Friday, 5 June 2026
น้ำท่วมใต้

'ผู้ช่วยฯสิรภพ' ลงพื้นที่ ช่วยน้ำท่วมใต้ ออกมาตรการฟื้นฟูซ่อมบ้านเรือนระบบไฟฟ้า พร้อมมอบถุงยังชีพในพื้นที่ จ.ปัตตานี

(4 ธ.ค.67) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ในการนี้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายพิเชษฐ์  ทองพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน  พร้อมด้วย นายศักดินาถ  สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมลงพื้นที่ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดปัตตานี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ โดย นายสิรภพ  และคณะ ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 4 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 โรงเรียนบ้านบาโงมูลง หมู่ที่ 6 ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี มอบถุงยังชีพ จำนวน 100 ชุด จุดที่ 2. ศูนย์พักพิงโรงเรียนบ้านหัวคลอง หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านนอก อำเภอปะนาเระ มอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ชุด จุดที่ 3. ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะเปาะ อำเภอหนองจิก มอบถุงยังชีพ จำนวน 100 ชุด และ จุดที่ 4 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก มอบถุงยังชีพ จำนวน 100 ชุด รวมจำนวน ทั้งสิ้น 500 ชุด  

นายสิรภพ กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ ผมพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่นำถุงยังชีพมาช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่นครศรีธรรมราช ตรัง สงขลา พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยได้ปักหลักอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 4 - 7 ธันวาคมนี้ ในส่วนของมาตรการการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ของกระทรวงแรงงานนั้น ประกอบด้วย การลดอัตราเงินสมทบและขยายระยะเวลาการส่งเงินสมทบแก่ลูกจ้างผู้ประกันตนลูกจ้างผู้ประกันตนที่สถานประกอบการถูกน้ำท่วมทำให้ต้องหยุดงานไม่สามารถไปทำงานได้สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย การขึ้นทะเบียนประกันการว่างงาน ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน กรณีที่อยู่อาศัยของลูกจ้างได้รับผลกระทบเป็นเหตุให้ไปทำงานไม่ได้หรือเข้าทำงานสาย ขอความร่วมมือนายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลา รวมถึงฟื้นฟูในพื้นที่หลังน้ำลด ซึ่งขณะนี้บางพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงแล้ว กระทรวงแรงงานก็จะจัดทีมช่างจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงงาน เข้าไปซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ทำงาน บ้านเรือน รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์เล็กทางการเกษตร รวมถึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อนำโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยการจ้างงานภายหลังน้ำลด เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

“กระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยหลังจากนี้ในช่วงน้ำเริ่มลดลง เราจะนำรูปแบบ “เชียงรายโมเดล” เข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้กลับมาทำงานประกอบอาชีพได้ตามปกติ หรือติดต่อสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ” นายสิรภพ กล่าว

ทั้งนี้ จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ในห้วงวันที่ 27 พฤศจิกายน ถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ประสบสถานการณ์อุทกภัย จำนวน 12 อำเภอ ได้รับความเสียหาย 147,002  ครัวเรือน จำนวนประชาชน 428,223 คน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน 7 ราย  มีข้าราชการ/เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดปัตตานี  ได้รับความเสียหาย  81 คน บัณฑิตแรงงาน 64 คน และอาสาสมัครแรงงาน  64 คน ซึ่งกระทรวงแรงงาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้มอบเงินเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องครอบครัวแรงงาน และเครือข่ายด้านแรงงานในจังหวัดปัตตานีแล้ว จำนวน 21 ราย เป็นเงิน 52,500 บาท

‘ชาวหาดใหญ่’ ตะโกน!! เสียงดังกึกก้อง ไปทั้งคุ้งน้ำ ขอบคุณ!! คลอง ร.1 ‘เรารักในหลวงรัชกาลที่ 9’

(7 ธ.ค. 67) คลอง ร.1 เป็นคลองอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทำหน้าที่อย่างหนักหน่วงในการปกป้องเมืองหาดใหญ่ รักษาชีวิต เศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ไว้อย่างปลอดภัย คลอง ร.1 ได้ทำหน้าที่ในการระบายน้ำบายพาสไม่ให้เข้าตัวเมืองหาดใหญ่ จากคลองอู่ตะเภา เข้าคลอง ร.1 ไหลต่อลงทะเลสาบสงขลา

ไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เคยกล่าวไว้ว่า ทางชลประทานได้จัดสรรงบประมาณปรับปรุงคลอง ร.1 จนแล้วเสร็จทันเวลา มีสมรรถภาพสามารถระบายน้ำได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า คือเพิ่มขึ้นอีก 1200 ลูกบาศก์เมตร จากเดิมแค่ 400 โดยไพเจนมั่นใจตั้งแต่ต้นว่า ถ้าไม่ใช่ฝน 1000 ปี ฝน 200 ปี คลอง ร.1 รับมือได้ น้ำจะไม่ท่วมหาดใหญ่ และน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ ได้พิสูจน์แล้วว่า คลอง ร.1 ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบแล้ว

พสกนิกรชาวหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงจึงได้จัดกิจกรรมร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างคลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยให้กับเมืองหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ชูโครงการ 'คลอง ร.1' ซึ่งเป็นพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ ครม. ปี 2543 ได้อนุมัติงบประมาณ ให้ดำเนินการที่หาดใหญ่ อันเป็นตัวอย่างสำคัญในการลดความรุนแรงของน้ำท่วมซึ่งรัฐบาลควรมีการขยายผลการพัฒนาโครงการนี้ไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนใต้ ทั้งสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการขาดแคลนระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในทุกปี นายสรรเพชญเห็นว่า หากสามารถพัฒนาโครงสร้างการระบายน้ำจากภูเขาให้ไหลลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว จะสามารถลดผลกระทบและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ โดยเฉพาะสงขลา / หาดใหญ่ คลอง ร.1 ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ ปกป้องเมืองหาดใหญ่ให้รอดพ้นจากอุทกภัยในครั้งนี้ สมควรแล้วที่รัฐบาลจะได้นำแบบอย่างคลอง ร.1 ไปใช้กับพื้นที่อื่น

นิพนธ์–สรรเพชญ จัดโรงครัว “บุญญามณี” ประกอบอาหารปรุงสุกแจก ผู้ประสบภัยน้ำท่วมสงขลา ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

(25 พ.ย. 68) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เดินหน้าจัดทำ “โรงครัวบุญญามณี” เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมทั้งในเขตอำเภอเมืองสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว

นายนิพนธ์ได้เปิดบ้านพักส่วนตัวเป็นพื้นที่ประกอบอาหาร สามารถจัดทำข้าวกล่องได้กว่า 2,500 กล่องในช่วงเที่ยง และ 2,000 กล่องในช่วงเย็น รวมถึงแจกจ่ายน้ำดื่มกว่า 500 โหล
ขณะเดียวกัน ได้นำ ข้าวเหนียวไก่ทอด 1,000 กล่อง ไปปรุงและบรรจุ ณ โรงปูนอาคเนย์ ซึ่งทำให้สามารถผลิตอาหารช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้รวมกว่า 5,000 กล่องต่อวัน

นายนิพนธ์กล่าวว่า เหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี การจัดทำโรงครัวเป็นเพียงการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ยังต้องการความช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ “หาดใหญ่ใน” ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้

EGCO เดินเครื่อง!! ‘โรงไฟฟ้าขนอม’ ผลิตไฟเต็มที่ เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคใต้  ด้วยการผลิตไฟฟ้า 930 เมกะวัตต์ ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหนัก

(25 พ.ย. 68) นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดเผยว่า โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ขานรับนโยบายจากศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top