Friday, 5 June 2026
นักการเมืองไทย

อาชีพ ‘นักการเมืองไทย’ มีไว้เพื่อช่วยพัฒนาชาติ มิใช่เพื่อ ‘รวมหัวซุกหาง’ มุ่งแต่ ‘ล้มล้างสถาบัน’

น้ำป่าไหลทะลักมาครั้งนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทยในหลายจังหวัดก็เปียกโชกไปด้วยความใจร้ายของธรรมชาติ เมื่อภูเขาร้างต้นไม้ หน้าดินไร้ความเขียวของหญ้าปกคลุม ป่าทั้งป่าถูกข้าราชการ นักการเมือง และคนใจร้ายตัดจนเหลือแต่ตอเพียงเพื่อ ‘ความเห็นแก่ตัว’ และ ‘บ้องตื้น’ ก็ถึงเวลาที่ ‘อุทกภัยใจเหี้ยม’ โกรธจัด จึงซัดเอาผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องหนีตายกันแทบไม่ทัน 

ลำบากไปถึงคนทั้งชาติ ที่ต้องลงแรงลงใจเข้าช่วยเหลือ ยามนี้จึงเห็น ‘น้ำใจคนไทย’ ที่ไหลเย็น และแรงยิ่งกว่าสายน้ำป่า แม้เป็นภาพที่น่าข่มขืน แต่ก็พอยิ้มได้เต็มหน้าที่เห็นแสงสว่างส่องรอดมาจากหัวใจของคนไทยเรา

แต่กระนั้นก็ตาม ขณะที่ทุกแรงบนผืนแผ่นดินไทย มุ่งตรงไปสู่การช่วยเหลือ ‘ผู้ประสบอุทกภัย’ อย่างจริงจัง แข็งขัน และเร่งด่วน ใครมีเงินช่วยเงิน ใครมีเสบียงก็ช่วยจัดส่งไปให้ ด้วยยังขาดแคลนจำนวนมาก ก็ยังมี ‘คนใจมาร’ จำนวนหนึ่ง ห่อหุ้มด้วย ‘เปลือกส้มชั่ว’ แสดงความคิดที่เป็นพิษ หยาบหนา และน่าอดสูยิ่ง นอกจากมือพายไม่เป็น ยังยึดโยงความคิดเข้าเหน็บกัดทหารอาสา ที่มาช่วยชีวิตประชาชนที่โดนสายน้ำล้อมบ้านจนหนีออกมาไม่ได้

ทหารกล้าชั้นผู้น้อย ไปจนถึงชั้นสูงระดับบัญชาการรบทุกนาย ทุกเหล่า สมัครใจมาทำหน้าที่แทนพี่น้องคนไทย ยอมเสี่ยง ยอมสละเวลาแห่งความสุขสบายส่วนตัว ขนเอายุทโธปกรณ์ที่มีพร้อมกว่าองค์กรใด ๆ เพื่อมาช่วยให้อีกหลายชีวิตรอดปลอดภัย ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมี ‘นักการเมืองชั่ว’ ฉวยใช้เวลาแห่ง ‘ความเป็นความตาย’ เช่นนี้ กระทบชิ่ง หวังสะกิดให้ ‘สถาบันเบื้องสูง’ ต้องมีตำหนิ จึงไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาเปรียบกับพฤติกรรมเลว ๆ ที่นับวันก็ยิ่ง ‘เผยอความกักขฬะ’ ที่ซุกซ่อนอยู่ในจิตใจออกมาให้สังคมเห็น 

คนอาชีพ ‘นักการเมือง’ ที่ดีงามจริง เมื่อประชาชนเลือกเข้ามาให้กินเงินภาษีจากความเหนื่อยยาก ก็ควรต้องช่วยชาติบ้านเมือง เสียสละแรงกายใจ ทุ่มเทให้กับการพัฒนาประเทศ ไม่ต่างจากสุนัขที่เลี้ยงไว้ที่บ้านยังรู้ว่าก็ต้องซื่อสัตย์กับเจ้าของ มิใช่ไปไล่กัดคนที่คอยให้ข้าวให้น้ำเรากิน

