Saturday, 5 September 2026
นครปฐม

เปิดตารางเดินรถไฟโดยสารสายใต้ช่วง ‘นครปฐม-ชุมพร’ พบส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ตรงเวลา เลทไม่เกิน 20 นาที

เปิดระบบติดตามขบวนรถไฟ วิ่งผ่านช่วง ‘นครปฐม-ชุมพร’ ส่วนใหญ่ตรงเวลา รถไฟโดยสาร เลทไม่เกิน 20 นาที!!

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 66 เพจ ‘โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure’ ได้โพสต์อัปเดตความตรงเวลาของขบวนรถไฟ สายใต้ ผ่านระบบติดตามขบวนรถไฟ ระบุว่า…

แล้ววันนี้ก็มาถึง!! วันที่รถไฟทางคู่สายใต้ช่วง ‘นครปฐม-ชุมพร’ ก็ได้เริ่มทะยอยเปิดให้บริการ (วันนี้เปิดช่วงสถานีบ้านคูบัว- สะพลี)

ซึ่งอย่างที่หลายๆ คนทราบว่า เมื่อมีการเปิดให้บริการทางคู่แล้ว ก็มีการปรับเวลาการให้บริการใหม่ทั้งหมด โดยลดเวลาการรอหลีกตามสถานีต่างๆ ซึ่งทำให้เวลาการเดินทางลดลงสูงสุด 2 ชั่วโมง!!

พร้อมเปิดสถานีในทางคู่ โดยเฉพาะสถานีหัวหิน ที่เป็นสถานียกระดับผ่านกลางเมือง แก้ปัญหาจุดตัดจราจรไปด้วย

รายละเอียดตารางเดินรถไฟใหม่
https://www.facebook.com/100067967885448/posts/669466995328891/
—————————

แต่!! ที่เราต้องมาลุ้นมากกว่านั้นคือ พอเปลี่ยนเป็นเวลาใหม่ มันจะเลท 2 - 3 ชั่วโมง แบบในช่วงก่อสร้างหรือไม่?

ผมจึงได้ไปทำการตรวจเช็กจากในระบบ Train Tracking System (TTS) ของการรถไฟ

ลิงก์ระบบตรวจเช็กเวลารถไฟ คลิก >> https://ttsview.railway.co.th

ซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจมาก ขบวนส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ตรงเวลา เลทไม่เกิน 20 นาที โดยเฉพาะรถไฟที่วิ่งอยู่ในช่วงทางคู่ใหม่ ดูเวลาแล้วแทบจะไม่เลทเลย!!

ทำได้แบบนี้ก็ต้องชื่นชมครับ ว่าใช้งานได้อย่างเต็มที่

แต่!! ระบบของเราในส่วนอาณัติสัญญาณ ETCS L1 Track Side ยังไม่เสร็จ เพราะจะสามารถเพิ่มความถี่ขบวนรถไฟได้กว่า 4 เท่าตัว รถสามารถวิ่งติดๆ กันไปได้เลย เท่าที่ทราบน่าจะเสร็จอีกประมาณเป็นปี

‘วิชัย ทองแตง’ ชื่นชม!! ผลงานวิจัย ‘ทวารวดีมีชีวิตที่นครปฐม’ ฐานรากทางวัฒนธรรมกับการแปลงคุณค่าสู่มูลค่าของชุมชน

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 67 คุณวิชัย ทองแตง ประธานมูลนิธิ หนึ่งน้ำใจ One Love Foundation ให้เกียรติกล่าวแสดงความยินดี ในโอกาสร่วมพิธีเปิดงาน ‘ทวารวดีมีชีวิตที่นครปฐม’ จากฐานรากทางวัฒนธรรมกับการแปลงคุณค่าสู่มูลค่าของชุมชน ซึ่งมีท่านสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมเป็นประธาน และ ดร. วิรัตน์ ปิ่นแก้ว อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ให้การต้อนรับ

คุณวิชัย ทองแตง ประธาน มูลนิธิหนึ่งน้ำใจ One Love Foundation กล่าวว่า ขอชื่นชม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และจังหวัดนครปฐม ที่ได้ผลิตผลงานน่าสนใจมากมาย อันเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จังหวัดใกล้เคียง และประเทศไทยอย่างมาก ผลงานต่าง ๆ เหล่านี้สามารถต่อยอดสู่เวทีระดับนานาชาติ เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยอย่างยิ่งครับ

ภายในงาน ‘ทวารวดีนครปฐม : สร้างคุณค่า สร้างมูลค่า สร้างจิตสำนึกรักท้องถิ่น’ เป็นการแสดงผลงานวิจัย ภายใต้ทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในกรอบการวิจัย ‘การจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและสำนึกท้องถิ่น’ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกและเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างสรรค์คุณค่าความสำคัญของอารยธรรมทวารวดีในจังหวัดนครปฐม ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการจากทุนวัฒนธรรมทวารวดีให้กับผู้ประกอบการ ผู้สืบทอด ผู้สร้างสรรค์ ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน และสร้างจิตสำนึกรักท้องถิ่น

