Friday, 5 June 2026
ทีมชาติไทย

จับตา ‘สงขลา’ ก้าวสู่เมืองกีฬาภูมิภาค โมเดลใหม่ถอดด้าม พัฒนาเศรษฐกิจเมือง

(11 ต.ค. 67) เวลา 19.30 น. ของวันนี้จะเป็นนัดแรกของการแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งที่ 50 ที่จะจัดฟาดแข้งกันที่ ‘สนามติณสูลานนท์’ จังหวัดสงขลา 

เป็นครั้งแรกของการเปิดสงขลาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคิงส์คัพ ถือเป็นการซ้อมย่อย ๆ ก่อนที่ในปีหน้าจะรับอีกหนึ่งบทบาทคือการเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ‘ซีเกมส์’ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่ 

2 มหกรรมกีฬาที่ใช้สงขลาเป็นรังเหย้าติด ๆ กัน น่าจะทำให้เห็นเค้าโครงของการเป็นเมืองกีฬามากยิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อพูดถึงเมืองกีฬาภาพแรกที่คิดถึงจะเป็น ‘บุรีรัมย์’

แต่การเป็นเมืองกีฬาของสงขลานั้นมีโมเดลเป็นของตัวเอง ไม่ใช่การลงทุนมหาศาล

ส่วนใหญ่ใช้การปรับปรุงสนามเดิม หรือพื้นที่เดิมให้มีมาตรฐานระดับสากล คล้ายกับกีฬาโอลิมปิกที่จัดที่ปารีส เพราะที่ผ่านมามีหลายบทเรียนให้เห็นว่าการลงทุนสร้างโครงสร้างมหาศาลสุดท้ายถูกทิ้งร้างอย่างน่าเสียดาย

แล้วเรื่องนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขนาดไหน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในนามประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทาน 'คิงส์คัพ' ครั้งที่ 50 ประจำปี 2567 กล่าวไว้ว่า

"จังหวัดสงขลามีความเชื่อมั่นว่า การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทาน 'คิงส์คัพ' ครั้งที่ 50 ประจำปี 2567 ในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ต้นกล้าเด็ก เยาวชนสงขลามีแรงบันดาลใจในการเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ ส่งเสริมและพัฒนากีฬาฟุตบอลในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง การจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ สงขลาครั้งนี้ 

จะช่วยตอบโจทย์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ อันได้แก่ จังหวัดสงขลา นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล พัทลุง และนครศรีธรรมราช โดยในช่วงการแข่งขันวันที่ 11 และ 14 ตุลาคม 2567 จังหวัดสงขลาคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดสงขลาหลายหมื่นคน จะสามารถกระตุ้นระบบเศรษฐกิจที่ซบเซาในพื้นที่ได้หลายร้อยล้านบาท และรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว เจ้าภาพการแข่งขันจะมอบให้แก่กลุ่ม ชมรม สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาใน 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความสำเร็จ 'สงขลาเมืองกีฬา' ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นระบบเศรษฐกิจในพื้นที่"

สุดท้ายที่อยากเห็นคือรัฐบาล และทุก ๆ ภาคส่วนต้องลงมาวางแผนชี้นำเศรษฐกิจที่ใช้กีฬานำ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรม MICE อย่างจริงจัง 

ย้อนตำนาน ‘สนามติณสูลานนท์’ จ.สงขลา สนามแห่งความประทับใจของคนไทยทั้งชาติ

(15 ต.ค. 67) ค่ำวานนี้คนไทยทุกคนคงมีความสุขใจไปกับผลการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน หรือ คิงส์คัพ ครั้งที่ 50 ที่ทีมชาติไทยสามารถคว้าถ้วยพระราชทานมาไว้ในมือได้ อีกทั้งตัวผู้เล่นที่เฮดโค้ชทีมชาติไทยจัดลงสนามต่างโชว์ความสามารถได้อย่างเต็มที่

อีกทั้งยังเชื่อมโยงเอา 2 ยุคสมัยที่แสดงสัญญะผ่าน ‘พลุ’ และ ‘โครน’ ที่แปรขบวนน้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ยิ่งสร้างความอิ่มเอมใจให้กับคนไทยทั้งชาติอีกไม่น้อย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่ ‘สนามติณสูลานนท์’ สนามที่สร้างความประทับใจทั้งหมดนี้

