Thursday, 4 June 2026
ททท

เชียงใหม่ฮือฮา!! “ลลิษา มโนบาล” โผล่วัดเจดีย์หลวง ถ่ายโปรโมตท่องเที่ยวไทยให้ ททท. ร่วมงานคืนสุดท้าย “ยี่เป็ง” เชียงใหม่ กลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล

(7 พ.ย. 68) ลิซ่า แบล็คพิ้งค์ หรือ ลลิษา มโนบาล ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยระดับโลก โผล่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ในคืนสุดท้ายของงานประเพณียี่เป็ง เพื่อถ่ายงานโปรโมตการท่องเที่ยวไทยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

แฟนคลับและชาวเชียงใหม่ต่างตื่นเต้นและถ่ายภาพเหตุการณ์เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระแสไวรัล แต่ไม่นานหลังจากนั้น เพจต่างๆ ที่แชร์ภาพถูกทีมงานติดต่อให้ลบโพสต์ โดยอ้างถึงปัญหากฎหมายลิขสิทธิ์เพื่อป้องกันความขัดแย้ง

ประเพณียี่เป็งถือเป็นงานสำคัญของเชียงใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอย่างมาก ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่าลิซ่าจะเดินทางมาถ่ายงานโปรโมตกับ ททท.ในช่วงจัดงานจริงตามที่แฟนๆ ตั้งตารอคอย

AmazingThailand x LISA สร้างปรากฏการณ์ LISA Effect “เที่ยวตามรอยลิซ่า” หลังนักท่องเที่ยวหลั่งไหลสู่ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ปรากฏการณ์นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเที่ยวชมทะเลบัวแดง บึงหนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี สะท้อนความสำเร็จในการใช้ศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง“ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล” ในบทบาท “Amazing Thailand Ambassador” ในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนการท่องเที่ยวไทยเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ซึ่งททท. มีความยินดีอย่างยิ่งที่กระแส Amazing Thailand x LISA สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาสัมผัสความงดงามของทะเลบัวแดง บึงหนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี นับเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี  

จากข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเรือประมงและนำเที่ยวทะเลบัวแดง ท่าเรือบ้านเดียม อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 - 25 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าชมจำนวนทั้งหมด 50,306 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 26,019 คน คิดเป็นร้อยละ 51.73 และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 24,287 คน คิดเป็นร้อยละ 48.27 อาทิ ประเทศจีน ลาว เยอรมัน ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วทะเลบัวแดงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นกลุ่มหลัก แต่ในฤดูกาลนี้พบว่าสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกือบเทียบเท่านักท่องเที่ยวชาวไทย สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมจากตลาดต่างประเทศที่ขยายตัวมากขึ้นอย่างชัดเจนจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ชี้ตลาดท่องเที่ยวเอเชีย 2026 เผชิญ 3 โจทย์หิน แนะทางรอด เลิกเน้นปริมาณ พร้อมสร้างความเชื่อมั่น – เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว กล่าวถึงหลักการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินกิจการการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการชาวเอเชียภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของโลก ในงาน Thailand Tourism Mart (TTM 2026) ที่อิมแพค เมืองทองธานี
.
โดยได้เน้น 3 ความเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงที่ต้องบริหารจัดการ ได้แก่
1.ความมั่นคงและความตึงเครียดของภูมิศาสตร์การเมืองและ
2.เศรษฐกิจโลกที่ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
3.ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สุดขั้วมากขึ้น
.
โดยนายวีระศักดิ์ ชี้ชวนให้ผู้ประกอบการใส่ใจกับการเปิดเผยข้อมูลที่รวดเร็ว แม่นยำ ยืนยันได้จริงเพื่อสร้าง "trust" ให้ลูกค้า ว่าพวกเขาได้รับการดูแลจากมืออาชีพ มีการใช้เทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนไปของข้อมูล ใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์ประเมิน เปรียบเทียบและตอบสนอง และการพัฒนาไปสู่ Niche ตลาดกลุ่มความสนใจเฉพาะ เช่นตลาดผู้สูงอายุ ตลาดนักผจญภัย ตลาดสุขภาพ ตลาดของนักธุรกิจที่มองหาโอกาสใหม่ ๆ ตลาดการหวนคืนสู่ความสงบและการรักษาใจ และตลาดครอบครัวที่กำลังหนีร้อนไปหา Coolcation พื้นที่ที่ยังพอมีลมเย็นให้ผ่อนคลายจากไอแดดที่ยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ททท. ปักธงตรุษจีนปีม้าทอง! กับ 2 พื้นที่จัดงานหลัก กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ คาดนักท่องเที่ยวทะลัก 3.5 ล้านคน เม็ดเงินสะพัด 4.2 หมื่นล้านบาท