โดยมีพื้นที่ในการศึกษา ได้แก่ ชุมชนดอนยายหอม ชุมชนธรรมศาลา ชุมชนพระประโทณเจดีย์ ชุมชนพระปฐมเจดีย์ ชุมชนวัดพระงาม และชุมชนไร่เกาะต้นสำโรง มีกระบวนศึกษาที่สำคัญ คือ กระบวนการสร้างเครือข่าย การสร้างกระบวนการรับรู้ การตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของอารยธรรมทวารวดี วัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่ศึกษา ทั้งนี้เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และพัฒนาสู่ซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) ของจังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ติดตามรับชมบรรยากาศ คุณวิชัย ทองแตง ประธาน มูลนิธิหนึ่งน้ำใจ One Love Foundation ร่วมพิธีเปิดงาน ‘ทวารวดีมีชีวิตที่นครปฐม’ จากฐานรากทางวัฒนธรรมกับการแปลงคุณค่าสู่มูลค่าของชุมชน ได้ในรายการเกษตรช่อง 5 พัฒนาชุมชน ได้เร็ว ๆ นี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.55 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ช่อง 5) ติดต่อประสานงานรายการได้ที่ รศ. ดร. จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ (อจ. แมว) ผู้อำนวยการ ศูนย์ ‘หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร’ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์

นครปฐม-พิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ตำรวจภูธรภาค 7 ครอบรอบ ปีที 78 ประจำปี 2567

วันนี้ (12 มิ.ย.67)  เวลา 10.00 น. พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ  พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานฯ พร้อมด้วย พลตำรวจโท กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโท นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดนครปฐม, รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, โดยมี  พล .ต.ท  สำเริง สวนทอง  ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต. ชมชวิณ ปุระธนานนท์ พล.ต.ต อาทิชา เปาอิทร์ พล.ต.  ต. อุทัย กวินเดชาธร  พล.ต .ต วันชัย ธารณธรรม พล.ต.ต. พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล   พล.ต.ต. ปิติ นฤขัตรพิชัย พร้อมด้วย ผู้บังคับการในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 และข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาตำรวจภูธรภาค 7 ครบรอบปีที่ 78 ประจำปี 2567 

***ตำรวจภูธรภาค 7 ถือเอาวันที่ 12 มิถุนายน 2489 ซึ่งเป็นวันที่มีประกาศกำหนดเขตพื้นที่รับผิดชอบครั้งแรก ตรงตามพื้นที่ในปัจจุบัน เป็นวันสถาปนาตำรวจภูธรภาค 7 และในปีนี้ เป็นวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 78 ปี  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งหน่วย เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการตำรวจในหน่วย ที่ได้อุทิศแรงกาย แรงใจปฏิบัติหน้าที่ เพื่อพิทักษ์รักษาความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 7

สทนช. ออกประกาศเตือนคน 3 ลุ่มน้ำ เจ้าพระยา-ท่าจีน-แม่กลอง เฝ้าระวังน้ำท่วมจากน้ำทะเลหนุน-น้ำเหนือไหลบ่า พื้นที่เสี่ยง 7 จังหวัด

(7 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ประกาศให้เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 13 – 24 ตุลาคม 2567

เนื่องจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับมวลน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลลงมาสมทบส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น 

มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและแนวเขื่อนชั่วคราวบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) 

จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม

‘ยายชา เถิดเทิง’ เสียชีวิตแล้ว!! หลังป่วยมะเร็งปอด เปิดโพสต์สุดท้าย ‘โจอี้ กาน่า’ เยี่ยมบ้านที่นครปฐม

เมื่อวานนี้ (25 ม.ค. 68) นาย บุญฤทธิ์ คุ้มเงินแสน หรือ ทอมมี่ เถิดเทิง หรือ ยายชา เถิดเทิง อดีตศิลปินตลกชื่อดัง ซึ่งรับบทเป็น ยายชา หญิงชราขายกล้วยแขก ตัวตัวละครในระเบิดเถิดเทิง เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ภายหลังรักษาอาการป่วยมะเร็งที่ปอดมาระยะหนึ่ง 

ทั้งนี้ โอบะ เสียงเหน่อ เปิดเผยว่า ยายชา เถิดเทิง เสียชีวิตที่บ้านพักวันนี้จริง รดน้ำศพ 26 ม.ค. ที่วัดรางหมัน กำแพงแสน จ.นครปฐม 