The States Times จะพาทุกท่านย้อนถึงตำนานของสนามติณสูลานนท์ สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

สนามกีฬาติณสูลานนท์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา มีความจุประมาณ 35,000 ที่นั่ง สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมกีฬาของจังหวัดและใช้จัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและนานาชาติ

สนามกีฬาติณสูลานนท์ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2530 ในสมัยที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ชาวสงขลาให้ความเคารพและนับถือ ได้ดำรงตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย สนามกีฬานี้ถูกตั้งชื่อตามท่านเพื่อเป็นการให้เกียรติและระลึกถึงคุณูปการของท่านต่อจังหวัดสงขลาและประเทศไทย

นายนิพนธ์ บุญญามณี ในขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้ขอรับการถ่ายโอนสนามกีฬาติณสูลานนท์จากการกีฬาแห่งประเทศไทย มาเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาและได้สานต่อการปรับปรุงและพัฒนาสนามกีฬาติณสูลานนท์อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.) โดยการปรับปรุงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2558 เพื่อให้สนามกีฬาได้มาตรฐานและสามารถรองรับการแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติได้อย่างเต็มที่

การปรับปรุงสนามกีฬาครั้งนี้ใช้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.) และการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยมีงบประมาณรวมในการพัฒนาสนามอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน, ที่นั่งผู้ชม, ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันกีฬาในระดับสากล

ด้วยความมุ่งมั่นให้สนามกีฬาติณสูลานนท์เป็นสนามกีฬาที่มีมาตรฐานสากล พร้อมรองรับการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เช่น การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ, การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก และกิจกรรมกีฬาอื่น ๆ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้จังหวัดสงขลากลายเป็นศูนย์กลางด้านกีฬาของภาคใต้

และค่ำวานนี้คือบทพิสูจน์ที่สำคัญครั้งหนึ่งของ ‘สนามติณสูลานนท์’

‘มาดามแป้ง’ ปลื้มแฟนช้างศึกแห่ซื้อตั๋ว 47,000 ใบ หมดเกลี้ยงภายใน 2 ชม. นัดดวลเวียดนามรอบชิงฯ AFF นัดสอง

‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ขอบคุณแรงสนับสนุนจากแฟนบอลชาวไทย หลังบัตรเข้าชมการแข่งขันถูกจำหน่ายหมดเป็นที่เรียบร้อย ในเกมเปิดบ้านพบกับ เวียดนาม ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 รอบชิงชนะเลิศ นัดสอง ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ยกเป็นพลังใจสำคัญให้ทัพช้างศึก ทั้งก่อนลงเล่นเกมเยือนวันนี้ และ วันที่ 5 มกราคม 2568

บัตรเข้าชมการแข่งขัน เปิดจำหน่ายวันนี้ ในเวลา 10.00 น. ก่อนใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง บัตร Sold Out เป็นที่เรียบร้อย ภายใต้ความจุเกือบ 47,000 ที่นั่ง ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

'มาดามแป้ง' กล่าวว่า “แป้ง พูดอยู่เสมอว่า ผู้เล่นคนที่ 12 สำคัญกับทีมชาติไทย มากที่สุด และ เป็นอีกหนึ่งวันที่ แป้ง ปลาบปลื้มใจ ดีใจ ที่เห็นแรงสนับสนุนที่มีต่อทีมชาติไทย เพราะขณะนี้ บัตรเข้าชม เกือบ 47,000 ที่นั่ง ถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงกระแส และ ความศรัทธาที่มีต่อ ทีมชาติไทย ในฐานะ นายกสมาคมฯ แป้ง อยากขอบคุณทุกคนจากใจจริง และ เชื่อว่าจะเป็นพลังใจสำคัญให้ทัพช้างศึก ก่อนลงเล่นเกมเยือนที่เวียดนาม ในวันนี้ แน่นอนว่าเป็นสถานการณ์ที่ยาก แต่เชื่อมั่นในสปิริตทีมชุดนี้ และ เชื่อมั่นว่าเราจะได้ผลการแข่งขันที่ดีกลับมา“

สำหรับ รอบชิงชนะเลิศ ชิงแชมป์อาเซียน 2024 ระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเวียดนาม จะแข่งขัน 2 นัด เหย้า-เยือน เริ่มจากทัพช้างศึก ไปเยือนก่อน ในวันที่ 2 มกราคม 2568 และ กลับมาเล่นในบ้าน วันที่ 5 มกราคม 2568

‘สาวเวียดนาม’ โดนโซเชียลถล่มยับ!! หลังเชียร์นักเตะช้างศึก ทีมชาติไทย

(4 ม.ค. 68) Youtube ช่อง ‘UP Comment’ ได้นำเสนอเรื่องราวของ 'สาวเวียดนาม' ซึ่งโดนโซเชียลถล่มหนัก หลังเชียร์ทีมชาติไทย โดยในคลิปนั้นมีใจความว่า ...

