันทำให้เกิดโครงการดีๆ ซึ่งหลายโครงการไม่ได้ใช้งบประมาณ แต่เน้นการบูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรภายนอก ทั้งภาคการศึกษา และภาคเอกชน 

นายพงศ์กวิน เน้นย้ำว่า แม้ระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่จะไม่ยาวนานนัก แต่มั่นใจว่ากระทรวงแรงงานได้บ่มเพาะต้นกล้าทางความคิดในการเปลี่ยนแปลงจาก 'กระทรวงจับกัง' สู่การเป็น “กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ” เพื่อประโยชน์แก่พี่น้องแรงงานทุกระดับอย่างแท้จริง

‘พงศ์กวิน’ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนภารกิจ ร่วมฟื้นภาพ ‘กระทรวงแรงงาน’ สู่กระทรวงเศรษฐกิจ

(11 ก.ย. 68)  เวลา 13.30 น. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายจักรพงส์ สุเมธโชติเมธา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ ศาลพ่อปู่ชินพรหมมา เนื่องในโอกาสอำลาตำแหน่ง โดยมีนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ร่วมมอบดอกไม้เพื่อแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจ ณ บริเวณโถงด้านล่างกระทรวงแรงงาน

โอกาสนี้  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  ได้กล่าวขอบคุณการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ร่วมกับขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงแรงงานตามนโยบายที่ตนได้วางไว้   ตลอดช่วงระยะเวลา 2 เดือน 7 วัน ที่ผมได้มานั่งทํางาน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ ได้ผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ  ร่วมทั้งปรับแก้เชิงโครงของกระทรวงเพื่อให้ทันสมัย ทันโลก ทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อพี่น้องชาวแรงงานทุกท่าน เพื่อเป็นกำลังสำคัญต่อประเทศชาติเพื่อรองรับการลงทุนและการแข่งขันในเวทีนานาชาติต่อไปครับ 

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ได้พบปะพูดคุยด้วยความเป็นกันเองกับคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และสื่อมวลชน โดยบรรยากาศในการอำลาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top