สำหรับครอบครัว และภรรยาของ ยายชา เถิดเทิง นั้น เปิดร้านอาหารในวัดรางหมัน กำแพงแสน จ.นครปฐม เคยเล่าว่า ยายชา เถิดเทิง แข็งแร งเพิ่งจะมาป่วยเอาเมื่อปีที่แล้วเอง 

ทั้งนี้ ยายชา เถิดเทิง ได้ภาพ โจอี้ กาน่า ศิลปินตลกชื่อดังไปเยี่ยมที่บ้าน จ.นครปฐม พร้อมข้อความระบุว่า “ขอขอบคุณ คุณโจอี้ กาน่า และทีมงาน มาเยี่ยม ยายชา เถิดเทิง ที่บ้าน นำสิ่งของอุปโภค-บริโภค มาให้ยายชาและผู้ดูแล ขอกราบขอบพระคุณค่ะ” ซึ่งเป็นโพสต์สุดท้ายของ ยายชา เถิดเทิง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ "กิ๊ฟ โคกคูน" ศิลปินตลกชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความอาลัย ยายชา เถิดเทิง ไว้ว่า “ดาวร่วงไปอีกหนึ่งดวง ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของยายชาด้วยนะครับ ไม่ต้องเจ็บไม่ต้องปวดไม่ต้องทรมานอีกต่อไป แล้วขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีนะน้องรัก”

‘เจ๊เจี๊ยบ อมรัตน์’ โพสต์เฟซ ประกาศลั่น!! ถ้าเลือกตั้ง นครปฐม ‘ปชน.’ แพ้ทั้งหมด จะวางมือ

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย. 68) นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ ‘เจี๊ยบ’ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเลือกตั้งเทศบาลจังหวัดนครปฐม ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ว่า …

“ตั้งใจจะเที่ยวเล่นยุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด ถ้าผลเลือกตั้งเทศบาลจ.นครปฐมแพ้หมดทั้ง 3 แห่ง ที่พรรคประชาชนส่ง” 

ทั้งนี้ จ.นครปฐม พรรคประชาชน ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรี 3 แห่ง ดังนี้
1. เทศบาล(เมือง) นครปฐม นายวิชัย (หนุ่ย) ถ้ำเพชร์
2. เทศบาล(นคร) นครปฐม นายชัชวาล (หมอชัช) นันทะสาร
3. เทศบาลเมืองไร่ขิง นายเอกวิทย์ (เอก) นวเศรษฐ

นครปฐม-ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 4.1 ล้านเม็ด และคดีอาชญากรรมที่สำคัญ

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์, พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย และ พล.ต.ต.ประสพชัย  มัตสยะวนิชกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7, พล.ต.ต.กานต์  ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7, นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชจังหวัดนครปฐม, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาล โดยได้ทำการจับกุมนายประภากร หรือยุ่ง (นามสมมุติ)อายุ 42 ปี ชาวตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ที่บริเวณสี่แยกปากท่อ ถนนเพชรเกษม ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 03.00 น. พร้อมของกลาง ประกอบด้วย ยาบ้า 4,100,000 เม็ด มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท เคตามีน 3.15 กรัม รถยนต์ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยผู้ต้องหามีพฤติกรรมจากการสืบข้อมูลทางว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ค้ายาเสพติดในจังหวัดราชบุรี และได้มีการติดตามความคืบหน้ากว่าสี่เดือน 

จึงทราบว่าจะมีการลักลอบนำยาบ้าเข้าสู่จังหวัดราชบุรีโดยใช้ยานพาหนะสี่คัน ซึ่งเมื่อเป้าหมายไปถึงจึงได้มีการปิดล้อมและสามารถจับกุมพร้อมของกลางได้เป็นจำนวนมาก

โดยนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวถึงการดำเนินการประสานงานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ทหาร และอีกหลายภาคส่วน อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการประสานความร่วมมือกันอย่างชัดเจนและได้มีการใช้เทคโนโลยีด้วยการติดตามผู้ต้องหาและขบวนการผู้ค้ายาเสพติดจากกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่มีอยู่รอบเมืองจึงทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจังหวัดนครปฐมยืนยันว่าจะมีการประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อทำให้เกิดความผาสุกกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ได้มีการแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุอาชญากรรมหลายคดี ได้แก่ คดีก่อเหตุแทงกันทำร้ายร่างกายจนจนถึงชีวิต คดีเกี่ยวกับการรับจ้างยิงเพื่อหักยอดหนี้มูลค่ากว่า 130 ล้านบาท และคดีที่มีมีการยิงกันระหว่างพ่อตาและลูกเขย ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สนธิระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จังหวัดนครปฐม กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม ทำให้มีผลการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพและเป็นการเริ่มปฏิบัติการเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันเหตุและติดตามจับกลุ่มผู้ต้องหาหลังก่อเหตุ ซึ่งในครั้งนี้ยังได้มีการใช้เทคโนโลยีและนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาดำเนินการในกระบวนการดังกล่าว อีกด้วย