เป็นประเด็นในโซเชียลมีเดีย ประเทศเวียดนาม เมื่อ ‘ง็อก-เหวียน-โด’
สาวเวียดนามรายหนึ่ง ที่ได้มีการปรากฏภาพของเธอสวมเสื้อเชียร์ทีมชาติไทยในศึกเอเอฟเอฟคัฟ ที่เวียดนาม นั้นสามารถเปิดบ้านเอาชนะทีมชาติไทยไปได้สองประตูต่อหนึ่ง 

งานนี้เธอโดนชาวเวียดนามรุมประณามอย่างหนักด้วยข้อหาไม่รักชาติพร้อมกับตั้งคําถามเพราะเหตุอันใดเธอจึงเชียร์ทีมชาติไทย

ตามข้อมูล ได้มีการระบุว่า เธอได้มีการติดตามเชียร์ทีมชาติไทยมากว่า 10 ปีแล้วและทุกครั้งที่ทีมชาติไทยมาแข่งขันที่ประเทศเวียดนามเธอก็มักจะเข้าไปให้กําลังใจทีมชาติไทยอยู่เสมอ ซึ่งจากภาพดังกล่าวที่ถูกสื่อเวียดนามเผยแพร่นี้เอง ก็สร้างความไม่พอใจให้กับชาวเวียดนามเป็นจํานวนมาก จนถึงขั้นที่เธอนั้นถูกชาวเวียดนามรุมสาปแช่ง แล้วรวมถึงมีการรุมรีพอร์ตเฟซบุ๊ก และติ๊กต็อกของเธอจน ถูกระงับการใช้งานไปเป็นที่เรียบร้อย

นอกจากนี้ชาวเวียดนาม ได้มีการออกมาแสดงความคิดเห็นที่ค่อนข้างรุนแรง รวมถึงมีการบูลลี่เธอเป็นอย่างมาก 

เรามาเริ่มต้นกันที่ความคิดเห็นของชาวเวียดนามท่านแรกครับท่านนี้เค้าบอกว่า ถ้าผมอยู่ใกล้ ๆ ผมจะฉีกเสื้อตัวนั้นทิ้งท่านนี้ก็น่าจะหมายถึงเสื้อทีมชาติไทยนะครับ

ความคิดเห็นต่อไป ช่างมันเถอะมันก็โต ๆกันแล้ว แล้ว เธอมีจุดประสงค์อะไรที่ไปสนามกีฬาที่มีคนเวียดนามเยอะขนาดนั้น

ความคิดเห็นต่อไป นอกจากกีฬาสีแล้วฉันยังไม่เคยเห็นใครทําร้ายเด็กแบบนี้เลย ชอบทีมไหนเชียร์ทีมไหนก็ลุยเลยเธอไม่ใช่คนทรยศเธอไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายและเธอก็ไม่เคยสาปแช่งประเทศตัวเอง

คุณกินข้าวเวียดนามดื่มน้ำเวียดนามและสูดอากาศของเวียดนามที่บรรพบุรุษต้องเสียสละ เพื่อให้ได้มันมา แต่พอเวียดนามยิงประตูได้ ทําไมเธอถึงโกรธ

ความคิดเห็นต่อไป ทําไมคนไทยคนนี้ถึงมีชื่อเหมือนเวียดนามท่านนี้ก็แสดงความคิดเห็นแบบประชดประชันไว้

ตั้งฐานทัพบินมาถล่มเวียดนาม อยากจะถามเธอว่าเธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

เธอคงตั้งหน้าตั้งตาที่จะไปทํางานในประเทศไทยนั่นแหละ เธอเลยสร้างภาพเพื่อให้ได้สมัครงานมาง่าย ๆ

