Friday, 5 June 2026
ปกป้องอธิปไตย

รทสช. ชวนติดแฮชแท็ก “ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด” สร้างขวัญกำลังใจทหารกล้าผู้อาสาปกป้องอธิปไตยชาติ

(6 มิ.ย.68) เพจเฟซบุ๊ก 'พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party' โพสต์ข้อความระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทย ร่วมกันแสดงออกด้วยการติดแฮชแท็ก #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่พี่น้องทหารของเรา ในภารกิจปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติ

ขณะที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ภาพตนเองกับธงชาติไทย ข้อความระบุว่า "#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด" ด้วยเช่นเดียวกัน

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมตรวจสอบความพร้อม การปฏิบัติการทางเรือสนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศยาน ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่ชายแดนทางทะเล ภาคตะวันออก

เมื่อวานนี้ (20 มิ.ย. 68) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมด้วย พลเรือตรี รังสรรค์ บัวเผือก รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการตรวจสอบความพร้อม การปฏิบัติการทางเรือสนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศยาน ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่ชายแดนทางทะเล ภาคตะวันออก ในพื้นที่รับผิดชอบของ ทรภ.1 

การตรวจสอบความพร้อมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก เรือหลวงนเรศวร ซึ่งเป็นเรือฟรีเกตสมรรถนะสูง ได้ออกปฏิบัติราชการตามแผนลาดตระเวนประจำวงรอบ ปกติในเขตพื้นที่ชายแดนทางทะเลฝั่งตะวันออก จึงได้ใช้โอกาสนี้บูรณาการร่วมกับหน่วยกำลังต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ และเพิ่มประสิทธิภาพการฝึก

การฝึกประกอบด้วย การปฏิบัติการร่วมระหว่างเรือกับอากาศยานไร้คนขับ การติดต่อสื่อสาร การแลกเป้าหมายทางยุทธวิธี รวมถึงการฝึกสนับสนุนการยิงฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือ ร่วมกันระหว่าง ร.ล.นเรศวร อากาศยาน ในทรภ.1 เรือใน มชด./1 และหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่บริเวณเกาะกูด จว.ตราด 

การฝึกในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบขีดความสามารถของหน่วยในพื้นที่ รวมถึงความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธ ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ขั้นตอนการปฏิบัติ และการแก้ไขข้อขัดข้องที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้หน่วยสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ เพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ และผลประโยชน์ของประเทศในพื้นที่ทางทะเล บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทัพเรือ คือเป็นกองทัพเรือ ที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

'มทภ.2' ลั่นไทยมีกระสุนเต็มแม็ก ป้องอธิปไตย ฝากบอก 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' รักษาสุขภาพด้วย

มทภ.2 ยืนยัน ไทยมีกระสุนเต็มแม็ก พร้อมรักษาอธิปไตย ขอฮุนเซน-ฮุนมาเนต รักษาสุขภาพ พร้อมฝากรัฐบาล 2 ประเทศ เร่งสางปมชายแดนไทย-กัมพูชา

(9 ก.ค. 68) ที่ฐานอนุพงศ์ อ.น้ำยืน จ. อุบลราชธานี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์ศรีสะเกษ - อุบลราชธานี นำสิ่งของพระราชทานมามอบให้ ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมฝากให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัยดูแลสุขภาพตามที่ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำ เนื่องจากอยู่ในช่วงหน้าฝนขอให้ผู้บังคับบัญชาดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล 

แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และประเด็นการสร้างรั้วแนวปราสาทตาเมือนธมว่า ต้องทำความเข้าใจร่วมกันทั้งสองฝ่ายในเรื่องของเขตแดนให้ตรงกัน เพราะถ้าสร้างอาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ ถ้ายังไม่ได้ทำความเข้าใจกัน จึงต้องให้ระดับสูงพูดคุยกันก่อน จนเกิดความเข้าใจกันหากจะสร้างโดยทันทีนั้นอาจเกิดความขัดแย้งได้ 

ขณะนี้ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาได้พูดคุยกันมาตลอด โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดความไม่เข้าใจกันก็ต้องพูดคุยกัน เพื่อไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งบางครั้งเกิดความไม่เข้าใจกันเรื่องเส้นทางลาดตระเวน หรือทหารเปลี่ยนผลัดใหม่ก็ต้องทำความเข้าใจจนทุกวันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ทั้งนี้ผู้บังคับหน่วยระดับกองพันกองร้อย ของทั้งสองฝ่ายก็ประสานพูดคุยกันจนทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้วขณะนี้รอสัญญาณความพร้อมในการประชุมคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาคหรือ RBC ไทย-กัมพูชา จากผู้นำทางฝ่ายกัมพูชา เพราะในส่วนของไทยโดยเฉพาะ โดยส่วนตัวในฐานะ ประธาน RBC มีความพร้อมทุกวัน หากจะประชุมวันพรุ่งนี้ก็พร้อมเสมอ