“อีซี่มันนี่” เดินหน้าโครงการ "แว่นบุญ" ผนึกภาครัฐ-เอกชน มอบแว่น 600 ชิ้นถึงชุมชน นครปฐมเป็นพื้นที่นำร่อง ขยายโครงการสู่ต่างจังหวัด

อีซี่มันนี่ ผนึกภาครัฐและเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าโครงการ "แว่นบุญ" ครั้งที่ 2
มอบแว่นสายตาแก่ประชาชน 600 คน ขยายโอกาสการมองเห็นสู่ชุมชนไทย

อีซี่มันนี่ กรุ๊ป เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ผ่านโครงการเพื่อสังคม "แว่นบุญ" ครั้งที่ 2 โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม ได้แก่ แว่นท็อปเจริญ, CU20 (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 20) และเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ร่วมตรวจวัดสายตาและส่งมอบแว่นสายตาให้แก่ประชาชนและเยาวชนรวม 600 คน ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569 ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของอีซี่มันนี่ในการสร้าง "โอกาส" ให้กับผู้คนในหลายมิติ ไม่เพียงผ่านการเข้าถึงบริการทางการเงิน แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนคุณภาพชีวิตในด้านที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะบริษัทเชื่อว่าการสร้างโอกาสที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

โครงการ "แว่นบุญ" ครั้งที่ 2 ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดกิจกรรมครั้งแรก พร้อมยกระดับความร่วมมือด้วยการขยายเครือข่ายพันธมิตรให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจวัดสายตาและแว่นสายตาที่มีคุณภาพ โดยในปีนี้ อีซี่มันนี่ แว่นท็อปเจริญ และ CU20 ได้ร่วมกันคัดเลือกผู้ได้รับแว่นสายตาจำนวน 300 คน จาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเปราะบางในชุมชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มผู้สูงอายุอายุ 55 ปีขึ้นไป และนักเรียนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

ขณะเดียวกัน เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ได้ร่วมคัดเลือกผู้รับแว่นสายตาเพิ่มเติมอีก 300 คน จากโครงการ "แว่นตาเพื่อน้อง" ทำให้โครงการ "แว่นบุญ" ครั้งที่ 2 สามารถส่งมอบแว่นสายตาให้ แก่ประชาชน และเยาวชนรวมทั้งสิ้น 600 คน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการขยายโครงการสู่ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก สะท้อนพลัง ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการยกระดับการเข้าถึงการดูแลสายตาของประชาชน

นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป กล่าวว่า "เราดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม โครงการแว่นบุญ ถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักด้านสังคมที่อีซี่มันนี่ กรุ๊ป มุ่งมั่นเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่องด้วยความเชื่อมั่นว่า “โอกาสในการมองเห็น คือจุดเริ่มต้นของทุกความเป็นไปได้ในชีวิต” ซึ่งการมีสายตาที่ดีไม่เพียงแต่ เป็นรากฐานสำคัญ แต่ยังเป็นปัจจัยพื้นฐานในการต่อยอดโอกาสทางการศึกษา การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

สำหรับจังหวัดนครปฐม ได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกในการขยายโครงการนี้สู่ภูมิภาค โดยอีซี่มันนี่มีแผนต่อยอดโครงการไปยังอีก 2 จังหวัดภายในปีนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลสายตาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างทั่วถึง และเราจะยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อคุณค่าและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมไทยในระยะยาว

จากความสำเร็จครั้งแรก อีซี่มันนี่ กรุ๊ป จึงได้ต่อยอดและยกระดับโครงการแว่นบุญ ครั้งที่ 2 ให้ครอบคลุม พื้นที่และเข้าถึงชุมชนมากยิ่งขึ้น โดยจัดกิจกรรมลงพื้นที่ตรวจวัดสายตาจำนวน 2 วัน ได้แก่
วันที่ 3 และ 4 สิงหาคม 2569 ตั้งเป้าหมายให้บริการวันละ 300 คน รวม 600 คน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ”

ด้าน นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า "การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่นับเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง หรือผู้ด้วยโอกาสจำนวนมากที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ รวมถึงกลุ่มน้องนักเรียนที่ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต ซึ่งหากได้รับบริการจัดหาแว่นตาที่มีคุณภาพ ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มีสุขภาพสายตาที่ดีขึ้น มีกำลังใจในการเรียนและพัฒนา คุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น การจัดกิจกรรมตรวจวัดสายตาและจัดหาแว่นตาถือเป็นความร่วมมือที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง”

โครงการ "แว่นบุญ" เป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของอีซี่มันนี่ ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยบริษัทเชื่อว่าการเข้าถึงโอกาสพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการเงินหรือโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และพร้อมเดินหน้าสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top