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 69 (13-22 ก.พ. 69) จะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศ ประมาณ 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามา ประมาณ 241,000 คน และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทาง 2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3% ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว รวมประมาณ 42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สำหรับปี 69 นับเป็นปีแห่งความพิเศษของเทศกาลตรุษจีนประเทศไทยที่มาพร้อมการเฉลิมฉลองปีม้าทองอย่างยิ่งใหญ่ ควบคู่กับหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-จีน ทั้งการก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และโอกาสครบรอบ 22 ปี ของความร่วมมือระหว่าง ททท. กับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้ร่วมกันสืบสานและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ดังคำกล่าวที่ว่า จง ไท่ อี้ เจี่ย ชิน-จีนไทย ครอบครัวเดียวกัน

หนุนเศรษฐกิจ!! ททท. ร่วมกับ กทม.ส.คิกบ็อกซิ่ง จัด “AMAZING KIDS FESTIVAL” กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม ส่งเสริมกีฬา และวัฒนธรรมเยาวชน

(24 ก.พ. 69) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และ สมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม AMAZING KIDS FESTIVAL ณ ลานกีฬาเคหะฉลองกรุง เขตหนองจอก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมและการท่องเที่ยวเชิงครอบครัว พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่เมื่อค่ำวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

กิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจากนางสาว 'ยุวนุช นงพรมมา' ผู้อำนวยการเขตหนองจอก และนาย 'ธนดล ลิกค์' กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วมโครงการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนให้รองรับกิจกรรมกีฬาที่น่าสนใจ และส่งเสริมพื้นที่เขตหนองจอกให้เป็นชุมชนกีฬาสำหรับการท่องเที่ยวในอนาคต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนเพื่อต้านยาเสพติดและปัญหาสังคม

ในงานมีการแข่งขันคิกบ็อกซิ่งรายการ AMAZING KIDS FIGHT & FUN รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 22 คู่ โดยมี 'รถถัง จิตรเมืองนนท์' รับหน้าที่โปรโมเตอร์ พร้อมกับนักมวยจากค่าย 'ลูกทรายกองดิน' นำโดย 'อัสรี่ ลูกทรายกองดิน' มาสร้างสีสันและร่วมเดินตลาดชุมชนช่วยอุดหนุนสินค้าท้องถิ่น

ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจากวง Paper Planes ที่มอบความสนุกสนานให้แก่ผู้ร่วมงานอย่างเต็มที่ โดยสื่อถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชนเพื่อพัฒนา Event Tourism ในพื้นที่

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10148057

ชู AI ยกระดับท่องเที่ยวดิจิทัลไทย ใช้ระบบคลาวด์มาตรฐานสากล วางแผนทริปครบในแอปเดียว ดร.มนธ์สินี ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรม

กรุงเทพมหานคร – 24 กุมภาพันธ์ 2569 – มาสเตอร์การ์ด และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแอปพลิเคชัน "Amazing Thailand" โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ณ Dusit Central Park โดยมีหัวใจหลักคือการผสาน Mastercard Integration Layer เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ระดับโลกให้กับผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดทั่วโลกที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษา รายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง ททท. และ มาสเตอร์การ์ด เพิ่มเติมได้จากบทความอย่างเป็นทางการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วิสัยทัศน์สู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