ความคิดเห็นต่อไปครับทั้งนี้เขาบอกว่าทุกคนคงยังไม่เข้าใจอะไรบางอย่างจริง ๆ แล้วเธอคนนี้เป็นเด็กผู้ชายที่เกิดมาในร่างของเด็กผู้หญิงดังนั้นเธอจึงต้องการไปที่ประเทศไทยเพื่อกลายเป็นคนข้ามเพศ เธอจงใจดึงดูดความสนใจเพื่อที่จะทําให้เธอเป็นคนข้ามเพศในไทยและทําให้คนไทยนั้นเห็นใจเธอ

‘มาดามแป้ง’ ขอบคุณสโมสรไทยลีก นักกีฬา ทีมงานผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ทีมทุกคน ที่ร่วมลุยศึกอาเซียน คัพ 2024 แม้จะจบแค่รองแชมป์

(5 ม.ค.68) นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Madam Pang - มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ’ หลังจากทัพช้างศึก พลาดท่าพ่ายให้กับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ทีมชาติเวียดนาม 2-3 (สกอร์รวมสองนัด 3-5) จบด้วยการเป็นรองแชมป์อาเซียน คัพ 2024 โดยระบุว่า

“Thank You สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ขอขอบคุณสโมสรไทยลีก นักกีฬา ทีมงานผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ทีมทุกคน ที่พยายามและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทำหน้าที่ในนามทีมชาติไทยได้อย่างสมศักดิ์ศรี ในศึกฟุตบอล Asean Mitsubishi Electric Cup 2024

ขอน้อมรับทุกคำติชมจากแฟนบอลผู้ปรารถนาดีทุกท่านจากหัวใจ และขอบคุณทุกกำลังใจผ่านทุกข้อความ ทุกช่องทาง”

‘หมู วรวุฒิ’ เตือน!! อย่าออกกำลังกายนานเกินไป หลังโหมปั่นจักรยานจนน้ำตาลหมด วูบกะโหลกแตก - ฟันหัก

หมู - วรวุฒิ อุ่นใจ ผู้ก่อตั้ง ออฟฟิศเมท แชร์ประสบการณ์ออกกำลังกายนานเกินไปจนน้ำตาลหมด ก่อนมีอาการวูบเจ็บหนักทั้งกะโหลกแตก ฟันหัก กรามหัก เย็บเพดานปาก 16 เข็ม ชี้บทเรียนครั้งนี้ทำให้ต้องระมัดระวังให้มาก

เมื่อวันที่ (5 ม.ค. 68) เฟซบุ๊ก “Worawoot Ounjai” ของ นายวรวุฒิ อุ่นใจ ผู้ก่อตั้งบริษัท ออฟฟิศเมท จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์แชร์ประสบการณ์ออกกำลังกายนานเกินไปจนน้ำตาลหมด จนเกิดอาการวูบเจ็บหนักจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 4 คืน โดยอาการกะโหลกแตก ฟันหัก กรามหัก เย็บเพดานปาก 16 เข็ม โดยระบุว่า

“เมื่อราว 2 เดือนที่ผ่านมาผมประสบอุบัติเหตุวูบจากการปั่นจักรยานครับ สาเหตุคือออกกำลังกายมากและนานเกินไป ปั่นไปต่อเนื่องร่วม 2 ชั่วโมงเศษ

ระหว่างปั่นก็ดื่มน้ำโดยตลอด ไม่ได้ขาดน้ำครับ แต่คุณหมอสันนิษฐานว่าวูบจากการใช้น้ำตาลจนหมด ไม่พอไปเลี้ยงสมอง..

วูบครั้งนี้ถึงขั้นเจ็บหนักครับ ต้องไปนอนโรงพยาบาลอยู่ 4 คืนเพราะกะโหลกหน้าแตก ฟันหักไป 3 ซี่ กรามหัก และต้องเย็บเพดานปากด้านในอีก 16 เข็ม

ต้องกินแต่อาหารเหลวอยู่เดือนครึ่ง ผ่านหลอดดูด เพราะต้องยึดฟันบนกับล่างให้ติดกันด้วยลวดเหล็กจนพูดไม่ถนัดอ้าปากไม่ได้จนถึงวันนี้ ทำให้ต้องงดงานบรรยาย และนัดหมายอื่นๆ ทั้งหมดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งต้นกุมภาฯ นี้น่าจะหายดีครับ

