Thursday, 4 June 2026
นักกีฬาไทย

‘นายกฯ’ อวดโฉม ‘ชุดนักกีฬาไทย’ ลาย ‘มรดกโลกบ้านเชียง’ ชี้!! เป็นโอกาสชูความเป็นไทย สู่สายตาชาวโลก ในโอลิมปิก 2024

(17 ก.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันเอ็กซ์ ถึงชุดนักกีฬาไทยจะใช้ใส่แข่งโอลิมปิก 2024 ว่า…

ชุดที่นักกีฬาไทยจะใช้ใส่แข่งโอลิมปิก 2024 นี้ ได้นำลวดลาย ‘มรดกโลกบ้านเชียง’ มาออกแบบชุด ถือเป็นการส่งต่อจิตวิญญาณ จากบรรพบุรุษผสมผสานกับความเป็นสากลในปัจจุบัน

ซึ่งก่อนจะออกมาเป็นลายสวย ๆ บนชุดอย่างนี้ แกรนด์สปอร์ตได้ทำการวิจัยค้นคว้า และประชุมร่วมกับผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าและสิ่งทอ (FTCDC) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รวมทั้งได้ขอข้อมูลและคำแนะนำจากพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง กรมศิลปากร และไปคุยกับชาวบ้านชุมชนเชียงที่ยังสืบสานการทอผ้า การย้อมคราม และทำเครื่องปั้นลายบ้านเชียงอยู่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากรวบรวมข้อมูลจนครบถ้วนแล้ว ทีมงานออกแบบจึงนำลวดลาย สีผ้าคราม และความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ออกแบบชุด ทั้งชุดที่จะใช้แข่งขัน และชุดใส่เดินทาง ให้ดูเท่ เหมาะกับเวทีระดับโลก และที่สำคัญที่สุดคือ ได้นำนวัตกรรมเสื้อโปโลรีไซเคิลจากขวดพลาสติก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืนมาใช้ในการทำชุดด้วย

“กว่าจะไปถึงสนามแข่งขัน เราคิดกันขนาดนี้เพื่อใช้โอกาสทั้งหมดที่มี พาทั้งนักกีฬาไทย และความเป็นไทย ไปสู่สายตาชาวโลกครับ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

‘แกร็บ’ ชวนคนไทยเชียร์ ‘นักกีฬาไทย’ สู้ศึกโอลิมปิก-พาราลิมปิกเกมส์ 2024 พร้อมเตรียมรางวัลอัดฉีดผู้คว้าเหรียญทอง สามารถใช้บริการฟรีตลอดทั้งปี

(18 ก.ค.67) แกร็บ ประเทศไทย ประกาศสนับสนุน การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผุดแคมเปญใหญ่ ‘Grab Your Goal มากกว่าเส้นชัย คือกำลังใจจากคุณ’ เพื่อส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยสู้ศึกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 โดยเตรียมจัดขบวนพาเหรด พร้อมด้วยอาหารร้านดังจาก #GrabThumbsUp บน GrabFood และบัตรกำนัล GrabGift เพื่อต้อนรับและแสดงความยินดีกับนักกีฬาทีมชาติไทยหลังเดินทางกลับจากการแข่งขัน เสริมทัพด้วยรางวัลอัดฉีดให้กับนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญทอง ด้วยการมอบบัตรกำนัลมูลค่ากว่า 180,000 บาท เพื่อใช้บริการแกร็บฟรีตลอดปี

นอกจากนี้ ยังชวนคนไทยร่วมส่งแรงเชียร์นักกีฬาทีมชาติด้วยการมอบโค้ดส่วนลดพิเศษสำหรับการสั่งอาหาร ซื้อสินค้า และการเดินทางผ่านแอปพลิเคชัน Grab ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม-11 สิงหาคม 2567 