ผู้บริหารระดับสูงจาก ททท. และ มาสเตอร์การ์ด ร่วมกันแสดงวิสัยทัศน์ถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalization) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

ยกระดับเทคโนโลยีสู่มาตรฐาน Cloud-Native

ผู้อยู่เบื้องหลังการวางกลยุทธ์ทางเทคนิคในครั้งนี้คือ ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ในฐานะ AI Advocate ของคณะทำงานแผนแม่บทดิจิทัล ททท. และ ที่ปรึกษากรรมการ บริษัท พรีดิคทีฟ จำกัด (Predictive Co., Ltd.) โดย ดร. มนธ์สินี ได้ผลักดันการทำ App Modernization ให้เป็นระบบ Cloud-native อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย:

- ระบบสถาปัตยกรรม Microservices: ใช้เทคโนโลยี Containerization เพื่อให้ระบบรองรับการขยายตัวอัตโนมัติ (Auto-scaling) และมีความเสถียรสูงสุด (High Availability)

 - โครงสร้าง API-First: เชื่อมต่อข้อมูลกับคลังข้อมูลกลาง (Centralized Data Warehouse) ได้อย่างไร้รอยต่อและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

- การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง: ติดตั้ง Google Analytics 4 (GA4) เพื่อวิเคราะห์เส้นทางการใช้งาน (Customer Journey) ของนักท่องเที่ยวอย่างละเอียด

 - นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ TAT-AI: บูรณาการ TAT-AI Widget เพื่อเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในการตอบโต้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ สื่อเศรษฐกิจของประเทศได้รายงานข่าวเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวเพิ่มเติม ถึงผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวม

ททท. ดัน Workation ผนึกพันธมิตรกระตุ้นท่องเที่ยววันทำงาน 17 จังหวัดภาคกลาง พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย เปิดโอกาสทำงานควบคู่ท่องเที่ยวได้จริง รองรับเทรนด์ Hybrid และ Work from Anywhere

“ททท. ผนึกพันธมิตรชวนคนทำงานออกเดินทาง ‘WORK WONDER BELONG’ 

ใน 17 จังหวัดภาคกลาง เที่ยวใกล้ได้งาน”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ NEXTOPIA Siam Paragon, Megatix Thailand, Bolt และ Sanook.com ชวนคนทำงานยุคใหม่ออกเดินทางเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวพร้อมทำงานไปด้วยกัน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคกลาง ภายใต้แคมเปญ WORK WONDER BELONG เที่ยวใกล้ได้งาน เปลี่ยนวันทำงานธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ ผ่านการค้นหาสถานที่ทำงานใหม่ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสร้างแรงบันดาลใจช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในแคมเปญรวบรวมสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ทำงานที่เหมาะกับการทำงานนอกสถานที่ รวมถึงสินค้าและบริการที่ช่วยให้การทำงานจากทุกที่เป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อรองรับเทรนด์การทำงานรูปแบบใหม่ที่ผสาน “การทำงาน” และ “การท่องเที่ยว” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยในมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 25 กรกฎาคม 2569.

