Thursday, 4 June 2026
ทีมสุดซอย

‘เอกนัฏ’ ส่งทีมสุดซอย บุกจับโรงงานเถื่อนในที่ดินป่าไม้ ลอบนำเข้าเศษยางจากกัมพูชาแปรรูปส่งออกต่างประเทศ

(9 ก.ค.68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือ ทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นจากศาลจังหวัดระยอง เข้าตรวจสอบโรงงานร้างแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป่า ตรวจสอบภายในโรงงานพบเป็นที่ตั้งของ บริษัท ฟูด้า รับเบอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 71 หมู่ที่ 2 ต.ขำฆ้อ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง หลังได้รับรายงานว่ามีการลักลอบตั้งประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิล บดย่อยยางรถยนต์ และมีการนำเข้า เศษยางรถยนต์จากกัมพูชามาลักลอบแปรรูปส่งออก

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าโรงงานดังกล่าวมีการประกอบกิจการรีไซเคิลยางรถยนต์เก่า พบกองวัตถุดิบประเภทยางรถที่ใช้แล้ว เศษยางรถบดย่อย เศษลวดจากยางรถเป็นจำนวนมาก เพื่อมารีดทำยางแผ่นส่งออกต่างประเทศ และยังพบเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดอายัดของกลาง และจับกุม นายฉี เร่อเทียน สัญชาติจีน และนายรังสฤษดิ์ หวานฤดี ชาวไทย ในข้อหาร่วมกันประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และจับแรงงานชาวพม่าลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจำนวน 2 ราย ส่งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเขาชะเมา 

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าที่ดินแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตป่าที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) สำหรับให้อยู่ทำกินเพื่อการเกษตร ซึ่งผู้ถือครองสิทธิ์คือ นางเบญจพร หอมขจรทรงวศิน ต่อมา นายฉี เร่อเทียน มีการทำสัญญาเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวกับ นายกิตติ ทรงวศิน เพื่อประกอบธุรกิจ ทำให้ผิดวัตถุประสงค์ในการใช้ที่ดินในเขตป่าตามอนุญาต คทช. เพราะไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อทำกินและการเกษตร แต่กลับปล่อยให้ชาวต่างชาติมาเช่าช่วงต่อ และลักลอบตั้งโรงงานเถื่อนทำธุรกิจรีไซเคิล บดย่อยเศษยาง และพบว่ากิจการแห่งนี้มีความเชื่อมโยงขบวนการนำเข้าเศษยางรถยนต์มาจากกัมพูชา มาบดย่อยแปรรูปเป็นยางแผ่น เพื่อส่งออกไปจีนอีกด้วย

นอกจากที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมและตำรวจ บก.ปทส. ดำเนินคดีกับชาวจีนและหุ้นส่วนชาวไทย ข้อหาประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ชุดสุดซอยจะทำรายงานเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อมอบหมายให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และกรมป่าไม้ พิจารณาทบทวนการให้สิทธิ์เช่าที่ดินทำกินในที่ดินป่าไม้ ว่ามีการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ในการให้คนไทยเช่าใช้ที่ดินทำกินและการเกษตรหรือไม่ เพื่อบูรณาการความร่วมมือตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมาย และป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดของผู้ลักลอบใช้พื้นที่ป่าไม้ฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ต่อไป

‘เอกนัฏ’ ส่งทีมสุดซอย ปราบปลั๊กไฟ-สวิตช์ไฟเถื่อน ‘ตราแรด’ พบแปะ มอก. ปลอม!! หลอกขายทั่วประเทศกว่า 6 แสนชิ้น

(23 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการให้ “ทีมสุดซอย” ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้าตรวจค้นคลังสินค้าย่านบางขุนเทียน หลังพบเบาะแสการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานให้ร้านค้าตามต่างจังหวัด

จากการตรวจสอบ พบว่าบริษัท ดีเอส ทูลส์ จำกัด มีการนำเข้าปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ เต้ารับ และอุปกรณ์อื่นๆ รวมกว่า 6 แสนชิ้น โดยไม่มีเครื่องหมาย มอก. หรือแสดงหมายเลข มอก. ปลอม รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงยึดอายัดสินค้าและดำเนินคดีตามกฎหมาย