ด้าน นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “แกร็บ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการจัดเตรียมการเฉลิมฉลองต้อนรับนักกีฬาทีมชาติไทยหลังจบเกมส์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 นักกีฬาทีมชาติไทยทุกคนถือเป็นตัวแทนประเทศและเป็นไอดอลคนสำคัญที่ได้สร้างความหวังและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย ทั้งยังมีส่วนในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในระดับโลก ในฐานะแพลตฟอร์มที่มุ่งมั่น ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน แกร็บขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกย่องและสนับสนุนบุคคลตัวอย่างเหล่านี้ โดยเราเตรียมจัดขบวนรถต้อนรับทัพนักกีฬาไทยอย่างยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมเซตอาหารไทยจากสุดยอดร้านอาหารจาก #GrabThumbsUp บน GrabFood ไม่ว่าจะเป็น Emily’s เส้นหมี่ไก่ฉีกที่เป็นกระแสไวรัล เจ๊แดง ส้มตำไก่ย่างร้านเด็ด Easy Buddy ข้าวกะเพราวัตถุดิบคุณภาพ ร้านโคตรยำ ยำสุดแซ่บ และ HAAB ขนมไข่เตาถ่านเจ้าดังสูตรต้นตำรับจากสงขลา พร้อมด้วยบัตรกำนัล GrabGift เพื่อให้นักกีฬาสามารถนำไปใช้บริการต่างๆ ของแกร็บได้ นอกจากนี้ เรายังได้เตรียมรางวัลพิเศษให้กับนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองกลับมา ด้วยการมอบบัตรกำนัลมูลค่ากว่า 180,000 บาท เพื่อนำไปใช้เรียกรถและสั่งอาหารผ่านแกร็บได้ฟรีตลอดทั้งปี”

ด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวเสริมว่า “การกีฬาแห่งประเทศไทย มีพันธกิจสำคัญในการพัฒนานักกีฬาไทยเพื่อยกระดับขึ้นไปเทียบเท่าระดับสากล โดยในปีนี้ ประเทศไทยส่งตัวแทนนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเข้าร่วมการแข่งโอลิมปิกเกมส์ จำนวน 17 ชนิดกีฬา อาทิ เทควันโด มวยสากล และยกน้ำหนัก ในส่วนของพาราลิมปิกเกมส์ จำนวน 13 ชนิดกีฬา อาทิ ยิงธนู แบดมินตัน และจักรยาน นอกจากเสียงเชียร์จากคนไทยนับล้านที่คอยให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนระหว่างการแข่งขันแล้ว การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนก็ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาและส่งเสริมวงการกีฬาไทย กกท. ขอขอบคุณหน่วยงานภาคเอกชนอย่าง แกร็บ ประเทศไทย ที่ได้ให้การสนับสนุนนักกีฬาในครั้งนี้ ทั้งอาหารที่ช่วยให้นักกีฬาได้ฟื้นฟูกำลังอย่างเต็มที่ และขบวนพาเหรดที่จะต้อนรับนักกีฬาอย่างอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นการสร้างกำลังใจและความภาคภูมิใจให้กับกองทัพนักกีฬาไทยได้เป็นอย่างดี”

นอกจากนี้ เพื่อต้อนรับกระแสเชียร์กีฬาระดับโลก แกร็บชวนคนไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยในศึกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ด้วยการมอบส่วนลดสุดพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการ เพียงใส่โค้ด ‘CHEERTHAI’ เมื่อใช้บริการ GrabFood รับส่วนลดสูงสุด 100 บาท บริการ GrabMart รับส่วนลดทันที 30 บาท และบริการการเดินทาง อาทิ JustGrab และ GrabCar รับส่วนลดสูงสุด 50 บาท ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม - 11 สิงหาคม 2567 นี้ 

อย่างไรก็ตาม แกร็บ (Grab) คือ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งให้บริการทั้งด้านเดลิเวอรี บริการการเดินทางและบริการทางการเงินดิจิทัล ครอบคลุมกว่า 700 เมืองใน 8 ประเทศ อันได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ในทุก ๆ วันแกร็บได้ช่วยอำนวยความสะดวกผู้คนนับล้านให้สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ภายในแอปพลิเคชันเดียว ไม่ว่าจะเป็น การสั่งอาหาร การสั่งซื้อสินค้าและของชำ การจัดส่งพัสดุเอกสาร การเรียกรถรับ-ส่งหรือแท็กซี่ ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ทั้งการขอสินเชื่อและการทำประกัน ทั้งนี้ แกร็บก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า ผ่านการสร้างโอกาสและส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับทุกคน และยึดมั่นเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งให้กับผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งภูมิภาค

‘โซเชียล’ แนะ!! 'พินไทย' ในมหกรรมกีฬา น่ารังสรรค์ตามยุคสมัย คงช้างไว้ก็ได้ แต่เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง ชาติอื่นน่าจะอยากขอแลก

(1 ส.ค.67) ไม่ว่าจะมีการแข่งขันมหกรรมกีฬากี่ครั้งก็มักจะมีธรรมเนียมแลกพิน รวมถึงในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 ก็มีธรรมเนียมการแลกพินระหว่างนักกีฬา โดยแต่ละประเทศจะมีพินที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนั้น ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในสีสันโอลิมปิกครั้งที่ 33