ที่เอามาเล่าให้ฟังนี้ เพราะอยากจะให้เป็นข้อเตือนใจครับ ว่าคนที่อายุมากแล้ว เวลาออกกำลังกายต้องระมัดระวัง อย่าคิดว่าร่างกายเรามันจะเหมือนตอนอายุน้อยๆ แข็งแรงเหมือนก่อน

อย่างเคสผมคือ ใจมันไปเกินสังขาร เพราะตอนออกกำลังกายก็สนุกและคิดว่าร่างกายเราไหว ส่วนหนึ่งเพราะขาดความรู้ด้วยครับ คิดแต่ว่าเราไหว และไม่ได้ขาดน้ำ แต่สำหรับคนปั่นจักรยานนานๆ ไกลๆ จะต้องมีน้ำเกลือแร่หรือน้ำหวานคอยจิบเป็นระยะๆ ไม่ให้ร่างกายขาดน้ำตาลหรือเกลือแร่จากการออกกำลังกายเป็นเวลานานๆ

บทเรียนครั้งนี้ ทำให้ต้องระมัดระวังให้มากเมื่อจะกลับมาออกกำลังกายอีกครั้ง เพราะเจ็บหนักรอบนี้ต้องพักรักษาตัวนานกว่า 2 เดือนเลยทีเดียว และโชคดีที่ไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้

สำหรับท่านที่ติดต่อมาในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ก็ต้องขออภัยด้วยครับที่ไม่สามารถพบปะ และการบรรยายก็ต้องงดไปด้วย 2-3 งาน เพราะอุบัติเหตุครั้งที่ผ่านมานี้

มาตอนนี้ร่างกายก็ดีขึ้นมากแล้วครับ อาทิตย์หน้าก็คงจะรับประทานอาหารได้เป็นปกติ ไม่ต้องคอยดูด ensure แบบที่ผ่านมา ก็เลยเอามาเล่าให้ฟังกัน จะได้ระมัดระวังกันไว้ครับ โดยเฉพาะท่านที่อายุมากแล้วในการออกกำลังกายครับ”

สรุปผลงานเด่น โค้ชทีมชาติไทย (ชุดใหญ่)

สรุปผลงานเด่น โค้ชทีมชาติไทย (ชุดใหญ่)
ข้อมูลอัปเดต: 22 October 2025

เอกสารนี้สรุปเฉพาะ "โค้ชทีมชาติไทย (ชุดใหญ่)" ที่มีผลงานโดดเด่นชัดเจน เช่น คว้าแชมป์/รองแชมป์รายการสำคัญ หรือสร้างหมุดหมายสำคัญระดับทวีป โดยจัดเรียงตามลำดับเวลา (ใกล้ปัจจุบันก่อน) และมีสรุปแบบตารางท้ายหน้า

มาซาทาดะ อิชิอิ (Masatada Ishii) — ช่วงคุมทีม: พ.ย. 2023 – ต.ค. 2025
• แชมป์คิงส์คัพ 2024 (ชนะซีเรีย 2–1 ที่สงขลา)
• รองแชมป์อาเซียน 2024 (AFF Mitsubishi Electric Cup 2024; แพ้เวียดนามรวม 5–3 ในรอบชิงฯ เมื่อ 5 ม.ค. 2025)
อเล็กซานเดร “มาโน่” โพลกิ้ง (Alexandré Pölking) — ช่วงคุมทีม: ต.ค. 2021 – พ.ย. 2023
• แชมป์อาเซียน 2 สมัยติด — AFF 2020 (แข่ง ธ.ค. 2021–ม.ค. 2022) และ AFF 2022 (แข่งปลายปี 2022–ต้นปี 2023)
ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย (รักษาการ) (Sirisak Yodyardthai (caretaker)) — ช่วงคุมทีม: ม.ค. 2019 – มิ.ย. 2019
• เข้ารอบ 16 ทีม เอเชียนคัพ 2019 (ครั้งแรกนับแต่ปี 1972) — ชนะบาห์เรน 1–0, เสมอยูเออี 1–1
มิโลวาน ราเยวัช (Milovan Rajevac) — ช่วงคุมทีม: พ.ค. 2017 – ม.ค. 2019
• แชมป์คิงส์คัพ 2017 (ชนะเบลารุสด้วยจุดโทษ, จัดที่ราชมังคลาฯ)
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (Kiatisuk Senamuang) — ช่วงคุมทีม: มิ.ย. 2014 – มี.ค. 2017
• แชมป์ AFF Suzuki Cup 2014 และ 2016
• พาทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายคัดบอลโลกโซนเอเชีย (รอบ 12 ทีม) ในคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018
ปีเตอร์ รีด (Peter Reid) — ช่วงคุมทีม: ก.ค. 2008 – เม.ย. 2009
• รองแชมป์ AFF Suzuki Cup 2008 (แพ้เวียดนามรวม 2 นัด 2–3)
ปีเตอร์ วิธ (Peter Withe) — ช่วงคุมทีม: 1998 – 2003
• แชมป์อาเซียน (Tiger Cup/AFF) 2 สมัย — ปี 2000 และ 2002
 

