Friday, 5 June 2026
ธนาคารกรุงไทย

‘รฟท.- ขสมก.-กรุงไทย’ ร่วมดันบัตรเหมาจ่ายค่ารถไฟฟ้ายสีแดง-ขสมก. ราคา 2,000 บาท/เดือน ไม่จำกัดเที่ยว ยกระดับการเดินทางแบบไร้รอยต่อ

‘รฟท. ขสมก. และกรุงไทย’ ผนึกกำลัง เปิดตัว บัตรเหมาจ่ายนั่งรถไฟฟ้า ‘สายสีแดง-รถเมล์’ 2,000 บาท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ตั้งเป้าจ่ายผ่านบัตรวันละหมื่นคน จากปัจจุบัน 4-5 พันคนต่อวัน ส่วนขสมก. คาดเพิ่มขึ้น 5.5-6 หมื่นคนต่อวัน จากเดิม 5 หมื่นคนต่อวัน พร้อมประเมินผล 6 เดือน หนุนรองรับพรรคการเมืองออกนโยบายประหยุดค่าครองชีพ

(29 มี.ค. 66) นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมด้วย นางพริ้มเพรา วงศ์สุทธิรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และ นายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมกันเปิดโครงการบัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA หรือ บัตรเหมาจ่ายรถไฟฟ้าสายสีแดงกับรถโดยสาร (รถเมล์) ของ ขสมก. เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ 2 ระบบ คือ ทางรางและทางบกเดินทางได้ด้วยการใช้บัตรใบเดียว

นายสุเทพ เปิดเผยว่า บัตรเหมาจ่ายจัดจำหน่ายใบละ 2,000 บาท และค่าธรรมเนียมออกบัตร 100 บาท รวมค่าใช้จ่าย 2,100 บาท โดยหาซื้อบัตรเหมาจ่ายได้จากจุดจำหน่ายบัตรของ ขสมก. และ รฟท. ส่วนการใช้งานสามารถใช้บัตรเหมาจ่ายแตะชำระค่าโดยสารที่เครื่องชำระค่าโดยสารอัตโนมัติ หรือ EDC บน รถเมล์ ขสมก. ที่ให้บริการปัจจุบัน 2,885 คัน และจุดรับชำระค่าโดยสารที่ รฟท. กำหนด หลังจากเติมเงินบัตรจะมีอายุการใช้งาน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่แตะชำระครั้งแรกที่ ขสมก. และ รฟท. อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ผู้โดยสารชำระค่าโดยสารครั้งแรกที่ ขสมก. วันที่ 1 เม.ย.66 บัตรจะใช้งานทั้ง ขสมก. และ รฟท. ได้ถึงวันที่ 30 เม.ย.66 เท่านั้น จนกว่าการเติมเงินครั้งถัดไป โดยสามารถใช้งานกับรถเมล์ ขสมก. ทุกประเภทแบบไม่จำกัดเที่ยว

ส่วนกรณีใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงจะนับจำนวนเที่ยวสูงสุด 50 เที่ยวต่อการเติมเงินหนึ่งครั้ง หากใช้จำนวนเที่ยว 50 เที่ยวหมดก่อน 30 วัน จะไม่สามารถใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงได้อีก แต่ยังใช้ชำระค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ได้จนกว่าครบ 30 วัน เช่น ผู้โดยสารใช้งานรถไฟฟ้าสายสีแดงครั้งแรกวันที่ 1 เม.ย.66 ครบ 50 เที่ยวในวันที่ 25 เม.ย.66 ผู้โดยสารไม่สามารถใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงได้อีก แต่ยังคงใช้ชำระค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ได้จนถึงวันที่ 30 เม.ย.66 ตามปกติ จนกว่าจะเติมเงินรอบต่อไป 

