Wednesday, 21 October 2026
ปรับครม

ผมนึกถึงตอนสมัยผมเรียนหนังสือ เพื่อนที่เกเรบางคน ไม่เข้าห้องเรียน แล้วพอสอบตก ก็โวยวายว่า เรื่องที่สอบ ครูยังไม่สอน

(15 มิ.ย. 68) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ...

หนีเรียน แล้วมาด่าครู

ตามที่นาย ศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา ได้โพสต์ข้อความใน fb แสดงข้อข้องใจในความล่าช้า ถึงการร่างกฎหมายเกี่ยวกับพลังงานของท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รวมทั้งตำหนินโยบายการทำงานของท่าน ว่าการลดราคาพลังงานที่เป็นอยู่ เป็นการอุดหนุนโดยใช้ภาษีประชาชน เวลาลงพื้นที่ไม่สามารถตอบคำถามประชาชนได้

ผมอยากจะนำเรียน ข้อมูลดังนี้นะครับ 
1. เรื่องการลดราคาพลังงาน ในการลดราคาน้ำมันนั้น ท่านพีระพันธุ์ฯได้ประกาศลดเงินกองทุนน้ำมันลง และใช้วิธีให้บริษัทน้ำมันแจ้งต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งท่านพีระพันธุ์ฯ ยังใช้วิธีขอข้อมูล จากกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร มาประเมินร่วมกัน จากความขยันของท่าน ทำให้บริษัทน้ำมัน ให้ความร่วมมือ ในการควบคุมราคา ดังจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันนี้ ราคาน้ำมันไม่ได้ขึ้นลงตามอำเภอใจเหมือนในอดีต
2. ในเรื่องของ ค่าไฟฟ้า ตอนท่านพีระพันธุ์ฯ มารับตำแหน่ง ค่าไฟจะปรับไปที่ 4.70 ท่านตรึงราคาอยู่ที่ 4.18 และ 4.15 ตามลำดับ จนล่าสุดปรับลงมาที่ 3.98 โดยใช้เงินกองทุนดูแลผู้ใช้ไฟ ที่ต้องนำส่ง กกพ. ซึ่งเป็นกองทุนที่ไม่ควรมี เพราะเก็บจากค่าไฟของพวกเรา ซึ่งตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งสามารถประหยัดเงินให้พวกเราถึงราว 275,000 ล้านบาท ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า จึงไม่ได้ใช้ภาษีของประชาชนมาอุดหนุนครับ

3.ในการร่างกฎหมายนั้น ในแต่ละฉบับมีเป็นร้อยมาตรา ท่านนั่งเขียนของท่านคนเดียวเพื่อให้งานออกมาเร็ว เสร็จแล้วให้ทีมงานช่วยกันตรวจทาน หลังจากนั้นต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกฎหมายแต่ละฉบับตรวจสอบให้ข้อคิดเห็น ซึ่งหน่วยงานแต่ละหน่วยอยู่นอกบังคับบัญชาของท่านเขาก็ตรวจอย่างละเอียดท่านไม่สามารถเร่งรัดได้ หลังจากนั้นยังต้องรับฟังความคิดเห็น แล้วนำมาแก้ไข เพราะกฎหมายใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ จึงต้องละเอียดและรอบคอบ ซึ่งเป็นขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ ในตอนนี้กฎหมายปลดล็อคโซลาร์รูฟจากที่ต้องขออนุญาตติดตั้งจาก 5 หน่วยงานเป็นติดตั้งเสรี ก็ผ่านขั้นตอนต่างๆ น่าจะนำเสนอ ครม.ได้ภายใน ก.ค.นี้ เพื่อนำเข้าสภาฯต่อไป ต่อไปก็จะเป็น กฎหมายเกี่ยวกับน้ำมัน,ไฟฟ้า และก๊าซ ที่ท่านก็พยายามดำเนินการอยู่

ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ ท่านพีระพันธุ์ฯก็ชี้แจงทุกครั้งที่มีการประชุม ซึ่งเมื่อมีผู้ซักถามท่านก็ตอบทุกครั้ง เหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกถึงตอนสมัยผมเรียนหนังสือ เพื่อนที่เกเรบางคน ไม่เข้าห้องเรียน แล้วพอสอบตก ก็โวยวายว่าเรื่องที่สอบครูยังไม่สอน เหนื่อยใจครับ

กระทรวงไหนที่คนไทย อยากให้เปลี่ยนรัฐมนตรีมากที่สุด!!