เปิดประวัติ ‘แอนโธนี ฮัดสัน’ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย คนใหม่!!

(23 ต.ค. 68) ‘แอนโธนี ฮัดสัน’ กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอลไทย หลังได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้ขึ้นคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ แทนที่ มาซาทาดะ อิชิอิ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นที่เพิ่งถูกปลดพ้นตำแหน่ง ท่ามกลางกระแสวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลที่ส่งเสียงถึง 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ให้เร่งหาผู้เหมาะสมมารับช่วงต่อ

ก่อนหน้านี้ ฮัดสัน ถูกคาดหมายให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ในการนั่งเก้าอี้หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย หลังจากสื่อกีฬาหลายสำนักรายงานตรงกันถึงการพิจารณาของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ต้องการโค้ชมากประสบการณ์ในระดับนานาชาติ

ก่อนที่ 'มาดามแป้ง' ได้ประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้ แอนโธนี ฮัดสัน ขยับจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ขึ้นมารับบทบาทเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย โดยให้เหตุผลว่า ฮัดสัน ถือเป็นบุคลากรที่อยู่กับฟุตบอลไทยในทุกระดับ ทั้งการทำงานเชิงพัฒนา การวางรากฐานระบบการฝึกซ้อม และการคุมทีมระดับสโมสร

สมาคมฟุตบอลฯ ยังชี้ว่า โค้ชชาวอังกฤษวัย 44 ปีรายนี้มีประสบการณ์ในระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง ทั้งการเป็นอดีตกุนซือทีมชาติ สหรัฐอเมริกา, นิวซีแลนด์ และ บาห์เรน ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับทีมชาติไทยสู่มาตรฐานสากล

ฮัดสัน เริ่มต้นงานกับสมาคมฟุตบอลไทยในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยรับหน้าที่วางระบบการพัฒนาเยาวชน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติของนักเตะ และกำหนดแนวทางการฝึกซ้อมให้มีความเชื่อมโยงระหว่างทีมชาติชุดเยาวชนถึงทีมชุดใหญ่

สำหรับเส้นทางในอาชีพของเขา ฮัดสัน เคยคุมทีมในศึกไทยลีกกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พร้อมทำผลงานยอดเยี่ยม พาทีมเก็บชัยชนะได้ถึง 58% จากการคุมทัพ 12 นัด คิดเป็นค่าเฉลี่ยคะแนนต่อเกม 2.00 ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวเริ่มเส้นทางนักฟุตบอลกับสโมสรดังอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่อด้วย ลูตัน ทาวน์, เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น และ วิลมิงตัน แฮมเมอร์เฮด

หลังแขวนสตั๊ด ฮัดสัน ผันตัวมาเป็นโค้ช และเคยคุมทีมมาแล้วหลากหลายทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกา อาทิ รีล แมรีแลนด์, นิวพอร์ต เคาน์ตี้, บาห์เรน, นิวซีแลนด์, โคโลราโด ราปิดส์ ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ รวมถึงทีมชาติสหรัฐอเมริกา ทั้งชุดเยาวชนและชุดใหญ่ ก่อนย้ายมาคุมทีมในกาตาร์กับ อัล มาร์คิยา และ อัล อราบี จนกระทั่งมารับงานในประเทศไทย

คุณวุฒิด้านการศึกษาและใบอนุญาตโค้ช
• UEFA Pro Licence (2010)
• UEFA A Licence (2008)
• UEFA B Licence (2007)
• New Zealand Football High Performance Sport Coach
• New Zealand Football Accelerator Programme (2017)

