Friday, 5 June 2026
ธุรกิจท่องเที่ยว

กระบี่-ทกจ.กระบี่ร่วมกับสำนักทะเบียน และมัคคุเทศก์ เขต 2 ภูเก็ต บริการให้ความรู้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่

นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์" โดยมีนางบัญญัติ หง้าบุตร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กล่าวรายงานฯ และนางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เข้าร่วมฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ และบริการต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์

โดยมีการบรรยาย เรื่อง “การจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์" โดย นายปาฐกรณ์ แก้วมรกต นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 พร้อมการบริการตรวจสอบเอกสาร และให้คำปรึกษาการจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้เขต 2 (ภูเก็ต) 

ธุรกิจสถานบริการ แหล่งสร้างความสุข ด้วยอบายมุข  คู่สังคมไทยแบบไร้กฎหมายคุม ก็แหล่งมั่วสุมดีๆ นี่เอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่ในธุรกิจสถานบริการนั้น มีมูลค่าเป็นจำนวนมหาศาล และมีความสำคัญกับธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหลอดเลือดใหญ่ของระบบธุรกิจไทย 

เนื่องจากมีการประกอบธุรกิจสถานบริการหลายประเภท ที่อาจมีผลกระทบกับศีลธรรม ความสงบเรียบร้อย หากไม่มีกฎหมายควบคุมจะทำให้เป็นแหล่งอาชญากรรมหรือแหล่งมั่วสุม 

ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 สถานบริการ หมายถึง สถานที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการ โดยหวังผลประโยชน์ทางการค้า แบ่งเป็นหลายประเภท...

(1) สถานเต้นรำ รำวง หรือรองเง็ง เป็นปกติธุระประเภทที่มีและประเภทที่ไม่มีคู่บริการ เช่น ไนต์คลับ ผับ สถานที่ที่มีฟอร์เต้นรำ 

(2) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า เช่น โรงน้ำชา 

(3) สถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้า เช่น อาบอบนวด แต่ไม่รวมถึงสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  

(4) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายหรือให้บริการ โดยมีรูปแบบอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้... 
(ก) มีดนตรี การแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิงและยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้นักร้อง นักแสดง หรือพนักงานอื่นใดนั่งกับลูกค้า 
(ข) มีการจัดอุปกรณ์การร้องเพลงประกอบดนตรีให้แก่ลูกค้า โดยจัดให้มีผู้บริการขับร้องเพลงกับลูกค้า หรือยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้พนักงานอื่นใดนั่งกับลูกค้า 
(ค) มีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้น หรือจัดให้มีการแสดงเต้น เช่น การเต้นบนเวทีหรือการเต้นบริเวณโต๊ะอาหารหรือเครื่องดื่ม 
(ง) มีลักษณะของสถานที่ การจัดแสงหรือเสียง 

(5) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 นาฬิกา 

สถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ตามคำสั่ง คสช ที่ 22 /2558 และ 46/2559 หมายถึง “...สถานประกอบการที่ไม่ครบองค์ประกอบการเป็นสถานบริการ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการฯ แต่มีลักษณะการให้บริการที่เห็นได้ว่าเป็นการรวมกลุ่ม หรือเป็นแหล่งมั่วสุมอันอาจจะก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ด้วย...”

สถานบริการ ต้องไม่ตั้งอยู่ใกล้ วัด โรงเรียน สถานพยาบาล ในขนาดที่ว่าจะไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่สถานที่ดังกล่าว

ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตตั้งสถานบริการ ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในต่างจังหวัด ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด

ในสถานบริการห้ามมิให้อายุต่ำกว่า 20 ที่ไม่ได้ทำงานในสถานบริการเข้าไปในสถานบริการนั้น ห้ามพกอาวุธ ห้ามขายสุราให้บุคคลที่เมาจนครองสติไม่อยู่ ห้ามปล่อยปละละเลยให้มีการขายหรือใช้ยาเสพติด 

ผู้ที่ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท

แม้ธุรกิจสถานบริการ จะมีลักษณะธุรกิจ เกือบจะตรงข้ามกับความเชื่อของพุทธศาสนิกชนในประเทศไทย แต่หากเราเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย และเดินทางสายกลางเพื่อให้ธุรกิจและความเชื่อสามารถเดินคู่กันได้ อย่างสงบเรียบร้อย เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติของเรา

ท่องเที่ยวไทยปรับกลยุทธ์ สู้วิกฤตสงคราม สร้างพื้นที่ปลอดภัย โฟกัสตลาดตะวันออก กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รายได้ปี 69 พุ่ง 4.46 แสนล้านบาท งาน FHT 2026 ร่วมอุตสาหกรรมครบวงจร

เที่ยวไทยฝ่าคลื่นความขัดแย้ง ชูจุดขายพื้นที่ปลอดภัย-คุ้มค่า-ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ด้านอินฟอร์มาฯ ร่วมพันธมิตรภาครัฐและเอกชนจัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 เพื่อเป็นศูนย์รวมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการในงานเดียว

