Saturday, 6 June 2026
นายไชยยงค์มณีรุ่งสกุล

โฆษก กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ห่วงกรณี สหรัฐอเมริกา ที่นำเรื่องภาษี 36 % , มาเป็นเครื่องมือ บีบ รัฐบาล ให้ ยุติ การ สู้รบ กับ กัมพูชา

(27 ก.ค. 68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษก คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิ สภา กล่าวว่า การที่ประธานาธิปดีโดนัล ทรัมป์ ผู้นำ สหรัฐอเมริกา ได้โทรศัพท์ มาเพื่อพูดดุยกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย  รักษาการนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ เจรจากับ ผู้นำ กัมพูชา  เพื่อ ยุติการ สู้รบ โดยเร็ว โดย ที่ ทรัมป์ ได้นำเอา เรื่องการ เจรจาต่อรอง ระหว่าง รัฐบาล กับ สหรัฐอเมริกา ในเรื่อง ภาษีการส่งออกสินค้า 36 % มาเป็น ข้อ ต่อรอง ว่า ถ้าการสู้รบ ยังไม่ยุติ สหรัฐอเมริกา จะไม่ เจรจาเรื่องของ อัตราภาษี

ทางหนึ่ง เป็นความหวังของ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ที่ไม่ต้องการเห็นการ สู้รบ ขยายขอบเขตและยึดเยื้อ เพราะผู้ได้รับผลกระทบหนักหน่วงคือ ประชาชน ที่ต้องมีการ อพยพ ทั้งฝ่ายไทย และ กัมพูชา ในฐานะที่ สหรัฐเป็น พี่ใหญ่ ที่เป็น มหาอำนาจ ถือเป็นการ ปฏิบัติ ที่ถูกต้อง แต่อีกทางหนึ่งการใช้เรื่อง ภาษีส่งออก 36 %  มาเป็นเหมือการบังคับกลายๆว่า ถ้าไทย ไม่มีการ เจรจากับกัมพูชา เพื่อ ยุติ ปัญหาการสู้รบ เพื่อกลับเข้าสู่การ เจรจา ทรัมป์ จะไม่ เจรจากับ ผู้แทนรัฐบาลไทยในเรื่องการ ลดภาษี 36 % คนไทยส่วนใหญ่ หลังการรับรู้ข่าวที่เกิดขึ้น สร้างความไม่สบายใจ และเป็นห่วงกับ สถานการณ์การสู้รบ ที่เกิดขึ้น หาก รัฐบาล ต้องทำตาม ข้อเรียกร้องของ สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำเอาการเจรจาเรื่องภาษีมาเป็นข้อ ต่อรอง

คณะกรรมาธิการทหารฯ ซึ่งติดตามสถานการณ์การสู้รบ และการใช้การทูตเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด มีความเป็นห่วงกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยขอให้ รัฐบาล มีความตระหนัก ในการดำเนินนโยบายต่างๆประเทศ กับ มหาอำนาจ อย่าง สหรัฐอเมริกา และ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับไทย และ กัมพูชา  เพื่อมิให้มีความ เอนเอียง ไปยังมหาอำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยเด็ดขาด

และ รัฐบาล ต้องไม่ หมกเม็ก นำเรื่อง ภาษี 36%  เพื่อที่จะ ทำตามความต้องการของ สหรัฐอเมริกา เพราะเรื่องภาษี เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องไม่นำมาเกี่ยวข้องกับการ สู้รบ และ ข้อพิพาท ในเรื่องของ ดินแดน ไทย-กัมพูชา รวมทั้ง รัฐบาล ต้อง เปิดเผย ข้อเท็จจริง กับประชาชน โฆษก กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวท้ายสุด

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

สว.สงขลา เร่ง มหาดไทย แก้ปัญหา กลุ่มอิทธิพล ท้องที่ ท้องถิ่น เอี่ยว บีอาร์เอ็น เรียกค่าคุ้มครอง ผู้ประกอบการ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เผย สัปดาห์เดียวมี โรงงานถูก และผู้รับเหมา ถูก วางเพลิง วางระเบิด 3 ราย หลังไม่จ่ายค่าคุ้มครอง