ประสบการณ์คุมทีมสำคัญ
• บีจี ปทุม ยูไนเต็ด – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2025)
• อัล อราบี – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2024)
• อัล มาร์คิยา – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2023)
• ทีมชาติสหรัฐอเมริกา – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2023)
• ทีมชาติสหรัฐอเมริกา – ผู้ช่วยโค้ช (2020–2023)
• ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ยู-20 – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2020–2021)
• โคโลราโด ราปิดส์ – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2017–2019)
• ทีมชาตินิวซีแลนด์ – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2014–2017)
• ทีมชาติบาห์เรน – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2013–2014)
• นิวพอร์ต เคาน์ตี้ – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2011)
• ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (ทีมสำรอง) – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2010–2011)

‘ฟีฟ่า’ ลดธงชาติไทย และธงทุกสมาพันธ์ ลงครึ่งเสา เพื่อร่วมอาลัยต่อการสวรรคตของ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

(27 ต.ค. 68) สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) แจ้งต่อ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถึงการร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยการลดธงชาติไทย รวมถึงธงของสหพันธ์ของทุกทวีปลงครึ่งเสา ณ สำนักงานใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ณ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ส่งหนังสือแจ้งต่อ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และ สมาคมสมาชิกทั้ง 211 ประเทศ ถึงการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ก่อนที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จะร่วมแสดงความอาลัย ต่อเหตุการณ์โศกเศร้าครั้งนี้ ของประเทศไทย และ ของปวงชนชาวไทย ด้วยการลดธงชาติไทย และ ธงของทั้ง 6 สหพันธ์ลงครึ่งเสา 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และ คณะผู้บริหารทั้งหมด ขอขอบคุณ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ด้วยใจจริง ที่นำโดย จานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ต่อการแสดงออกถึงความอาลัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ปลุกไฟช้างศึก!! ทีมชาติไทยประเดิมอุ่นเครื่องเจอสิงคโปร์ เปิดยุคโค้ช ‘แอนโธนี ฮัดสัน’ เตรียมทีมคัดเอเชียนคัพ 2027 ทดสอบระบบใหม่ก่อนบุกศรีลังกา

(11 พ.ย. 68) ทีมชาติไทยชุดใหญ่เตรียมเปิดฉากยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ แอนโธนี ฮัดสัน กุนซือชาวอังกฤษ ด้วยนัดอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติสิงคโปร์ วันพฤหัสบดีที่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 19:30 น. ที่ธรรมศาสตร์ สเตเดียม จังหวัดปทุมธานี นับเป็นบททดสอบสำคัญก่อนลุยศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 ที่ศรีลังกาในเดือนถัดไป

แอนโธนี ฮัดสัน กล่าวผ่านสื่อว่า "สมาคมฟุตบอลฯ ต้องการความต่อเนื่องและเตรียมทีมทันที" โดยเกมนี้ถือเป็นโอกาสให้โค้ชใหม่ทดลองระบบและผสมผสานนักเตะรุ่นเก๋ากับดาวรุ่ง เพื่อสร้างความสมดุลในทีม

รายชื่อผู้เล่นชุดแรกประเดิมยุคฮัดสัน มี ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และสารัช อยู่เย็น ซึ่งถือเป็นการเรียกคืนประสบการณ์ที่สำคัญ รวมถึงการวางแทคติกเน้นเกมรุกที่ไลน์สุดท้าย และการทรานซิชันที่รวดเร็วเพื่อรับมือกับสิงคโปร์ที่มักครองบอลได้มากในอดีต

ไทยมีสถิติที่เหนือกว่าสิงคโปร์ในการพบกัน 5 นัดหลังสุด ด้วยการชนะรวด ทำให้แฟนบอลคาดหวังมาตรฐานผลการแข่งขันจากทีมชาติไทยต่อไป ด้านแฟนบอลที่ต้องการเชียร์ติดขอบสนามยังสามารถซื้อบัตรผ่านช่องทาง ThaiTicketMajor พร้อมเปิดประตูสนามตั้งแต่ 1 ชม.ก่อนการแข่งขัน

โปรแกรมต่อไปทีมช้างศึกจะลงสนามเยือนศรีลังกาในวันที่ 18 พ.ย. 2568 เพื่อเก็บสามคะแนนแรกในศึกคัดเอเชียนคัพ 2027 ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญต่อเส้นทางรอบคัดเลือกในกลุ่มนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top