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง 25,000 คนต่อวัน แบ่งเป็นใช้จ่ายผ่านบัตรประเภทต่างๆ รถไฟฟ้าสายสีแดงรองรับ 4,000-5,000 คนต่อวัน ที่เหลือจ่ายค่าโดยสารผ่านเหรียญโดยสาร คาดว่ามีบัตรเหมาจ่ายจะเพิ่มให้มีผู้มาใช้จ่ายผ่านบัตรเป็น 10,000 คนต่อวัน ส่วนค่าโดยสารจำนวน 50 เที่ยว จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,250 บาท หรือ เฉลี่ย 25 บาทต่อเที่ยว เมื่อมีบัตรเหมาจ่ายจะจ่ายแค่ 1,100 บาท หรือเฉลี่ย 22 บาทต่อเที่ยว ช่วยประหยัดได้ 150 บาท หรือ 3 บาทต่อเที่ยว ขณะที่ซื้อบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก. ประเภทรถเมล์แอร์แบบรายเดือนราคา 1,020 บาท แต่เมื่อซื้อบัตรแบบเหมาจ่ายจะจ่ายแค่ 900 บาทต่อ 30 วัน ซึ่งช่วยประหยัดได้ 120 บาทต่อเดือน

ด้านนางพริ้มเพรา กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้โดยสารที่ชำระค่าโดยสารผ่านเครื่อง EDC อยู่ที่ 50,000 คนต่อวัน หากมีบัตรเหมาจ่ายตั้งเป้าจะเพิ่มยอดชำระผ่านเครื่อง EDC อยู่ที่ 55,000-60,000 คนต่อวัน จากจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถเมล์ประมาณ 700,000 คนต่อวัน หลังจากนี้ ขสมก. และรถไฟฟ้าสายสีแดงจะใช้เวลาประมาณเมิน 6 เดือน เกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการ รวมทั้งระบบการใช้งานต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับการใช้งานต่อไป

สรุปเส้นทาง ‘วรภัค ธันยาวงษ์’ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

(23 ต.ค. 68) เปิดประวัติ 'วรภัค ธันยาวงษ์' อดีตนายแบงก์ดัง นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง 34 วัน ก่อนตัดสินใจลาออก

ภายหลังการประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของ นายวรภัค ธันยาวงษ์ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ทำให้หลายคนสนใจประวัติและเส้นทางการทำงานของอดีตผู้บริหารระดับสูงในแวดวงการเงินการธนาคารท่านนี้ เนื่องจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 34 วัน ท่ามกลางกระแสข่าวเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์

ประวัติส่วนตัวและการศึกษา
นายวรภัค ธันยาวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2507 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการจัดการและระบบคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา สเตต สหรัฐอเมริกา และจบปริญญาโท สาขาการเงิน จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมิสซูรี เมืองแคนซัสซิตี

นอกจากนี้ ยังได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้านชีวิตส่วนตัว นายวรภัคสมรสกับนางกนกพร ธันยาวงษ์ มีบุตรและธิดารวม 4 คน

เส้นทางอาชีพในแวดวงการเงิน
นายวรภัคเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศยาวนานกว่า 30 ปี โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายแห่งดังนี้:
• ผู้เชี่ยวชาญด้านลิสซิ่ง บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย)
• กรรมการผู้จัดการใหญ่ แบงก์ออฟอเมริกา สาขาประเทศไทย
• กรรมการผู้จัดการ ธนาคารดอยช์แบงก์ สาขาประเทศไทย
• กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ เจพีมอร์แกน (ประเทศไทย)
• รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ 1 ธนาคารไทยพาณิชย์
• ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า และฟินันซ่า แคปิตอล
จุดสูงสุดของชีวิตการทำงานคือการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 และดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 4 ปี

ก้าวสู่ตำแหน่ง รมช.คลัง และการลาออก
นายวรภัคเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมทีมรัฐบาล และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจการเงินอย่างสูง

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 นายวรภัคได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ โดยเจ้าตัวยืนยันในความบริสุทธิ์อย่างหนักแน่นว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น และการลาออกก็เพื่อไม่ให้เรื่องส่วนตัวสร้างความกังวลและเป็นภาระต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล

สรุปเส้นทาง รมช.คลัง 34 วัน
การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของนายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็นช่วงเวลาที่สั้นเพียง 34 วัน นับจากวันโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจนถึงวันลาออก การตัดสินใจครั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและรักษาภาพลักษณ์ของรัฐบาล ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าจะใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการกับผู้ที่บิดเบือนและเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top