เมื่อวานนี้ (14 มิ.ย. 68) รศ.ดร.สุณีย์ กัลยะจิตร และคณะ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผย ผลสำรวจประเด็น 'คนไทยต้องการปรับ ครม.หรือไม่" ของ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย เป็นการสำรวจทัศนคติและความคิดเห็นด้านสถานการณ์การศึกษาและปัญหาที่เป็นกระแสสังคม ในพื้นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ คณะผู้วิจัยประยุกต์ใช้การวิจัยเชิงสำรวจด้วยการลงพื้นที่สัมภาษณ์แบบเผชิญหน้า (face to face) และการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (phone survey) โดยใช้แบบสัมภาษณ์ผ่านช่องทางออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 11,802 ตัวอย่าง ในช่วงระหว่างวันที่ 5 -11 มิถุนายน 2568 ผลการศึกษาสรุปสาระสำคัญ ที่น่าสนใจ

ได้แก่ ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นในประเด็น ท่านต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.)หรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.6 ระบุว่า ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.)

สาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนต้องการให้มีการปรับ ครม. สะท้อนถึงความไม่พอใจในประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง การขาดภาวะผู้นำ และความชัดเจนในการบริหาร การไม่ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้

รวมถึงปัญหาด้านการทุจริต ความไม่โปร่งใส และการไม่ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการและคุณภาพชีวิต รวมถึงปัญหาเฉพาะพื้นที่ อย่างปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นต้น

ขณะที่ ความคิดเห็นประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจ หรือร้อยละ 12.4 ระบุว่า ไม่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดยเหตุผลที่ยังไม่ต้องการให้มีการปรับ ครม. ส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ถึงประสิทธิภาพและความตั้งใจในการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ความเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์ การเห็นว่ารัฐบาลเข้าใจประชาชน รวมถึงความต้องการให้เกิดความเสถียรภาพและการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาประเทศดำเนินต่อไปได้ และมีความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีใหม่ อาจนำมาซึ่งปัญหาด้านประสบการณ์ ความขัดแย้ง หรือการเล่นเกมการเมือง แทนที่จะเป็นการสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อสอบถามถึงกระทรวงที่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีมากที่สุด 5 อันดับ พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด หรือร้อยละ 46.75 ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีในส่วนของกระทรวงกลาโหมมากเป็นอันดับหนึ่ง

รองลงมาอันดับสองคือ กระทรวงการคลัง ร้อยละ 41.86 อันดับสาม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร้อยละ 38.26 อับดับสี่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยละ 28.93 อันดับห้า มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร้อยละ 27.89 และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 27.88 ตามลำดับ ฯลฯ

เกมปรับ ครม. สกัด ‘ไอเดียร์’!! โรมเปิดโปงสามีแก๊งสแกมเมอร์ ชี้สินบน 40 ล้าน เรื่องเดือดในสภา พรรคในบุรีรัมย์ปะทะคนใหม่ชัยภูมิ รอดูชี้แจง กมธ. 7 ต.ค.

เกมปรับ ครม.สะกัด “แทนทรัพย์” โตข้ามบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ส่งข้อมูลฝ่ายค้านแฉสแกมเมอร์

นี้คือเกมการเมืองในสภาที่ซ้อนกัน 3 ชั้น ไม่ใช่แค่เรื่องผัวเมียครับ ต้องดูต้นสายจริงๆกับปรากฏการณ์ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เปิดฉากแฉ สามี สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ชาวจีนเชื้อสายออสเตรเลีย อาจจะเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ และเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ

เดือดทั้งสภากับกระทู้ของโรม ที่ถามความคืบหน้าเรื่องเงินสินบน 40 ล้าน ให้หยุดปราบแก๊งสแกมเมอร์ เรามาลองลำดับเหตุการณ์ และวิเคราะห์กันว่ามันเกิดอะไรขึ้น และแนวโน้มจะเป็นอย่างไร
1. เหตุการณ์จริงที่เกิดในสภาคือ วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา โรมตั้งกระทู้ถาม ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เรื่องมีคนเสนอสินบน 40 ล้านให้รัฐมนตรี มีความคืบหน้าไปถึงไหนอย่างไร
ไชยชนกสวนกลับว่า สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ก็เอี่ยวเว็บพนัน
โรมเลยสวนว่า ถ้าจะปราบให้แฟร์ ให้ไปดู "สส.หญิงชัยภูมิคนหนึ่ง ที่อาจจะมีสามีเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ เป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ"

ชัยภูมิ สส.หญิงมีคนเดียวคือ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ ไอเดียร์ พรรคภูมิใจไทย ลูกสาว สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 3 พ่อลูกอยู่ภูมิใจไทยทั้งคู่ ก่อนหน้านี้อยู่พลังประชารัฐมาก่อน

ไอเดียร์ลุกโต้ทันทีว่าพูดลอยๆ ทำให้เสียหาย ให้เปิดหลักฐานเลย ถ้าไม่มีหลักฐานทำให้เขาเสียหาย ให้ถอนคำพูดสุดท้ายโรมไม่ถอนคำพูด โดนรองประธานสภาฯ เชิญออกจากห้องประชุม
หลังจากนั้นโรมแถลงต่อว่าจะเรียก ไอเดียร์และสามี นายซาง ไท่หยาง ชาวจีนสัญชาติออสเตรเลีย มาชี้แจง กมธ.กฎหมาย 7 ต.ค. ประเด็นคือเงินเกือบ 1900 กว่าล้านมาจากไหน บริษัทที่เขาปล่อยกู้ล้มละลายไปแล้ว บางกองทุนคนติดคุกไปแล้ว
และโรมทิ้งบอมบ์อีกดอกว่า ไอเดียร์เคยเป็นเลขานุการ รมว.ดีอี คาบเกี่ยวกับช่วงมีเรื่องสินบน 40 ล้านด้วย

ฝ่ายไอเดียร์ไปแจ้งความหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่ บก.ปอท. และยืนยันว่าสามีก่อนแต่งก็รวยอยู่แล้ว เขาทำธุรกิจลงทุนหลายบริษัท ไม่ได้เอี่ยวสแกมเมอร์

พ่อคือ สัมฤทธิ์ ก็ออกมาบอกว่าเชื่อลูกเขยทำธุรกิจสตาร์ทอัพสุจริต มีระบบตรวจสอบเข้มงวดในต่างประเทศ พร้อมให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ แต่ติงว่า กมธ.ไม่มีอำนาจเรียกคนนอกที่ไม่ใช่นักการเมือง มาให้ข้อมูล

2. วิเคราะห์ต้นสายปลายเหตุ

ก. โซ้ย หรือแซะกันเองในภูมิใจไทย หวังผลเรื่องการปรับ ครม.ภูมิใจไทยตอนนี้มีโควตา 19 ตำแหน่ง แต่ สส.ทะลักเข้ามาเยอะ สูตรล่าสุดคือ 10 สส. ต่อ 1 รมต. แปลว่าแย่งกันดุเดือดมาก พ่อลูกตระกูลแทนทรัพย์ ถือ 2 เก้าอี้ในชัยภูมิ เป็นบ้านใหญ่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ภูมิใจไทย ถ้าพ่อได้เป็นรัฐมนตรี ลูกสาวก็เป็นฐานต่อรอง กลุ่มเก่าในบุรีรัมย์+บ้านใหญ่เจ้าถิ่นเดิมจึงไม่พอใจ อยากสกัดไม่ให้ตระกูลใหม่โตเร็ว