ภาคท่องเที่ยวเดินหน้าสู้วิกฤตสงคราม ปรับโฟกัสจับนักท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก หลังนักท่องเที่ยวยุโรปและตะวันตกเดินทางมายาก ชูจุดขายพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย คุ้มค่า และ รุกท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก-อยู่นาน ด้านอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ร่วมมือพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดงาน Food & Hospitality Thailand 2026 ภายใต้แนวคิดศูนย์รวมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการในงานเดียว

นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) กล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม และร้านอาหารในสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านขณะนี้ว่า การสู้รบที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปในทุกธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งต่างต้องหาทางรับมือและปรับตัว แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับเป็จภาพสะท้อนพื้นฐานอันแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทยอย่างมีนัยยะและน่าจับตา ซึ่งจากรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวสะสมล่าสุด ตั้งแต่ 1 มกราคม – 29 มีนาคม 2569 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมกว่า 9.17 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 446,765 ล้านบาท

แม้วันนี้นักท่องเที่ยวฝั่งยุโรปจะเดินทางมาได้ลำบากขึ้น แต่ในมุมของผู้ประกอบการก็ต้องรักษาไว้เพราะกำลังซื้อสูง ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้นภาครัฐและผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์ โดยหันมาโฟกัสกลุ่มนักเดินทางระยะใกล้และโซนตะวันออกอย่าง จีน มาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ ฯลฯ มากขึ้น นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังมีกำลังซื้อ เดินทางมาเที่ยวได้สะดวก และมองการท่องเที่ยวไทยว่ามีความคุ้มค่า (Value for Money) โดยภาครัฐควรต้องมีเร่งออกมาตรการกระตุ้น ปรับแผนการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ๆ ทั้งการอำนวยความสะดวก ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven) ผสานเทรนด์สร้างจุดขายในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาหาร และเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งมีมูลค่าสูงและเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก จากปัจจัยเบื้องต้นทำให้มีแนวโน้มการพักระยะยาว (Long Term Residency) มากขึ้น ส่วนด้านผู้ประกอบการโรงแรมนั้น ล่าสุดสมาคมโรงแรมไทยเผยว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาห้องพักในช่วงนี้ แม้ภาระต้นทุนจะสูงขึ้นและจะเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า เช่น การพัก 3 คืน จ่าย 2 คืน หรือ แถมบริการสปาและอาหาร เพื่อจูงใจ ดึงดูด สร้างความรู้สึกคุ้มค่า เพื่อให้ลูกค้าเข้าพักนานขึ้น

สถานการณ์วันนี้นับเป็นอีกบททดสอบที่ภาคการท่องเที่ยวต้องเผชิญ อย่างไรก็ตามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็ต้องมีข้อยุติ ดังนั้นผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการจึงต้องเตรียมพร้อม ปรับตัว และพัฒนาศักยภาพตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาหลังเหตุการณ์คลี่คลาย เราต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวโลกและไม่ใช่การมาเพียงครั้งเดียว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังต้องการกลับมาเที่ยวไทย เพื่อค้นหาประสบการณ์

ที่ให้คุณค่าสูงขึ้น (High-quality experiences) และ มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น (Personalization) ผู้ประกอบการจึงต้องยกระดับบริการ สร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ด้วย

ดังนั้นการจัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 จึงยังคงความสำคัญในฐานะศูนย์รวมและจุดเชื่อมโยงทุกภาคส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร เครื่องดื่ม ร้านอาหาร ค้าปลีก สปา และการบริการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในการจัดงาน "All Sectors, One Destination" โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพันธมิตรสำคัญทั้งภาครัฐสมาคม องค์กรธุรกิจเอกชน บริษัทชั้นนำไทย-นานาชาติ รวมถึงผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว ที่จะมาร่วมจัดแสดงงาน

การประชุมและสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ การแข่งขันเพื่อพัฒนาทักษะ และ การสาธิตและเวิร์กช็อปต่างๆ ฯลฯ ซึ่งในการจัดงานครั้งที่ผ่านมา (2025) การจัดงานสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจซื้อและผู้ประกอบการไทยและนานาชาติให้เข่าร่วมงานได้มากถึง 30,909 คน จาก 68 ประเทศและภูมิภาค  โดยการจัดงานในปีนี้มีกำหนดจัดงานฯ ขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจัดขึ้นพร้อม 2 งานยักษ์ของเอเชีย Hotel & Shop Plus Thailand และ HOTELEX Thailand พร้อมพาวิลเลียนนานาชาติที่เข้าร่วมเบื้องต้น 8 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน อิตาลี ไต้หวัน อินเดีย แอฟริกาใต้ มาเลเซีย การเข้าร่วมงานฯ จึงนับเป็นโอกาสทองของผุ้ประกอบการไทยที่จะได้จับคู่ธุรกิจ รับแรงบันดาลใจ รวมถึงนำสิ่งที่จัดแสดงในงานไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรม วัตถุดิบ และสินค้า และโซลูชั่นจากบริษัทชั้นนำระดับโลกไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป

งาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569
ชั้น G ฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้ที่สนใจข้อมูลการจัดงานฯ และลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ www.fhtevent.com Facebook : Food & Hospitality Thailand


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top