สินค้าที่ตรวจยึดได้เป็นยี่ห้อ "ตราแรด" และ "SWORDFISH" ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นเจ้าของแบรนด์ และใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) นำเข้าสินค้าจากจีน ก่อนกระจายขายทั่วประเทศผ่านร้านวัสดุก่อสร้างและร้านค้าเบ็ดเตล็ด

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เตือนว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้และเป็นอันตรายร้ายแรงต่อประชาชน พร้อมเตรียมแจ้งกระทรวงอุตสาหกรรมให้ประสานกรมศุลกากรเพิ่มมาตรการตรวจเข้มการนำเข้าสินค้าประเภทปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่อไป

‘เอกนัฏ’ ส่งทีมสุดซอย บุกค้นบ่อฝังกลบโรงงานปราจีนบุรี พบผิดเงื่อนไขหลายจุด!! กระทบวิถีชีวิตประชาชนในพื้นที่

(13 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมาย 'ทีมสุดซอย' นำโดยนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ บก.ปทส. เข้าตรวจสอบบริษัท เวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังประชาชนร้องเรียนว่ากิจการส่งผลกระทบต่อชุมชน โดยใช้หมายค้นจากศาลจังหวัดกบินทร์บุรี

จากการตรวจสอบ พบว่าบริษัทได้รับอนุญาตทำกิจการ 3 ประเภท ได้แก่ ผลิตเชื้อเพลิงทดแทน, คัดแยกและฝังกลบของเสียไม่อันตราย แต่กลับพบปัญหาหลายจุด เช่น ไม่มีเครื่องจักรตามอนุญาต มีการตั้งโรงงานบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้รับอนุญาต กากของเสียจำนวนมากถูกกองไว้ และหลุมฝังกลบมีน้ำชะกากล้นไหลเสี่ยงออกนอกพื้นที่ รวมทั้งไม่เว้นระยะ Buffer Zone ตามเงื่อนไข

เจ้าหน้าที่สั่งให้บริษัทหยุดการฝ่าฝืน พร้อมรังวัดแนวเขตที่ดินใหม่ จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน และนำน้ำที่ผ่านการบำบัดมาใช้หมุนเวียนในโรงงาน ห้ามปล่อยออกนอกพื้นที่ หากไม่แก้ไขตามคำสั่ง อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออกได้เก็บตัวอย่างน้ำและกากของเสียไปตรวจวิเคราะห์ หากพบค่าผิดปกติจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย โดยทั้งหมดเป็นไปตามนโยบาย 'ปิดประตูตีมาร' เพื่อจัดระเบียบโรงงานรีไซเคิลและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมถึงสุขภาพของประชาชน

‘เอกนัฏ’ ส่งทีมสุดซอยบุกโกดังย่านประเวศ ยึดพาวเวอร์แบงก์-อะแดปเตอร์เถื่อน มูลค่ากว่า 13.5 ล้าน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายทีม 'สุดซอย' ลงพื้นที่ตรวจโกดังย่านประเวศ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา พบการนำเข้าและจำหน่ายเซลล์แบตเตอรี่ พาวเวอร์แบงก์ และอะแดปเตอร์ ที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) รวมมูลค่ากว่า 13.5 ล้านบาท

การตรวจสอบพบว่า บริษัทผู้ประกอบการ 2 แห่งในพื้นที่เดียวกัน มีการนำเข้าเซลล์แบตเตอรี่กว่า 10,000 ชิ้น ที่ไม่มีเครื่องหมายมาตรฐาน และอะแดปเตอร์กว่า 1 แสนอัน ที่มีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับใบอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 มีโทษทั้งจำและปรับตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงอายัดสินค้าทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน โดยรวมมูลค่าของกลางที่ยึดไว้กว่า 13.5 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้ย้ำว่าผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตแล้วแต่ยังนำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน จะต้องถูกตรวจสอบและลงโทษอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการซื้อพาวเวอร์แบงก์และอะแดปเตอร์ที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. เพราะเสี่ยงต่อการระเบิด ไฟฟ้าลัดวงจร และอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบกวาดล้างสินค้าลักลอบและไม่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top