ซึ่งการแลกเปลี่ยนพิน เริ่มตั้งแต่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรก ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ในปี ค.ศ. 1896 นักกีฬาหลาย ๆ คนก็มีการรีวิวการแลกพินกับเพื่อนนักกีฬาทั่วโลก เช่น หนุ่มเฟรม ธนาคาร และเทนนิส พาณิภัค ที่ได้ทำคลิปเผยแพร่ในโซเชียล

โดยพินช้างขนาดใหญ่ของไทยจะมีการแจกเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น ส่วนพินช้างสีทองขนาดเล็กจะมีแจก 30 ชิ้น ล่าสุด เกิดดรามาในโลกโซเชียลถึงประเด็นประเทศไทยควรเปลี่ยนพินบ้าง เพราะพินของประเทศไทยรังสรรค์ขึ้นตั้งแต่โอลิมปิกเอเธนส์ 2004 ซึ่งผ่านมา 20 ปีแล้ว

โดยมีคนให้ความเห็นว่า “น่าจะมีการประกวดออกแบบพินให้ดูน่ารัก น่าสะสม มากยิ่งขึ้นนะคะ” , “ควรทำสัญลักษณ์ การแข่งขันปีนั้น ๆ ติดไว้ด้วย”, “เห็นนักกีฬาต่างชาติให้คะแนนพินแต่ละชาติ ให้ไทย 4/10” , “คงช้างไว้ก็ได้ แต่เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง อ้าปาก กลับหัวกลับหาง ชูงวงงี้”

“ถ้าจะชูช้างเหมือนจีนชูหมีแพนด้า อย่างแรกคือมีสัญญาดูแลช้างให้ดี เหมือนจีนดูแลหมีแพนด้า สองคือเอาช้างไปทำรูปน่ารัก ๆ ยืนกับสัญลักษณ์ประเทศที่ไปแข่ง เหมือนจีนที่เอาแพนด้าไปคู่หอไอเฟลก็ได้ ลงทุนหน่อยงานสี่ปีครั้งอะ”

แถมยังมีกระแสไวรัลที่ได้รับการรับชม 2.4 ล้านวิว โดยระบุว่า “การใช้พินแบบเดิมมา 10 ปี+ นี่มันโคตรแสดงถึงความไม่ใส่ใจของการกีฬาแห่งประเทศไทยเลย ตปท. เขามหกรรมละแบบไม่ว่า กีฬาแต่ละชนิดก็แยกแบบพินใครพินมัน เห็นแล้วเศร้าแทนนักกีฬาไทยที่ผู้ใหญ่บ้านเมืองเราไม่ได้ทำอะไรด้วย Passion เลยสักนิด”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีดรามาพินไทยมีความวินเทจ แต่เซเรน่า วิลเลียมส์ นักเทนนิสชื่อดังของโลก แชมป์แกรนด์สแลม 23 สมัย และเหรียญทองโอลิมปิก 4 สมัย ซึ่งเธอเป็นนักสะสมพินตัวยงก็ออกมาเผยพินที่เธอชอบและไม่ได้แลกกับคนอื่นเมื่อได้มาว่า “มีไม่กี่ประเทศ และประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้น ที่ฉันจะไม่เคยคิดจะแลก ในที่สุดฉันก็คว้าพินเกาหลีเหนือ ที่ริโอได้ ดังนั้น ฉันจะไม่มีวันแลกสิ่งนี้เลย”

หากเปิดดูในเว็บไซต์อีเบย์ก็พบว่าราคาการซื้อขาย พินของประเทศไทยมีราคา 54.99 เหรียญ หรือเกือบ 2,000 บาท

ปิดฉากงดงาม!! 'พาราลิมปิกไทย' โกย 6 ทอง 11 เงิน 13 ทองแดง กองทุนกีฬาฯ เตรียมจัดเงินอัดฉีดทัพนักกีฬารวม 135 ล้านบาท

(9 ก.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 8 กันยายน เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน โดยมีนักกีฬาไทย ลงชิงชัยในกีฬา เรือแคนู 200 เมตรชาย VL2 รอบรองชนะเลิศ ฮีตที่ 2 สันติ วรรณทวี พายเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 5 ด้วยเวลา 1:01.8 นาที ไม่ผ่านไปชิงเหรียญทอง