"เรารอแค่ทางกัมพูชาเป็นหลัก หากแจ้งกลับมาพรุ่งนี้ก็พร้อม หรือวันนี้ก็พร้อม เพราะเป็นประธานเอง ไม่ยากอะไร"

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังกล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาลาดตระเวนและมีการประชาสัมพันธ์เรื่องกระแสรักชาติของกัมพูชา ว่า ถือเป็นเรื่องปกติ และทางไทยเองก็เชิญชวนให้ประชาชน มาเที่ยวชมปราสาทตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชา มีหลายปราสาทตั้งแต่ผามออีแดงจังหวัดศรีสะเกษ โดยยืนยันว่า 3 ปราสาท 1 พื้นที่ที่เป็นประเด็นคนไทยสามารถมาได้ทั้งหมด เพราะเป็นเขตของไทยอยู่แล้ว

ขณะเดียวกันขอขอบคุณประชาชนที่ได้ร่วมกันมาท่องเที่ยวปราสาท ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้นานแล้ว โดยเฉพาะปราสาทตาเมือนธม รวมถึงปราสาทที่อยู่ใกล้เคียง ก็สามารถมาเที่ยวชมกันได้

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังย้ำถึงกรณีที่จะครบวาระเกษียณในเดือนตุลาคมนี้ว่า ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อมั่นผู้บังคับบัญชาที่จะคัดเลือกผู้มีความรู้ ความสามารถ มาเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 คนต่อไป จึงไม่เป็นห่วง

สำหรับนโยบายปราบปรามคอลเซนเตอร์-สแกมเมอร์ จะส่งผลเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายรัฐบาล และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา แต่ปัจจุบันปัญหานี้ลดไปได้มาก หมายเลขโทรศัพท์ แปลกปลอมลดลง มีความเข้มงวด ในมาตรการเข้า-ออกด่าน และขอย้ำว่า กำลังตามแนวชายแดนก็ตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดย ผบ.ทบ.รับนโยบายจากกระทรวงกลาโหม และหน่วยในพื้นที่พร้อมปฏิบัติตาม หากเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

พร้อมย้ำว่า ไม่กังวลประเด็นเสถียรของภาพรัฐบาล เพราะทหารทำหน้าที่อยู่แล้ว  และต้องดูแลความมั่นคงของประเทศ ส่วนการเมืองก็เป็นระบบต้องแก้ไขตามระบอบประชาธิปไตย และในส่วนของทหารพร้อมทำงานแม้ว่าจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็นใคร และขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายชัดเจนและทำเพื่อประเทศชาติ ซึ่งทหารก็พร้อมจะตอบสนองอยู่แล้ว 

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า จากสถานการณ์ช่องบก 28 พฤษภาคม 2568 จนถึงวันนี้ สถานการณ์ดีขึ้นโดยมีการปรับกำลังที่ช่องบก รวมถึงมีมาตรการด่าน เป็นการเสริมการทำงาน ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ 

พร้อมยอมรับว่า สถานการณ์จะดีขึ้นอีกหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้นำกัมพูชาได้ว่า จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นได้หรือไม่ เพราะฝ่ายไทยไม่มีปัญหาใดๆ โดยเฉพาะในประเด็น 3 ปราสาทกับหนึ่งพื้นที่ ที่ทางกัมพูชาได้ยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทหารก็จะควบคุมพื้นที่อยู่เช่นเดิม  

ส่วนจะมีประเด็นอะไรฝากถึงสมเด็จฮุนเซนและฮุนมาเนต หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า อยากให้ดูแลสุขภาพ และยังต้องการให้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของพี่น้องประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา 

ส่วนกรณีที่กองทัพไทยขอการสนับสนุนกระสุนจาก 'จัสแมก' จนมีการวิเคราะห์กันว่า ไทยมีกระสุนไม่เพียงพอ พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ไม่น่าจะใช่เรื่องจริง แต่มีการให้ข่าวที่ค่อนข้างคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่า ทุกวันนี้มีเพียงพออยู่แล้ว พร้อมที่จะปกป้องประเทศชาติ พร้อมย้ำว่า ไทยมีกระสุนเต็มแม็ก

คณะวุฒิสภาลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบสิ่งของจำเป็นแกเจ้าหน้าที่ชายแดน รับฟังปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวานนี้ (18 ก.ย.68) สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออก นำโดยนายกิติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง พร้อมด้วยคณะวุฒิสภา อาทิ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา, พลโท ปิยะชาติ ธูปทอง, และ พันเอกชวลิต จารุกลัส เดินทางลงพื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี                                      

เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น สนับสนุนการทำงานและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้พิทักษ์อธิปไตยของชาติ โดยมี นาวาเอกนพโรจน์  สิริปริยพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ให้การต้อนรับ และรายงานสรุปสถานการณ์ชายแดน พร้อมความคืบหน้าในการปฏิบัติภารกิจรักษาอธิปไตยของชาติ พื้นที่ชายแดนจันทบุรีมีความยาว 87 กิโลเมตร ปัจจุบันมีพื้นที่อ้างสิทธิ หรือ no man's land จำนวน 2 แห่ง  

ในพื้นที่เขาตาง๊อก เนื้อที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร ที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิ  แต่ไม่ได้เข้าไปใช้ประโยชน์ บริเวณหลักเขตที่ 66–67 ซึ่งเคยพบการบุกรุกปลูกข้าวโพดและอ้อยจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ได้มีการเจรจาและรื้อถอนออกแล้ว ปัจจุบันไม่มีผู้เข้าไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี่ ยังมีพื้นที่เฝ้าระวัง 2 จุด ที่หลักเขตที่ 64-65 หรือ พื้นที่ตัว ก. และหลักเขตที่ 68 หรือพื้นที่ตัวยู ซึ่งเป็นบริเวณที่ฝ่ายกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามา และกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.)     ได้ส่งเรื่องประท้วง  อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 และโดยล่าสุด ฉก.นย.จันทบุรี ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ป้องกันการกัดเซาะและสร้างถนนเลียบชายแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการลาดตระเวนและลดระยะเวลาปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออก ได้เดินทางต่อไปยังจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทหาร ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่หน้าด่าน 

ในครั้งนี้นายยุคล กล่าวชื่นชม และแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารบกและทหารเรือที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เสียสละ เต็มกำลังความสามารถ และจัดระบบการบริหารจัดการในพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ คณะฯ เดินทางต่อไปยังฐานเนินผี บ้านผักกาด หมู่ 3 ต.คลองใหญ่ เนื้อที่กว่า 3 ไร่ ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวัง จุดเสี่ยงพื้นที่ตัว ก. เพื่อติดตามความคืบหน้าการปรับเส้นทางการลาดตระเวนให้ใช้เวลาสั้นลง และถมดิน ป้องกันการกัดเซาะ ป้องกันการสูญเสียดินแดนของไทย  ทางด้าน ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี กล่าวเสริมถึงพื้นที่ รูปตัว ก. ว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดฐานปฏิบัติการชายแดนและถูกน้ำกัดเซาะมานานกว่า 6 ปี จนดินทรุดตัวเป็นลักษณะคล้ายเกาะ หากปล่อยไว้เพียงไม่กี่เมตร อาจถูกตัดขาดเนื่องจากถูกน้ำกัดเซาะ จึงมีแนวคิดที่จะปรับสภาพพื้นที่ให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม จึงได้ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมแรงร่วมใจกัน ถมดินปรับพื้นที่และเสริมแนวตลิ่ง ฟื้นฟูพื้นที่ชายแดนให้กลับคืนดังเดิม เพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทย ให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์ และปรับสภาพเส้นทางให้มีความสะดวกยิ่งขึ้นในการส่งกำลังบำรุงเพื่อการปฏิบัติการชายแดนได้อย่างสะดวกและทันเวลา  

ในการเรียกคืนพื้นที่ รูปตัว ก. ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการที่ชาวจันทบุรี ร่วมแสดงพลังนำอาหาร สิ่งของ และเครื่องจักร ปฏิบัติภารกิจเรียกคืนพื้นที่ รูปตัว ก. ได้สำเร็จ 

“หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน มุ่งมั่นปกป้องอธิปไตย พิทักษ์อ่าวไทยฝั่งตะวันออก และดูแลชาวประมงไทยให้ปลอดภัย”

ในห้วงวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2568 หมู่เรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 (มชด./1) ประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ 996 และ เรือตรวจการณ์ 265 ของหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน (มชด.) ที่ทัพเรือภาคที่ 1(ทรภ.1) จัดกำลังไปปฏิบัติภารกิจ ภายใต้การควบคุมทางยุทธการกับกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.)

การลาดตระเวนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติในน่านน้ำไทย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชายแดนทางทะเลด้านตะวันออก ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศและเศรษฐกิจทางทะเลของไทย อีกทั้งยังเป็นการแสดงสิทธิ์ของไทยในเขตแดนทางทะเล ตามประกาศ พ.ศ. 2516 (แนวเส้นแบริ่ง 211 จากหลักเขตที่ 73)

พร้อมกันนี้ หมู่เรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 ยังได้ดูแลความปลอดภัยให้กับชาวประมงไทย ที่ออกทำการประมงในเขตน่านน้ำของประเทศ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากภัยคุกคามและการละเมิดกฎหมายทางทะเล รวมถึงให้การสนับสนุนหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่ในการตรวจสอบและป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล

ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของกองทัพเรือในการพิทักษ์อธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และคุ้มครองประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงโดยสุจริตให้มีความมั่นคงและปลอดภัย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top