Thursday, 4 June 2026
ป้องกันอาชญากรรม

ตร.ผุดไอเดีย!! เปิดโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together)

ตามนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของรัฐบาล ที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนทุกรูปแบบ โดยบูรณาการการดำเนินการจากทุกภาคส่วน ผนึกกำลังกับเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมกันพัฒนา และแก้ไขปัญหาในชุมชน สังคม และท้องถิ่น ตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุก ๆ มิติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจเอก รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยได้จัดทำโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together)” ให้สอดรับกับนโยบายดังกล่าวของรัฐบาล

โดยมอบหมายให้ พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และมี พลตำรวจโท ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน ตาม คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 36/2565 ลงวันที่ 31 มกราคม 2565 โดยมีเป้าหมาย “เพื่อให้ชุมชน สังคมมีความสุขสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพมีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว”

โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะทำการคัดเลือกและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสถานีตำรวจ และระดับกองบังคับการทั่วประเทศ จำนวนกว่า 9,000 นาย เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับเครือข่ายภาคประชาชน หลังจากนั้นจะทำการคัดเลือกและฝึกอบรมเครือข่ายภาคประชาชนจากทุกสาขาอาชีพที่มีบทบาทในสังคมหรือชุมชนนั้น ๆ เช่น ผู้นำตามธรรมชาติ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หรืออื่น ๆ สถานีตำรวจละ 50 คนทั่วประเทศ รวมกว่า 74,200 คน เพื่อทำหน้าที่ในการสะท้อนปัญหา และความต้องการของชุมชน มายังคณะกรรมการระดับสถานีตำรวจพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหา หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หรือเกินขีดความสามารถ จะเสนอไปยังคณะกรรมการระดับอำเภอ คณะกรรมการระดับกองบังคับการ คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด คณะกรรมการระดับกองบัญชาการ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา ความต้องการของประชาชน แต่หากยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะทำการรวบรวมปัญหา ความต้องการจากทุกพื้นที่ แล้วรายงานไปยังรัฐบาล เพื่อหาแนวทางการแก้ไขในระดับประเทศต่อไป

ผบ.ตร.เปิดการอบรมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล (Stronger Together) ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเรื่องจิตอาสา และการป้องกันตัวจากเหตุกราดยิง

วันนี้ (24 พ.ย.66) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการอบรมผู้นำประชาชน ตามโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล (Stronger Together) ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย  พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมคณะ ณ อาคารกีฬาศูนย์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าอบรมจำนวน 1,900 คน เป็นผู้แทนของประชาชนในพื้นที่ตําบลต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตํารวจในสังกัด 38 สถานี สถานีตํารวจละ 50 คน ใช้เวลาในการอบรมรุ่นละ 1 วัน จํานวน 3 รุ่น ในวันนี้เป็นการอบรม รุ่นที่ 3

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลในการดำเนินโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม Stronger Together” มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอและแก้ไขปัญหาชุมชน สังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรม
และการท่องเที่ยว เพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน

การอบรมในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านคือผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะสรรค์สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ชุมชน ท้องถิ่นที่ท่านอาศัยอยู่ จึงขอให้ทุกท่านได้ภาคภูมิใจ และร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างชุมชนและสังคมให้เติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน เชื่อมั่นว่าจะสามารถเป็นพลังสำคัญในการแก้ไขความเดือดร้อนของสังคมได้ตรงกับความต้องการ

ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่องโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ การสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แก่ผู้เข้าร่วมอบรมจากนั้น ผบ.ตร.บรรยายให้ความรู้ในเรื่องการเอาตัวรอดจากเหตุกราดยิง (Active Shooter) หนี ซ่อน สู้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเอาตัวรอดจากเหตุดังกล่าวด้วย

จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษจาก พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรื่อง การสร้างเครือข่ายพลังแผ่นดิน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของบ้านเมือง และการมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ (การก่อเกิด การพัฒนา การรักษา การคงอยู่) , และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ บรรยายในหัวข้อ การปฏิบัติงานของตำรวจในยุคปัจจุบัน รายการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ด้วย

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ 'จันทบุรี' ด่วน! สั่งยกระดับดูแลประชาชน 3 จว.ชายแดน ป้องกันอาชญากรรมขั้นสูงสุด 

'ผบช.ภ.2' ลงพื้นที่จันทบุรี กำชับ 3 จังหวัดชายแดนเตรียมกำลังพร้อมเสริมกองกำลังป้องกันชายแดน ยกระดับการดูแลประชาชนพื้นที่ส่วนหลัง สืบสวน หาข่าว ป้องกันอาชญากรรมขั้นสูงสุด ส่งตำรวจลงชุมชนลดความตระหนก สแกนกลุ่มเปราะบางรับมือแผนอพยพ ใช้ AI ช่วยเฝ้าระวัง 

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค.68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ลงพื้นที่ จว.จันทบุรี ติดตามสถานการณ์พื้นที่แนวชายแดนติดต่อประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิด ตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ให้เตรียมความพร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าตามอำนาจหน้าที่ของตำรวจ  พร้อมปฏิบัติการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังและการอพยพประชาชน  และมีมาตรการปฏิบัติยกระดับการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ (แผนกรกฎ/67) 

“ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 2 สั่งการให้ ภ.จว.จันทบุรี ตราด และ สระแก้ว เตรียมกำลัง ยุทโธปกรณ์ พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติกองกำลังป้องกันชายแดน และกำชับให้ยกระดับความเข้มในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยให้ระดมตำรวจชุมชนสัมพันธ์ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน มิให้ตื่นตระหนกกับข่าวลือ ข่าวลวง และเตรียมความพร้อมอพยพประชาชนไปสู่พื้นที่ปลอดภัยหากจำเป็น ให้สำรวจกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เพื่อเตรียมแผนการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันอาชญากรรมทุกรูปแบบที่อาจอาศัยสถานการณ์เช่นนี้ลอบก่อเหตุ โดยกำชับให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 (บก.สส.ภ.2) สืบสวนหาข่าวเฝ้าระวังขั้นสูงสุด” ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ จว.จันทบุรีวันนี้ พบว่าสถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ยังเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยดี โดยกำชับว่าตำรวจการ์ดอย่าตก เพิ่มความเข้มสูงสุด ไม่ประมาท ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ สร้างความอุ่นใจ และความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันวันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ร้านทอง ธนาคาร  ร้านสะดวกซื้อ โดยจากการใช้งานที่ผ่านมาช่วยในการแจ้งเหตุ ติดตามจับกุมคนร้ายได้ทันท่วงที และได้กำชับว่าในสถานการณ์เช่นนี้ให้นำเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาและนำมาใช้ในพื้นที่มาช่วยดูแลประชาชน เช่น การแจ้งเหตุ การเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ตามขอให้กำลังใจตำรวจทุกนายในพื้นที่ โดยในฐานะผู้บังคับบัญชาพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติทุกภารกิจให้สำเร็จ ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ค.68) จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจและกำชับการปฏิบัติตำรวจในพื้นที่ จว.ตราด ต่อไป 

“ตำรวจภูธรภาค 2 ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ส่วนหน้าผู้ปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยชายแดนไทย - กัมพูชาครั้งนี้ และส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกคน และขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อผู้สูญเสียจากสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตามในส่วนของตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมดูแลพิทักษ์ความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ส่วนหลังอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้หากต้องการความช่วยเหลือจากตำรวจ โปรดโทร.191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top