นางสาว วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า “ปัจจุบันหลายองค์กรในประเทศไทยเริ่มนำรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid และ Remote Working มาใช้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของพนักงานและความคาดหวังของคนทำงานรุ่นใหม่ ส่งผลให้เกิดความเป็นไปได้ในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา และทำให้แนวคิด Workation หรือการทำงานควบคู่กับการท่องเที่ยว กลายเป็นดีมานด์ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน หนึ่งในพฤติกรรมที่สะท้อนเทรนด์ดังกล่าวคือ ‘Weekend Extenders’ หรือการยืดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ออกไปโดยไม่ต้องใช้วันลาพักร้อน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเดินทางและพักผ่อน พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางที่มีการเดินทางสะดวก และมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำงานได้เป็นอย่างดี ททท. และพันธมิตรจึงร่วมกันคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม กิจกรรม รวมถึง Co-working Space ที่เหมาะกับการทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน พร้อมมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้คนออกเดินทางในวันธรรมดามากขึ้น ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวในภูมิภาคภาคกลาง โดยคาดหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยให้การทำงานควบคู่กับการท่องเที่ยวเกิดประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ให้กับคนทำงานยุคปัจจุบัน”

คุณชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัดผู้บริหาร กล่าวว่า  “NEXTOPIA มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ในการสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่ที่ผสานการทำงานและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยเราเปิดพื้นที่ NEXTOPIA ให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับการนั่งทำงาน พักผ่อน และพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อร่วมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและการใช้ชีวิตนอกสถานที่ทำงานแบบเดิมๆ พบกับโปรโมชั่นมากมายตลอดแคมเปญ อาทิ ใช้จ่ายที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนครบตามยอดที่กำหนดแลกรับของรางวัล พร้อมแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 22%  จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และ Nextopia มอบคูปองช้อป กิน ดื่ม ส่วนลดสูงสุด 200 บาท  ในพื้นที่ Zone Nextopia เพียงโชว์ Banner แคมเปญ หรือ แจ้งทราบข่าวจากแคมเปญ Work Wonder Belong พร้อมบัตรประชาชน ที่เคาน์เตอร์ INFORMATION COUNTER ชั้น G ฝั่ง North, ชั้น 1 Star Dome และชั้น 5 NEXTOPIA โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย จะได้รับ E-GIFT CARD เมื่อลงทะเบียนผ่าน ONESIAM SuperApp สมบูรณ์แล้วเท่านั้น

·      นักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ กทม และปริมณฑล ได้รับฟรี! E-GIFT CARD มูลค่า 100 บาท (สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 500 บาท) จำนวน 300 สิทธิ์ (จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิกตลอดรายการ)

·      นักท่องเที่ยวนอกเขตพื้นที่ กทม ตามบัตรประชาชน ได้รับฟรี! E-GIFT CARD มูลค่า 200 บาท (สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 800 บาท) จำนวน 150 สิทธิ์ (จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก ตลอดรายการ)

Onur Astasoy - Managing Director กล่าวว่า  “Megatix Thailand  มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแคมเปญครั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคภาคกลาง โดยเราได้นำเสนอสิทธิพิเศษและส่วนลดสำหรับที่พักและสปา เมื่อจองผ่านแพลตฟอร์ม Megatix สูงสุด 20-50% เพื่อช่วยให้คนทำงานสามารถวางแผนการเดินทางและพักผ่อนได้ง่ายขึ้น เรามองว่าเทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเดินทางในวันธรรมดา โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) การมอบดีลพิเศษผ่าน Megatix จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะดวก คุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่” จองที่พัก  https://megatix.in.th/workwonderbelong

คุณณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์  ผู้จัดการทั่วไปประจำ โบลท์ ประเทศไทย (Bolt) กล่าวว่า “โบลท์ ประเทศไทย รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ ซึ่งมีเป้าหมายในการกระตุ้นให้ผู้คนออกเดินทางและเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสานการทำงานเข้ากับการเดินทางได้อย่างลงตัว โบลท์มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อช่วยให้การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก หรือพื้นที่ทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าการมีระบบการเดินทางที่สะดวกจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้คนออกเดินทางมากขึ้น และช่วยผลักดันให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โบลท์ ยินดีมอบ โค้ดส่วนลด 200,000 โค้ด (สำหรับพื้นที่ภาคกลางเท่านั้น) ชื่อ Code “GOWORK” ระยะเวลาใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 25 กรกฎาคม 2569


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top