ข. ส่งข้อมูลให้ฝ่ายค้าน - ประชาชน และ ประชาธิปัตย์ เป็นไปได้หรือไม่
นี่คือวิธีที่เนียนที่สุดในสภาไทย และเกิดขึ้นบ่อยในช่วงจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือปรับ ครม. ตอนนี้ข้อมูลทรัพย์สิน 1,900 ล้านของไอเดียร์และสามี ใครก็เปิดดูได้จาก ป.ป.ช. แต่ข้อมูลเชิงลึกว่าบริษัทไหนล้มละลาย กองทุนไหนคนติดคุก ต้องมีคนชี้เป้า โรมถึงพูดได้ว่า "ไม่ต้องห่วงหลักฐานมาแน่" แสดงว่ามีคนส่งไฟล์ให้แล้ว

การที่โรมได้ข้อมูล แล้วประชาธิปัตย์ โดยศิริโชค โสภา อดีต สส.ก็น่าจะได้ข้อมูลเดียวกัน แบ่งกันเล่น โรมเปิดประเด็น ศิริโชคขยี้ต่อ ประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งตอกย้ำเจตนารมณ์ไม่ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทยเพราะ "ละอายใจต่อบรรพบุรุษ" ก็ออกมาซ้ำเรื่องความโปร่งใส จึงเข้าล็อคทฤษฎี "ยืมมือฝ่ายค้านฆ่า" ไม่ต้องเปลืองตัวทะเลาะกันเองในพรรคร่วม
ค. โซ้ยแซะพ่อ สกัดนั่งรัฐมนตรี นี่คือเป้าหลัก พ่อคือ สัมฤทธิ์ เป็นประธาน กมธ.พาณิชย์ฯ กำลังมีชื่อลุ้น รมต. ถ้าลูกสาวโดนแผลเรื่องสามีพัวพันสแกมเมอร์และฟอกเงิน พ่อก็หมดความชอบธรรมทันที ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ปปง.ต้องเข้ามายึดอายัดตรวจสอบก่อน โรมจงใจพูดเรื่องนี้
และถ้าลูกสาวโดน ป.ป.ช.สอบหนัก ก็เท่ากับตัดขาตระกูลแทนทรัพย์ทั้งตระกูล ไม่ใช่แค่สกัดไอเดียร์คนเดียว

ง. ใครแซะ ใครโซ้ย? ถ้าเรียงตามผลประโยชน์:
-คนแซะไอเดียร์: กลุ่มบ้านใหญ่เดิมในภูมิใจไทยที่เสียโควตา รมต. ให้กลุ่มใหม่ย้ายมา + กลุ่มที่อยากดันคนของตัวเองนั่งดีอี แทนสายของไชยชนก
-คนโซ้ยพ่อ: กลุ่มเดียวกัน เพราะถ้าพ่อได้ รมต. บ้านใหญ่ชัยภูมิจะกลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ในอีสานทับซ้อนกับขั้วบุรีรัมย์
-คนได้ประโยชน์จากการให้โรมแฉ: ภูมิใจไทยสายหลัก (ชิดชอบ) เองก็ได้ประโยชน์ เพราะได้อ้างว่าพรรคพร้อมให้ตรวจสอบ โชว์ว่าตัวเองปราบสแกมเมอร์จริง แต่ก็ได้กำจัดกลุ่มที่อาจเป็นจุดอ่อนเรื่องทุนสีเทาไปในตัว

สรุปสั้นๆ: นี่ไม่ใช่เรื่องโรมอยากแฉไอเดียร์อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องคนในภูมิใจไทยอยากใช้โรมเป็นมีดไปเชือดกันเอง ก่อนโผ ครม. อนุทิน 2 จะออก โรมได้คอนเทนต์ปราบสแกมเมอร์ที่เป็นจุดยืนพรรคประชาชนมาตลอด ส่วนคนส่งข้อมูลในภูมิใจไทยได้กำจัดคู่แข่งโดยไม่ต้องออกหน้าเอง

ต้องรอดูวันที่ 7 ต.ค. ว่า ไอเดียร์กับสามีจะกล้าเข้าชี้แจง กมธ.หรือไม่ และ ป.ป.ช. จะเรียกสอบที่มาทรัพย์สิน 1.9 พันล้านเมื่อไหร่ นั่นจะเป็นตัวตัดสินว่านี่คือการสกัดทางการเมือง หรือมีมูลเรื่องฟอกเงินจริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top