(28 ส.ค. 68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา เปิดเผยถึง สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา ว่า ในรอบสัปดาห์ ที่ผ่านมา สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจาก กองกำลังติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น จะมีเป้าหมายต่อ เจ้าหน้าที่รัฐ  โดยการ วางระเบิดคาร์บอมบ์ ต่อชุดคุ้มครองตำบลบ้านศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส แล้ว ยังมีการ วางเพลิง วางระเบิด โรงงานผลิตไฟฟ้า ชีวมวล ที่ ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส วางเพลิง วางระบิด บริษัทเหมืองแร่เอเชีย จำกัด ในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และการ วางเพลิง เครื่องจักรกล ของ บริษัทซามะสัมพันธ์ ซึ่งเป็นผู้รับเหมาในการก่อสร้างแหล่งน้ำของ ชลประทาน ใน ต.ปล่องหอย อ.กระพ้อ จ.ปัตตานี ซึ่งผู้ประกอบการทั้ง 3 แห่ง ได้รับความเสียหาย เป็นจำนวนมาก และที่เหมืองแร่เอเชีย มีคนงาน ถูกกับระเบิด ขาขาด 1 ราย และ บาดเจ็บ 1 ราย แสดงให้เห็นว่า บีอาร์เอ็น มีเป้าหมายในการ ทำลายเศรษฐกิจ การลงทุนในพื้นที่ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสร้างความ วิตกกังวล ให้กับ เจ้าของกิจการ ผู้ลงทุนรายอื่นๆเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่า ธุรกิจ ของตนเอง จะถูก วางเพลิง วางระเบิด เมื่อไหร่ และมี ผู้ประกอบ หลายราย ได้ ร้องทุกข์มายัง สมาชิกวุฒิสภา ให้เรียกร้องต่อ รัฐบาล และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อ คุ้มครองความปลอดภัยของผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ ก่อนที่  อุตสาหกรรม ในพื้นที่จะกลายเป็น เหยื่อ ของ สถานการณ์

โดยผู้ที่ร้องทุกข์กับ สมาชิกวุฒิสภา ได้ให้รายละเอียดว่า หลังการก่อเหตุ บีอาร์เอ็น มีการ แขวนป้ายผ้า ที่มีข้อความว่า การ ก่อการร้าย ต่อ ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ในพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการ ปกป้อง ทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่ให้กับประชาชน ไม่ให้ถูก นายทุน เข้ามาหาประโยชน์ กับ ทรัพยากรในพื้นที่ ห้ามให้มีการ ขุดดิน ,หิน และ ทำเหมืองแร่ แสดงให้เห็นว่า กิจการ ที่เกี่ยวกับ การ ขุดดิน เหมืองหิน เหมืองแร่ จะถูก วางเพลิง วางระเบิด เพื่อให้ เสียหาย และ หยุด กิจการ

นายไชยยงค์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้รับจากฝ่ายข่าวในพื้นที่คือ ก่อนที่ จะมีการ วางเพลิง วางระเบิด ต่อ เป้าหมาย มีการเรียกค่าคุ้มครอง จาก”แนวร่วม ในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพล ที่เกี่ยวข้องกับผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และ แต่ เจ้าของกิจการยังไม่ได้ตอบตงลง และบางรายได้แจ้งให้ หน่วยงานความมั่นคงได้รับทราบ บางรายไม่จ่าย เพราะเป็นคนในพื้นที่ เป็นอดีต นักการเมืองท้องถิ่น และเป็นนักการเมืองท้องถิ่น จึงถูก กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น วางเพลิง และ วางระเบิด เพื่อแสดงถึง อิทธิพล และต้องการให้ ผู้ประกอบการเห็นว่า เจ้าหน้าที่ ไม่สามารถปกป้อง ดูแลความปลอดภัยให้กับ ผู้ประกอบการ และนักลงทุนได้  รวมทั้ง การ ทำลาย เศรษฐกิจ การลงทุน ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น 1 ใน 5 นโยบายของ บีอาร์เอ็น ที่มีการประกาศเป็น ธงนำ เช่น 1 มุ่งเป้าก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่รัฐ 2 มุ่งเป้าก่อเหตุต่อการลงทุนของภาคเอกชน 3 มุ่งเป้าก่อเหตุทำลายสาธารณูประโภคที่เป็นของรัฐ 4 มุ่งเป้าก่อเหตุต่อสถานที่ราชการที่เป็นสัญลักษณ์ของการปกครอง 5.มุ่งเป้าการก่อเหตุเพื่อทำลายความเชื่อมมั่นของอำนาจรัฐในพื้นที่

ที่สำคัญการ เรียกค่าคุ้มครอง มีคนของรัฐในพื้นที่เป็นแนวร่วมของบีอาร์เอ็น ซึ่งคนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยตรง เป็นหน้าที่ของ นายอำเภอ และ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ต้องเข้าไป ตรวจสอบ และดำเนินการในการ แก้ปัญหา จึงขอเรียกร้องให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย มีมาตรการ ทั้งในการให้การป้องกัน อุตสาหกรรม ในพื้นที่ รวมทั้ง การค้า การลงทุน อย่าให้ถูก วางเพลิง วางระเบิด เกิดขึ้น และให้ ตรวจสอบ เอาผิด กับ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ผู้มี อิทธิพล ที่เป็นคนของ นักการเมือง ซึ่งมีส่วนในการเป็น เครือข่าย ของ บีอาร์เอ็น ในการ เรียกค่าคุ้มครอง จากผู้ประกอบการใน จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top