Thursday, 4 June 2026
ทะลุวัง

'ตะวัน' อาการทรุด เลือดกำเดาพุ่ง ภาวะหัวใจเข้าขั้นล้มเหลว  ฟาก 'แฟรงค์' หนักสุด ชีพจรเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ

เมื่อวานนี้ (5 มี.ค. 67) เฟซบุ๊ก ‘Tawan Tantawan’ ของนางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ‘ตะวัน ทะลุวัง’ โพสต์ข้อความระบุว่า…

บันทึกเยี่ยมตะวัน ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ วันที่ 5 มีนาคม 2567 วันนี้ตะวันบอกว่า “เลือดกำเดาไหล” และหมอมาแจ้งว่า ค่าโพแทสเซียมอยู่ที่ 3.3 หมออยากให้กินยาโพเเทสเซียมเพื่อรักษาอาการโพเเทสเซียมใกล้จะต่ำ แต่ตะวันปฏิเสธไม่รับยาและปฏิเสธการรักษา การที่ระดับโพแทสเซียมเริ่มจะต่ำ อาจจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดเกร็ง เหน็บชา หากระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำลงมาก อาจจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นมีภาวะหัวใจล้มเหลวได้ อาจมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

วันนี้ตะวันอ้วกออกมาเยอะมาก มันทรมานตรงที่รู้สึกพะอืดพะอมตลอดเวลา ระหว่างเยี่ยมก็เหมือนจะอ้วก พะอืดพะอม จามออกมา 2-3 ครั้ง หน้าแดงน้ำตาไหลออกมา ปากแห้งแตก ผิวแห้ง ผมร่วงเยอะ ค่าน้ำตาลในเลือดสวิง อยู่ที่ 60/80 ขาแขนอ่อนแรง ตาเหลืองขุ่น มีอาการมึนงง เวียนหัว พูดช้า ตอบโต้ได้ช้า ส่วนมากตะวันจะนอนอยู่เฉย ๆ นั่งฟังเพื่อนเล่าเหตุการณ์ข้างนอกให้ฟัง วันนี้ดูเซื่องซึมกว่าเมื่อวาน ดูโทรมมาก แววตาอ่อนล้า “คิดถึงทุก ๆ คน” เพื่อนได้เล่าให้ตะวันฟังว่าวันนี้ไปเยี่ยมเก็ทที่ศาลอาญา เก็ทฝากความเป็นห่วงถึงตะวันและแฟรงค์

ฝากขอบคุณเก็ทมาก ๆ นะ ตะวันบอก ตะวันยืนยัน จะไม่พิจารณาคดีลับหลังที่ศาลเยาวชน วันที่ 11 มีนาคม 2567 ที่จะถึงนี้ ก่อนกลับ แม่ได้พาตะวันไปทำความสะอาดร่างกายในห้องน้ำ ก่อนจะลุกจากเตียงตะวันตัดสินใจอยู่ครู่นึง เนื่องจากตนไม่มีแรง แต่ก็ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แม่พยุงตะวันให้จับวอล์คเกอร์เดินไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นพากลับออกมาที่เตียงนอน เพื่อน ๆ ช่วยกันเช็ดตัวให้ตะวัน และหวีผมให้ จากนั้นแม่ก็หอมแก้มตะวันและกอดลา “เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่มาหานะ อดทนเข้าไว้” ตะวันดูซึม ๆ น้ำตาคลอเบ้า แม่รีบตัดสินใจเดินออกจากห้อง กลัวทำใจไม่ได้ เพราะสายตาลูกมันฟ้องว่าทรมานเหลือเกิน

เมื่อเดินออกมาจากห้องเยี่ยมมา แม่เล่าให้ฟังว่า “แม่ทำใจไม่ได้จริง ๆ แม่ตกใจมาก ตัวตะวันมันบุ๋มลงไปเลย” แม่เห็นแต่ซี่โครงมันโผล่ออกมา สะโพกมันผายออกมามีเหลือแต่โครงกระดูก เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแล้ว

ขณะที่ บันทึกเยี่ยมแฟรงค์ ที่ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ วันที่ 5 มีนาคม 2567 แฟรงค์น้ำหนักเหลือ 37.9 เมื่อเช้าเจาะเลือดชุดใหญ่ไป ข้อพับบวมช้ำ หาเส้นเลือดไม่เจอ กว่าจะเจอต้องเจาะถึง 2 รอบ ปากแห้งแตก ผิวซีดเหลือง พะอืดพะอมคลื่นไส้นิดหน่อย เรื่องเบลอกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ขนาดนอนก็รู้สึกจะเป็นลม หายใจเหนื่อยหอบ เมื่อคืนนอนอยู่ดี ๆ ก็สะดุ้ง รู้สึกใจหวิว ๆ ฉี่แทบจะไม่ออก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก ๆ ระหว่างที่เพื่อน ๆ เล่าสถานการณ์ข้างนอกให้แฟรงค์ฟัง ระหว่างที่แฟรงค์นั่งฟังเพื่อนพูดแฟรงค์ก็หลับตาลง คิ้วขมวด ดมยาดมไปด้วย ดูเหนื่อย ๆ กว่าเมื่อวาน ตอบโต้ช้ามาก