ส่วนประเภท คายัค 200 ม. 1 ฝีพาย หญิง คลาส KL2 รอบจัดอันดับ ปรากฏว่า วาสนา คูทวีทรัพย์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 ด้วยเวลา 1:04.55 นาที จบที่ 12 ในพาราลิมปิกครั้งนี้ โดยวันสุดท้ายไม่มีเหรียญรางวัลเพิ่ม

สรุปผลงานทัพไทย ในพาราลิมปิกเกมส์ 2024 คว้าไปแล้ว 6 เหรียญทอง, 11 เหรียญเงิน และ 13 เหรียญทองแดง นับเป็นผลงานดีสุดในประวัติศาสตร์ ของการร่วมแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ ดีกว่าผลงานเดิม 6 ทอง 6 เงิน 6 ทองแดง เมื่อปี 2016 ที่บราซิล 

6 เหรียญทอง มาจาก วีลแชร์เรซซิ่ง 400 เมตรชาย คลาส T53 พงศกร แปยอ, บอคเซีย บุคคล BC2 ‘เจมส์’ วรวุฒิ แสงอำภา, วีลแชร์เรซซิงชาย 100 เมตร คลาส T34 ‘บีม’ ชัยวัฒน์ รัตนะ, ฟันดาบ เซเบอร์ บุคคลหญิง คลาส B สายสุนีย์ จ๊ะนะ, ฟันดาบ ฟอยล์ บุคคลหญิง คลาส B สายสุนีย์ จ๊ะนะ, ฟันดาบ เอเป้ บุคคลหญิง คลาส B สายสุนีย์ จ๊ะนะ

11 เหรียญเงิน จาก เทเบิลเทนนิส คู่ผสม คลาส XD7 ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น-วิจิตรา ใจอ่อน, เทเบิลเทนนิส ชายคู่ คลาส MD14 รุ่งโรจน์ ไทยนิยม-พิสิษฐ์ หวังผลพัฒนศิริ, วีลแชร์เรซซิ่ง 400 เมตรชาย คลาส T54 อธิวัฒน์ แพงเหนือ, แบดมินตันหญิงเดี่ยว คลาส WH1 ‘ปุ๊’ สุจิรัตน์ ปุกคำ, วีลแชร์ เรซซิ่ง 100 เมตร T54 อธิวัฒน์ แพงเหนือ

วีลแชร์ เรซซิ่ง 100 เมตร T53 พงศกร แปยอ, วีลแชร์เรซซิ่ง 800 เมตรชาย T53 พงศกร แปยอ, เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว คลาส MS6 รุ่งโรจน์ ไทยนิยม, ฟันดาบ เอเป้ บุคคล ชาย คลาส B วิสิทธิ์ กิ่งมะนาว, วีลแชร์เรซซิงชาย 800 เมตร คลาส T34 ‘บีม’ ชัยวัฒน์ รัตนะ, เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว คลาส MS4 ‘ขวด’ วันชัย ชัยวุฒิ 

13 เหรียญทองแดง จาก เทควันโด 47 กก.หญิง คลาส K44 ขวัญสุดา พวงกิจจา, เทเบิลเทนนิส หญิงคู่ คลาส WD5 ดารารัตน์ อาสายุทธ์-ชิลชิตพยัค บุตรวรรณสิริณา, เทเบิลเทนนิส ชายคู่ คลาส MD8 วันชัย ชัยวุฒิ-ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น, แบดมินตัน หญิงคู่ WH1-WH2 สุจิรัตน์ ปุกคำ-อำนวย เวชวิฐาน, บอคเซีย บุคคล BC2 วัชรพล วงษา, แบดมินตัน ชายเดี่ยว SL3 ‘วี’ มงคล บุญสุน, 

เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว MS3 ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น, บอคเซีย ทีมผสม คลาส BC4 พรโชค ลาภเย็น-นวลจันทร์ พลศิลา, ยกน้ำหนัก รุ่น 55 กก. หญิง กมลพรรณ กระราชเพชร, เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว คลาส MS8 พิสิษฐ์ หวังผลพัฒนศิริ, เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว คลาส MS7 เฉลิมพงษ์ พันภู่, ฟันดาบ เอเป้ ทีมหญิง สายสุนีย์ จ๊ะนะ-เดือน นาคประสิทธิ์-อภิญญา ทองแดง, วิ่ง 200 เมตร หญิง คลาส T47 ศศิราวรรณ อินทโชติ

สำหรับเกณฑ์เงินรางวัลนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ จากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เหรียญทอง 7.2 ล้านบาท, เหรียญเงิน 4.8 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 3 ล้านบาท ทำให้เมื่อรวมแล้วทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทย จะรับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ทั้งสิ้น 135 ล้านบาท

