Thursday, 4 June 2026
ปัญหายาเสพติด

'นบ.ยส.35' เข้มขับเคลื่อน 'ปัญหายาเสพติด' ภาคเหนือร่วมกับ ตชด.ภาค 3

(12 พ.ย.67) ที่ผ่านมา พลโท กิตติพงศ์ ชื่นใจชน แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (ผบ.นบ.ยส.35) ขับเคลื่อนปัญหายาเสพติดร่วมกับ พลตำรวจตรีวรพัฒน์ บุญมา ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 (ผบ.ตชด.ภาค 3) เพื่อบูรณาการหน่วยงานในระดับพื้นที่วางมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดเชิงรุก และเฝ้าระวังพื้นที่ ให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

ทั้งนี้ สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบัน ยาเสพติดมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณยาเสพติดที่นำเข้า และถูกจับกุมได้ภายในประเทศมีปริมาณมาก เมื่อเปรียบเทียบในห้วงเวลาเดียวกัน กับปีที่ผ่านมา (ห้วง ต.ค. - พ.ย.) ยาบ้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.93 และไอซ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.76 

โดยวางมาตรการในการสกัดกั้นยาเสพติดที่เตรียมจะทะลักเข้ามาในห้วงเทศกาลลอยกระทงถึงปีใหม่ เพื่อสกัดยับยั้งยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนในให้ได้มากที่สุดต่อไป

สุโขทัย-รมว.สธ. เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตและยาเสพติดที่สุโขทัย

(24 พ.ค. 68) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สธ. เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตและยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568  เพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเร่งด่วนและครบวงจร ตั้งแต่การปราบปรามป้องกัน บำบัดรักษา และฟื้นฟู โดยกระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นยกระดับบริการ ด้วยนวัตกรรมที่สำคัญ เช่น
1. การขับเคลื่อนการใช้ยาฉีดออกฤทธิ์เนิ่น ในผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่ก่อความรุนแรง ทุกเขตสุขภาพ ร่วมกับโรงพยาบาลจิตเวช และโรงพยาบาลทั่วไป
2. การขยายผลการบริการยาสมุนไพร ตำรับยาอดยาบ้า ในกลุ่มผู้ติดยาเสพติด ทุกหน่วยบริการสาธารณสุข สถานพินิจ และหน่วยงานบำบัดยาเสพติด 
3. การใช้เทคโนโลยีการรักษาผ่านการกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด
โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารระดับกระทรวง ผู้รับผิดชอบงานยาเสพติดส่วนภูมิภาคในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง  พร้อมมีพิธีมอบรางวัลเขตสุขภาพที่มีผลการดำเนินงานและผลการเบิกจ่ายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพสูง ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 6 , 1 และ 4 รวมถึงมอบรางวัลผลการดำเนินงานของเขตสุขภาพในด้านต่าง ได้แก่  
1.ด้านการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายในด้านการบำบัดรักษายาเสพติด  
2.ด้านการดำเนินงานมินิธัญญารักษ์ 
3.ด้านการบำบัดรักษาและติดตามต่อเนื่อง 4.ชุมชนล้อมรักษ์ 
5.รางวัลเขตสุขภาพที่มีการบูรณาการบำบัดฟื้นฟูดีเด่น ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 2
และเมื่อวันที่ 23 พค.68 โรงพยาบาลทุกแห่ง ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตและยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี นายแพทย์วิทยา พลสีลา สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 2 และผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมฯ ซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานเขต สุขภาพที่ 2 ในระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2568 ณ สุโขทัย เฮอริเทจ รีสอร์ท จังหวัดสุโขทัย 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติ 'ยุทธการสกัดยานรก' ภายใต้นโยบาย 'ยกระดับจัดการปัญหายาเสพติด' ของนายกรัฐมนตรี

(4 ต.ค. 68) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ณ บช.ปส. โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์  เย็นท้วม  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด., พลโท ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิต ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., พ.อ.เกียรติศักดิ์ ทรัพย์เมฆ รอง ผบ.ขกท. และผู้บังคับบัญชา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการ “ต้องชนะยาเสพติด” ให้ได้อย่างเด็ดขาด

จากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยให้เป็นนโยบายเร่งด่วน ขจัดยาเสพติดให้สิ้นซาก และให้ยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศในการร่วมกันปราบปรามยาเสพติด ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พร้อมสั่งการให้ “อัปเดต - อัปเกรด” การทำงานให้ทันต่ออาชญากรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรอบปีที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติเป็นที่ประจักษ์ สามารถจับกุมคดียาเสพติดรวม 265,446 คดี ผู้ต้องหา 265,109 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,083 ล้านเม็ด, ไอซ์ 51,916 กิโลกรัม, คีตามีน 6,031 กิโลกรัม, เฮโรอีน 11,294 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินจากขบวนการค้ายาเสพติดได้รวมมูลค่าสูงถึง 14,905 ล้านบาท 

ในห้วงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เร่งเครื่องปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดสำคัญได้ถึง 9 คดี จับกุมผู้ต้องหา 16 ราย ยึดยาบ้ารวม 18.25 ล้านเม็ด, ไอซ์ 1,488 กิโลกรัม, และคีตามีน 29 กิโลกรัม โดยมีคดีสำคัญที่สะท้อนถึงความเด็ดขาดในการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ตั้งแต่ชายแดนจนถึงเมืองหลวง ดังนี้

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จับกุมเครือข่ายสำคัญ 6 คดี 
1. ยุทธการนักบินปราจีนบุรี: ทลายโกดังพักยาที่นครพนม ยึดไอซ์ 500 กิโลกรัม
2. สกัดรถบรรทุกนรก: จับกุมกลางสระบุรี ยึด ไอซ์ 468 กิโลกรัม และคีตามีน 29 กิโลกรัม ขัดขวางการลำเลียงสู่ภาคใต้
3. แก๊งซิ่งฝ่าแนวกั้น: บุกสกัดที่ปากช่อง นครราชสีมา ยึดยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด
4. แก๊งเจริญชัย: จับกลางปั๊มกำแพงเพชร ยึดยาบ้าลอตใหญ่ 6 ล้านเม็ด ขวางเส้นทางสู่ภาคกลาง
5. เครือข่ายพี่น้องชาวเขา: สกัดที่นครสวรรค์ ยึดยาบ้า 2.5 ล้านเม็ด
6. เครือข่ายใต้ในแดนเหนือ: จับกุมที่เชียงราย ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด ขณะเตรียมลำเลียงลงสู่ภาคใต้

กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทลายเครือข่ายสุพรรณบุรี ยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 3.08 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหาที่ติดกำไล EM ในคดีพรากผู้เยาว์
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จับกุมขบวนการลักลอบขนยา 2 คดี
1. เครือข่ายท้าวชัยน้อย: จับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดริมแม่น้ำโขง ยึดยาไอซ์ 300 กิโลกรัม และยาบ้า 1,472,00 เม็ด ในพื้นที่นครพนม มูลค่าประมาณ 75 ล้านบาท และถ้าส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 จะมีมูลค่าถึง 150 ล้านบาท
2. สกัดจับยาไอซ์ 220 กิโลกรัม ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ 

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มที่ ทั้งด้านเทคโนโลยีและการสร้าง “กลไกเชิงระบบ” ที่เป็นแนวทางถาวรในการต่อสู้กับอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ประสบความสำเร็จลุล่วงด้วยดี และมีความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจสำคัญนี้ หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทันทีผ่านช่องทาง สายด่วนยาเสพติด 191 และสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้บ้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top