เมื่อวานนี้สัญญาณชีพจรต่ำ และไม่ใส่เครื่องช่วยหายใจแล้ว วันนี้เพื่อนเล่าเรื่องเก็ทออกศาลอาญาให้ฟัง แฟรงค์ฝากขอบคุณเก็ท ที่เก็ทส่งของใช้และของกินเข้ามาให้ในวันแรก แต่แฟรงค์ เอาของให้กับคนอื่นจนหมด ฝากขอบคุณเก็ทอีกครั้งนะ “อยากกลับไปอุ้มหมาที่บ้านแล้ว”

จากนั้นเพื่อนให้แฟรงค์ไปพักผ่อน เพราะดูเหนื่อยมาก แฟรงค์โบกมือลา สายตาดูเศร้าเหลือเกิน..

ศาลสั่งจำคุก ‘ใบปอ ทะลุวัง’ 6 ปี คดีมาตรา 112 แต่ยังเป็นนศ. - ทำความดีให้สังคม ลดโทษเหลือจำคุก 4 ปี

ศาลสั่งจำคุก ‘ใบปอ ทะลุวัง’ 6 ปี คดีมาตรา 112 เจ้าตัวร่ำไห้ ศาลเมตตาเห็นว่าเป็น นศ.และทำความดีให้สังคม ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำ 4 ปี ไม่รอลงอาญา ด้านทนายจ่อยื่นประกันชั้นอุทธรณ์

เมื่อเวลา 09.30 น. (29 ส.ค.68) ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นเบื้องสูง หมายเลขดำ อ.1691/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.ณัฐนิจ ดวงมุกสิทธิ์ หรือ ใบปอ และ น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือ เมนู แกนนำกลุ่มทะลุวัง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 2 ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 , ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2550 มาตรา 14(5)

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 30 - 31 มีนาคม 2565 จำเลยทั้งสองได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยการแชร์โพสต์ของเพจเฟซบุ๊ก 'ทะลุวัง ThaluWang' ซึ่งมีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบรมวงศานุวงศ์และข้อความวิจารณ์งบประมาณสถาบันกษัตริย์ในปี 2565 ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง เป็นการบิดเบือนข้อมูล โดยมีเจตนาแสดงความอาฆาตมาดร้าย และทำลายสถาบันกษัตริย์

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธต่อสู้ และได้รับการประกันตัว

ในวันนี้ น.ส.ณัฐนิจ ได้เดินทางเข้ามาฟังคำพิพากษาเพียงคนเดียว ส่วน น.ส.สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 2 หลบหนีระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งศาลได้ออกหมายจับและปรับนายประกันก่อนหน้านี้แล้ว

จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ อ้างว่า ไม่ใช่บุคคลในเพจทะลุวัง โดยมีบุคคลอื่นที่เป็นแอดมิน เพจใช้เฟซบุ๊กของจำเลยแทนตนเอง เพราะตนเองไม่ชอบเล่นเฟซบุ๊ก เนื่องจากไม่ปลอดภัย

ศาลพิเคราะห์เบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบโน้ตบุ๊กอยู่ในห้องของจำเลยทั้งสอง ซึ่งมีประวัติการใช้งานบัญชีเฟซบุ๊ก ใบปอ ณัฐนิจ จำเลยที่ 1 และเพจทะลุวัง ทำให้น่าเชื่อว่า จำเลยที่ 1 รู้เห็นการใช้งานและนำภาพและข้อความที่ระบุเกี่ยวกับการใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนกว่า 3 หมื่นล้านบาทมาใช้ ซึ่งเป็นการบิดเบือนจาบจ้วงและให้ร้ายสร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทบความมั่นคงของชาติ พยานหลักฐานโจทก์นำสืบมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยปราศจากข้อน่าสงสัย ข้อต่อสู้จำเลยฟังไม่ขึ้น การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเป็นบทลงโทษหนักสุด พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 6 ปี อย่างไรก็ตาม จำเลยที่ 1 ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง ทั้งยังเป็นนักศึกษา และทำความดีต่อสังคมด้วยการจะบริจาคอวัยวะ เป็นการบรรเทาผลร้ายจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 2 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 4 ปี ไม่รอลงอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฟังคำพิพากษาวันนี้มีแนวร่วมกลุ่มทะลุวังเข้ามาให้กำลังใจและร่วมรับฟังการพิพากษาประมาณ 20 คนรวมทั้งบิดา มารดา ของ น.ส.ณัฐนิจ ด้วย หลังจากทราบผลคำพิพากษา น.ส.ณัฐนิจ ถึงกับร้องไห้และโผเข้ากอดครอบครัวของตนเอง โดยมีแนวร่วมกลุ่มทะลุวังยืนปลอบและให้กำลังใจ

ด้าน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เปิดเผยสั้น ๆ ว่า ได้เตรียมคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ณัฐนิจ ในชั้นอุทธรณ์คดีไว้แล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top