คงมีแต่ ‘เดรัจฉาน’ เท่านั้น ที่มีจิตใจต่ำกว่าสัตว์ จึงพูดไม่รู้ฟัง เตือนกี่ครั้งก็ไม่สำนึก ท่องอยู่ไม่กี่คำในกะโหลกหนา ๆ คือ ‘ล้มเจ้า’, ‘ล้มสถาบัน’, ‘แก้ 112’ , ‘ล้มล้างการปกครอง’

มีนักการเมืองเลว ๆ แบบนี้ในประเทศไทย เสียดายเงินภาษีของเราจริง ๆ 

เม่นสองสี ขี้สองกอง พรรคสองเลว คนโบราณปักป้ายไว้ว่าเป็นอันตราย

(25 ส.ค. 68) สัตว์เดรัจฉานบางชนิด เช่น “เม่น” เวลาจะเข้าหากัน ก็มักจะกลัวอีกฝ่ายทิ่มแทง ไม่ต่างจาก “พรรคการเมืองทำลายชาติ” สองพรรค สองสี หากจำเป็นต้องแอบผสมพันธุ์กันเพื่อผลประโยชน์ ตัวหนึ่งก็ต้อง “แกล้งยอมเจ็บ” ในบางขณะ เพื่อแลกกับ “ชาติที่ไม่มีสถาบันกษัตริย์” ให้ระคายใจอีกต่อไป 

เพราะการจะขึ้นทำเนียบเป็น “นักการเมืองล้มระบอบเดิม” การบินเดี่ยวลุยพรรคเดียวมันยากจะปักธงเลว ต้องกอดคอกับประเภทที่ “ชั่วพอกัน” เท่านั้น 

เม่นสีแรก ริเริ่มเป็นปฐมบทแห่งความคิด “ล้มสถาบันกษัตริย์” จัดตั้งขบวนการมอมเมา “กลุ่มคนอิสานเขลา” ให้ “ปลดรูปในหลวงออกจากข้างฝา” เพื่อทำให้สถาบันดูอ่อนแอลง ตามต่อด้วยการเผาห้าง เผาศาลากลาง เผาเมือง มีประเด็นซุกหุ้น ถุงเงินสองล้าน สามหนาห้าห่วง ที่ดินรัชดา แก้กฎหมายเพื่อตนเอง โกงการจำนำข้าว หนีคดี และโกงการติดคุก เลยมาจนถึง “คำพูดขายชาติ” ของนายกไร้ประสบการณ์ ทั้งการเหยียดทหารไทย และอิงใจให้กับ “เขมรแดงแปรพักตร์” พฤติกรรมที่คนไทยได้รู้ได้เห็นจึงไม่ต่างจาก “ขี้” ที่ทั้งส่งกลิ่นเหม็นอบอวล และไร้ประโยชน์ต่อสังคมชาติ

เม่นอีกสี ก่อกำเนิดขึ้นมาด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูง แฝงความอกตัญญูต่อแผ่นดินเป็นทุน มีความจงเกลียดจงชังสถาบันกษัตริย์ อยากได้ อยากมีอย่างเขา แต่ไม่ได้มีบุญมีบารมีเท่า จึงเดินหน้าปลุกปั่นให้ผู้คน “ชูสามนิ้ว” แสดงออกถึงการเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบัน ส่งเสริมให้พากันกัดเซาะ ใส่ร้าย ให้สถาบันเป็นที่เกลียดชัง จนเด็ก ๆ ต้องโดนคดี 112 หมดอนาคตไปหลายคน ยังปกป้อง สส.หนีการเกณฑ์ทหาร ไม่กล้าแตะนักโทษชั้น 14 สนับสนุนคนพม่า ให้คุณค่าต่อ “ขแมร์” ไม่แคร์ไทยเสียดินแดน ยังด้อยค่าและดูแคลนน้ำใจของทหารไทย ทั้ง ๆ ที่เสียสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินแม่ เป็นฝ่ายค้านที่ไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล แต่กลับทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลสารเลว สมคบคิดกันเพื่อผลประโยชน์ต่างตอบแทน 

เม่นสองสี ขี้สองกอง พรรคสองเลว จัดว่าเป็นอันตรายต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนทุกคน จับตาดูให้ดี อย่าประมาทครับ..คนไทย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top