Friday, 11 September 2026
ท่องเที่ยวสงขลา

‘นายกฯ’ สั่งคมนาคมศึกษาท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ พร้อมหนุน ททท.ปั้นสงขลาสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก

‘นายกฯ แพทองธาร’ สั่งคมนาคมศึกษาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่นำนักท่องเที่ยวต่างชาติมา มาเที่ยวสงขลา เพิ่มการท่องเที่ยวทางน้ำที่มีกลุ่มเดินเรือสำราญมาท่องเที่ยวมากขึ้น ด้านททท.ปั้นสงขลาสู่เมืองท่องเที่ยวศักยภาพระดับโลก

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.สงขลาเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า จากการลงพื้นที่ จ.สงขลาพบว่ามีศักยภาพที่รองรับเรือสำราญที่มาจากต่างประเทศได้จึงสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งศึกษาการพัฒนาท่าเรือที่มีมาตรฐานรองรับเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มากขึ้น  

ด้านนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเรือสำราญจากสิงคโปร์มีการเทียบท่านำนักท่องเที่ยวไปลงที่เกาะสมุย และททท.ได้ชักชวนให้มาที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาด้วยซึ่งในส่วนนี้ขณะนี้ต้องดูเรื่องการอำนวยความสะดวกขนส่งนักท่องเที่ยวจากเรือสำราญขึ้นมาท่องเที่ยวที่สงขลา 

จัดการท่องเที่ยว one day trip จ.สงขลา โดยสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวแบบวันเดียว หรือone day trip ได้ ทั้งนี้ จังหวัดสงขลา ถือเป็นศูนย์กลางการเดินทางของภาคใต้ตอนล่าง - เมืองพหุวัฒนธรรม – เมืองสองทะเล มีจุดขายคือต้นทุนทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่น เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย โดยปัจจุบันมีเที่ยวบินจำนวนมากมาลงที่อ.หาดใหญ่และนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางท่องเที่ยวทางรถ หากมีเรือสำราญมา จะเป็นการเพิ่มเติมการท่องเที่ยวทางน้ำ เมืองเก่าสงขลาแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก

ขณะเดียวกันเมืองเก่าสงขลา ซึ่งนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมชม ได้รับการประกาศรายชื่อเป็น 'แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก' และกำลังอยู่ระหว่างการผลักดันสงขลาสู่เมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO จะยิ่งทำให้เมืองมีโอกาสพัฒนาได้อย่างรวดเร็วในหลากหลายมิติ เพื่อยกระดับสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลกได้ต่อไป

หนุนการท่องเที่ยวข้ามภาค นอกจากนี้ ททท. ตั้งใจขยายกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวความสนใจพิเศษ อาทิ กลุ่มเรือยอร์ช กลุ่ม Self-Drive กลุ่มคาราวาน กลุ่ม Incentive และ MICE เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกลุ่มใช้จ่ายสูง และมีแผนขยายเส้นทางการบินเชื่อมโยงภูมิภาคจากท่าอากาศยานต่าง ๆ ในประเทศไทย อาทิ ท่าอากาศยานอุดรธานี เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าถึงสงขลาของนักท่องเที่ยวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว 

สำหรับภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ปี 2567 มีผู้เยี่ยมเยือนรวม 6,998,664 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 24.53% จากปี 2566 แบ่งเป็นคนไทย 3,135,386 คน-ครั้ง และชาวต่างชาติ 3,863,278 คน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียน 50,286.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.81 %จากปี 2566

ซึ่งมาจากนักท่องเที่ยวชาวไทย 21,838.32 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 28,448.08 ล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว และจีน ตามลำดับ ทั้งนี้ ททท. ตั้งเป้าหมายผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าจังหวัดสงขลา ปี 2568 เพิ่มขึ้น 8-10% จากปี 2567

‘นิพนธ์’ ชี้สงขลาสู่มรดกโลกเดินหน้าต่อ!! คณะกรรมการเห็นชอบเอกสาร PA เปิดทางสู่การขึ้นทะเบียนมรดกโลก เน้นอนุรักษ์การท่องเที่ยวและชุมชน เดินหน้าต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557

“นิพนธ์” ขอบคุณคณะกรรมการมรดกโลก เห็นชอบส่งเอกสาร PA “สงขลาและชุมชนริมทะเลสาบ” ย้ำผลักดันต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557

วันนี้ (11 กันยายน 2569) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวขอบคุณคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ที่มีมติเห็นชอบร่างเอกสารเพื่อขอรับการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment: PA) แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “สงขลาและชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา” พร้อมมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งจัดส่งเอกสารต่อศูนย์มรดกโลกให้ทันกำหนดวันที่ 15 กันยายน 2569

มติดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 2/2569 เมื่อ10 กย.69 โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมตามที่ได้รับมอบหมายจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบประชุมทางไกล

นายนิพนธ์กล่าวว่า การเห็นชอบเอกสาร PA ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิทัศน์รอบทะเลสาบสงขลาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในระดับนานาชาติ โดยขั้นตอนดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกให้คำแนะนำในการจัดทำเอกสารเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ หรือ Nomination Dossier ต่อไป

พื้นที่สงขลาและชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลามีความโดดเด่นจากความสัมพันธ์ระหว่างเมือง ชุมชน และระบบนิเวศของทะเลสาบ ซึ่งหล่อหลอมเป็นวิถีชีวิต ประเพณี สถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน อีกทั้งยังสะท้อนบทบาทของสงขลาในฐานะเมืองท่าและพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางการค้าทางทะเล

“ต้องขอบคุณคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง การส่งเอกสาร PA ไม่ได้มีความหมายเฉพาะต่อการอนุรักษ์เมืองเก่า แต่จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับพื้นที่ ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และการส่งต่อมรดกของสงขลาให้คนรุ่นต่อไป” นายนิพนธ์กล่าว

นายนิพนธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลักดันสงขลาสู่มรดกโลกเป็นงานที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้จัดสรรงบประมาณเพื่อศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสงขลาสู่เมืองมรดกโลก ก่อนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน และชุมชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

“จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2557 จนถึงวันนี้ เราเดินมาไกลอีกก้าวหนึ่งแล้ว แต่ภารกิจยังไม่สิ้นสุด ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเดินหน้าจัดทำข้อมูลให้สมบูรณ์ ควบคู่กับการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองอย่างสมดุล เพื่อให้สงขลาและชุมชนริมทะเลสาบสงขลาก้าวไปสู่การเป็นมรดกโลกได้อย่างสง่างามและยั่งยืน” นายนิพนธ์กล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top