วิกฤตเบี้ยเลี้ยงล่าช้า เบี้ยเลี้ยงนักกีฬาค้างจ่ายนาน 3-4 เดือน เงินอัดฉีดเหรียญยังไม่เคลียร์ชัดเจน อลป.ไทยเตือนกระทบขวัญกำลังใจทีมชาติ หวั่นผลงานซีเกมส์ 2025 หดตัวในบ้านตัวเอง

(26 พ.ย. 68) ก่อนงานซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจะเริ่มขึ้น ปัญหาเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาค้างจ่าย 3-4 เดือน และเงินอัดฉีดเหรียญที่ยังไม่ขยับกลายเป็นวิกฤตกัดกร่อนขวัญกำลังใจนักกีฬาไทย

ในการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย (อลป.ไทย) กลางปี 2568 สมาคมกีฬาหลายแห่งแจ้งว่าเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าจ้างโค้ชที่เบิกผ่านกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติถูกค้างจ่ายถึงเดือนมีนาคม-เมษายนและยังไม่ได้รับเงินเดือนต่อมา บางสมาคมต้องใช้เงินสำรองหรือไปกู้หนี้เพื่อจ่ายให้กับทีม

ประธานที่ปรึกษาอลป.ไทย 'กองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์' เตือนว่า หากเบี้ยเลี้ยงไม่เคลียร์ภายในสองสัปดาห์ จะนำทีมกีฬาและสมาคมไปยื่นหนังสือตรงถึงรัฐบาล เพื่อป้องกันผลกระทบขวัญกำลังใจและเป้าเจ้าเหรียญทองในซีเกมส์ 2025

ฝ่ายรัฐชี้แจงว่า งบประมาณได้รับแล้วแต่มีขั้นตอนการเบิกจ่ายที่ซับซ้อนและยังรอการอนุมัติจาก กกท. ส่งผลให้งบประมาณไม่ถึงมือสมาคมเต็มที่ ด้านเงินอัดฉีดเหรียญรางวัลอยู่ระหว่างดำเนินการปรับเพิ่มตามค่าครองชีพใหม่แต่นักกีฬาเห็นแค่ว่า "ยังไม่เพิ่มจริง" ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักกีฬาเรื่องความมั่นคงทางการเงิน

‘สมจิตร’ เปิดใจ!! ฮีโร่โอลิมปิกรำลึกเงินรางวัล เงินอัดฉีด ยอดรวม 40 ล้านไม่ใช่เงินสดเต็ม “ประกันชีวิต” เงื่อนไขชวนอึ้ง ชาวเน็ตเดือดถามความโปร่งใส

(11 ก.พ. 69) ‘สมจิตร จงจอหอ’ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 2008 เปิดใจเรื่องเงินอัดฉีดที่เคยเป็นข่าวว่าได้รับ 40 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นประเด็นสนใจในโลกออนไลน์อีกครั้งผ่านรายการยูทูบ BenzKhomKorr

‘สมจิตร’ ระบุว่าเงินรางวัลยอดรวม 40 ล้านบาทนั้น เป็นเงินสดเพียง 20 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 20 ล้านบาทเป็นประกันชีวิตที่มีเงื่อนไขว่า ต้องเสียชีวิตภายในหนึ่งปีจึงจะได้รับเงินก้อนนี้ ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์

นักกีฬาชี้ว่าแม้จำนวนเงินจะสูงมาก แต่การได้รับเงินที่มาพร้อมเงื่อนไขเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าพึงพอใจ และสังคมควรถามถึงความโปร่งใสในการประกาศเงินอัดฉีด รวมถึงรูปแบบการสนับสนุนนักกีฬาที่ควรชัดเจนและเข้าใจง่าย

เรื่องเล่าของ ‘สมจิตร’ สะท้อนปัญหาโครงสร้างสนับสนุนนักกีฬาไทย ทั้งในด้านสวัสดิการหลังการแข่งขันและระบบการให้รางวัลที่สังคมควรพัฒนาขึ้นเพื่อความเป็นธรรมและชัดเจนมากขึ้น

การเผยข้อมูลนี้จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญว่า เงินรางวัลที่สวยหรูอาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญ แต่รายละเอียดและเงื่อนไขที่มากับเงินรางวัลต่างหากคือหัวใจที่สังคมควรติดตามและพิจารณาอย่างจริงจัง

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1632423/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top